Mag-log inนางค่อย ๆ ล้วงมือลงต่ำอย่างไม่รีบร้อน รูดอาภรณ์ที่คาดอยู่รอบเอวเขาออกทีละชิ้น ผืนผ้าหลุดร่วง เผยความร้อนแรงที่ถูกกักขังไว้ แก่นกายของเขาผงาดขึ้นต่อหน้าสายตานางชัดเจน แข็งขืน ราวกับสะท้อนแรงปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง นางกลืนน้ำลาย ดวงตาฉ่ำวาวสั่นไหว ปลายนิ้วเรียวนุ่มของนางลูบไล้ขึ้นลงบนท่อนเนื้อร้อนระอุนั้นอย่างแผ่วเบา แต่เปี่ยมความหลงใหล
นางเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความหวั่นไหวปะปนกับความต้องการที่เอ่อล้น จากนั้นจึงขยับกายช้า ๆ รูดกางเกงชั้นในขาวบางของตนเองออกจากร่าง ผิวเนียนขาวผ่องสะท้อนแสงอ่อน ร่างบางค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปแนบชิดอีกครา นางสูดลมหายใจลึก ราวกับรวบรวมความกล้า ก่อนจะนั่งลงแนบแน่นบนตักเขา กลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มบดเบียดเข้ากับแก่นกายที่แข็งตระหง่าน ความร้อนและแรงเสียดสีทำให้นางสะดุ้งครางเบา ๆ สะโพกมนขยับช้า ๆ ไถผ่านอย่างหลงใหล ตามจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ “อือ…” เสียงครางหวานหลุดจากริมฝีปากบางอย่างต่อเนื่อง นางค่อย ๆ เงยหน้ามองบุรุษที่ถูกปิดตาไว้ ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาเผยอเล็กน้อย ลมหายใจร้อนผ่าว เสียงครางต่ำแผ่วลอดออกมาจากลำคอเขา มือเรียวที่แฝงความซุกซนทั้งสองข้างของนางยกขึ้นโอบลำคอเขาไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นระริกเหมือนกำลังหาที่พึ่ง ร่างบางค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น ก่อนจะกดแก่นกายของเขาให้จมลึกเข้าสู่โพรงเล็กที่หดรัดแน่น กลางกลีบเนื้อนุ่มซึ่งฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักของนาง ความแน่นและแรงเสียดสีทำให้นางสะดุ้งเฮือก ลมหายใจขาดห้วง “อ๊า… เจ็บ… ข้า… เจ็บ…” เสียงกระซิบสั่นเครือหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง แม้ความเจ็บปวดจะแล่นวาบ แต่นางกลับไม่อาจหยุดยั้งตนเองได้ สะโพกมนยังคงค่อย ๆ กดต่ำลงอย่างเชื่องช้าตามแรงปรารถนาที่ไม่อาจหักห้ามได้ ริมฝีปากนุ่มแนบจูบลงบนปลายคางของเขาแผ่วเบา ทรวงอกนุ่มบดเบียดแผ่นอกกว้างอย่างจงใจเพื่อฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน “คุณชาย… ท่านช่วยข้าที…” เสียงวิงวอนสั่นระริกแฝงน้ำตา “ข้าเจ็บ… เจ็บเหลือเกิน… อือ…” มือนางกำไหล่เขาไว้แน่นราวกับเกาะเกี่ยวชีวิต แม้ความเจ็บจะยังไม่จาง แต่ร่างบางกลับไม่ถอยหนี ในวินาทีนั้นเองใบหน้าเขาโน้มต่ำลง ริมฝีปากหยักได้รูปประกบจุมพิตริมฝีปากนุ่มของนางอย่างแนบแน่น ดูดดื่มลึกซึ้งจนเสียงครางแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากลำคอ ความเจ็บปวดค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความวาบหวามที่แล่นซ่านไปทั่วกายนาง “อือ…” เสียงครางหวานของนางดังแผ่วสลับถี่เมื่อถูกความเสียวซ่านกลืนกินทีละน้อย สะโพกมนขยับโยกอย่างไม่รู้ตัว เคลื่อนไหวตามแรงปรารถนาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน มือเล็กทั้งสองจิกแน่นบนไหล่เขา ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกอันโหยหาในอก “อ๊ะ ๆ อา… อืม…” จังหวะของนางเร่งรัวขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งทะยาน มือใหญ่ของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อความเสี่ยวซ่านที่นางมอบให้เอ่อล้นเกินกว่าจะต้านทาน เสียงครางต่ำแหบของเขาจึงเล็ดลอดออกมาอย่างอดกลั้น “อ๊ะ ๆ ” นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอครวญครางเสียงหวานอย่างไม่เป็นศัพท์ ทรวงอกอวบอิ่มแอ่นเข้าหาใบหน้าเขาอย่างไม่ปิดบังความต้องการ ความเสียวซ่านจากการแนบชิดกับแก่นกายแข็งขืน ผสานกับสัมผัสจากยอดถันที่ไถผ่านใบหน้าเขา ทำเอานางครางออกมาอย่างพึงใจ นางเร่งจังหวะถี่ขึ้น สะโพกอ่อนขย่มบดลงบนแก่นกายของเขาอย่างไม่อาจยับยั้ง แรงกระแทกแนบแน่นจนร่างทั้งสองสั่นไหว “อ๊ะ ๆ อ๊า…” เสียงหวานแผ่วต่ำแหลมปนกัน ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมจนมิอาจกลั้น แล้วร่างบางจะเกร็งกระตุก แผ่นหลังแอ่นโค้ง น้ำรักเอ่อล้นแตกซ่านออกมาราวคลื่นหลาก มือเล็กกำไหล่เขาแน่น นิ้วจิกลงฝังลงบนผิวแข็งแกร่ง สะโพกนางกระตุกเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนร่างเขา ขณะลมหายใจหอบถี่ ร่างทั้งร่างสั่นระริกจากแรงสะท้านที่ยังไม่จางหาย แม้ฤทธิ์ยาจะค่อย ๆ เลือนหายไปแล้ว ทว่าไฟในกายที่ถูกปลุกขึ้นกลับยังคงร้อนแรง มิได้อ่อนลงตามเลย นางขยับสะโพกช้า ๆ อย่างยั่วยวน มือเรียวยกขึ้นลูบไล้ไปตามใบหน้าคมคาย สัมผัสปลายนิ้วผ่านผืนผ้าที่เป็นสายรัดเอวของตน ซึ่งปิดตาเขาเอาไว้ ก่อนจะโน้มกายเข้าไปใกล้ ริมฝีปากแนบชิดข้างหู แล้วกระซิบด้วยเสียงแผ่วพร่า “ท่านช่วยข้าไว้มากทีเดียว… หากเรามีวาสนาได้พบกันอีก ข้าจะชดเชยให้ท่านแน่” สิ้นคำนั้น นางโน้มกายเข้าไปจูบริมฝีปากเขาแผ่วเบา ราวกับเป็นคำร่ำลาสุดท้าย ทว่าแทนที่เขาจะรับจูบ กลับงับกัดลงบนริมฝีปากนางอย่างแรง จนรสคาวเลือดซึมออกมา “โอ้ย!” นางสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนนั้น ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บและตกใจ ก่อนจะรีบคว้าอาภรณ์ที่วางกองอยู่ข้างกายมาสวมอย่างเร่งรีบ ผูกสายไม่เรียบร้อยก็หาได้ใส่ใจไม่ ร่างบางก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียวก็ชะงัก นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันกลับมาอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรเสียนางคงต้องช่วยสวมอาภรณ์ให้เขาเสียหน่อย นางก้มลงช่วยสวมอาภรณ์ให้เขาอย่างเร่งรีบ ทว่าขณะกำลังผูกสายคาดนั้น สายตาของนางกลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งเข้าโดยไม่ตั้งใจ นางเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น รีบยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตนเองในทันทีเมื่ออ่านข้อความบนแผ่นป้ายทองนั้นชัดเจน ขณะอีกมือหนึ่งเอื้อมไปดึงสายคาดเอวของตนที่ปิดตาเขา ออกจากใบหน้าบุรุษผู้นั้นอย่างสั่นเทา เมื่อเห็นชัดถนัดตาแล้ว นางไม่อาจอยู่ต่อได้อีก รีบหมุนตัววิ่งตรงไปยังประตูด้วยความร้อนรน นางก้าวไปหยุดอยู่ข้างประตูของศาลเจ้า แสงจันทร์อ่อนสาดลงบนใบหน้าซีดเผือดของนาง เหอหว่านซินหันซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง ตรวจดูรอบ ๆ จนแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงรีบก้าวออกจากศาจเจ้าอย่างเร่งรีบ แย่แล้ว… ครานี้นางยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตในชาตินี้ให้ดีเลย ก็เกรงว่าจะต้องมาตายเสียก่อน ผู้ใดจะคาดคิดว่ายาแก้ยาปลุกกำหนัดที่นางใช้รักษานั้นจะเป็น… ปีศาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากเขาหาตัวนางพบละก็ นางคงยากจะมีชีวิตรอดต่อไปแล้ว ได้แต่หวังว่าในคืนนี้จะมืดสลัวเกินกว่าเขาจะจดจำใบหน้าของนางได้ ….3เทศกาลโคมไฟสามเดือนผ่านไป ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟทั้งเมืองหลวง