หลิงหลาน เยี่ยนเหยา เคหาสน์ซ่อนสิเน่หา

หลิงหลาน เยี่ยนเหยา เคหาสน์ซ่อนสิเน่หา

last updateDernière mise à jour : 2026-05-17
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
48Chapitres
878Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ตำหนักหลิงหลานอันลึกลับไม่มีใครรู้ว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ เสี่ยวมี่ เสี่ยวอวี่ เสี่ยวเหม่ย หญิงสาวสามคนถูกส่งเข้าไปบูชายัญโดยไม่รู้ตัว ภายในตำหนักหลิงหลานอันเย็นเยียบนั้น กลิ่นหอมของดอกหลิงหลานปลุกเร้าความปรารถนาที่ไร้จุดสิ้นสุด ภาพฝันอันรัญจวนซ้อนทับกับความเป็นจริงอันเลือนราง หญิงสาวทั้งสามซึ่งหลงวนอยู่ในวังวนของความต้องการที่รอวันเติมเต็ม สัมผัสอันเร่าร้อน เรือนกายเย้ายวน บุรุษหล่อเหลาในความฝันที่ทำให้ไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมา... ********** อุบัติเหตุทำให้ดวงตาของ หลี่อวี๋ บอดทั้งสองข้าง กระทั่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หญิงสาวตัดสินใจ รับตำแหน่งเจ้าบ้านเคหาสน์เยี่ยนเหยาต่อจากน้าสาว ที่เคหาสน์เยี่ยนเหยาภาพของหลี่เหยาผู้เป็นน้า กำลังกอดก่ายคลอเคลียกับบุรุษผู้มีเส้นผมสีเงินยวง ภาพที่เหมือนความฝันแต่ก็ไม่ใช่ความฝัน ทำให้หญิงสาวกระหายที่จะพิสูจน์ความจริง กระทั่งนำมาซึ่งการพบพานระหว่างเจ้าบ้านคนใหม่ กับจิตวิญญาณแห่งขุนเขาอย่าง ไป๋เทียน บุรุษผู้ซึ่งมีเส้นผมสีเงินยวง ความลับซึ่งซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงเคหาสน์เยี่ยนเหยา ผลักดันให้หญิงสาวก้าวออกมาเพื่อหาคำตอบ แท้ที่จริงแล้วเขาผู้นั้นคือใครกันแน่ เหตุใดจึงทำให้เธอสามารถมองเห็นทั้งที่ตามืดบอดทั้งสองข้าง และจำเพาะเจาะจงว่าต้องมองเห็นในช่วงที่เขาอยู่ข้างกายเท่านั้น

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1.1 หลิงหลาน

ในความเลือนรางท่ามกลางม่านหมอกบดบัง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีกำแพงสูงลิบล้อมรอบ กระทั่งไม่อาจมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านใน เกิดมีเสียงประหลาดดังเล็ดลอดออกมา

บางครั้งมีเสียงบรรเลงเพลงพิณ บางคราเกิดมีเสียงขลุ่ยอันไพเราะ กระนั้นรอบด้านกลับไม่มีผู้คนสัญจรผ่าน อีกทั้งความเงียบและด้านนอกที่รกทึบ กลับให้ความรู้สึกวังเวงน่าหวาดหวั่น

ทั้งที่เสียงเพลงบรรเลงไพเราะราวกับเพลงจากสรวงสวรรค์ หากแต่ก็ยังคงไร้ผู้คนเข้ามายินยล

ทอดสายตามองด้านในคฤหาสน์จากจุดที่สูงกว่า ตัวคฤหาสน์ด้านในอันแสนผุพัง กลับปรากฏเงาร่างในชุดสีขาวกระจ่างตา

บุรุษหนุ่มอายุราวยี่สิบสองยี่สิบสาม กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าประตูห้องโถง ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองไร้จุดสิ้นสุด ดวงตาเศร้าสร้อยราวกับกำลังรอคอยบางอย่าง ใครสักคนที่กักขังเขาเอาไว้ทำให้ไม่อาจก้าวออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ชั่วนิรันดร์

