Masukตอนที่3ศาลเจ้าเก่า
ครั้นเหอหว่านซินปีนข้ามกำแพงจวนตระกูลเหอออกมาได้ ร่างบางก็ก้าวลงสู่ตรอกแคบมืดสลัว นางค่อย ๆ เดินไปตามทางหินเก่า หวังมุ่งหน้าไปยังร้านยาทางทิศตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทว่าในยามราตรีเช่นนี้ ระยะทางเพียงเล็กน้อยกลับยาวไกลดุจพันลี้ สายลมหนาวเย็นพัดพาไอค่ำคืนมากระทบอาภรณ์บางเบาของนาง ทำให้ปลายแขนปลายขาสั่นสะท้าน หากกลับไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่ภายในกายได้ ฤทธิ์ยาที่ยังตกค้างเร่งเร้าลมปราณให้ปั่นป่วน หัวใจเต้นแรงลมหายใจหนักหน่วง ราวไฟใต้เถ้าถ่านที่ยังไม่มอด นางฝืนก้าวเดินต่อไป มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เรี่ยวแรงค่อย ๆ ร่อยหรอ ในที่สุดจึงหยุดพักลงหน้าศาลเจ้าเก่า ทว่าในห้วงที่นางกำลังรวบรวมสติ พลันมีเสียงสนทนาแผ่วต่ำดังใกล้เข้ามา หัวใจของเหอหว่านซินกระตุกวูบ ความตกใจแล่นขึ้นมาทันที นางกวาดสายตามองหาที่หลบภัย ก่อนจะตัดสินใจในพริบตา รีบก้าวเข้าไปด้านในศาลเจ้าอย่างเร่งรีบแล้วหลบไปยังด้านหลังมุมหนึ่งของศาลเก่านั้น ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ปลายเท้ากลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่ง ร่างบางเถลา เกือบเปล่งเสียงร้องออกมา นางยกมือขึ้นปิดปากตนเองเพื่อปิดปากเสียงที่เล็ดลอดออกมาเพียงนิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างเบื้องหน้า แสงจันทร์สีหม่นสาดลอดผ่านรอยร้าวของผนังอิฐ รินไหลต้องใบหน้าบุรุษผู้นั้นพอดิบพอดี คิ้วเข้มขมวดแน่นด้วยความอดกลั้น ริมฝีปากหยักได้รูปที่มีคราบของโลหิตเปื้อนอยู่ ลมหายใจหนักหน่วงขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสื้อผ้าอาภรณ์แม้จะมีคราบเลือดติดอยู่บ้างแต่ไม่อาจปิดปังเนื้อผ้าไหมชั้นดีนั้นได้ เขานั่งหลังตรงพิงผนังเย็นเฉียบ ร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกตรึงไว้ด้วยพิษและความเจ็บปวด ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ดั่งใจ ทำได้เพียงปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวไหลเวียนอยู่ในอก และ แววตาคมที่แสนจะน่ากลัว เบื้องหน้าเขา เหอหว่านซินที่เพิ่งล้มลงคุกเข่าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทอดสายตามองบุรุษผู้นั้นเนิ่นนาน ใบหน้าคมคายที่แม้จะซีดเซียวกลับยังคงความสง่างาม ราวหยกต้องแสงจันทร์ ยิ่งมองยิ่งทำให้หัวใจนางสั่นระริก ฤทธิ์ยาที่คุกรุ่นในกายแผดเผาสติให้เลือนราง ความร้อนวาบแล่นผ่านเรือนกายจนยากจะข่มกลั้น นางยกมือเรียวขึ้น ลูบไล้ใบหน้าคมคายนั้นอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ เมื่อสัมผัสกับผิวเย็นทว่าลมหายใจของเขากลับกระสับกระส่ายยิ่งกว่าเดิม ดูท่าบุรุษผู้นี้คงถูกพิษไม่อาจขยับกายได้ ดูจากอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ราคาแพงไม่น้อย คงเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่สินะ อย่างไร้ฟ้าก็ลิขิตให้นางมาพบเขาแล้วเช่นนั้นก็… เสียงนางเอ่ยขึ้นแผ่วเบา สั่นพร่าราวสายลมยามราตรี “คุณชาย… ข้าคงต้องใช้ท่าน… ถอนพิษเสียแล้ว…” สิ้นถ้อยคำ มือเล็กปลดสายรัดเอวออกอย่างช้า ๆ เสียงผ้าเสียดสีกันดังแผ่วในความเงียบ ก่อนจะยกขึ้นผูกรอบดวงตาของเขา แม้เขาจะดูงดงามยิ่งนักแต่แววตาของเขากลับดูน่ากลัว นางเพียงแค่อยากให้เขาช่วยถอนพิษออกให้เท่านั้นและจากนี้ก็คงไม่รู้จักกันอีก