เข้าสู่ระบบตอนที่ 8งานเลี้ยง
วังหลวง ภายในตำหนักของวังหลัง จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาอย่างยิ่งใหญ่ เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกครื้น เสียงดนตรีแผ่วเบาประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนในงาน เหอหว่านซินและเหอเยี่ยนเฟิงเองก็นั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ เหอหว่านซินในอาภรณ์สีชมพูอ่อน นางใช้ผ้าสีชมพูอ่อนปิดหน้าไว้ครึ่งโดยอ้างว่าแพ้เครื่องประทินโฉม ใบหน้ามีผื่นแดงขึ้นเล็กน้อยเลยต้องสวมผ้าปิดหน้าเพาะเกรงจะทำให้คนอื่นตกใจ ขณะนั้นเสียงที่กำลังดังแผ่วหยุดลงชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงซุบซิบดังขึ้นใหม่พร้อมกับบรรดาผู้มาร่วมงานหันไปมองในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางฝูงชน สตรีนางหนึ่งปรากฏกาย นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกต้องแสง ท่วงท่าก้าวเดินอ่อนช้อยดุจบุปผาไหวตามสายลม เพียงนางย่างเท้าเข้าสู่งานเลี้ยง สายตาของเหล่าบุรุษทั่วตำหนักก็หันไปจับจ้อง ราวต้องมนต์สะกดโดยไม่รู้ตัว “ชิงอวี่…” เหอเยี่ยนเฟิงอุทานออกมาแผ่วเบา สีหน้าที่เคยสุขุมพลันเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างชัดเจน เขาก้าวตรงไปยังสตรีผู้นั้นโดยไม่ลังเล เหอหว่านซินยกสายตาขึ้นเล็กน้อยมองดูใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์นั้น ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย มู่ชิงอวี่นั้นภายนอกดูงดงามอ่อนหวาน แต่แท้จริงแล้วนางเจ้าเล่ห์และชอบปั่นหัวบุรุษที่สุด ชาติก่อนแม้จะตกลงหมั้นหมายกับพี่ชายนาง แต่ก็ยังมาลักลอบพบกับ ไป๋หรูเฉิงที่จวนอยู่บ่อยครั้งจนตั้งครรภ์ บุตรในท้องนางก็ไม่รู้ว่าเป็นของพี่ชายนางหรือไป๋หรูเฉิงกันแน่ แต่ทั้งสองก็ถึงกับต่อสู้กันจนบาดเจ็บเพราะจะแย่งชิงตัวนาง เหอหว่านซินยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวออกไปจากลานพิธีการ เพื่อไปเดินชมทิวทัศน์รอบนอกแก้เบื่อ วันนี้นางเตรียมตัวมาอย่างดี คนคนนั้นคงมิอาจจำนางได้เป็นแน่ “เหอหว่านซิน” เสียงเย็นชาที่คุ้นเคยดังขึ้น เหอหว่านซินหันไปมอง ไป๋หรูเฉิงยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยท่าทีเย็นชา สีหน้าดูแคลนนางอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าตั้งใจมาร่วมงานนี้เพื่อ วางแผนร้ายอะไรอีก ข้าขอเตือนเจ้าชาตินี้ข้าไม่มีวันใจอ่อนแต่งกับเจ้าอีก” เหอหว่านซินเงยหน้ามองเขา คนสารเลวนี้ก็กลับมาเกิดใหม่เหมือนกันสินะ ในชาติที่แล้วนางใสซื่อคิดเพียงว่าพอแต่งงานกับเขาแล้วก็จะค่อย ๆ รักกันและใช้ชีวิตคู่อย่างสงบสุข แต่คนสารเลวนี้กลับโทษว่านางแย่งชิงสิ่งที่ควรจะเป็นของมู่ชิงอวี่ไป แล้วแอบไปมีสัมพันธ์กับมู่ชิงอวี่ จนนางกลายเป็นตัวตลกของจวนไป๋ เหล่าบรรดาบ่าวไพร่ต่างกันพากันแกล้งนางเพื่อเอาใจมู่ชิงอวี่ ยามที่นางถูกมู่ชิงอวี่ใส่ร้ายก็ไม่มีบ่าวคนใดยอมเป็นพยานให้นางเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ทุกคนนั้นเห็นว่านางไม่ได้ทำ รวมถึงบุรุษผู้นี้ด้วย เหอหว่านซินยกยิ้มบางแล้วมองเขาด้วยดวงตาคมกล้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “แล้วทำไมข้าต้องอยากแต่งงานกับท่านด้วย