“เยี่ยนเฟิง เจ้ามาแล้วหรือ ข้าได้ยินเสียงนึกว่าเจ้ายังอยู่ในห้อง”

บุรุษอีกคนเดินเข้ามา เสื้อผ้าบนเรือนกายของเขาหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ใบหน้าปรากฏเค้าความอิ่มเอิบ เรือนร่างน่าหลงใหลสมเป็นบุรุษเพศภายใต้ชุดคลุมตัวยาว เผยออกมาให้เห็นรำไรภายใต้แสงจันทร์

เขามีนามว่า ‘ว่านหรง’

‘เยี่ยนเฟิง’ มองข้ามสภาพของอีกฝ่าย เพียงมองตรงไปยังประตูใหญ่ จากนั้นจึงยิ้มออกมาที่มุมปาก รอยยิ้มหล่อเหลาแฝงประกายขมขื่น

“นั่นคงมิใช่เสียงข้า เจ้าก็รู้”

“นั่นสินะ”

“จื่อเสียนเล่า”

“ข้าอยู่นี่”

บุรุษนาม ‘จื่อเสียน’ ก้าวออกมาจากอีกด้านของคฤหาสน์ สภาพของเขาไม่ต่างไปจากว่านหรงนัก ออกจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากเส้นผมยาวสยายดูยุ่งเหยิง ทั้งที่เจ้าตัวเองก็พยายามจัดให้เข้าที่

ในช่วงยามจื่อ[1]ของทุกค่ำคืน ทั้งสามมักจะมานั่งหน้าประตูห้องโถง มองดูประตูใหญ่นิ่งราวกับกำลังรอคอยใครบางคน กระนั้นวันเวลาก็ล่วงเลยไปมากกว่าพันปี ทุกอย่างยังคงไม่เปลี่ยน ทั้งสามยังคงถูกกักขังไม่มีใครมาปลดปล่อยให้เป็นอิสระทั้งสิ้น...

ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานเท่าไร ไม่รู้ว่าทั้งสามตายไปแล้วหรือยังคงมีชีวิตอยู่ ไม่รู้ว่าด้านนอกกำแพงสูงนั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ที่รู้ก็คือพวกเขาทั้งสามถูกกักขังอยู่ด้วยกันมามากกว่าพันปีแล้ว

มองดูพระจันทร์บนท้องฟ้า เมฆหมอกที่ยังคงลอยมาบดบัง ทำให้แสงที่เล็ดลอดลงมาบางครั้งสว่างบางครั้งก็มืดมน ความหดหู่ก็ยิ่งเข้าครอบงำทั้งสาม คำถามที่พวกเขาไม่เคยได้คำตอบกลับยังคงวนเวียนอยู่เช่นนั้น

‘เพราะเหตุใดพวกเขาจึงถูกกักขังยังสถานที่แห่งนี้ กระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงเพียงนี้ก็ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย’

สายลมหนาวเหน็บพัดผ่าน กลิ่นดอกหลิงหลาน[2]ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นที่ทำให้บุรุษทั้งสามตัวแข็งทื่อ ดวงตาคมแปรเปลี่ยนจากสุขุมกลับกลายเป็นสีดำทะมึน ทั้งสามเสียการควบคุมตัวเองไปโดยสิ้นเชิง หลังจากสูดกลิ่นนั้นเข้าไป

ดังเช่นทุกคืนที่วนเวียนไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด ทั้งสามคนเดินกลับไปยังห้องนอนของตนซึ่งอยู่คนละฟากของเรือน จากนั้นก็ตรงไปยังเตียงนอน

“ใครอยู่ตรงนั้น”

