Share

บทที่ 10-1 ปล่อยเงินกู้

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 14:48:17

"แม่นาง"

เสียงเรียกของฉินหงเย่ทำให้จินซินพลันได้สติคืนมา เมื่อนางหันมามองก็พบว่ายามนี้เขากำลังประคองนางเอาไว้ไม่ให้ล้ม ระยะห่างระหว่างเขาและนางอยู่ใกล้กันจนน่าตกใจ นางรีบผละออกห่างจากชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ย

"ขออภัยด้วย ข้าไม่ทันระวัง"

นางรักษาระยะห่างจากเขาแทบจะทันที พลางครุ่นคิดในใจ ชาติก่อนการพบกันของเขาและนางไม่ใช่ในเวลานี้ แต่เป็นช่วงเวลาหลังจากที่นางผิดหวังจากลู่จื่อเซวียนและมาดื่มสุราที่หอสุราพันจอกแห่งนี้ แต่ในชาตินี้เขาและนางกลับได้พบเจอกันก่อนช่วงเวลานั้น

เหตุใดเหตุการณ์บางอย่างจึงดูไม่เหมือนเดิมนะ

ฉินหงเย่ลอบสังเกตท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย กลิ่นสุราบนตัวเขาค่อนข้างแรงอยู่บ้าง ใบหน้าก็แดงซ่านเพราะฤทธิ์ของสุรา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดทอนลงไปได้เลยสักส่วนเดียว

"ทำให้เจ้าตกใจแล้ว แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ข้ามิใช่คนเลวหรอก ข้ามีนามว่าฉินหงเย่เป็นชินอ๋องแห่งแคว้นจิ่งโจว"

เขาแนะนำตัวพลางยกมือตบอกตนเองไปพลางราวกับภาคภูมิใจเสียเต็มประดา จินซินยิ้มตามมารยาทนิ่งๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด ก่อนจะรีบทำความเคารพชายหนุ่ม อีกทั้งยังรักษาระยะห่างกับเขาตามเดิม นางไม่เคียดแค้นที่เขาเคยหลอกใช้นาง แต่นางก็ไม่คิดจะพัวพันกับเขาอีกเป็นครั้งที่สอง คนเช่นฉินหงเย่ปลิ้นปล้อนเจ้าเล่ห์เพทุบาย อย่าได้คิดเข้าไปข้องเกี่ยวย่อมดีที่สุด

นางถึงขนาดคิดว่าหากชาตินี้เขาไม่อาจผูกวาสนากับนางได้ และไม่อาจหลอกใช้นางได้อีกครั้ง เขาย่อมไม่อาจก่อกบฏได้สำเร็จ นางมีหรือจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉิงหงเย่ต้องการมากที่สุดคือทหารของตระกูลลู่ หากจะกล่าวกันตามจริงคนที่พอจะมีทหารทัดเทียมกับราชสำนักก็คือตระกูลลู่ เพียงแต่ตระกูลลู่ภักดีมาตลอด ฉินหงเย่จึงไม่อาจยื่นมือมาก่อคลื่นใต้น้ำได้

และนางจะไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จเป็นครั้งที่สอง นางจะต้องปกป้องคุ้มครองตระกูลลู่และทุกคนที่เคยดีกับนางเอาไว้ให้ได้

หากชาตินี้ทุกอย่างราบรื่นด้วยดี ไม่มีสงคราม บ้านเมืองสงบสุข นางก็จะทำการค้าขาย ใช้ชีวิตยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง ไม่แต่งงานไปชั่วชีวิต

ฉินหงเย่ที่เห็นว่าสตรีตรงหน้าเอาแต่ยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาใด เขาจึงยื่นมือไปโบกไปมาตรงหน้านาง ทำให้จินซินได้สติคืนมา

"หม่อมฉันเสียมรรยาทแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดอภัย หากไม่มีสิง่ใดแล้วหม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ"

หญิงสาวไม่อยากจะอยู่เสวนากับอ๋องหนุ่มให้มากความ จึงขอตัวจากไปทันที เมื่อจินซินจากไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินหงเย่ก็หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความเย็นชาสายหนึ่ง ชายหนุ่มเดินขึ้นมาบนห้องส่วนตัวในหอสุราพันจอกอย่างไม่รีบไม่ร้อน เมื่อเข้ามาในห้องแล้วเขาก็ยกจอกสุราขึ้นมาหมุนเล่นไปมา ดวงตาคมมีความสงสัยพาดผ่าน

"เป็นนางเองหรือที่ช่วยสองพ่อลูกตระกูลเสิ่น"

ฉินหงเย่หันไปถามองค์รักษ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล องค์รักษ์พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ย

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"

"ช่างดีนัก! ทำให้ข้าเสียรายได้ไปไม่น้อยเลย ร้านนั้นทำเลดีมาก หากเรายึดมาได้แล้วเอามาขายในราคาที่สูงกว่ายอดหนี้ จะต้องได้กำไรไม่น้อย แต่นางกลับยื่นมือมาสอดแล้วยังทำให้คนของข้าถูกจับตัวไปที่ว่าการ"

"ท่านอ่องเช่นนั้น ส่งคนไปจัดการนางดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

"เจ้าโง่หรือ! เรื่องนี้มีลู่จื่อเซวียนสอดมือเข้ามาอีกคนจะทำเรื่องบุ่มบ่ามไม่ได้ อีกทั้งคนของเราก็ถูกจับตัวไปหมด ได้ยินว่านางอาศัยอยู่ในจวนตระกูลลู่ หากเกิดเรื่องขึ้นกับนางตระกูลลู่ต้องไม่ปล่อยผ่านแน่นอน สองปีมานี้ไม่ง่ายเลยกว่าข้าจะมาถึงจุดนี้ย่อมไม่อาจทำให้ฉินหงเยี่ยนระแวงสงสัย เราต้องหาวิธีอื่น"

