LOGINเพราะมิอาจขัดขืนคำสั่งพระบิดา ฟางหลินจึงต้องอภิเษกกับองค์ชายต่างแคว้นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ทว่าองค์ชายผู้นั้นกลับมีสตรีในดวงใจแล้ว เห็นทีชีวิตการแต่งงานของนางคงไม่พ้นต้องแบกรับความไม่เป็นธรรม เหลียงเฟิงไห่ รัชทายาทแห่งแคว้นฉู่ "ข้ามิเต็มใจที่จะรับเจ้ามาเป็นชายา หากรู้อย่างนี้แล้วก็จงกลับแคว้นของเจ้าไปเสีย อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก" "เจ้าเป็นเพียงพระชายาบรรณการ มีหน้าที่คือบำเรอข้าบนเตียง เรื่องอื่นอย่าได้เสนอหน้า" "ข้าจำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น โปรดรู้ไว้ว่าข้ารักเจ้าจากใจจริง กลับตำหนักบูรพากับข้าเถิด" จ้าวฟางหลิน องค์แคว้นซีจิ้ง "หม่อมฉันเองก็หาได้อยากจะแต่งเข้ามาไม่ พระองค์น่าจะทราบว่าหม่อมฉันไม่มีทางเลือก" "ข้าก็เป็นถึงองค์หญิงพระองค์หนึ่ง หากคิดว่าจะข่มแหงกันได้ง่าย ๆ เจ้าก็คิดผิดแล้ว" "หากสตรีผู้นั้นคือยอดดวงใจของพระองค์ตำแหน่งพระชายาบรรณาการนี้หม่อมฉันก็ไม่ต้องการ" 1.ชะตาร้ายกลายรัก จ้าวฉงซาน + กัวฉุนฮวา (วางจำหน่ายแล้ว) 2.ชะตาร้ายลวงรัก จ้าวฟางหลิน + เหลียงเฟิงไห่ (เรื่องนี้) 3 ชะตาร้ายชะตารัก จ้าวตี๋เฟย + หยางหลิงเซียง (เร็ว ๆ นี้)
View More“...เสด็จพ่อลูกไม่แต่งได้หรือไม่ แคว้นฉู่มิใช่เป็นแคว้นที่ป่าเถื่อนหรอกหรือ เสด็จพ่อส่งลูกไปเช่นนี้เห็นทีว่าคงจะส่งลูกไปสู่ความตาย ไม่ทรงรักลูกแล้วหรือเพคะจึงได้ผลักไสกันเช่นนี้”
น้ำเสียงหวานเอ่ยตัดพ้อผู้เป็นบิดาจ้าวฝูหมิงองค์ฮ่องเต้แคว้นซีจิ้งถอนหายใจออกมาอย่างปวดใจ ไม่ใช่ว่าพระองค์จะไม่ทรงรักพระธิดาคนนี้ของตน ทว่าพันธสัญญาที่เคยมอบให้ไว้กับแคว้นเพื่อนบ้านนั่นก็สำคัญ เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วมิอาจคืนคำ
“หลินเอ๋อร์ใช่ว่าพ่อจะไม่รักเจ้า แต่เพราะสวรรค์ลิขิตเอาไว้เช่นนี้ อีกอย่างแคว้นฉู่ก็หาได้ป่าเถื่อนอย่างที่ว่า เสียงร่ำลือมักเกินจริงเสมอ ไม่เห็นหรือว่าผู้คนต่างก็ลือกันไปว่าซานเอ๋อร์ดุร้ายเช่นไร แต่เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าน้องสามของเจ้าหาได้เป็นเช่นนั้น ชาวฉู่ก็เช่นกัน อย่าได้ด่วนตัดสินเพียงแค่ได้ยินมาหากเจ้ายังไม่พบเจอลูกเอ๋ย”
ถึงแม้จะได้ยินคำปลอบประโลมจากบิดาจ้าวฟางหลินก็หาได้คลายความกังวลไม่ ใบหน้าหวานยังคงอาบไปด้วยหยาดน้ำตา สายตาตัดพ้อยังคงส่งไปที่องค์ฮ่องเต้อย่างไม่ลดละ
“เสด็จพ่อเมตตาลูกสักครั้งเถอะเพคะ ลูกไม่อยากจากบ้านจากเมืองไปไกลเช่นนี้ ให้ลูกได้อยู่ปรนนิบัติเสด็จพ่อและเสด็จแม่ที่แคว้นของเรามิได้หรือ”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าอยากให้พ่อเป็นกษัตริย์ที่ตระบัดสัตย์หรือหากทำเช่นนั้นคงมิอาจเลี่ยงสงคราม หรือเจ้าอยากให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเพราะเชื้อพระวงศ์เช่นเราไม่รักษาสัจจะวาจา เฮ้อ...ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วหลินเอ๋อร์ อย่างไรเสียการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่อาจยกเลิกได้ ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องแต่งให้ผู้ใดผู้หนึ่งอยู่ดี แล้วแต่งให้องค์รัชทายาทเหลียงเฟิงไห่ไม่ดีตรงไหน”
