Mag-log inเกี้ยวเจ้าสาวขนาดแปดคนหามเคลื่อนขบวนออกจากวังหลวงตั้งแต่ยามเหม่า การตกแต่งประดับประดานับว่าประณีตงดงามไร้ที่ติ ถึงคณะเดินทางจะออกจากแคว้นซีจิ้งเช้าปานนี้ ทว่าประชาชนก็ยังรวมตัวออกมาส่งองค์หญิงอันเป็นที่รัก หีบสินเดิมทอดยาวเป็นสาย บ่งบอกถึงความสำคัญขององค์หญิงในพระทัยพระบิดา
ร่างอรชรในเกี้ยวเจ้าสาวนั่งหลังเหยียดตรงใบหน้าภายใต้ผ้าแดงมงคลเรียบเฉย เสียงอวยพรที่ดังมิได้เข้าหู เพราะในใจรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นไปตามคำบัญชา หาใช่ความรู้สึกแท้จริงไม่ ทันทีที่สวมใส่ชุดวิวาห์สีแดงสดภายในใจก็หนักอึ้ง หนทางข้างหน้าจะดีหรือร้ายไม่อาจคาดเดา จ้าวฟางหลินหลับตาลงช้า ๆ เสียงผู้คนเริ่มไกลออกไปจนกระทั่งเสียงเหล่านั้นเงียบลงไปในที่สุด นางคงเดินทางออกนอกเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“องค์หญิงเพคะ ขบวนเราจะพักโรงเตี๊ยมข้างหน้า องครักษ์เฉินล่วงหน้าไปเตรียมสถานที่ไว้แล้ว เราจะหยุดค้างหนึ่งคืน องค์หญิงพอพระทัยหรือไม่เพคะ” จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมา พลันในใจอดจะคิดไม่ได้ว่าหากไม่พอใจเล่าจะอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตลอดไปได้หรือ ทว่าความคิดก็คงเป็นได้เพียงความคิด สิ่งที่แสดงออกไปมีเพียงแค่พยักหน้าตกลง
“เอาตามที่พวกเจ้าเห็นสมควรเถิด ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ทั่วถึง คนแบกหามเกี้ยวข้าเช่นกัน แบ่งอาหารให้พวกเขาเสียมากหน่อย พวกเขาแบกหามข้ามาตั้งไกลเหน็ดเหนื่อยมิใช่น้อย”
“เพคะองค์หญิง” ถางเย่นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามมารับใช้องค์หญิงฟางหลิน ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม ในใจนึกปลาบปลื้มที่องค์หญิงทรงใส่ใจบ่าวไพร่ถึงเพียงนี้
ไม่แปลกใจที่องค์หญิงของนางจะเป็นที่รักของเหล่าผู้คนแคว้นซีจิ้ง เพราะพระองค์เป็นผู้ที่มีเมตตาแม้กระทั่งบ่าวแบกหามผู้ต่ำต้อย พระองค์ก็ยังคงห่วงใย นับเป็นโชคดีที่นางได้ติดตามมารับใช้พระองค์หญิงเช่นนี้ เป็นบ่าวหากมีนายดีย่อมนับว่าเป็นวาสนาอันสูงส่ง
จ้าวฟางหลินลงจากเกี้ยวก็ขึ้นไปพักยังห้องนอนที่โรงเตี๊ยม นางไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ใดลอบเข้ามาทำร้ายได้ องค์ฮ่องเต้ทรงจัดยอดฝีมือตามอารักขานางหลายสิบนายและสายลับเงาอีกนับไม่ถ้วนหากจะมีผู้ใดกล้าเข้ามาไม่นับว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรอกหรือ
จะว่าเร็วก็เร็วจะช้าก็ช้า เวลาไม่ถึงสิบห้าวัน จ้าวฟางหลินก็ข้ามแคว้นมาเป็นที่เรียบร้อย ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวค่อย ๆ เคลื่อนขบวนไปยังวังหลวงเพื่อทำความเคารพต่อองค์ฮ่องเต้ต่างแคว้นเป็นอันดับแรก เมื่อก้าวเข้ามายังท้องพระโรงในใจก็เศร้าหมอง ทว่าใบหน้าและท่าทางที่แสดงออกมานั้นกลับเด็ดเดี่ยว และไม่ทิ้งความอ่อนหวานงดงามของนางเลยแม้แต่น้อย
