LOGINชาติก่อนถูกบังคับให้แต่งงานกับบุตรชายใต้เท้าเจิ้งผู้มักมาก เขา… โอบอุ้มเพื่อนสนิทนางขึ้นมาเป็นเมียออกหน้าออกตา บังคับให้เธอเลือกระหว่างบุตรชายกับชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อให้ลูกมีชีวิตที่ยืนยาวหลังเดินทางมาฝากฝังกับพี่ชาย ดาบประจำตระกูลเธอยกมันขึ้นมาบั่นคอตัวเองต่อหน้าประชาชีที่จวนเจิ้ง กลองสั่งประหารแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ดังขึ้นพร้อมกัน บุรุษที่นางไม่เคยเลือก บัดนี้ทั้งเขาและนางมีชะตากรรมเดียวกัน
View Moreท่ามกลางหิมะที่เหน็บหนาว ซ่งอี้เหรินหอบความเจ็บปวดกลับมาที่จวนซ่ง ก้มคำนับแด่พี่ชายที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นผู้นำตระกูลแทนบิดาที่สิ้นอายุขัยไป
“น้องหญิง…เหตุใดจึงอุ้มหลานชายพี่ตากหิมะมาเช่นนี้!!” พี่สะใภ้ผู้แสนอ่อนโยนรีบเข้ามารับหลานชายไปโอบอุ้มให้คลายความหนาว ทั้งยังเรียกสาวใช้ให้นำชุดคลุมมาให้น้องสามีอย่างห่วงใย…ทั้งๆที่พี่ชายและพี่สะใภ้ดีกับข้าเช่นนี้ ข้ากลับมองข้ามไปเสียอย่างนั้น… “ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” ร่างบอบบางสวมชุดสีชมพูกลีบบัว คุกเข่าลงตรงหน้าประสานมือต่อพี่ชายด้วยความเคารพ “บุตรชายข้าคนนี้ไร้วาสนา มีบิดาเป็นคนมักมาก หากเติบโตในจวนเจิ้งแน่นอนว่า…เขาจะถูกใช้เป็นหุ่นเชิดต่อรองกับราชวงศ์เพียงเพราะเขามีเสด็จป้าเป็นฮองเฮา เพื่อตัดสายสัมพันธ์ที่บีบรัด…” น้ำตาที่ไหลจนอาบแก้ม นางไม่คิดจะเช็ดมันออกปล่อยให้ไหลไปเพื่อชำระล้างความโง่เขลาในวันวาน “ข้าผู้เป็นมารดา ยกบุตรชายคนนี้ให้เป็นบุตรบุญธรรมแม่ทัพใหญ่แห่งเสวียนอี ขอท่านพี่เมตตาเขาด้วย หากชาติหน้ามีจริง…ข้าจะเชื่อฟังท่านทุกคำ จะแต่งงานกับหลี่เฟย จะไม่ดื้อดันรักคนที่ลมปาก ให้อภัยข้าที่ตอบแทนสกุลซ่งได้เพียงระยะเวลา20หนาวเท่านั้น!!“ แม้จะงงงวยแต่ไม่มีเวลาให้คิด ซ่งหยางเหมามองน้องสาวพร้อมลงมาโอบกอด ”หากเจ้าสบายใจค่อยมารับบุตรชายเจ้ากลับ เวลานี้ใกล้เวลาตัดสินโทษเต็มที หลังกลับมาจากลานประหาร พี่จะร้องขอฝ่าบาท เรื่องการแยกกันอยู่ของเจ้ากับคนสกุลเจิ้ง ดีหรือไม่“ นางไม่ตอบสิ่งใดนอกจากพยักหน้า ”พี่ใหญ่…ฝากบอกแม่ทัพหลี่ ชาตินี้ข้าไร้วาสนามีตาหามีแววไม่ ความโง่เขลาครั้งนี้ข้าขอชดใช้ในชาติหน้า“ เท้าเล็กที่สวมเพียงรองเท้าปักผ้าลายดอกโบตั๋นคู่เก่าจนบางเฉียบที่ท่านแม่ปักให้ ชุดคลุมหนาที่ลากไปกับพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะคือชุดคลุมที่บิดามอบให้ ชุดปิ่นแปดชิ้นสำหรับสวมวันแต่งงานคือเครื่องประดับที่ฮองเฮาผู้เป็นพี่สาวมอบให้ มือถือดาบประจำตระกูลที่พี่น้องสกุลซ่งมีทุกคน ทุกอย่างของสกุลซ่งอยู่รอบกายนาง แต่เหตุใดยังเหน็บหนาวเช่นนี้ ”ทั้งๆที่รับผิดแทนองค์รัชทายาทแท้ๆ เหตุใดจึงต้องโทษประหาร“ ”ความผิดน้อยนิดเช่นนี้ แต่สั่งประหารมิใช่ว่าต้องการลดทอนอำนาจท่านแม่ทัพหรือ“ ”หากตามเดิมที่เคยอยากเกี่ยวดองกับสกุลซ่งเป็นไปได้ ป่านนี้ท่านแม่ทัพคงมีคนหนุนหลัง“ ”หลายปีมานี้ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองเหตุใดจุดจบจึงหน้าเศร้านัก!!