ชีวิตที่น่าสมเพชเช่นนั้นข้าเองก็ไม่อยากได้” ไม่อยากได้หรือ! ดวงตาเขามืดมนขึ้นมาทันที ดูจากวันงานเลี้ยงนั่นนางเองก็คงกลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกันกับเขา ไป๋หรูเฉิงก้าวเขาไปหานางอีกสองก้าวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลง “หว่านซินเจ้าคงโกรธที่ข้าฆ่าเจ้าหรือ ที่ข้าทำเช่นนั้นเพราะเจ้าวางแผนทำร้ายชิงอวี่ก่อน ข้าเองก็โกรธมากจึงได้ทำเช่นนั้นลงไป” เหอหว่านซินอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไป๋หรูเฉิงก็ก้าวเข้ามาจับมือนางไว้แน่นแล้วลูบไล้เบา ๆ เอ่ยขึ้นอย่างหลงตัวเอง “ชาตินี้ขอเพียงแค่เจ้าเชื่อฟังข้า หลังจากข้าแต่งชิงอวี่เป็นภรรยารองแล้วให้นางมีบุตรชายสักคนไว้เป็นที่พึ่ง ข้าจะรีบมาสู่ขอเจ้าเป็นภรรยาเอกทันที เราจะได้มาเริ่มต้นกันใหม่ดีหรือไม่” เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วดึงมือออกจากบุรุษผู้น่า ขยะแขยงนี้ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองขึ้นมาแล้วเช็ดลงบนมือเรียวที่ไป๋หรูเฉิงสัมผัสเมื่อครู่อย่างรังเกียจ ภรรยาเอก! ใช่สิ ท่านหญิงตงหยางแม่ของเขากับท่านโหวคงจะไม่มีวันรับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นมู่ชิงอวี่เป็นสะใภ้ตระกูลไป๋แน่ อย่างมากนางก็เป็นได้เพียงอนุภรรยาชั้นไพร่ ชาติที่แล้วถึงแม้นางจะเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่ก็เป็นถึงบุตรสาวสายตรงของเสนาบดีเหอจึงได้แต่งงานเป็นภรรยาเอก ส่วนมู่ชิงอวี่เป็นเพียงหมอที่อยู่ประจำค่ายทหารที่สามารถมาร่วมงานเลี้ยงนี้ได้เพราะนางเคยช่วยรักษาอาการป่วยของไทเฮา ไทเฮาจึงอนุญาตให้นางมาได้ เหอหว่านซินหันไปมองยังมู่ชิงอวี่ที่อยู่เคียงข้างเหอเยี่ยนเฟิงแล้วยกยิ้มบางพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ทว่าบาดลึกถึงกระดูก “เชิญท่านไปดูแลสตรีผู้อ่อนหวานของท่านเถิด เดี๋ยวนางล้มไปอยู่ในอ้อมกอดคนอื่น แล้วจะเดาอยากว่าบุตรในครรภ์นั้นเป็นของผู้ใดกัน?” เหอหว่านซินกล่าวจบก็ก้าวจากไปด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ใต้แขนเสื้อนั้นนางกำมือแน่น ชาติที่แล้วที่ไป๋หรูเฉิงและมู่งชิงอวี่ร่วมมือกันทำร้ายนางจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้นจะบอกว่าไม่โกรธแค้นก็คงโกหก ….3เทศกาลโคมไฟสามเดือนผ่านไป ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟทั้งเมืองหลวง สว่างสไสวราวกับดวงดาวหล่นลงมาจากฟากฟ้าโคมหลากสีแขวนเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน แสงไฟสีทองอาบทั่วตรอก บรรยากาศคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนผสานกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ร้องขายขนมและของเล่นยามราตรีเหอหว่านซินยืนอยู่กลางฝูงชน ดวงตากลมใสทอดมองโคมรูปกระต่ายที่ลอยเหนือศีรษะอย่างตื่นตา“งดงามยิ่งนัก… ”เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา“ชอบหรือ”เสียงทุ้มต่ำของเซียวเหยียนเฉิงดังขึ้นข้างหู เหอหว่านซินหันกลับมา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเป็นประกายเซียวเหยียนเฉิงเผยรอยยิ้มออกมา ท่าทางของภรรยาเขายังคงน่ารัก