เสียงทรงอำนาจจำเป็นที่จะต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดกับบุตรี เพราะพระองค์ไม่ต้องการจะเห็นน้ำตาและใบหน้าที่เศร้าหมองของบุตรอันเป็นที่รักอีกต่อไปแล้ว
พระธิดาจ้าวฟางหลินก้มหน้าลง ใครกันบอกว่าเกิดเป็นลูกหลานมังกรแล้วจะดี ดีที่ตรงไหนกันขนาดจะแต่งงานยังไม่สามารถเลือกบุรุษที่ตนเองรักได้เลย ใครเลยจะไม่รู้ว่าการแต่งงานของนางเป็นเพียงแค่การแต่งงานทางการเมืองเท่านั้น นางต่างจากเชลยศึกที่ตรงไหน
องค์ฮองเฮาเห็นใบหน้าของสวามีและบุตรีที่ไม่สู้ดีนัก จึงได้พาจ้าวฟางหลินออกมาจากห้องทรงงานของสวามีเสียก่อนที่จะเกิดความตึงเครียดมากไปกว่านี้
เมื่อทั้งสองพระองค์เดินออกมาไกลแล้ว องค์หญิงใหญ่ก็ทิ้งตัวนั่งลงบนศาลาอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาเรียวไม่จางหายจากคราบน้ำตา องค์ฮองเฮาเห็นแล้วก็อดจะเสียพระทัยไปด้วยมิได้
“เจ้าอย่าได้ร้องอีกเลยหลินเอ๋อร์ เจ้าไปแต่งงานมีสวามีมิใช่ไปออกรบ เหตุใดจึงทำตัวไม่รู้จักโตเช่นนี้กันเล่า” จ้าวฟางหรงดึงบุตรีเข้ามากอดเอาไว้แนบอก คนเป็นมารดาเงยหน้าขึ้นกะพริบตาเพื่อไล่ไม่ให้น้ำตารินไหล ในพระทัยกลัดหนองหมองไหม้ หากเป็นไปได้ ใครเลยจะอยากเห็นธิดาเป็นทุกข์เช่นนี้
“เสด็จแม่ลูกไม่อยากแต่ง ไม่มีหนทางอื่นเลยหรือเพคะ เสด็จพ่อพระทัยร้ายนักเหตุใดจึงได้ทำสัญญากันเช่นนั้น ไม่ทรงถามลูกสักครึ่งคำ” เสียงหวานยังคงต่อว่าออกมาไม่ขาดสาย
“อย่าได้พูดเช่นนั้น อย่างไรเจ้าก็เป็นบุตร ต่อว่าเสด็จพ่อเป็นเรื่องที่ดีหรือ หลินเอ๋อร์อย่าได้คิดมากไปเลย แม่เองก็มาจากแคว้นฉู่ หาใช่คนแคว้นซีจิ้งไม่ แต่งเข้ามาเสด็จพ่อของเจ้าก็โปรดปรานแม่เป็นที่สุดมิใช่หรือ แม่เชื่อว่าองค์ชายใหญ่จะโปรดปรานเจ้าเช่นเดียวกับแม่ อีกอย่างที่นั่นท่านตาของเจ้าก็อยู่จะกลัวไปไย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นเจ้าสามารถไปที่จวนท่านตาของเจ้าได้เข้าใจหรือไม่ แม่จะฝากฝังเจ้ากับท่านตาอย่าได้กังวลไปเลย”
จ้าวฟางหลินพยักหน้าทั้งน้ำตา หากเป็นลิขิตของสวรรค์ และประสงค์ของเสด็จพ่อ มีหรือนางจะหลีกเลี่ยงได้ มีเพียงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมนี้อย่างยอมรับ ถึงอย่างไรแคว้นฉู่ก็ยังพอจะมีท่านตาเป็นที่พึ่งของนางได้บ้างถึงแม้จะไม่ได้สนิทกันสักเท่าไรนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายเลือดครึ่งหนึ่งของนางเป็นสายเลือดของแคว้นฉู่เช่นเดียวกับท่านตานางเอง ร่างอรชรเหม่อมองออกไปยังสวนดอกไม้ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ เวลานี้สิ่งที่นางต้องทำคือการทำใจยอมรับเท่านั้นเอง