“ เสียงพูดคุยดังมาตลอดทางเดิน นางทำเพียงรับฟังมันด้วยความเจ็บปวด นึกย้อนเวลากลับไป ชีวิตนี้นางมีบุรุษให้เลือกถึงสองคน คนนึงเย็นชาใช้ชีวิตในสนามรบ มารดากล่าวว่าหากนางได้เป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ อาจจะเปล่าเปลี่ยวเพียงเพราะเขาออกรบทั้งปี แต่หากเลือกบุตรชายสกุลเจิ้ง นางจะเป็นสตรีที่มีความสุขที่สุด เพราะเขานั้นมีแต่คำหวานหู และตำแหน่งขุนนางในวังหลวงที่เขาจะได้รับ นางจะยิ่งมีคนเชิดหน้าชูตา…คำพูดหวานหูจะมั่นคงเท่าการกระทำได้อย่างไร…ฉึบ!! เพียงดาบเดียวของกู่ลี่หง จากร่างหนาที่ดิ้นเร้าแน่นิ่งลงทั้งที่ดวงตายังเบิกกว้าง “อึก!!” พรึบ ฝ่ามือหนาของใครบางคนปิดตานางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่กู่ลี่หงจะใช้มีดจ้วงแทงตัวเอง เขาปิดตานางด้วยฝ่ามือเดียว และดึงร่างบางให้หันกลับมาหาตัวเอง“อย่ามอง…ทหาร คุมตัวสตรีผู้นั้นไว้!!” ฉึก!! ครั้งที่สองที่นางเสียบมีดเข้าร่างกาย…ช่วยไม่ทันแล้ว…“อึก!!”“ว้ายตายแล้ว นางแทงตัวเอง”“แย่แล้ว เลือดที่คอนางเยอะเกินไป ช่วยกันห้ามเลือดก่อน!”“นางใจเด็ดนัก เร็วเข้าตามท่านหมอ”“ไม่ๆ ตามพ่อค้ากู่ด้วยเร็ว!!”“เจอศพเจิ้งฮูหยินอยู่ในบ้านขอรับ!” แม้ไม่เห็นแต่นางกำเสื้อของใครบางคนแน่น พรึบ!!“อี้เหริน!!”“ฮูหยิน!!”“หลี่เฟยข้าอุ้มน้องสามเองเจ้าบาดเจ็บอยู่” สมองของนางขาวโพลน แม้ลืมตาไม่ไหวแต่เสียงรอบข้างนางได้ยินทุกคำ ร่างบอบบางลอยหวือขึ้นก่อนจะถูกอุ้มขึ้นมาบนรถม้าพากันมุ่งหน้ากลับสกุลหลี่“แปลก ครั้งนี้ข้าไม่เห็นอะไร ไม่เห็นอดีต ไม่เห็นอนาคต ไม่เห็นอะไรเลย” แม้จะยังหลับตาอยู่ แต่นางก็สัมผัสได้จากไออุ่นที่ฝ่ามือ“แม่ทัพหลี่” เสียงแผ่วเบาปลุกคนตัวโตที่ฟุบหลับให้ลืมตาขึ้น“เจ้าฟื้นแล้ว” แม้นางจะพยายามลุกขึ้นแต่เขา
คำพูดนั้นทำกู่ลี่หงกำมือแน่น มองดูทั้ง3คนเดินออกไปด้วยความเครียดแค้น“แม่นางกู่ สิ่งที่ฮูหยินหลี่แนะนำเป็นเรื่องที่ดี” คนสนิทของเจิ้งเกาซีที่มองเหตุการณ์อยู่นานเอ่ยเตือนสติคนที่ปล่อยน้ำตาเงียบๆ“ไม่หรอก คนอื่นแพ้ได้ แต่ข้าจะไม่มีวันแพ้ ไม่ซมซานกลับไปสกุลกู่ให้แม่ใหญ่กดหัวข้าอีก!!” มือบางลูบท้องที่โตขึ้นเรื่อยๆ ในใจคิดทบทวนทุกอย่างก่อนจะเดินกลับมาที่เรือนหลัง ที่ที่คนบ้านเจิ้งให้นางกับลูกพักอาศัย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง“หากข้าไม่ได้ พวกเจ้าก็จงอยู่กันอย่าง…ตายทั้งเป็น!!” แววตาอาฆาตนี้เหมือนนางอดทนมานาน คนสนิทของเจิ้งเกาซีที่แอบตามมาดูได้แต่ส่ายหัว“เกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ”2เดือนต่อมานักโทษนับสิบคนถูกต้อนเข้ามาในลานประหาร ชาวบ้านที่ได้รับประกาศชักชวนกันมาดูอย่างตื่นเต้น“ด้วยราชองการแห่งฟ้า ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ปลดองค์รัชทายาทจากเหตุการตั้งซุ้มรีดไถเงินชาวบ้านแคว้นเว่ย เก็บภาษีจากชาวบ้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ก่อความเดือดร้อนให้ชนชั้นแรงงานทำงานโดยที่ไม่ได้รับเบี้ยหวัด ความผิดร้ายแรงนี้ ส่งผลให้ราชวงศ์แปดเปื้อน ไม่ควรค่าให้ผู้คนนับถือ มีโทษประหาร!!” เสียงฮือฮาของชาวบ้านเริ่มทำองค์รัชทายาทช