น่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยในยามที่อยู่กับเขา มือใหญ่ยกขึ้นโบกเล็กน้อยเจ้าของร้านก็ยกโคมกระต่ายน้อยมาให้เหอหว่านซินอย่างนอบน้อมเหอหว่านซินรับมันมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายร่าเริง“ขอบพระทัยเพค่ะ”เซียวเหยียนเฉิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงยิ้มตอบแล้วส่งเงินให้เจ้าของร้านทันที แล้วหันมาคว้ามือเล็กของนางอย่างเคยชิน ทั้งสองก้าวเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินสวนกันอย่างคึกคักไม่นานนัก ทั้งสองหยุดอยู่หน้าร้านขายขนมหวานเซียวเหยียนเฉิงปรายตามอง
ตอนพิเศษที่2 แต่งงานจวนตระกูลเหอภายในจวนตระกูลเหอถูกประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงสดอันเป็นมงคล เหล่าบ่าวไพร่วิ่งวุ่นช่วยกันยกสินเดิมและสินสอดที่มากมายภายในห้องหนึ่งที่เงียบสงบ กลิ่นหอมของดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วห้อง เหอหว่านซินในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ด้านหลังนางคือฮูหยินผู้เฒ่าเหอที่กำลังยกหวีงาช้างหวีผมให้นางอย่างแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความสุขเต็มเปี่ยม ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็พลันมาถึงวันที่หลานสาวตัวน้อยของนางได้ออกเรือน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความสุขเหอหว่านซินมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ดวงตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกที่มากมาย “เสร็จแล้ว ไปกันเถิด”น้ำเสียงอ่อนโยนของฮูหยินผู้เฒ่าเหอดังขึ้นเหอหว่านซินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน นางหันไปมองท่านย่าด้วยดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา“เด็กดี อย่าร้องเลยนะ”น้ำเสียงปลอบโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับมือเหยี่ยวย่นที่ยื่นมากุมมือนางไว้แน่น เหอหว่านซินพยักหน้ารับแล้วเผยรอยยิ้มบางฮูหยินผู้เฒ่าเหอและเหอหว่านซินก้าวออกจากห้องเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง“หว่านซิน”เสียงของเหอเยี่ยนเฟิงดังขึ้นเหอหว่านซินห
เมื่อนึกได้นางก็พลันก้าวถอยหลังสองสามก้าวแต่ไม่ได้เอ่ยคำใดได้แต่ยืนนิ่งมองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกาจในยามนี้ราวกับโครงกระดูกที่เดินได้ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ไป๋หรูเฉิงมองนางด้วยสายตาแดงก่ำแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน“หว่านซิน เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่ ข้า ข้ารักเจ้า รักเจ้าคนเดียว ชาตินี้จะแต่งกับเจ้าคนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นอีก ข้าสัญญา”น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยเหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจำได้ว่าชาติที่แล้วเขาพูดว่าไม่รักนาง ไม่มีทางรักนาง คำพูดนั้น เขาพูดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับแทบไม่หมด เหอหว่านซินยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“คุณชายไป๋ ท่านคงเข้าใจผิดอะไรผิดแล้ว ข้ากับท่านแทบไม่เคยพบหน้ากัน ท่านจะรักข้าได้อย่างไร ท่านกลับไปเถิด”ไป๋หรูเฉิงเบิกตากว้าง เขาอ้าปากค้างราวกำลังจะพูดทว่ากลับพูดไม่ออก ได้แต่รีบคลานเข่าเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่เข้าใกล้นางร่างของเขาก็ถูกฝ่าเท้าหนักถีบออกอย่างรุนแรง“บังอาจ นี่พระชายาองค์ชายใหญ่ เจ้าช่างกล้าเข้าใกล้นางอยากตายหรือ”เสียงเย็นเยียบของเฟิงหยางองครักษ์
