Masuk
สวัสดีค่ะ หลังจากอ่านภาคอดีตมาต่อที่ภาคปัจจุบันกัน ภาคนี้เป็นความรักที่ร้อนแรง ร้อนเหมือนไฟไหม้รอบหัวใจเลยค่ะ
นางเอกกลับมาจัดหนักจัดเต็มกับพระเอกด้วยความรักที่ไร้ขีดจำกัด ในขณะที่พระเอกก็จัดให้ตอบกลับแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้แพ้ทางนางเอกตลอด
นิยายเรื่อง ชะตารักผูกใจ(ตกหลุมรักยัยแกล้งเฉิ่ม) นั้น เป็นเรื่องราวของแม่ทัพหญิงในยุคจีนโบราณนามว่าไป๋กุ้ยอิง ซึ่งมีความรักล้นใจกับองค์ชายผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นนามว่า จ้าวหยางหมิงเซียน แต่ด้วยฐานะฐานันดรและหน้าที่อันสำคัญยิ่งและหนักหน่วง ทำให้ทั้งสองไม่อาจครองรักกันได้ดังใจ ต่อมาไป๋กุ้ยอิงก็ได้รับคำสั่งประกาศิตจากฮ่องเต้และถูกแผนตลบหลังจนตายจากจ้าวหยางหมิงเซียนไปก่อนวัยอันควร ทำให้จ้าวหยางหมิงเซียนต้องมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทนอยู่กับการคิดถึงไป๋กุ้ยอิงในทุกๆ วัน จนกระทั่งตาย
เมื่อไป๋กุ้ยอิงได้รับโอกาสให้แก้ตัวโดยเทพแห่งการงานและคู่ครองจนได้มาเกิดใหม่ในยุคสมัยที่แตกต่าง แต่ความรักยังคงเดิม
ไป๋กุ้ยอิงในร่างของอิงอิงเลขาสาวสวยแต่ทำตัวแสนเฉิ่มจึงทำทุกวิถีทางโดยไม่สนใจวิธีการไม่สนด้วยว่าจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงใจง่าย เพื่อที่จะได้อยู่กับจ้าวหยางหมิงเซียนในร่างใหม่ของคุณหมิงหรืออานนท์เจ้านายสุดหล่อที่เป็นถึงท่านรองประธานบริษัท
และแล้วเรื่องราวความรักแต่หนหลังที่ยังฝังใจของอิงอิงจึงได้เริ่มสานสัมพันธ์ต่อจากชาติที่แล้วถึงแม้ว่าอาหมิงของอิงอิงจะจำอะไรไม่ได้เลย
***********************************
คำเตือน
โปรดอย่าถามหาสาระและเหตุผลอันใดมากมาย
อย่าบอกว่าพระเอกกับนางเอกได้กันง่ายไป เพราะอะไร?
ก็เพราะพวกเขากลืนกินกันมาตั้งนานแล้วเมื่อชาติก่อนนู้น ชาตินี้นางเอกจัดหนักจัดเต็ม ส่วนพระเอกก็ตอบกลับ จัดให้โดยไม่รู้ตัว...
หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมมิดี้
******************
คำนำ
ความรักเหนือกาลเวลาแม้แต่ชาติภพภูมิก็ไม่อาจขวางกั้น ด้ายแดงที่ไม่อาจสะบั้นด้วยเงื่อนไขของสองดวงใจที่ยังคงผูกพันเหนือลิขิตแห่งโชคชะตา
นางเคยทิ้งเขาไปให้เขาต้องทนเดียวดายรอคอยนางอย่างทรมานเจียนตาย แต่ทว่าความรักมิมลายสิ้นสูญ ชาติภพนี้นางจักทำทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หากท่านเคยชินกับผู้หญิงเก่งในยุคปัจจุบันข้ามภพไปเป็นสตรีเก่งกาจในยุคโบราณ ลองเปลี่ยนเป็นสตรีเก่งกาจระดับแม่ทัพหญิงข้ามภพมาอยู่ในร่างของผู้หญิงในยุคปัจจุบันบ้าง
มาคอยดูกันว่าเธอผู้เก่งกาจในยุคโบราณจะใช้ความสามารถอันใดในยุคปัจจุบัน
ชาติที่แล้วนางมีหน้าที่และความรักแยกกัน
หน้าที่และความรักนางต้องเลือก
นางเลือกหน้าที่มากกว่าความรักและทิ้งเขาไป ไม่รักษาคำสัตย์
แต่ชาตินี้หน้าที่ของนางก็คือความรัก ดังนั้นแล้วความรักของนางก็คือหน้าที่ นางจะทำมันให้ดีให้เต็มที่ไม่ให้เสียชาติเกิด
หลังจากที่อิงอิงหายป่วยดีแล้วเธอจึงกลับไปทำงานเป็นเลขาให้อานนท์ตามปกติ โดยที่อานนท์นั้นไม่คิดที่จะให้ใครมาเป็นเลขาแทนที่อิงอิงและอิงอิงก็ไม่ยอมห่างจากอานนท์เช่นเดียวกันทั้งสองจึงยังคงเป็นเจ้านายกับลูกน้องกันต่อไปเหมือนดังเช่นปกติกลางวันทำงานเป็นรองประธานกับเลขาส่วนตัวกลางคืนกลับบ้านมาเป็นคู่รักไม่ห่างกันไปไหนมีกิจกรรมก่อนนอนและก่อนตื่นกันทุกวันวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองยังคงนอนคุยกันด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำก่อนที่จะลุกขึ้นไปทำงาน“อืม...อาหมิง” อิงอิงส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างต่อเนื่องจากหลายนาทีที่แล้วหลังจากที่ถูกใครบางคนเล้าโลมจนเธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างหญิงสาวกำลังนอนหลับใหลในสภาพเปล่าเปลือยตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาจนกระทั่งใกล้สว่างเธอรับรู้ได้ถึงริมฝีปากที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ กำลังไต่ไปมาอยู่ตามพวงแก้มของเธอแล้วลดระดับต่ำลงไปที่ซอกคอ ปลายลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียและดูดเม้มอยู่ตรงลำคอของเธอก่อนจะลดลงไปเรื่อยที่หน้าอกอวบนูนของเธอตามด้วยฝ่ามือที่ร้อนไม่แพ้กันกำลังช่วยปลายลิ้นลูบคลำเคล้นคลึงก่อนจะลากไล้ลงต่ำไปอีกที่น้องท้องแบนราบแล้วล้วงเข้าไปที่น้องสาวของเธอ“อืม...”
ประโยคยาวเหยียดนั้นของไพลินทำอานนท์ถึงกับหางคิ้วกระตุก เขาไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่เขากำลังห่วงอิงอิงมากกว่า หากว่าอิงอิงเจอข่าวแบบนี้เข้าไป เธอคงไม่มีที่ยืนในสังคม“ม๊าห้ามยุ่งกับอิง” อานนท์พูดเสียงเย็นใส่แม่ของเขาในแบบที่ไม่เคยเป็น“ม๊าจะยุ่ง แกไม่มีสิทธิ์มาห้ามม๊า”“ผมยอมม๊าตลอดมา ยอมม๊าทุกเรื่อง กระทั่งถูกหลอกให้ไปถูกมอมยาปลุกเซ็กส์ผมก็ยังตามใจม๊า แล้วอย่างนี้ม๊ายังจะเอายังไงกับผมอีก” ประโยคฉะฉานไม่มีถนอมน้ำใจใครอย่างนั้นทำเอาเปรมศรีและเปรมวดีถึงกับสะดุ้ง“อะไรนะ” ไพลินถึงกับตกใจ “แกพูดอะไรอาหมิง น้องเขาเสียหายนะ”“ผมพูดจริง