บุรุษผู้นั้นยังคงนั่งนิ่ง ทว่าลมหายใจเริ่มหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับไม่อาจขัดขืนชะตาที่อยู่ตรงหน้า เหอหว่านซินขยับเข้าใกล้ทีละน้อย มือเล็กยื่นไปปลดสายรัดเอวเขาอย่างเร่งรีบ ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงจันทร์สลัวทำให้นางยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พลันคิดในใจ เกิดใหม่ชาตินี้ถือว่าไม่เลว บุรุษที่สง่างามเช่นนี้ต้องตกเป็นของนางในคืนที่แสงจันทร์ไม่ค่อยสว่างนัก เมื่อผ่านพ้นไปแล้วเขาอาจจำนางไม่ได้ แต่นางจดจำเขาแน่นอน เหอหว่านซินขยับกายขึ้นนั่งบนตักเขาอย่างถือวิสาสะ ร่างบางแนบชิด เอวอ่อนอิงเข้าหา ก่อนจะบดเบา ๆ ด้วยความต้องการที่ไม่คิดปิดบัง ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ความร้อนรุ่มในกายนางยิ่งแล่นซ่านขึ้นมา ทำให้ลมหายใจนางขาดห้วงชั่วขณะ สองมือนางจับไหล่กว้างไว้มั่น ก่อนจะลูบไล้ลงมายังเนินอกแกร่ง เปิดสาบเสื้อตัวนอกออกอย่างช้า ๆ ทีละชั้น จนเสื้อผ้าของเขาถูกปลดออก เผยแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าใต้แสงจันทร์ นางวางฝ่ามือลง ลูบคลำอย่างหลงใหล ริมฝีปากนุ่มก้มลงจูบที่ต้นคอเขา ดูดเม้มแผ่วเบา ทิ้งร่องรอยร้อนระอุไว้บนผิวเนียน ปลายลิ้นเปียกชื้นค่อย ๆ ลากเลียขึ้นลงอย่างเชื่องช้าแล้วผละออกเล็กน้อย ร่างเขายังคงนั่งนิ่งดวงตาถูกปิด ลมหายใจหนักและถี่ ราวกับกำลังอดกลั้นทั้งความเจ็บปวดและบางสิ่งที่ร้อนแรงกว่านั้น นางปลดอาภรณ์ลงอย่างเชื่องช้า ผืนผ้าบางไหลหลุดจากไหล่ ร่วงลงสู่พื้นทีละชิ้น เผยเรือนกายอ่อนนุ่มภายใต้แสงจันทร์ที่สาดต้องอย่างชัดเจน นางโน้มตัวลงใกล้กว่าเดิม ทรวงอกอ่อนนุ่มกดแนบกับอกกว้างแน่นขึ้น ความอุ่นจากร่างนางซึมผ่านเข้ามา จนลมหายใจของเขาสะดุดแรง เหอหว่านซินขยับสะโพกช้า ๆ บนตักเขา ไม่เร่ง ไม่หยุด ฝ่ามือเล็กไล้จากไหล่กว้างลงสู่แผ่นหลังแข็งแรง นิ้วเรียวลากผ่านกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงขึ้นทุกขณะ เรือนอกอ่อนนุ่มแนบชิด ถูไถกับอกแกร่งอย่างจงใจ คล้ายย้ำเตือนให้เขารับรู้ถึงสัมผัสนั้นทุกวินาที ริมฝีปากนางเลื่อนมาใกล้ลำคอ เฉียดผ่านผิวเขาอย่างจงใจช้า ๆ ลมหายใจอุ่นรินรดผิวไม่ขาด เสียงหายใจของนางดังชัดอยู่ข้างหูเขาราวกับยั่วยุโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ร่างของบุรุษเกร็งแน่นจนเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อแข็งตึง มือที่วางอยู่ข้างลำตัวกำแน่น เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ “อือ… คุณชายข้าไม่ไหวแล้ว…” เสียงนางสั่นพร่า หลุดลอดออกมาพร้อมลมหายใจที่ถี่กระชั้นปลายเสียงแผ่วเบาราวกับจะขาดห้วง ลำคอขาวสะท้อนแสงจันทร์อ่อน มือเล็กของนางไล้ผ่านลำตัวเขาช้า ๆ ราวกับลูบคลำแนวสันเขา ปลายนิ้วเรียวลากผ่านแผ่นอกอุ่นร้อน ก่อนจะเลื่อนลงสู่หน้าท้องแข็งแกร่งอย่างพึงใจ ความร้อนผ่าวใต้ฝ่ามือทำให้นางใจสั่นระรัว …3เทศกาลโคมไฟสามเดือนผ่านไป ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟทั้งเมืองหลวง สว่างสไสวราวกับดวงดาวหล่นลงมาจากฟากฟ้าโคมหลากสีแขวนเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน แสงไฟสีทองอาบทั่วตรอก บรรยากาศคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนผสานกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ร้องขายขนมและของเล่นยามราตรีเหอหว่านซินยืนอยู่กลางฝูงชน