ตอน พิเศษ 1 ความฝันที่ดี จวนตระกูลไป๋ภายในห้องที่เงียบงัน กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้องไป๋หรูเฉิงนั่งอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ ใบหน้าเขาซูบซีดไร้ชีวิตชีวา ในมือยังคงถือขวดสุราไว้แน่น เขานั่งพิงโต๊ะไม้ยาวเอนกายเล็กน้อย ดวงตาคมปิดสนิทสุรานี้ช่างดีจริงทำให้เขาหลับฝันได้ตลอด ในฝันนั้นมักจะเป็นชาติที่แล้ว ที่เขาแต่งงานกับเหอหว่านซิน เหอหว่านซินในความฝัน นางนั้นนั่งรอเขากลับจากราชการทุกวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางปรนนิบัติเขาราวกับสาวใช้ทว่านางก็ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย นางดูแลเขาอย่างดี ทั้งยามป่วยก็เฝ้าอยู่ไม่ห่างทว่าความตาบอดของเขาเองที่มองไม่เห็นความดีของนาง ถึงได้ทำร้ายจิตใจนางครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางบอบช้ำไปทั้งตัวและหัวใจ“หว่านซิน ขอโทษ ข้าสำนึกผิดแล้ว”เสียงพึมพำหลุดออกมาแผ่วเบาในความฝันเขาคุกเข่าขอโทษนางอย่างจริงใจ แล้วนางก็ให้อภัยเขา ทว่าทุกครั้งที่นางให้อภัย เขาก็ชักดาบฆ่านางเสมอ น้ำตาในความฝันนอกไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทไม่ว่าเขาจะขอโทษอย่างไรสำนึกผิดอย่างไร นางก็ไม่มีวันหันกลับมาอีกเสียงพูดคุยของบ่าวรับใช้ ด้านนอกดังขึ้นปลุกให้ไป๋หรูเฉิงลืมตาตื่นจากความฝัน ในฝันที่มีนาง สายตาพร
ตอนที่ 48จวนตระกูลเหอยามเช้า แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ของเหอหว่านซิน แสงแดดอ่อนนั้นปลุกนางให้ตื่นขึ้น นางค่อย ๆ ลืมตา ความว่างเปล่าตรงหน้า ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดขึ้นมาทันทีเขาไปแล้ว ไปแล้วจริง ๆ น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม ร่างบางมองดูร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวนางยังคงชัดเจน ทว่าคนนั้นหายไปแล้ว หัวใจของนางทนไม่ไหวอีกต่อไปร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น สองแขนที่เมื่อคืนยังกอดเขาแน่นตอนนี้ได้แต่กอดตัวเองเท่านั้น นางรู้อยู่แล้วว่าต้องเจ็บ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของสาวใช้ดังขึ้นนอกห้องอย่างร้อนรนเหอหว่านซินรีบเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ ลู่อันที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าร้อนรนเอ่ยขึ้น“คุณหนูท่านรีบไปแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกท่านไปพบ เห็นขันทีในวังก็มาด้วยเจ้าค่ะ”เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ทว่าลู่อันกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“ข้าไม่เป็นไร”เหอหว่านซินรีบตอบแล้วหันหลังก้าวตรงไปยังฉากกั้นห้องเพื่อล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์ไม่นานนักสาวใช้ก็ช่วยกันปรนิบัตร เหอหว่านซินล้าง