“หม่อมฉันจ้าวฟางหลินถวายพระพรองค์ฮ่องเต้ ถวายพระพรองค์ฮองเฮาเพคะ” เสียงกังวานใสดังขึ้นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจให้กับเจ้าบ้านเป็นอย่างดี
“อย่าได้มากพิธีเลยฟางหลิน เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าสบายดีหรือไม่”เหลียงเทียนเฉิงฮ่องเต้แคว้นฉู่ถามขึ้นอย่างเป็นกันเอง พระสุรเสียงเอ่ยออกไปอย่างอ่อนโยน เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาจ้าวฟางหรงก็เคยเป็นสตรีของแคว้นฉู่มาก่อน และนางยังเป็นถึงบุตรีของเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีอีกด้วย
“ขอบพระทัยเพคะ”จ้าวฟางหลินโน้มตัวรับคำ กิริยามารยาทงดงามเช่นดังองค์หญิงพึงกระทำ เป็นที่ถูกใจขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮาเป็นอย่างมาก
สำรับของวังหลวงที่ถูกปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นดี ถูกนำออกมาต้อนรับ จ้าวฟางหลินพอได้คลายกังวลลงไปได้บ้าง เพราะเห็นแล้วว่าเจ้าของแคว้นต้อนรับนางเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าพระชายาต่างแดนเช่นนางจะไม่ต่างจากพระชายาบรรณาการที่ตรงไหน แต่เมื่อได้รับการต้อนรับที่ดีเช่นนี้ก็อดที่จะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างไม่ได้
เพียงไม่นานการรอคอยของนางก็สิ้นสุดลง เมื่อบุรุษรูปร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงเฉกเช่นเดียวกับนางก้าวเข้ามาสมทบยังท้องพระโรงแห่งนี้ จ้าวฟางหลินประสานมือตนเองไว้ที่หน้าตัก ในใจหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าหน้าตาว่าที่สวามีจะเป็นเช่นไร แต่เรื่องความป่าเถื่อนที่ได้ยินมายังดังก้องในหัว ร่างบางอดหวาดกลัวมิได้
“เสร็จพิธีแล้วก็พาพระชายาของเจ้ากลับจวนเถิดเฟิงไห่”
“พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นลูกทูลลา”
เป็นอีกครั้งที่จ้าวฟางหลินต้องเดินทางแต่การเดินทางครั้งนี้แค่เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น เจ้าบ่าวหน้าตาเป็นเช่นไรนางไม่อาจเห็นได้ เพราะมองจากผ้าปรกหน้าช่างเลือนรางรู้เพียงร่างกายใหญ่โตนัก
ขบวนเจ้าสาวเคลื่อนออกจากวังหลวงไปยังตำหนักบูรพาเหลียงเฟิงไห่ขี่อาชาสีขาวนวลราวไข่มุกนำอยู่หน้าขบวน ใบหน้าหล่อเหลาไม่บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ใด เมื่อเข้ามาถึงตำหนักบูรพาบ่าวสาวต่างก็ทำพิธีคำนับฟ้าดิน และส่งตัวเข้าไปอยู่ในห้องหอ
เหลียงเฟิงไห่มองพระชายาตนเองนั่งหลังตรงทว่าสง่างามอยู่บนเตียงก็ยกยิ้มขึ้นมา ร่างหนาเดินไปเปิดผ้าคลุมปิดหน้าออก เพียงแค่แวบแรกที่ได้สบสายตาราวกับตกอยู่ในภวังค์แววตาพระชายาดูหวาดหวั่น เหลียงเฟิงไห่ชะงักค้าง เพียงไม่นานก็เกิดโทสะอย่างไร้เหตุผลเหตุใดนางจึงคล้ายกับว่าไม่รู้จักเขามาก่อน
“ข้ามิเต็มใจที่จะรับเจ้ามาเป็นชายา หากรู้อย่างนี้แล้วก็จงกลับแคว้นของเจ้าไปเสีย อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก”น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาอย่างไม่ถนอมน้ำใจของอีกฝ่าย