เสียงหวานของอิสตรีดังขึ้น เยี่ยนเฟิงที่พยายามควบคุมตัวเองเหงื่อซึมออกมาจากหน้าผาก ดวงตาของเขาวูบไหว หากแต่ร่างกายกลับยังคงก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง

ความกระหายเช่นบุรุษเพศยามค่ำคืน ทำให้ตัวตนของเขาตื่นตัวเหยียดขยาย ลมหายใจของเขาหอบหนักหน่วง ทั้งต้องการและขยะแขยงตัวเองในเวลาเดียวกัน

ในยามที่ก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอน มือใหญ่ค่อยๆ ปลดอาภรณ์ออกทีละชิ้น ๆ กระทั่งก้าวขึ้นไปบนเตียงและรั้งร่างอรชรของหญิงสาวบนเตียงเข้ามาอิงแอบ

เป็นเช่นนี้เสมอทั้งที่เขาพยายามขัดขืน หากแต่ทุกค่ำคืนราวกับมีคำสาปทำให้เขาต้องการปลดปล่อย ทั้งยังไม่อาจควบคุมตัวเอง ทุกค่ำคืนอันมืดมิดเวลาเดียวกันนี้ บนเตียงนอนจะปรากฏร่างของสตรีไม่ซ้ำหน้า เรียกร้องให้เขาและสหายทั้งสามเดินกลับมายังเตียงนอนแห่งนี้

หลังจากกอดก่ายคลอเคลียกระทั่งสุขสม รุ่งเช้าวันต่อมาทุกอย่างล้วนหายวับไป ราวกับเป็นความฝันตื่นหนึ่ง

ที่ยังคงอยู่ก็คือพวกเขาซึ่งถูกกักขัง ไม่อาจก้าวออกไปข้างนอก ไม่ต้องกิน ไม่ต้องดื่ม ไม่เจ็บป่วย เพียงรอค่ำคืนผันผ่านวันแล้ววันเล่า

หลายครั้งเขาเคยพยายามปลิดชีวิตตัวเอง หากแต่กลับไร้ผล ราวกับร่างกายนี้เขาหาได้เป็นเจ้าของไม่

ม่านหน้าเตียงถูกปลดลง เช่นกันกับเสียงแห่งความรัญจวนที่เล็ดลอดออกมา นับจากยามจื่อจนกระทั่งฟ้าสาง เยี่ยนเฟิงไม่ได้ก้าวลงมาจากเตียงอีกเลย...