ดวงตากลมใสทอดมองโคมรูปกระต่ายที่ลอยเหนือศีรษะอย่างตื่นตา“งดงามยิ่งนัก… ”เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา“ชอบหรือ”เสียงทุ้มต่ำของเซียวเหยียนเฉิงดังขึ้นข้างหู เหอหว่านซินหันกลับมา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเป็นประกายเซียวเหยียนเฉิงเผยรอยยิ้มออกมา ท่าทางของภรรยาเขายังคงน่ารัก น่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยในยามที่อยู่กับเขา มือใหญ่ยกขึ้นโบกเล็กน้อยเจ้าของร้านก็ยกโคมกระต่ายน้อยมาให้เหอหว่านซินอย่างนอบน้อมเหอหว่านซินรับมันมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายร่าเริง“ขอบพระทัยเพค่ะ”เซียวเหยียนเฉิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงยิ้มตอบแล้วส่งเงินให้เจ้าของร้านทันที แล้วหันมาคว้ามือเล็กของนางอย่างเคยชิน ทั้งสองก้าวเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินสวนกันอย่างคึกคักไม่นานนัก ทั้งสองหยุดอยู่หน้าร้านขายขนมหวานเซียวเหยียนเฉิงปรายตามอง
ตอนพิเศษที่2 แต่งงานจวนตระกูลเหอภายในจวนตระกูลเหอถูกประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงสดอันเป็นมงคล เหล่าบ่าวไพร่วิ่งวุ่นช่วยกันยกสินเดิมและสินสอดที่มากมายภายในห้องหนึ่งที่เงียบสงบ กลิ่นหอมของดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วห้อง เหอหว่านซินในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ด้านหลังนางคือฮูหยินผู้เฒ่าเหอที่กำลังยกหวีงาช้างหวีผมให้นางอย่างแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความสุขเต็มเปี่ยม ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็พลันมาถึงวันที่หลานสาวตัวน้อยของนางได้ออกเรือน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความสุขเหอหว่านซินมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ดวงตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกที่มากมาย “เสร็จแล้ว ไปกันเถิด”น้ำเสียงอ่อนโยนของฮูหยินผู้เฒ่าเหอดังขึ้นเหอหว่านซินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน นางหันไปมองท่านย่าด้วยดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา“เด็กดี อย่าร้องเลยนะ”น้ำเสียงปลอบโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับมือเหยี่ยวย่นที่ยื่นมากุมมือนางไว้แน่น เหอหว่านซินพยักหน้ารับแล้วเผยรอยยิ้มบางฮูหยินผู้เฒ่าเหอและเหอหว่านซินก้าวออกจากห้องเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง“หว่านซิน”เสียงของเหอเยี่ยนเฟิงดังขึ้นเหอหว่านซินห
เมื่อนึกได้นางก็พลันก้าวถอยหลังสองสามก้าวแต่ไม่ได้เอ่ยคำใดได้แต่ยืนนิ่งมองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกาจในยามนี้ราวกับโครงกระดูกที่เดินได้ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ไป๋หรูเฉิงมองนางด้วยสายตาแดงก่ำแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน“หว่านซิน เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่ ข้า ข้ารักเจ้า รักเจ้าคนเดียว ชาตินี้จะแต่งกับเจ้าคนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นอีก ข้าสัญญา”น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยเหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจำได้ว่าชาติที่แล้วเขาพูดว่าไม่รักนาง