จ้าวฟางหลินเงยหน้าขึ้นดวงตาสั่นไหว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น นางหาได้เข้าใจสิ่งใดไม่ หากไม่ต้องการรับนางเป็นพระชายาเหตุใดไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก กราบไหว้ฟ้าดินร่วมกับนางไปเพื่อเหตุใด เช่นนี้แล้วนางจะกลับได้อย่างไร มิใช่ว่านางเป็นพระชายาของเขาไปโดยถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีแล้วหรือ
“พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยหม่อมฉันหรือเพคะ” เสียงใสถามออกไปอย่างใคร่รู้ ไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่นางที่ไม่เต็มใจ เขาเองก็ไม่เต็มใจเช่นกันใช่หรือไม่
ตอนพิเศษ ๓ ปอยผมแคว้นซีจิ้ง “องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเรียกองค์รัชทายาทอย่างอ่อนใจ เหตุใดพระองค์จึงไม่ปรานีเขาบ้าง หากองค์ฮ่องเต้ทรงรู้ว่า องค์รัชทายาทหนีออกจากวังหลวง หลังเขาก็คงจะได้หลั่งเลือด แต่หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับพระองค์เกรงว่าเขาก็คงจะต้องบอกลาศีรษะอันนี้ไปเสีย“ข้าบอกแล้วไงว่าให้เรียกคุณชาย” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยออกมา ทว่าใบหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด“พ่ะย่ะ...เอ่อ...ขอรับคุณชาย” องครักษ์หนุ่มรีบเปลี่ยนคำพูดทันที เมื่อเห็นสายตาพยัคฆ์จ้องมองมาก็ทำเอาขนบนศีรษะตั้งชัน เหตุใดองค์รัชทายาทจึงมีสายตาน่าเกรงขามเช่นนี้แม้องค์ชายน้อยจะใช้ชีวิตผ่านมาเพียงสิบสองหนาว แต่กลับเฉลียวฉลาดราวมีชีวิตมาร่วมสามสิบหนาว ติงเชาจึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดยามที่พระองค์ทำสิ่งใด ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จ“ข้าได้ยินมาว่า ชาวซีจิ้งนั้นเก่งกาจด้านการขี่ม้านัก ขนาดเด็กเล็กเด็กน้อยก็ขี่ม้าได้ก่อนกินข้าวเสียอีก หากไม่เห็นกับตาข้าย่อมไม่อาจเชื่อ”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่าองค์...คุณชาย ไม่ใช่เราต้องกินข้าวตั้งแต่ยังไม่คลานหรอกหรือ หากยังไม่คลานจะขี่ม้าได้อย่างไร แปลกจริง” เหลียงเฟิงไห่ถอนหายใจออกมาก่อน
ตอนพิเศษ ๒ พระชายารองตายแล้วเหลียงเฟิงไห่รีบอาบน้ำให้จ้าวฟางหลินอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จแล้วก็อุ้มขึ้นไปนอนที่เตียง หลังจากห่างหายไปนาน เขาเองก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เมื่อวางร่างอรชรนอนลงบนเตียง เขาก็ยืดตัวขึ้นและกวาดสายตามองจ้าวฟางหลินตั้งแต่ศีรษะจนไปถึงปลายเท้า เมื่อมองจนครบก็ไล่มองใหม่อีกครั้ง จ้าวฟางหลินทนไม่ไหวอีกต่อไปนางดึงผ้าขึ้นมาจะคลุมกาย ทว่าสวามีกลับรั้งเอาไว้เสียก่อน“หลินหลินเหตุใดต้องเอาผ้ามาปิดเล่า” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยออกมาพร้อมกับใบหน้าบูดบึ้ง“หม่อมฉันไม่ได้หน้าหนาเช่นพระองค์นี่เพคะ” จ้าวฟางหลินตวัดสายตามองด้วยความขุ่นเคือง“เช่นนั้นข้าจะเริ่มแล้วนะ” จ้าวฟางหลินกัดปากตนเองเพราะความเขินอาย