ผมไม่จำเป็นต้องโกหก ผมไม่เอาผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแม่ของลูกเด็ดขาด” อานนท์ยังคงร้ายกาจได้อย่างต่อเนื่องอิงอิงได้แต่ยืนมองเขาตาปริบๆ กับจ้าวหยางหมิงเซียนยังไม่กล้าทำอย่างนี้จ้าวหยางหมิงเซียนไม่เคยขัดราชโองการได้ แต่กับอานนท์เขาทำได้“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหนูดีดี้” ไพลินก็ยังคงไม่ยินยอมเช่นเดียวกัน นิสัยดื้อดึงเอาแต่ใจของบ้านนี้เป็นเหมือนกันหมด“แกไม่มีสิทธิ์เอาหลานของเมียน้อยพ่อมาทำเมีย ม๊าไม่ยอม” ไพลินเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ “หากแกกล้าดีเอายัยนั่นมาทำเมีย ม๊าจะฆ่าตัวตาย”
เมื่ออิงอิงถูกสืบค้นว่าเป็นใครมาจากไหนกัญญาจึงถูกดึงมาเกี่ยวด้วยอย่างไม่ต้องสงสัยนั่นจึงทำให้ไพลินต้องพาพวกเดินทางมายังห้องคอนโดของอานนท์แห่งนี้หลังจากที่ไม่เคยสนใจจะมา หากไพลินอยากเจอลูกชายก็แค่นัดเจอกันหรือให้เข้าไปหากันที่บ้าน แค่นั้นในเวลานี้หากเป็นเมื่อก่อนอานนท์คงจะดีใจที่ทั้งพ่อและทั้งแม่มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เวลานี้กลับไม่ใช่เขากำลังรู้สึกหนักใจจนเริ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่คงเอาไว้ซึ่งมาดสุขุมนุ่มลึกดังเช่นปกติเพื่อสังเกตสถานการณ์ตรงหน้าอย่างมีสติอยู่นิ่งๆ“น้าสาวเอาพ่อ ส่วนหลานสาวก็เอาลูก แผนสูงกันเสียจริง” ประโยคหลังไพลินพูดไปทางกัญญาและอิงอิง เธอมองทั้งสองด้วยสายตาดูถูกดูแคลนเป็นอย่างมากกัญญาและอิงอิงได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่นิ่งๆ อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว พวกเธอเถียงไม่ได้จริงๆ ด้วยสถานะภาพตอนนี้มันเป็นอย่างนั้นอย่างไม่มีข้อแก้ตัว“เฮ่อ! เอาเถอะ เรื่องของน้าหลานคู่นี้ไม่ได้อยู่ในใจความสำคัญของฉันเลย” จู่ๆ ไพลินก็พูดว่าอย่างนั้น“พวกเธอมันไม่มีค่า” ไพลินพูดปิดท้ายด้วยประโยคเหยียดหยามและละสายตาจากกัญญาและอิงอิงมามองทางอานนท์แทน “วันนี้ม๊ามีเรื่องจะคุณกับอาหมิง”อานนท์ถึงก
ในขณะที่สองชายหญิงกำลังเปิดศึกเบาๆ กันอยู่นั้นเสียงสัญญาณหน้าห้องพลันดังอานนท์จึงค่อยๆ ปล่อยใครบางคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจออกอย่างช้าๆ แล้วพูดใส่หน้า “คืนนี้ผมจะจัดให้หนัก”“หื้อ”เขาจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากของอิงอิงอีกหนึ่งทีตามด้วยจูบเธอที่หน้าผากของเธออีกหนึ่งครั้งก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องให้แขกผู้มาใหม่“ว่าไงเจ้าลูกชาย” เจ้าสัวเทียนชัยเอ่ยทักทายอานนท์ในทันทีที่ประตูเปิดออก“หวัดดีครับป๊า” อานนท์ยกยิ้มส่งให้พ่อของเขาทันทีเมื่อได้ยินเสียงทักทายและใบหน้าของเจ้าสัวเทียนชัย“ป๊าอยากจะฉลองให้แกเสียหน่อย เรียกกัญญาขึ้นมาด้วยได้ไหม” ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นพ่อแต่เรื่องอย่างนี้ยังต้องถามหาความเต็มใจของลูกชายตรงหน้าอานนท์พยักหน้าให้แล้วกล่าว “ย่อมได้ครับป๊า คนกันเองทั้งนั้น ป๊ากำลังคิดมากเกินไป”“ดีมากอาหมิง เห็นป๊าเป็นอย่างนี้ ป๊าก็เป็นคนดีใช่ย่อย” ว่าแล้วก็หัวเราะยกใหญ่ไม่เกรงใจอายุเวลาผ่านไปไม่นานบรรยากาศการเฉลิมฉลองย่อยๆ จึงเกิดขึ้นการฉลองของทั้งสี่คนเป็นเพียงการนั่งกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มกันแบบสบายๆ ไม่มีพิธีรีตองถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงระดับมหาเศรษฐี ในเวลานี้มีบุคคลสี่คนกำลังนั่งด