ไม่มีทางรักนาง คำพูดนั้น เขาพูดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับแทบไม่หมด เหอหว่านซินยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“คุณชายไป๋ ท่านคงเข้าใจผิดอะไรผิดแล้ว ข้ากับท่านแทบไม่เคยพบหน้ากัน ท่านจะรักข้าได้อย่างไร ท่านกลับไปเถิด”ไป๋หรูเฉิงเบิกตากว้าง เขาอ้าปากค้างราวกำลังจะพูดทว่ากลับพูดไม่ออก ได้แต่รีบคลานเข่าเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่เข้าใกล้นางร่างของเขาก็ถูกฝ่าเท้าหนักถีบออกอย่างรุนแรง“บังอาจ นี่พระชายาองค์ชายใหญ่ เจ้าช่างกล้าเข้าใกล้นางอยากตายหรือ”เสียงเย็นเยียบของเฟิงหยางองครักษ์
ตอน พิเศษ 1 ความฝันที่ดี จวนตระกูลไป๋ภายในห้องที่เงียบงัน กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้องไป๋หรูเฉิงนั่งอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ ใบหน้าเขาซูบซีดไร้ชีวิตชีวา ในมือยังคงถือขวดสุราไว้แน่น เขานั่งพิงโต๊ะไม้ยาวเอนกายเล็กน้อย ดวงตาคมปิดสนิทสุรานี้ช่างดีจริงทำให้เขาหลับฝันได้ตลอด ในฝันนั้นมักจะเป็นชาติที่แล้ว ที่เขาแต่งงานกับเหอหว่านซิน เหอหว่านซินในความฝัน นางนั้นนั่งรอเขากลับจากราชการทุกวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางปรนนิบัติเขาราวกับสาวใช้ทว่านางก็ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย นางดูแลเขาอย่างดี ทั้งยามป่วยก็เฝ้าอยู่ไม่ห่างทว่าความตาบอดของเขาเองที่มองไม่เห็นความดีของนาง ถึงได้ทำร้ายจิตใจนางครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางบอบช้ำไปทั้งตัวและหัวใจ“หว่านซิน ขอโทษ ข้าสำนึกผิดแล้ว”เสียงพึมพำหลุดออกมาแผ่วเบาในความฝันเขาคุกเข่าขอโทษนางอย่างจริงใจ แล้วนางก็ให้อภัยเขา ทว่าทุกครั้งที่นางให้อภัย เขาก็ชักดาบฆ่านางเสมอ น้ำตาในความฝันนอกไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทไม่ว่าเขาจะขอโทษอย่างไรสำนึกผิดอย่างไร นางก็ไม่มีวันหันกลับมาอีกเสียงพูดคุยของบ่าวรับใช้ ด้านนอกดังขึ้นปลุกให้ไป๋หรูเฉิงลืมตาตื่นจากความฝัน ในฝันที่มีนาง สายตาพร
ตอนที่ 48จวนตระกูลเหอยามเช้า แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ของเหอหว่านซิน แสงแดดอ่อนนั้นปลุกนางให้ตื่นขึ้น นางค่อย ๆ ลืมตา ความว่างเปล่าตรงหน้า ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดขึ้นมาทันทีเขาไปแล้ว ไปแล้วจริง ๆ น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม ร่างบางมองดูร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวนางยังคงชัดเจน ทว่าคนนั้นหายไปแล้ว หัวใจของนางทนไม่ไหวอีกต่อไปร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น สองแขนที่เมื่อคืนยังกอดเขาแน่นตอนนี้ได้แต่กอดตัวเองเท่านั้น นางรู้อยู่แล้วว่าต้องเจ็บ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของสาวใช้ดังขึ้นนอกห้องอย่างร้อนรนเหอหว่านซินรีบเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ ลู่อันที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าร้อนรนเอ่ยขึ้น“คุณหนูท่านรีบไปแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกท่านไปพบ เห็นขันทีในวังก็มาด้วยเจ้าค่ะ”เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ทว่าลู่อันกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“ข้าไม่เป็นไร”เหอหว่านซินรีบตอบแล้วหันหลังก้าวตรงไปยังฉากกั้นห้องเพื่อล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์ไม่นานนักสาวใช้ก็ช่วยกันปรนิบัตร เหอหว่านซินล้าง