ฝ่ามือสวามีช่างร้อนนัก ลูบผ่านตรงไหนก็ทิ้งความร้อนเอาไว้ตรงนั้น จ้าวฟางหลินนอนหลับตาตัวสั่นระทวยกับสัมผัสเอาแต่ใจของสวามี ทว่าภาพในอดีตผุดย้อนเข้ามา สวามีนางเป็นพวกไม่หยุดหากน้ำที่ออกมาจากตรงนั้นไม่แห้งเหือด หากปล่อยให้เขาได้ปล่อยน้ำออกเอง นางคงจะลุกไม่ไหวแน่ คิดได้ดังนั้นจ้าวฟางหลินก็ผุดลุกขึ้นและดันสวามีลงไปนอนแทนที่นาง“หลินหลินช่างรู้ใจสามี” เหลียงเฟิงไห่ยิ้มกว้างกับสิ่งที่ชายารั
ตอนพิเศษ ๑ เหลียงจิ่งเสียนเพราะความดีความชอบในการกวาดล้างกบฏจนสิ้นซากไปจากแคว้นฉู่ในครั้งนั้น องค์รัชทายาทต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล ส่งผลให้ยามนี้แม้องค์ฮ่องเต้จะมีจดหมายส่งมาเรียกตัวเขากลับแคว้นฉู่มากมายเพียงใด องค์รัชทายาทหนุ่มก็ทำเมินเฉย ในเมื่อไม่รับย่อมไม่รู้ ทั้งม้าเร็วที่ต้องวิ่งกลับไปมือเปล่า ทั้งพิราบสื่อสารที่ถูกส่งกลับคืน องค์ฮ่องเต้เทียนเฉิงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตนเองอย่างเจ็บใจ“เจ้าลูกคนนี้นับวันยิ่งกำเริบเสิบสานนัก หากข้าไม่กำราบเสียบ้างวันข้างหน้าก็คงจะไม่เห็นศีรษะข้ากระมัง” เสียงเกรี้ยวกราดออกมาจากปากขององค์ฮ่องเต้แคว้นฉู่อย่างไม่พอพระทัย ม้าเร็วส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ถูกตีกลับเสียทุกครั้ง“จะไม่เห็นได้อย่างไรเพคะ พระองค์เป็นเสด็จพ่อของไห่เอ๋อร์นะเพคะ”ฮองเฮาสุ่ยหนิงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ สวามีนางแค่ต้องการจะโยนงานให้บุตรชาย เพื่อที่ตนเองจะได้ออกเที่ยวเล่นเหตุใดนางจะไม่รู้เล่า“ลูกสะใภ้ก็คืนดีด้วยแล้วมิใช่หรือ เหตุใดยังไม่กลับมาอีกเล่า สุ่ยหนิงเจ้ารู้หรือไม่ฎีการ้องเรียนให้ข้าปลดไห่เอ๋อร์ยามนี้มีกี่ฉบับ เป็นถึงองค์รัชทายาททิ้งแว่นแคว้นไปนานเช่นนี้สมควรแล้วหรือ”
ตอนที่ 50 นางผู้เดียวตลอดไปตำหนักจ้าวฟางหลินวุ่นวายไปด้วยเหล่าหมอหลวงที่ถูกเรียกตัวเข้ามาภายใน จากตอนแรกที่คิดว่าจะให้มาตรวจครรภ์ขององค์หญิงใหญ่ ทว่าเมื่อมาถึงกลับเห็นบุรุษตัวโตนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวก็อดจะตกตะลึงไม่ได้ แต่เมื่อนึกดูดี ๆ ผู้ใดจะกล้ามานอนบนเตียงพระธิดาคนโปรดขององค์ฮ่องเต้กันเล่าหากไม่ใช่พระสวามีของนาง เหลียงเฟิงไห่ องค์รัชทายาทแห่งแคว้นฉู่ ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่ามัจจุราชหน้าหยกผู้นั้น กำลังนอนออดอ้อนองค์หญิงใหญ่จ้าวฟางหลินบนเตียงเช่นนี้ ช่างเป็นภาพที่ไม่กล้าแม้แต่ฝัน “ทูลองค์หญิง บาดแผลไม่ลึกมาก กระหม่อมทำแผลให้แล้ว เพียงไม่โดนน้ำภายในสามวันนี้ก็หายดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ส่วนอาการอื่น ๆ ก็จะมีเพียงความอ่อนล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น หลังจากนี้ก็ดื่มยาที่กระหม่อมจัดให้ และพักผ่อนให้มากเสียหน่อยก็เพียงพอ”“ขอบใจท่านหมอโจวมาก”เมื่อหมอหลวงโจวออกไปแล้ว ภายในห้องจึงเหลือเพียงสองสามีภรรยาตามลำพังเท่านั้น เหลียงเฟิงไห่มองใบหน้าหวานของพระชายาอย่างแสนคิดถึง ร่างหนาขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะรั้งร่างอรชรเข้ามากอดไว้แนบอก จ้าวฟางหลินดิ้นออกทันที“โอ๊ย!!!...หลินห