[1] ยามจื่อคือช่วงเวลาห้าทุ่มจนถึงตีหนึ่ง

[2] ดอกระฆังแก้ว หรือ ลิลลี่แห่งขุนเขา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Aran K.
Aran K.
เรื่องนี้ค่อนข้างติดเรท แต่เนื้อเรื่องสนุกแปลกดีไม่ค่อยซ้ำซากจำเจเหมือนที่ติดตลาดเช่นการข้ามมิติ
2026-07-01 03:43:39
0
0
48
บทที่ 1.1 หลิงหลาน
ในความเลือนรางท่ามกลางม่านหมอกบดบัง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีกำแพงสูงลิบล้อมรอบ กระทั่งไม่อาจมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านใน เกิดมีเสียงประหลาดดังเล็ดลอดออกมาบางครั้งมีเสียงบรรเลงเพลงพิณ บางคราเกิดมีเสียงขลุ่ยอันไพเราะ กระนั้นรอบด้านกลับไม่มีผู้คนสัญจรผ่าน อีกทั้งความเงียบและด้านนอกที่รกทึบ กลับให้ความรู้สึกวังเวงน่าหวาดหวั่นทั้งที่เสียงเพลงบรรเลงไพเราะราวกับเพลงจากสรวงสวรรค์ หากแต่ก็ยังคงไร้ผู้คนเข้ามายินยลทอดสายตามองด้านในคฤหาสน์จากจุดที่สูงกว่า ตัวคฤหาสน์ด้านในอันแสนผุพัง กลับปรากฏเงาร่างในชุดสีขาวกระจ่างตาบุรุษหนุ่มอายุราวยี่สิบสองยี่สิบสาม กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าประตูห้องโถง ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองไร้จุดสิ้นสุด ดวงตาเศร้าสร้อยราวกับกำลังรอคอยบางอย่าง ใครสักคนที่กักขังเขาเอาไว้ทำให้ไม่อาจก้าวออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ชั่วนิรันดร์“เยี่ยนเฟิง เจ้ามาแล้วหรือ ข้าได้ยินเสียงนึกว่าเจ้ายังอยู่ในห้อง”บุรุษอีกคนเดินเข้ามา เสื้อผ้าบนเรือนกายของเขาหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ใบหน้าปรากฏเค้าความอิ่มเอิบ เรือนร่างน่าหลงใหลสมเป็นบุรุษเพศภายใต้ชุดคลุมตัวยาว เผยออกมาให้เห็นรำไรภายใต้แสงจันทร์เขามีนามว่า ‘ว่
Read More
บทที่ 1.2
ว่านหรงเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไม่ได้คาดหวังสิ่งใดแล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาพยายามขัดขืน ร่างกายของเขาก็ยังคงไม่เชื่อฟัง เขาตระหนักดีว่าทุกอย่างเป็นคำสาปที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาไร้ซึ่งความทรงจำอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดเมื่อไร ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างสิ้นหวังก้าวไปยังหน้าเตียงนอนร่างอรชรนอนนิ่งอยู่บนนั้น นางหลับตานิ่งบนเรือนกายมีเพียงชุดตัวในสีขาว ทำให้มองเห็นส่วนนูนโค้งเว้าของสตรีเพศร่างสูงเอนกายลงทาบทับ มือใหญ่ค่อยๆ สอดเข้าไปยังสาบเสื้อ กอบกุมความอวบอิ่มเนียนนุ่ม กระทั่งทำให้นางสะท้านไปทั้งกายกลิ่นกายสาวหอมฟุ้งทำให้ว่านหรงยิ่งตื่นตัว เขาไม่อาจควบคุมความผิดชอบชั่วดีในใจ ได้แต่ฉีกทึ้งอาภรณ์บนกายสาวออกต้นขาแกร่งดันท่อนขาเพรียวให้เปิดกว้าง มือทั้งสองข้างสอดเขาไปกอดรัดเอวอรชร จากนั้นสอดตัวตนแข็งขึงของเขาเข้าสู่กายสาว ซึ่งนางเองก็กระหวัดขาเพรียวกอดรัดเขาเอาไว้ ทั้งที่ดวงตายังคงหลับแน่น“อา....”เสียงหวานหวีดออกมาด้วยความหวิวไหว ในยามที่เรือนกายใหญ่ค่อยๆ เข้าครอบครอง ดวงตาคู่งามสะลึมสะลือเพ่งมองในความมืด ว่านหรงก้มหน้าลงไปหา จุมพิตหนั