เหอหว่านซินเลื่อนใบหน้าลงต่ำ มือเรียวยกขึ้นลูบไล้สิ่งที่กำลังแข็งขืนอยู่ใต้กางเกงของเขา นางล้วงมันออกมาอย่างไม่อาย ริมฝีปากนุ่มจูบลงบนแก่นกายร้อนผ่าวของเขา แล้วดูดกลืนอย่างช้า ๆ เซียวเหยียนเฉิงก้มลงมอง สตรีที่กำลังดูดกลืนแก่นกายของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระสันเสียว “อาส์… อืม… ”เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจห้าม มือใหญ่กดศีรษะนางเบา ๆ พร้อมยกสะโพกขึ้นลงรับกับปากของนางพอดี ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนเขาแทบทนไม่ไหวเพียงไม่นานเขากระถูกนางกลืนกินจนเกร็งกระตุก ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมา เหอหว่านซินกลืนกินจนหมดสิ้น เซียวเหยียนเฉิงไม่รีรอคว้าร่างบางของนางให้นอนลงทันที เขาเองก็หิวกระหายอยากจะกลืนกินนางเช่นเดียวกัน มือใหญ่รูดกางเกงขาวบางนั้นออกอย่างรวดเร็วแล้วแยกขาเรียวของนางออกกว้าง เขาจ้องมองกลีบเนื้อสีชมพูระเรื่อนั้นด้วยความหิวกระหาย ซุกใบหน้าลงกับกลีบเนื้อที่สั่นระริกนั้นทันที ปลายลิ้นเปียกชื้นของเขาลากขึ้นลงกลางกลีบเนื้อที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักเหอหว่านซินสะดุ้งด้วยความกระสัน มือนางกำผ้าปูแน่นครวญครางออกมาอย่างมีความสุข“อื้อ… อ๊า… อาเหยียน… ข้า ข้าชอบเหลือเกิน… ”เสียงครวญคราง
ตอนที่ 8งานเลี้ยงวังหลวงภายในตำหนักของวังหลัง จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาอย่างยิ่งใหญ่เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกครื้น เสียงดนตรีแผ่วเบาประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนในงานเหอหว่านซินและเหอเยี่ยนเฟิงเองก็นั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้เหอหว่านซินในอาภรณ์ส
จวนเหอเรือนหนิงฝู่ในยามสายเงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องโถงกว้าง สายลมอ่อนพัดผ่านม่านผ้าบางเบาจนพลิ้วไหวช้า ๆ แสงแดดอุ่นส่องลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงดูอบอุ่นและสงบยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่าเหอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ที่วางถ้วยชาและกาน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ นางทอดสายตามองสระน้ำใสด้านนอก ปลาห
ตอนที่ 6เทียบเชิญจวนตระกูลเหอยามอรุณเพิ่งแย้ม แสงตะวันอ่อนค่อย ๆ ลูบไล้หลังคากระเบื้องของจวนเหอภายในห้องอันเงียบสงบของเหอหว่านซิน กลิ่นหอมจางจากเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง นางนั่งสง่างามอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าผุดผ่องดุจหยก ลู่อันสาวใช้ประจำกายยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวจัดแต่งมวยผมอ
ตอนที่ 5บุคคลที่ไม่ควรยุ่งแสงจันทร์อ่อนคล้อยสาดส่องลงมา ร่างบางของเหอหว่านซินวิ่งฝ่าตรอกแคบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว ก่อนจะหยุดยืนข้างกำแพงจวนเหอ ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากเม้มแน่น หายใจหอบถี่ นางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงเร่งก้าวไปยังกระถางต้นไม้ข้างกำแพงจวน มือบางยืดเกาะ ปี