ตอนที่ 6 กฎข้อที่ยี่สิบหลังจากที่เหลียงเฟิงไห่เข้าไปหาเรื่องนางในห้องอาบน้ำวันนั้น จ้าวฟางหลินก็ไม่เห็นพระพักตร์ของพระสวามีตนเองอีกเลย นางออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเหล่านางกำนัลจัดเตรียมสำรับอาหารอย่างดีเอาไว้รออยู่ก่อนแล้ว ทว่าเจ้าของตำหนักกลับไม่อยู่ หลังจากรับอาหารมื้อนั้นจ้าวฟางหลินก็ถามเวลาอาหารที่แน่นอนของที่แห่งนี้ ทว่าคำตอบจากเหล่านางกำนัลกลับไม่เป็นเช่นที่สวามีขู่นาง หากนางอยากรับอาหารหรือของว่างยามใดก็ย่อมได้ ร่างอรชรได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมาดร้าย เรื่องเพียงนี้ไยต้องมาขู่กันเล่น เหลียงเฟิงไห่ถูกเรียกตัวไปปราบโจรภูเขาที่อี้หนานผ่านไปถึงยี่สิบห้าวันแล้วองค์รัชทายาทก็ยังไม่กลับตำหนัก จ้าวฟางหลินนั่งจิบชาอยู่ในสวนกลางตำหนักไป่เหอ เป็นตำหนักที่คนป่าเถื่อนนั้นมอบให้นางได้อยู่อาศัย ใบหน้าหวานคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อตอนที่สวามีไปรับนางจากวังหลวงท่าทีของเขาก็ยังดูเหมือนเป็นปกติเฉกเช่นคนทั่วไป ทว่าเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกเพียงเท่านั้น นางก็ได้รับสายตาเย็นชากลับคืนมาทันที “นางกำนัลหลี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านตาเสียหน่อยจะได้หรือไม่”นางกำนัลหลี่นางกำน
ตอนที่ 5ไม่เลี้ยงคนอ่อนแอถางเย่ยกถังน้ำเข้ามาในห้อง เมื่อนางกำนัลคนสนิทเห็นสภาพองค์หญิงของตนเอง น้ำตานางก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้“โธ่...องค์หญิงของเย่เย่”มือนางกำนัลหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดรอยคราบน้ำรักที่แห้งกรังเต็มเนื้อตัวเจ้านายตนเอง บนร่างกายที่ขาวนวลเต็มไปด้วยรอยแดง บางแห่งก็แดงเข้มเหมือนจะช้ำ ยิ่งบริเวณเนินอก หน้าท้อง และต้นขา ยิ่งแดงเป็นจ้ำอย่างน่าหวาดกลัวถางเย่ยกมือข้างหนึ่งปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไห้จนตัวสั่นคลอน แต่ถึงแม้ถางเย่จะร้องไห้จนตัวสั่นสักเพียงใด จ้าวฟางหลินก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะตื่นมาปลอบใจนางได้อีก“อย่าร้อง...ข้าไม่เป็นอันใด”เมื่อพูดเสร็จร่างบางก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปทันที นางกำนัลคนสนิทเห็นดังนั้นก็รีบสวมอาภรณ์ให้พระชายาอย่างเบามือ เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างนางก็ร่นถอยออกไปนอนหน้าห้องเช่นเดิมยามเฉิน (07.00-08.59)จ้าวฟางหลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น นางเปิดผ้าคลุมกายตนเองออกก็เห็นว่าร่างกายมีอาภรณ์สวมอยู่ เมื่อนึกดูดี ๆ แล้วก็จำได้ว่าเป็นถางเย่นางกำนัลคนสนิทที่ตามมาจากซีจิ้งเป็นคนผลัดเปลี่ยนให้ มือเรียวยกขึ้นลูบไล้บนที่นอนด้านข