เหอหว่านซินเลื่อนใบหน้าลงต่ำ มือเรียวยกขึ้นลูบไล้สิ่งที่กำลังแข็งขืนอยู่ใต้กางเกงของเขา นางล้วงมันออกมาอย่างไม่อาย ริมฝีปากนุ่มจูบลงบนแก่นกายร้อนผ่าวของเขา แล้วดูดกลืนอย่างช้า ๆ เซียวเหยียนเฉิงก้มลงมอง สตรีที่กำลังดูดกลืนแก่นกายของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระสันเสียว “อาส์… อืม… ”เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจห้าม มือใหญ่กดศีรษะนางเบา ๆ พร้อมยกสะโพกขึ้นลงรับกับปากของนางพอดี ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนเขาแทบทนไม่ไหวเพียงไม่นานเขากระถูกนางกลืนกินจนเกร็งกระตุก ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมา เหอหว่านซินกลืนกินจนหมดสิ้น เซียวเหยียนเฉิงไม่รีรอคว้าร่างบางของนางให้นอนลงทันที เขาเองก็หิวกระหายอยากจะกลืนกินนางเช่นเดียวกัน มือใหญ่รูดกางเกงขาวบางนั้นออกอย่างรวดเร็วแล้วแยกขาเรียวของนางออกกว้าง เขาจ้องมองกลีบเนื้อสีชมพูระเรื่อนั้นด้วยความหิวกระหาย ซุกใบหน้าลงกับกลีบเนื้อที่สั่นระริกนั้นทันที ปลายลิ้นเปียกชื้นของเขาลากขึ้นลงกลางกลีบเนื้อที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักเหอหว่านซินสะดุ้งด้วยความกระสัน มือนางกำผ้าปูแน่นครวญครางออกมาอย่างมีความสุข“อื้อ… อ๊า… อาเหยียน… ข้า ข้าชอบเหลือเกิน… ”เสียงครวญคราง
ตอนที่ 1 เกิดใหม่“เหอหว่านซินเจ้าแย่งสิ่งที่ควรจะเป็นของชิงอวี่ไป ยังฆ่านางกับลูกในท้องของนางอีก! สตรีอำมหิตเช่นเจ้าจงตายไปซะ!!”น้ำเสียงแข็งกร้าวของไป๋หรูเฉิงดังขึ้นพร้อมกับดาบยาวที่แทงทะลุอกของเหอหว่านซินอย่างแรง ดวงตาเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นเหอหว่านซินชะงัก เสียงเนื้อที่ถูกฉีกด้วยคมดาบดังแผ่ว
จวนเหอเรือนหนิงฝู่ในยามสายเงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องโถงกว้าง สายลมอ่อนพัดผ่านม่านผ้าบางเบาจนพลิ้วไหวช้า ๆ แสงแดดอุ่นส่องลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงดูอบอุ่นและสงบยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่าเหอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ที่วางถ้วยชาและกาน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ นางทอดสายตามองสระน้ำใสด้านนอก ปลาห
ตอนที่ 6เทียบเชิญจวนตระกูลเหอยามอรุณเพิ่งแย้ม แสงตะวันอ่อนค่อย ๆ ลูบไล้หลังคากระเบื้องของจวนเหอภายในห้องอันเงียบสงบของเหอหว่านซิน กลิ่นหอมจางจากเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง นางนั่งสง่างามอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าผุดผ่องดุจหยก ลู่อันสาวใช้ประจำกายยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวจัดแต่งมวยผมอ
ตอนที่ 5บุคคลที่ไม่ควรยุ่งแสงจันทร์อ่อนคล้อยสาดส่องลงมา ร่างบางของเหอหว่านซินวิ่งฝ่าตรอกแคบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว ก่อนจะหยุดยืนข้างกำแพงจวนเหอ ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากเม้มแน่น หายใจหอบถี่ นางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงเร่งก้าวไปยังกระถางต้นไม้ข้างกำแพงจวน มือบางยืดเกาะ ปี