อานนท์เอื้อมมือขึ้นโยกศีรษะของอิงอิงเบาๆ “ทำไมไม่กิน มองอะไรอยู่” เขาถามขึ้นเมื่ออิงอิงเอาแต่จ้องหน้าของเขาหญิงสาวจึงละสายตาจากชายหนุ่มตรงหน้าแล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารตามคำ เธอกินไปยิ้มไปอยู่ในหน้าทั้งอย่างนั้น“กินเสร็จแล้วมาทำแผล” เขาว่าอย่างนั้นพลางเดินไปที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟาเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทำแผลเหมือนเมื่อหลายวันก่อนที่ผ่านมาหญิงสาวเห็นอย่างนั้นจึงรีบกินอาหารตรงหน้าในทันที เธอใช้เวลากินอาหารซักพักก็เดินไปให้ชายหนุ่มทำแผลตามคำหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญวันก่อนจนอิงอิงมีบาดแผลถลอกเต็มตัว อานนท์ก็ไม่เคยห่างจากอิงอิงไปที่ไหน เขาขอใช้สิทธิ์ลางานกับพ่อของเขาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะอยู่ดูแลอิงอิงไม่ให้ห่างไกลกัน ทุกวันนี้อิงอิงไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เธอแค่นอนให้อานนท์กอดในเวลากลางคืนแล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้ารอเขาทำอาหารให้กิน แล้วก็มานั่งให้เขาทำแผลที่เกือบจะหายดีแล้วแค่นั้นอา...มีความสุขจังอิงอิงยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ใครบางคนทำแผลที่เกือบจะหายดีแล้วอยู่อย่างนั้น“เล่าให้ผมฟังอีกได้ไหม เรื่องของจ้าวหยางหมิงเซียนกับไป๋กุ้ยอิง” อานนท์ถามขึ้นขณะนั่งก้มหน้าก้มตาทำแผลที่หัวไหล่ให้อิงอิง
อิงอิงเดินออกมาจากมุมทางเดินแห่งหนึ่งที่ต้องผ่านห้องไอซียู เธอเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของผู้ชายหล่อเหลาคุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่งอยู่หน้าห้องนั้นเขากำลังยืนอยู่คล้ายกับหุ่นขี้ผึ้ง เขากำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึกดังเช่นปกติเหมือนที่เคยเป็นมาแต่ทว่า...เขากำลังมีสีหน้าคล้ายเจ็บปวดคล้ายทรมานอยู่ตลอดเวลา เขายืนอยู่นิ่งๆ ด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำยากเกินเยียวยาหญิงสาวถอนหายใจหนักๆ ออกมาหนึ่งที ภาพของผู้ชายที่ยืนทำหน้าเศร้าเจียนตายอย่างนั้น ภาพของผู้ชายที่มักจะยืนอาลัยอาวรณ์ต่อผู้หญิงคนหนึ่ง ภาพของผู้ชายที่มักจะยืนคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ไม่ใช่ใครเขาคือจ้าวหยางหมิงเซียนในชาติที่แล้ว และก็เป็นอาหมิงของเธอในชาตินี้คุณอานนท์นั่นเอง“อาหมิง...” เสียงของอิงอิงถูกส่งออกไปในทันทีอานนท์ที่กำลังยืนนิ่งอยู่คล้ายกับหยุดหายใจไปแล้วนั้นเขาถึงกับผงะชะงักงันแข็งค้าง“อาหมิง...” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นอีกทีทำเอาอานนท์ยิ่งต้องกะพริบตา“อาหมิง...” เสียงนั้นดังอีกครั้งทำเอาอานนท์ต้องรีบหันหน้าไปมองเขาเห็นเพียงทางเดินโล่งๆ ทอดยาวว่างเปล่าไร้ผู้คนเดินผ่านไปมาอ