Read More
บทที่ 1.3
บรรยากาศเศร้าสลดของงานศพ ทำให้หญิงสาวทั้งสามที่เพิ่งเดินทางมาถึงน้ำตาซึม ไม่ได้ข่าวจากเสี่ยวเชี่ยนไม่กี่เดือน ทั้งสามไหนเลยจะคาดว่ามาได้ยินข่าวของอีกฝ่ายครั้งนี้ เพื่อนรักที่เพิ่งจะเรียนจบก็มาจากไปเสียแล้วหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย หญิงสาวทั้งสี่ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน กระทั่งติดต่อกันน้อยมากเพราะต่างคนต่างก็ยุ่งกับงานเสี่ยวเชี่ยนนับเป็นเพื่อนที่หัวอ่อนที่สุด ดังนั้นจึงกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวโดยไม่ปริปาก ทั้งที่เจ้าตัวก็บอกเพื่อนๆ ว่าอยากลองสมัครงานในปักกิ่งมากกว่าครอบครัวของเสี่ยวเชี่ยนให้การต้อนรับหญิงสาวทั้งสามคนเป็นอย่างดี เนื่องจากตอนที่ยังเรียนอยู่นั้น ทั้งสามก็เคยมาเที่ยวบ้านเกิดของเสี่ยวเชี่ยนอยู่บ่อยครั้งสาเหตุการตายของเสี่ยวเชี่ยนคือหัวใจล้มเหลว หากแต่เรื่องที่ฟังดูพิลึกพิลั่นซึ่งได้ยินมาจากคนที่มาร่วมงาน ทำให้หญิงสาวทั้งสามสงสัยอยู่ครามครันหากจะมองจากคนที่เจริญแล้ว ความเชื่อสมัยโบราณที่ว่ามีวิญญาณมาพรากเสี่ยวเชี่ยนไปนั้น ดูจะคร่ำครึและล้าสมัย แต่ถึงอย่างนั้นร่องรอยบนเรือนร่างที่ราวกับถูกกระทำชำเรา กลับทำให้ตำรวจไม่เห็นด้วยกับความเชื่อเหล่านั้นผลการ
Read More
บทที่ 1.4
มองส่งหญิงสาวทั้งสามเข้าไปด้านใน ใบหน้าอ่อนโยนและรอยยิ้มกว้างกลับแปรเปลี่ยน ใบหน้าที่เหมือนผู้ใหญ่ใจดีเปลี่ยนเป็นขาวซีด มือสั่นเทาปิดประตูใหญ่ทั้งยังล็อกโซ่คล้องกุญแจอย่างแน่นหนาเมื่อเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรที่ห้องอยู่เหนือประตู ร่างก็ยิ่งสั่นเทาราวกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง ใบหน้าเลิ่กลั่กมองซ้ายขวาจากนั้นก็เร่งเดินจากไปโดยไม่กล้าหันกลับไปมอง‘ตำหนักหลิงหลาน’อักษรงดงามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้า รวมไปถึงบรรยากาศอันเย็นเยือกยิ่งทำให้ผู้คนหวาดหวั่น เสียงพิณบรรเลงแผ่วเบา ทำให้ฝีเท้าที่เดินเร่งร้อนยิ่งสับสนลับร่างของหญิงสูงวัยที่นำพาหญิงสาวทั้งสามเข้าไปในตำหนักหลิงหลาน ภาพทางเดินอันสะอาดสะอ้านด้านนอกเมื่อครู่ กลับกลายเป็นความรกร้าง ประตูใหญ่ที่เคยดูสง่างามน่าเกรงขาม หลงเหลือเอาไว้เพียงประตูผุพังและหยากไย่เกาะรุงรังถนนทางเข้ากว้างขวาง กลับมีหญ้าสูงปกคลุมกระทั่งไม่อาจมองเห็นพื้น ให้มองอย่างไรก็คงไม่เชื่อว่าเมื่อครู่มีหญิงสาวทั้งสามคนลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป เพราะใครจะเชื่อเล่าว่าบ้านร้างซึ่งดูเหมือนบ้านผีสิงหลังนี้ จะมีคนกล้าเข้าไปอยู่อาศัยจริงๆ‘ขอต้อนรับเข้าสู่ตำหนักหลิงหลาน’เสียงกระซิบอันเ