"เช่นนั้น"

"ได้ยินว่าพวกมันยังไม่สารภาพความผิดซัดทอดมาถึงข้าใช่หรือไม่ เช่นนั้นคืนนี้เจ้าก็ไปจัดการฆ่าปิดปากพวกมันทั้งหมดเสีย แล้วค่อยไปขูดรีดเอากับลูกหนี้รายอื่นๆ"

"พ่ะย่ะค่ะ"

“จำไว้ อย่าให้มีพิรุธ”

“บ่าวทราบแล้ว”

องค์รักษ์รับคำก่อนจะจากไปทันที เมื่อนั่งอยู่ตามลำพังแล้วฉินหงเย่มีท่าทีเคร่งเครียดไม่น้อย

ภายนอกเขาแสร้งทำตัวราวกับหมอนปักลาย (เชิงอรรถ ภายนอกดูดี แต่ไม่มีความรู้ความสามารถใดๆ) กินเหล้าเคล้านารี ยามเข้าวังหลวงก็ยอมเป็นตัวตลกให้ฉินหงเยี่ยนกดข่ม เขาต้องพยายามมากเท่าใดเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด

เขาเป็นเพียงองค์ชายที่เกิดจากพระสนมตำแหน่งเล็กๆ ย่อมเทียบไม่ได้กับฉินหงเยี่ยนที่เกิดจากครรภ์ของฮองเฮา ที่ผ่านมาเขาต้องยอมให้ฉินหงเยี่ยนยืนอยู่เหนือศีรษะเพื่อแลกมาซึ่งหนทางรอดในชีวิต

เบื้องหน้าเขาคือท่านอ๋องจอมเสเพล แต่ลับหลังเขาลอบปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด โดยใช้พวกอันธพาลบังหน้า ยามเกิดเรื่องจึงยากที่จะสาวมาถึงตัวเขาได้ หากลูกหนี้ไม่มีเงินมาคืนก็จัดการยึดบ้านยึดที่ดินมาขายต่อในราคาที่สูงเป็นสองสามเท่าตัว ที่ผ่านมาเขามีกำไรมหาศาลจากการโกงกินขูดรีดเงินราษฏรมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูทหารเดนตายที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ เขาต้องซ่องสุมกำลังพลให้มากพอเพื่อจัดการกับฉินหงเยี่ยน แต่จนใจที่ฉินหงเยี่ยนมีตระกูลลู่คอยเป็นโล่ชั้นดีปกป้องเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดล้วนต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

แต่อยู่ๆ กลับมีสตรีใจกล้ามาทำให้บ่อเงินบ่อทองของเขาหลุดมือไป น่าเจ็บใจนัก

หลังจากที่ทราบเรื่อง เขาก็สั่งให้คนสืบดูภูมิหลังของนาง จนรับรู้พื้นเพเดิมและความเป็นอยู่ของนาง

เดิมทีนางกำลังจะได้แต่งงานกับลู่จื่อเซวียนในอีกไม่นาน

ฉับพลันเขาก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้

ตระกูลลู่เรืองอำนาจมาแต่ไหนแต่ไร มีทหารอยู่ในมือไม่น้อยเลยอีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับจิ่งไทเฮา แต่ในใจลึกๆ แล้วฉินหงเยี่ยนกลับไม่ค่อยชอบตระกูลลู่เท่าใดนัก เพราะอยากจะได้ทหารของตระกูลลู่มาอยู่ใต้อาณัติของตน แต่จนใจที่มีจิ่งไทเฮาคอยขวางทำให้ไม่อาจลงมือข้ามแม่น้ำรื้อสะพานได้

แต่หากว่าสกุลลู่มีใจคิดไม่ซื่อขึ้นมาเล่า เช่นนั้นแม้แต่จิ่งไทเฮาก็คงขัดขวางไม่ได้กระมัง

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม เขาคิดจะใช้แผนการหอยกาบทะเลาะกับนกกระยาง ชาวประมงได้ประโยชน์ ให้พวกนั้นตีกันเองส่วนตนก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

แต่จะทำเช่นไรให้พวกมันตีกันเองนั่นแหละคือปัญหา

ฉินหงเย่พลันคิดถึงใบหน้าของจินซินขึ้นมา หากว่าเขาหลอกล่อนางให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับเขาได้จะดีเพียงใด นางอาศัยอยู่ในจวนตระกูลลู่ย่อมต้องรู้เรื่องราวของคนในตระกูลลู่ไม่น้อย หากใช้งานนางได้ก็คงจะดี ได้ยินว่านางเอาแต่ใจหัวสูง ไม่ค่อยเห็นหัวใคร ทำสิ่งใดสุดโต่ง ซ้ำยังหลงใหลในตัวลู่จื่อเซวียนจนแทบคลั่ง หากเขาดึงนางมาเป็นพวกได้เช่นนี้คงจะดีไม่น้อย เพียงแต่เรื่องนี้ต้องใช้ความพยายามมากเสียหน่อยจะบุ่มบ่ามมิได้

เขาอดทนให้จิ่งไทเฮาและฉินหงเยี่ยนข่มเหงมานานปี ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆ จะมีหมากตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาช่วยให้แผนการของเขาสำเร็จเร็วขึ้น!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 18 บาดเจ็บ

    หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-2 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-1 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 16 พู่หยก

    เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-2 ตายแล้ว

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-1 ตายแล้ว

    เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status