สว่างสไสวราวกับดวงดาวหล่นลงมาจากฟากฟ้าโคมหลากสีแขวนเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน แสงไฟสีทองอาบทั่วตรอก บรรยากาศคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนผสานกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ร้องขายขนมและของเล่นยามราตรีเหอหว่านซินยืนอยู่กลางฝูงชน ดวงตากลมใสทอดมองโคมรูปกระต่ายที่ลอยเหนือศีรษะอย่างตื่นตา“งดงามยิ่งนัก… ”เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา“ชอบหรือ”เสียงทุ้มต่ำของเซียวเหยียนเฉิงดังขึ้นข้างหู เหอหว่านซินหันกลับมา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเป็นประกายเซียวเหยียนเฉิงเผยรอยยิ้มออกมา ท่าทางของภรรยาเขายังคงน่ารัก น่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยในยามที่อยู่กับเขา มือใหญ่ยกขึ้นโบกเล็กน้อยเจ้าของร้านก็ยกโคมกระต่ายน้อยมาให้เหอหว่านซินอย่างนอบน้อมเหอหว่านซินรับมันมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายร่าเริง“ขอบพระทัยเพค่ะ”เซียวเหยียนเฉิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงยิ้มตอบแล้วส่งเงินให้เจ้าของร้านทันที แล้วหันมาคว้ามือเล็กของนางอย่างเคยชิน ทั้งสองก้าวเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินสวนกันอย่างคึกคักไม่นานนัก ทั้งสองหยุดอยู่หน้าร้านขายขนมหวานเซียวเหยียนเฉิงปรายตามอง
ตอนพิเศษที่2 แต่งงานจวนตระกูลเหอภายในจวนตระกูลเหอถูกประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงสดอันเป็นมงคล เหล่าบ่าวไพร่วิ่งวุ่นช่วยกันยกสินเดิมและสินสอดที่มากมายภายในห้องหนึ่งที่เงียบสงบ กลิ่นหอมของดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วห้อง เหอหว่านซินในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ด้านหลังนางคือฮูหยินผู้เฒ่าเหอที่กำลังยกหวีงาช้างหวีผมให้นางอย่างแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความสุขเต็มเปี่ยม ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็พลันมาถึงวันที่หลานสาวตัวน้อยของนางได้ออกเรือน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความสุขเหอหว่านซินมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ดวงตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกที่มากมาย “เสร็จแล้ว ไปกันเถิด”น้ำเสียงอ่อนโยนของฮูหยินผู้เฒ่าเหอดังขึ้นเหอหว่านซินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน นางหันไปมองท่านย่าด้วยดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา“เด็กดี อย่าร้องเลยนะ”น้ำเสียงปลอบโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับมือเหยี่ยวย่นที่ยื่นมากุมมือนางไว้แน่น เหอหว่านซินพยักหน้ารับแล้วเผยรอยยิ้มบางฮูหยินผู้เฒ่าเหอและเหอหว่านซินก้าวออกจากห้องเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง“หว่านซิน”เสียงของเหอเยี่ยนเฟิงดังขึ้นเหอหว่านซินห