Read More
บทที่ 1.5
“อากาศอย่างนี้ต้องแช่น้ำร้อนสิ”เมื่อเปิดกระเป๋าเดินทางและจัดวางข้าวของที่จำเป็นเสร็จฉินเหม่ยก็คว้าอุปกรณ์อาบน้ำเดินเข้าไปในห้องน้ำ คาดหวังเต็มที่ว่าจะแช่น้ำให้สบายตัวกลิ่นหอมเย็นของดอกหลิงหลานโชยมากับสายลม ฉินเหม่ยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ในใจคิดว่าสวนในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกหลิงหลาน ช่างทำให้บรรยากาศในบ้านดียิ่งขึ้นจริงๆร่างเปลือยเปล่าสัมผัสกับน้ำที่อุณหภูมิกำลังดี ฉินเหม่ยเอนกายพิงถังน้ำ หลับตาลงดื่มด่ำกับความรู้สึกสบายตัว แม้บอกตัวเองว่าอย่าเผลอหลับโดยเด็ดขาด แต่เพราะร่างกายเหน็ดเหนื่อยจนแทบทนไม่ไหว ในที่สุดก็คอพับไปทั้งที่ยังคงนั่งอยู่ในถังน้ำไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน ในความเลือนรางที่ดูคล้ายมีคล้ายไม่มี สัมผัสที่ลูบไล้ลงไปยังผิวกายร้อนผ่าว ทำให้หญิงสาวครางออกมาด้วยความสบายศีรษะเล็กแหงนหงายไปด้านหลัง พิงเข้ากับกล้ามเนื้อหนั่นแน่นของหัวไหล่หนา ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามานั่งซ้อนอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เมื่อไรฝ่ามือร้อนเลื่อนไปกอบกุมอกอิ่มที่ปริ่มอยู่ขอบน้ำในถัง คลึงเคล้นลงน้ำหนักทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม โดยไม่ให้ฝั่งใดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกายร้อนลวกที่นั่งซ้อนค่อยๆ แนบชิด กระ
Read More
บทที่ 2.1
ภายในห้องน้ำหลังจากที่หญิงสาวเดินออกไป เงาร่างสีดำของจื่อเสียนพลันค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากประกายสีดำเหม่อลอย กลับกลายมาเป็นตัวเขาที่ยังคงมีสติชายหนุ่มก้มลงมองร่างของตัวเองที่เปลือยเปล่า อีกทั้งตรงหน้ายังคงมีถังน้ำร้อนที่ผ่านการอาบมาแล้วครั้งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววงุนงงขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบห้อง“เกิดอะไรขึ้น”ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง จากนั้นจึงก้าวเดินออกมาโดยที่ร่างเปลือยเปล่ายังคงเปียกชื้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพราะภายในห้องยังคงว่างเปล่า มีเพียงตัวเขาที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว“เมื่อครู่ข้านอนอยู่ที่เตียง แล้วทำไมจึงไปอยู่ในห้องอาบน้ำเล่า”เขาถามตัวเองเสียงเบาและพยายามครุ่นคิด กายแกร่งที่ตื่นตัวยิ่งทำให้เขางุนงงร่างกายที่ราวกับไม่ได้รับการเติมเต็ม ทำให้เขาสับสนไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ในยามปกติร่างกายของเขาจะมีความปรารถนา กระทั่งไม่อาจควบคุมเฉพาะช่วงค่ำคืน แต่ตอนนี้ตะวันยังคงส่องสว่าง และเขาเองก็เพิ่งจะนอนกลางวันไปได้ไม่นานคิดได้ดังนั้นเขาก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นร่างสูงจึงคว้าเสื้อตัวยาวมาสวมลวกๆ จากนั้นก็ก้าวออกไป