หลี่อี้เหรินหันมามองสตรีตรงหน้าที่มีสภาพโทรมจนนางต้องถอยเท้าหนีอย่างตกใจ“ลี่หง หะเหตุใดเจ้าถึง…” ไม่มีคำใดที่สามารถสื่อออกไปได้นอกจากดวงตาที่เบิกกว้าง พรึบ หญิงสาวคุกเข่าลงหน้า“ข้าท้องลูกของเขาแต่ชายผู้นั้นเอาแต่ขับไล่ข้าออกจากจวน เพียงเพราะเขาสอบจงหงวนไม่ได้ มารดาจึงบังคับให้แต่งงานกับบุตรสาวสกุลอื่นที่ฐานะเทียมกัน เมื่อข้าไม่ยอมออกจากจวน ข้าถูกนางผู้นั้นทุบตี” ไป๋หยวนส่ายหน้าให้รู้ว่าสตรีผู้นี้กำลังพูดปด“ในเวลาเพียง1เดือน เขาแต่งงานใหม่งั้นหรือ ข้าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ เจ้ามาบอกข้าคงไม่ได้ประโยชน์” นางไม่ใจอ่อนอยู่แล้ว และยังไม่รู้ว่ากู่ลี่หงมาด้วยเหตุอันใดนางจึงปฏิเสธไว้ก่อน“ในฐานะที่เราเคยเป็นสหายกัน ตอนนี้ข้าไร้ที่พึ่งพิง อยากขอเพียงความเห็นใจจากเจ้า ข้า…ขอเพียงไปพักอาศัยและขอเพียงอาหารวันละมื้อให้บุตรในครรภ์ข้าอิ่มท้องได้หรือไม่” สตรีที่เนื้อตัวมอมแมมรีบเข้ากอดขานางท่ามกลางชาวบ้านที่มีเดินตลาด มาถึงตรงนี้นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอดีตสหายที่แสนชั่วช้าถึงเลือกสถานที่ที่คนพลุกพล่านเช่นนี้!“ลี่หงเจ้าเองต้องเข้าใจบัดนี่ท่านย่าสามีข้าป่วยอยู่ การเข้าออกของแต่ละบุคคลในช่วงน
“เรื่องนี้เจ้ารู้หรือไม่” ฮองเฮาหันมาถามหลี่อี้เหรินที่ทำหน้าฉงน“ไม่เพคะ แม่ทัพไม่ได้แจ้งสิ่งใดกับข้า” สายตาหวานของฮองเฮาตวัดมามองฝ่าบาทที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“เหตุใดเรื่องนี้หม่อมฉันถึงไม่รู้เพคะ เมื่อเช้าตอนมีคนมาบอกว่าเหรินเอ๋อร์ถูกทิ้งไว้ในห้องหอกลางดึก หม่อมฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ นี่พระองค์ไม่ไว้ใจหม่อมฉันกับอี้เหรินงั้นหรือ” หลี่อี้เหรินทำได้เพียงมองแต่ละฝั่งไปมา ในใจไม่ได้นึกโกรธสามี เพราะเขาและนางย้อนเวลากลับมาเช่นกัน เรื่องกลยุทธในสนามรบแน่นอนว่าเขาเก่งกาจกว่านางอยู่แล้ว“ใช่ที่ไหนกันเล่า ฮองเฮา…เจ้าเคยได้ยินคำนี้หรือไม่ หลอกคนอื่นให้สำเร็จได้ ต้องเริ่มที่หลอกคนของตัวเองก่อน” ใบหน้าหวานที่แสนอ่อนโยนบัดนี้บึ้งบูด“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ไม่เห็นความสำคัญแล้วหนิเพคะ” มาถึงตรงนี้หลี่อี้เหรินได้แต่อมยิ้ม ใครจะตามใจฮองเฮาได้เท่าฝ่าบาทหายากนัก“ไม่จริง เจ้าสำคัญที่สุด สำคัญกว่าใครแม้คืนไหนที่เจ้าให้ข้าไปนอนกับสนมหลี่ข้าก็รีบกลับมาหาเจ้าอยู่ดี อี้เมิ่งตอนนี้รอบตัวล้วนไว้ใจใครไม่ได้ บางเรื่องข้าอาจจัดการโดยไม่บอกเจ้า แต่ขอให้วางใจข้าบอกช้าแต่ไม่เคยไม่บอก“ ฮองเฮาพยักหน้ารับก่อนคิ
reviews