เมื่อนึกได้นางก็พลันก้าวถอยหลังสองสามก้าวแต่ไม่ได้เอ่ยคำใดได้แต่ยืนนิ่งมองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกาจในยามนี้ราวกับโครงกระดูกที่เดินได้ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ไป๋หรูเฉิงมองนางด้วยสายตาแดงก่ำแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน“หว่านซิน เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่ ข้า ข้ารักเจ้า รักเจ้าคนเดียว ชาตินี้จะแต่งกับเจ้าคนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นอีก ข้าสัญญา”น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยเหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจำได้ว่าชาติที่แล้วเขาพูดว่าไม่รักนาง ไม่มีทางรักนาง คำพูดนั้น เขาพูดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับแทบไม่หมด เหอหว่านซินยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“คุณชายไป๋ ท่านคงเข้าใจผิดอะไรผิดแล้ว ข้ากับท่านแทบไม่เคยพบหน้ากัน ท่านจะรักข้าได้อย่างไร ท่านกลับไปเถิด”ไป๋หรูเฉิงเบิกตากว้าง เขาอ้าปากค้างราวกำลังจะพูดทว่ากลับพูดไม่ออก ได้แต่รีบคลานเข่าเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่เข้าใกล้นางร่างของเขาก็ถูกฝ่าเท้าหนักถีบออกอย่างรุนแรง“บังอาจ นี่พระชายาองค์ชายใหญ่ เจ้าช่างกล้าเข้าใกล้นางอยากตายหรือ”เสียงเย็นเยียบของเฟิงหยางองครักษ์
ตอน พิเศษ 1 ความฝันที่ดี จวนตระกูลไป๋ภายในห้องที่เงียบงัน กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้องไป๋หรูเฉิงนั่งอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ ใบหน้าเขาซูบซีดไร้ชีวิตชีวา ในมือยังคงถือขวดสุราไว้แน่น เขานั่งพิงโต๊ะไม้ยาวเอนกายเล็กน้อย ดวงตาคมปิดสนิทสุรานี้ช่างดีจริงทำให้เขาหลับฝันได้ตลอด ในฝันนั้นมักจะเป็นชาติที่แล้ว ที่เขาแต่งงานกับเหอหว่านซิน เหอหว่านซินในความฝัน นางนั้นนั่งรอเขากลับจากราชการทุกวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางปรนนิบัติเขาราวกับสาวใช้ทว่านางก็ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย นางดูแลเขาอย่างดี ทั้งยามป่วยก็เฝ้าอยู่ไม่ห่างทว่าความตาบอดของเขาเองที่มองไม่เห็นความดีของนาง ถึงได้ทำร้ายจิตใจนางครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางบอบช้ำไปทั้งตัวและหัวใจ“หว่านซิน ขอโทษ ข้าสำนึกผิดแล้ว”เสียงพึมพำหลุดออกมาแผ่วเบาในความฝันเขาคุกเข่าขอโทษนางอย่างจริงใจ แล้วนางก็ให้อภัยเขา ทว่าทุกครั้งที่นางให้อภัย เขาก็ชักดาบฆ่านางเสมอ น้ำตาในความฝันนอกไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทไม่ว่าเขาจะขอโทษอย่างไรสำนึกผิดอย่างไร นางก็ไม่มีวันหันกลับมาอีกเสียงพูดคุยของบ่าวรับใช้ ด้านนอกดังขึ้นปลุกให้ไป๋หรูเฉิงลืมตาตื่นจากความฝัน ในฝันที่มีนาง สายตาพร
ตอนที่ 48จวนตระกูลเหอยามเช้า แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ของเหอหว่านซิน แสงแดดอ่อนนั้นปลุกนางให้ตื่นขึ้น นางค่อย ๆ ลืมตา ความว่างเปล่าตรงหน้า ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดขึ้นมาทันทีเขาไปแล้ว ไปแล้วจริง ๆ น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม ร่างบางมองดูร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวนางยังคงชัดเจน ทว่าคนนั้นหายไปแล้ว หัวใจของนางทนไม่ไหวอีกต่อไปร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น สองแขนที่เมื่อคืนยังกอดเขาแน่นตอนนี้ได้แต่กอดตัวเองเท่านั้น นางรู้อยู่แล้วว่าต้องเจ็บ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของสาวใช้ดังขึ้นนอกห้องอย่างร้อนรนเหอหว่านซินรีบเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ ลู่อันที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าร้อนรนเอ่ยขึ้น“คุณหนูท่านรีบไปแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกท่านไปพบ เห็นขันทีในวังก็มาด้วยเจ้าค่ะ”เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ทว่าลู่อันกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“ข้าไม่เป็นไร”เหอหว่านซินรีบตอบแล้วหันหลังก้าวตรงไปยังฉากกั้นห้องเพื่อล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์ไม่นานนักสาวใช้ก็ช่วยกันปรนิบัตร เหอหว่านซินล้าง