Read More
บทที่ 2.2
กายสาวยังคงถูกตักตวงในยามที่หนิงอวี่ไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน หญิงสาวหลับตาพริ้ม ร่างสั่นสะท้านเพียงเพราะสัมผัสจากปลายลิ้นที่ยังคงจุ่มจ้วงเป็นจังหวะ แม้ว่าร่างสาวจะปลดปล่อยออกมาแล้วระลอกหนึ่งร่างใหญ่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมา หลังจากดื่มด่ำกับมธุรสอันหวานล้ำ มือใหญ่กอบกุมอกอิ่มพร้อมกับออกแรงเคล้นคลึง จุมพิตหรือก็ไต่ขึ้นมากับผิวกายละมุนมือไม่ว่าริมฝีปากของเขาลากผ่านจุดใด ปลายลิ้นร้อนผ่าวก็ไล้เลียทิ้งสัมผัสร้อนเร่าเอาไว้บนผิวกาย ทำให้หญิงสาวบิดกายเร่าอย่างไม่อาจช่วยตัวเองเมื่อร่างหนาเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับ หญิงสาวจึงสามารถรับรู้ถึงความแตกต่างทางร่างกาย เพราะกายแกร่งที่ยังคงแนบชิดนั้น บดบังการมองเห็นทั้งหมดของหญิงสาวจนสิ้น กระทั่งมือน้อยทั้งสองข้าง ไม่อาจโอบกอดไหล่หนาได้แต่คว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้ ในความมืดมนยามค่ำคืน ม่านหน้าเตียงที่ยังคงพลิ้วไหวทำให้เห็นเป็นเงาวอมแวม ดวงตาคมเข้มที่สานสบทำให้หัวใจของหนิงอวี่เต้นรัวยิ่งในยามที่จุมพิตแผ่วเบาแตะลงมายังริมฝีปากอิ่ม หญิงสาวก็ยิ่งเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์ร่างอรชรแอ่นหยัดขึ้นชิดอกหนั่นกล้าม ในยามที่สองแขนกอดไหล่หนาเอาไว้ ชายหนุ่มใช้ท่อนขาแกร่งแยกเรียวขาเน
Read More
บทที่ 2.3
เขาโหมกายกระทั้นเข้าหาด้วยจังหวะเร่งร้อน แม้กลัวว่าหญิงสาวใต้ร่างจะแหลกสลาย หากแต่การตอบรับที่ถึงแก่นพอๆ กันของอีกฝ่าย กลับทำให้เขาทำได้เพียงมอบในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการความปรารถนาถูกเติมเต็ม ความกระสันซ่านพุ่งขึ้นสูง ร่างทั้งสองร่างต่างแอ่นหยัดเข้าหากัน กระทั่งเสียงคำรามดังลั่นดังเล็ดลอดผ่านหน้าเตียงออกมา หลงเหลือเอาไว้แต่เพียงเสียงหอบหายใจ และกลิ่นกามารมณ์ที่ลอยอวลเคล้ากลิ่นเหงื่อหนิงอวี่ร่างอ่อนระทวยลง สองแขนยังคงกอดไหล่หนาเอาไว้ รับรู้ถึงแก่นกายที่ยังคงกระตุกเร่า ปลดปล่อยธารร้อนเข้าสู่กลางกายสาว“อา...ดีเหลือเกิน”หญิงสาวพึมพำพร้อมกับจุมพิตลงไปยังหน้าผากของชายหนุ่ม ในระหว่างที่เขายังคงซุกซบใบหน้ากับอกอิ่ม รับรู้ว่าร่างแกร่งชะงักจึงหัวเราะออกมา“ไว้พี่สาวจะให้ทิปนะจ๊ะ”หลังจากพูดประโยคก๋ากั่นนั้นออกไปหนิงอวี่ก็หลับสนิท ไม่รู้สึกตัวอีกเลยกระทั่งรุ่งสางเจียวมี่ลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังเรือนตะวันออก เธอชอบเรือนนี้ เพราะห้องนอนมีหน้าต่างสามด้านที่มีลมพัดโกรกเย็นสบายมีเพียงด้านหลังที่เป็นส่วนของห้องอาบน้ำและสุขาที่มีประตูแยกออกมาต่างหาก ซึ่งการต่อเติมนี้เห็นชัดว่าพยายามทำให้เป็นไปตามส