ตอนที่ 4 ป่าเถื่อนที่แท้จริง“องค์รัชทายาท! จะทำอะไรหยุดนะ!”“ข้าจะส่งเสริมเจ้าทำทานอย่างไรเล่า”น้ำเสียงเข้มเอ่ยโต้ตอบพร้อมกับจับเรียวขางามแยกออกจากกัน ร่างสูงกำยำแทรกเข้ากลางกายสาว ขยับเอวหนาสอดประสานความเป็นบุรุษ“หยุดนะ! ข้าเจ็บ!”“หากไม่อยากเจ็บก็อยู่นิ่งๆ” เหลียงเฟิงไห่เอ่ยบอกเสียงแหบพร่า เมื่อยามที่ร่างกายของเขาประสานสอดแทรกเข้าสู่ตัวนาง ความคับแน่นที่ตอดรัดโต้ตอบก็ทำให้เขาสั่นสะท้าน ร้อนผ่าวจนแทบต้านทานไม่ไหว“หลินหลินอย่าเกร็ง ข้า...”“อะ... ข้าเจ็บ! พอแล้ว!” เสียงครวญกระเส่าของนางที่หลุดลอดออกมายามที่เขาขยับเอวหนา เป็นดุจเชื้อเพลิงที่โยนเข้ากองไฟ ร่างกายของรัชทายาทแคว้นฉู่ร้อนผ่าว ขนกายลุกชันจวนเสร็จสม หากแต่ถ้าเขาพ่ายแพ้ต่อนางง่ายดายเพียงนี้คงถูกนางดูแคลนอย่างแน่นอนเหลียงเฟิงไห่ขบกรามแน่น ร่างกายเรียกร้องให้เขาขยับเอวหนาจนสุดกำลังเพื่อกลืนกินนาง เพียงแต่แค่เริ่มขยับตัว จ้าวฟางหลินก็แอ่นอกกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เหมือนร่างกายจะฉีกขาดออกจากกันเหลียงเฟิงไห่มองใบหน้าหวานที่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม มือหนาปล่อยขาเรียวลงข้างกาย ก่อนใช้ปลายนิ้วกดบดคลึงที่เนินเน
ตอนที่ 3 เชื่อมสัมพันธไมตรี“พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยหม่อมฉันหรือเพคะ”เสียงใสถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่มีเพียงแค่นางที่ไม่เต็มใจ เขาเองก็ไม่เต็มใจเช่นกันใช่หรือไม่ คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างใช้ความคิด ถึงแม้จะรู้ดีว่าเชื้อพระวงศ์โดยมากก็มักจะแต่งงานเพื่อความเหมาะสม หาได้มีเรื่องรักใคร่มาเกี่ยวข้อง หากแต่นางเองก็เป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง ย่อมอยากแต่งให้บุรุษที่รักยิ่งไม่ได้เชียวหรือ ถึงแม้จะมิมีใจทว่าท่าทางรังเกียจกันเช่นนี้ ก็เกินจะรับไหว“คำพูดข้าเจ้าไม่เข้าใจตรงไหน หรือสตรีซีจิ้งจะโง่เขลาเบาปัญญา หูพิการถึงได้ไม่เข้าใจคำพูดของข้า”น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกไป พร้อมด้วยสายตาที่มองมาอย่างดูแคลน จ้าวฟางหลินสูดลมหายใจเข้าปอดจนสุดเพื่อข่มกลั้นโทสะในใจเอาไว้ ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าใช้วาจาหยาบคายกับนางเช่นนี้ องค์ชายแคว้นฉู่ไม่เพียงแค่ป่าเถื่อนดังคำร่ำลือ ทว่าฝีปากยังจัดจ้านกว่าสตรีบางผู้บางคนเสียอีก เพียงแค่เจอหน้า ยังมิทันได้พูดจากลับต่อว่าต่อขานนางเสียแล้ว“เช่นนั้นเหตุใดองค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่ไม่ทรงปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรกเลยล่ะเพคะ จะให้หม่อมฉันทนลำบากเดินทางมายังบ้านป่าเมืองเถื่อนของพระอ

