เหอหว่านซินเลื่อนใบหน้าลงต่ำ มือเรียวยกขึ้นลูบไล้สิ่งที่กำลังแข็งขืนอยู่ใต้กางเกงของเขา นางล้วงมันออกมาอย่างไม่อาย ริมฝีปากนุ่มจูบลงบนแก่นกายร้อนผ่าวของเขา แล้วดูดกลืนอย่างช้า ๆ เซียวเหยียนเฉิงก้มลงมอง สตรีที่กำลังดูดกลืนแก่นกายของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระสันเสียว “อาส์… อืม… ”เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจห้าม มือใหญ่กดศีรษะนางเบา ๆ พร้อมยกสะโพกขึ้นลงรับกับปากของนางพอดี ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนเขาแทบทนไม่ไหวเพียงไม่นานเขากระถูกนางกลืนกินจนเกร็งกระตุก ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมา เหอหว่านซินกลืนกินจนหมดสิ้น เซียวเหยียนเฉิงไม่รีรอคว้าร่างบางของนางให้นอนลงทันที เขาเองก็หิวกระหายอยากจะกลืนกินนางเช่นเดียวกัน มือใหญ่รูดกางเกงขาวบางนั้นออกอย่างรวดเร็วแล้วแยกขาเรียวของนางออกกว้าง เขาจ้องมองกลีบเนื้อสีชมพูระเรื่อนั้นด้วยความหิวกระหาย ซุกใบหน้าลงกับกลีบเนื้อที่สั่นระริกนั้นทันที ปลายลิ้นเปียกชื้นของเขาลากขึ้นลงกลางกลีบเนื้อที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักเหอหว่านซินสะดุ้งด้วยความกระสัน มือนางกำผ้าปูแน่นครวญครางออกมาอย่างมีความสุข“อื้อ… อ๊า… อาเหยียน… ข้า ข้าชอบเหลือเกิน… ”เสียงครวญคราง
ตอนที่ 8งานเลี้ยงวังหลวงภายในตำหนักของวังหลัง จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาอย่างยิ่งใหญ่เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกครื้น เสียงดนตรีแผ่วเบาประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนในงานเหอหว่านซินและเหอเยี่ยนเฟิงเองก็นั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้เหอหว่านซินในอาภรณ์ส
จวนเหอเรือนหนิงฝู่ในยามสายเงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องโถงกว้าง สายลมอ่อนพัดผ่านม่านผ้าบางเบาจนพลิ้วไหวช้า ๆ แสงแดดอุ่นส่องลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงดูอบอุ่นและสงบยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่าเหอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ที่วางถ้วยชาและกาน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ นางทอดสายตามองสระน้ำใสด้านนอก ปลาห
ตอนที่ 6เทียบเชิญจวนตระกูลเหอยามอรุณเพิ่งแย้ม แสงตะวันอ่อนค่อย ๆ ลูบไล้หลังคากระเบื้องของจวนเหอภายในห้องอันเงียบสงบของเหอหว่านซิน กลิ่นหอมจางจากเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง นางนั่งสง่างามอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าผุดผ่องดุจหยก ลู่อันสาวใช้ประจำกายยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวจัดแต่งมวยผมอ
ตอนที่ 5บุคคลที่ไม่ควรยุ่งแสงจันทร์อ่อนคล้อยสาดส่องลงมา ร่างบางของเหอหว่านซินวิ่งฝ่าตรอกแคบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว ก่อนจะหยุดยืนข้างกำแพงจวนเหอ ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากเม้มแน่น หายใจหอบถี่ นางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงเร่งก้าวไปยังกระถางต้นไม้ข้างกำแพงจวน มือบางยืดเกาะ ปี