Read More
บทที่ 2.4
เสียงที่เล็ดลอดออกมาเป็นเสียงครวญครางของเพื่อนรัก ทั้งยังเป็นเสียงที่ทำให้คนคิดลึกอยู่ไม่น้อยหากหนิงอวี่พาแฟนหนุ่มมาด้วย เจียวมี่อาจรีบจากไปทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่นี่ทั้งสามต่างก็มาเพียงลำพัง อีกทั้งในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีคนอื่น เสียงที่ได้ยินนี้หญิงสาวมั่นใจว่าเป็นเสียงของหนิงอวี่ไม่ผิดแน่“เสี่ยวอวี่ เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า” หญิงสาวเคาะประตูพร้อมส่งเสียงถามเสียงหอบครวญด้วยความกระสันซ่านยังคงดังลอดออกมา เจียวมี่ทุบประตูจากนั้นก็ตะโกนเรียกเพื่อนสาว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงไร้เสียงตอบรับ นอกจากเสียงหอบหายใจที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ“เสี่ยวอวี่!”เมื่อความตื่นกลัวมีมากกว่าเจียวมี่จึงตัดสินใจผลักประตู และพบว่าประตูนั้นไม่ได้ล็อกหญิงสาวเซถลาเข้าไปในห้องเพราะแรงผลัก เนื่องจากคิดว่าประตูห้องล็อกอยู่ หากแต่ด้านในห้องกลับว่างเปล่า... มองไปบนเตียงที่ว่างเปล่า ภายในห้องดูรกร้างและมีฝุ่นหยากไย่เกาะ หญิงสาวขนลุกซู่รีบลุกขึ้นยืน“เสี่ยวอวี่!”สายตาหวั่นหวาดกวาดมองไปรอบๆ ปากก็ตะโกนเรียกเพื่อนรัก เสียงร่วมรักของใครบางคนดังลั่นห้อง หากแต่ทุกอย่างกลับว่างเปล่าเจียวมี่ร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เมื่อหมุ
Read More
บทที่ 2.5
เจียวมี่ใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น ร่างเล็กพยายามดิ้นรนลงจากเตียง หากแต่เรี่ยวแรงกลับไม่อาจสู้คนตัวโตกว่าได้เสียงหอบหายใจเหนื่อยอ่อน พร้อมกับเสียงกรีดร้องถูกกลืนหาย แสงวอมแวมจากตะเกียงในห้อง ทำให้หญิงสาวที่ลืมตาโพลงมองเห็นดวงตาคมเปล่งประกายมืดมนของชายหนุ่มตรงหน้าเจียวมี่เบิกตากว้าง ร่างสั่นสะท้านด้วยรับรู้ว่าเรื่องนี้อยู่เหนือการคาดเดาทั้งหมดของตนอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มตรงหน้าไม่เพียงแต่น่ากลัว หากแต่ดวงตาของเขากลับไร้ประกายดังคนที่ไร้ชีวิตสองขาปัดป่าย สองมือปัดป้อง ร่างเล็กที่ดิ้นรนอย่างไร้หนทางเริ่มอ่อนแรง จุมพิตที่ประทับลงมาดูดกลืนเรี่ยวแรงทั้งหมดของเจียวมี่ไปจนสิ้น หลงเหลือเอาไว้เพียงลมหายใจรวยรินที่เริ่มผะแผ่วปลายลิ้นสอดแทรกเข้ากวาดควานในโพรงปาก รุกเร้า พัวพัน เข้าครอบครองทุกความนึกคิดของหญิงสาว แม้เจียวมี่พยายามเบือนหน้าหนี หากแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ริมฝีปากร้อนยังคงตามติด พร้อมกับบดเบียดเรือนกายใหญ่โตถูไถกับผิวนุ่มเนียนหอมกรุ่นชุดนอนเนื้อนิ่มทั้งเสื้อและกางเกง ค่อยๆ ถูกถอดพร้อมโยนออกมายังหน้าเตียง บนเตียงปรากฏร่างเปลือยเปล่ากอดก่ายคลอเคลีย พร้อมเสียงหอบหายใจสองเสียงคลอเคล้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status