ตอนที่ 49 มารับพระชายากลับแคว้น“รัชทายาทแคว้นฉู่มาเยือน ต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้การต้อนรับ ไม่ทราบรัชทายาทเสด็จมาถึงซีจิ้งมีเรื่องด่วนอันใดหรือ”จ้าวฉงซานนั่งอยู่บนอาชา คำพูดฟังดูนอบน้อม ทว่าการกระทำมิได้ให้ความเคารพอีกฝ่ายเท่าใดนัก จะให้เขาเคารพได้อย่างไร ในเมื่อบุรุษผู้นี้ทำให้พี่รองเขาเสียใจ เวลาผ่านมาเนิ่นนานป่านนี้ถึงค่อยมาตาม สมควรแล้วหรือ? หากเขาจะยินยอมให้อีกฝ่ายพบพี่สาวของเขาได้อย่างง่ายดายก็คิดผิดแล้ว“ข้ามารับพระชายากลับแคว้นฉู่”เหลียงเฟิงไห่จ้องหน้าจ้าวฉงซาน น้องชายจ้าวฟางหลินด้วยใบหน้าเรียบเฉย“มารับหรือ ไม่ใช่ว่าพระองค์เอาหนังสือหย่ามามอบให้พี่หญิงกระมัง ต้องขออภัยพระองค์แล้วพี่หญิงไม่ปรารถนาจะพบ เชิญพระองค์กลับไปเถิด” รอยยิ้มเย้ยหยันของท่านอ๋องซีจิ้งที่ส่งมา ทำเอาคิ้วหนาของเหลียงเฟิงไห่กระตุกขึ้น “ฉงซานข้าไม่อาจใจเย็นได้ตลอด” องค์รัชทายาทต่างแคว้นเอ่ยด้วยเสียงลอดไรฟัน พลางจ้องหน้าบุรุษบนหลังม้าอย่างไม่พอใจ“หึ!!!...ข้าไม่ได้อยากรู้ว่าเจ้าจะใจเย็นหรือไม่ สิ่งที่ข้าต้องการ...คือการที่เจ้ากลับไปเสีย อย่ามาสร้างความยุ่งยากให้พี่หญิงอีก” ตามนิสัยของท่านอ๋องผู้นี้แล้ว การที่เ
ตอนที่ 48 ขอหย่ากว่าจะกวาดล้างพวกที่มีใจกบฏและจัดระเบียบการเมืองและการทหารแคว้นฉู่ใหม่ทั้งหมดเสร็จสิ้นเวลาก็ผ่านไปเนิ่นนาน เข้าเดือนที่สามงานตรงหน้าก็เหมือนจะยังไม่แล้วเสร็จเสียที จิตใจองค์รัชทายาทเกินจะทนไหวแล้วเหลียงเฟิงไห่มองกองฎีกามากมายตรงหน้าที่รอให้เขาจัดการแล้วขมวดคิ้วแน่น แม้รู้ดีว่าหน้าที่นี้เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงทว่าในใจของเขากลับไม่อาจสงบเช่นทุกครา ตัวอักษรมากมายที่เคยอ่านเข้าใจโดยง่ายยามนี้กลับรู้สึกว่ายากจะตีความ ในความคิดมีเพียงใบหน้าที่นิ่งเฉย และแววตาที่เย็นชาของจ้าวฟางหลิน ข้อความในจดหมายที่นางเขียนส่งมาเขาจำได้ทุกตัวอักษรมือหนากำเข้าหากันแน่น“หม่อมฉันจ้าวฟางหลินเป็นองค์หญิงแห่งซีจิ้ง แม้ยามนี้เป็นเพียงบรรณาการที่ถูกส่งมาเพื่อผูกไมตรี แต่ก็มิได้ไร้เกียรติจนพระองค์สามารถดูแคลนเช่นนี้ได้ ในเมื่อพระองค์มีสตรีในดวงใจแล้วเช่นนั้นก็ทรงมอบใบหย่าให้แก่หม่อมฉันเถิดเพคะ แล้วนับจากนี้เป็นตายก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”เหลียงเฟิงไห่เม้มริมฝีปากแน่น ผู้ใดยินดีให้นางหย่าขาดกัน จ้าวฟางหลินนางเป็นชายาของเขา แม้ตายเขาก็ไม่มีทางปล่อยมือจากนาง เพียงแต่ในยามนั้นเรื่องราวในแคว้นฉู่เองก็







