LOGINในวันที่สวี่ซินรู้ตัวว่าย้อนเวลากลับมาในอดีตเมื่อชาติที่แล้วอีกครั้ง เรื่องราวต่าง ๆ ที่เลวร้าย สามีที่ตายเพราะตนเอง และมารดาที่ถูกทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี ต่อไปนี้จะไม่ปล่อยให้คนที่รักนางต้องตายอีก
View More“เด็กน้อยของพ่อ… เจ้าช่างน่าเอ็นดูนัก” ตงจวินมองลูกน้อยในอ้อมแขน พลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและปลื้มปิติ กัวหยุนซึ่งเพิ่งดูแลลูกสาวเรียบร้อยแล้ว เดินออกมาจากห้องด้านใน พอเห็นภาพสองพ่อลูกอยู่เคียงกัน นางก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ “เป็นอย่างไรเล่า ลูกของเจ้าเหมือนเจ้าหรือไม่” นางเอ่ยถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ มองดูหลานชายทั้งสองอย่างพินิจ เด็กน้อยทั้งคู่เป็นเพศชาย แต่กลับมีใบหน้าที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนแฝดทั่วไปเลยสักนิด “ข้าว่าพวกเขาไม่เหมือนกันนัก คนหนึ่งหน้าตาคล้ายข้า ส่วนอีกคนกลับเหมือนหลิวซินอยู่มาก” เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง “แต่ไม่ว่าจะเหมือนใคร ข้าเพียงอยากให้พวกเขาเติบโตเป็นคนเก่งเหมือนภรรยา และแข็งแรงเหมือนข้าเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว” กัวหยุนหัวเราะเบา ๆ และมองเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดของตงจวินอย่างเอ็นดู ตงจวินคิดถึงภรรยาที่นอนอยู่ด้านในห้อง ถึงจะรู้ว่านางปลอดภัยแต่ก็อดห่วงไม่ได้ “ตอนนี้ภรรยาข้าหลับแล้วหรือ” เขาหันไปถามแม่ย้ายด้วยสายตาเป็นห่วง “หลับไปแล้ว” กัวหยุนตอบคำถามให้ตงจวินเบาใจลง ตงจวินพยักหน้า ก่อนอุ้มลูกชายทั้งสองเข้าไปในห้องที่ภรรยานอนพักอยู่ ภาพ
หลิวซินที่โผล่ขึ้นจากน้ำ มองเห็นเงาเรือลาง ๆ อยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นตงจวิน ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตาเขา…ดวงตาคู่นั้นกลับคลอไปด้วยน้ำตาใส“ข้ากลับมาแล้ว” นางกล่าวเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นไหว ดวงตาเปี่ยมด้วยความคิดถึงและโหยหาตงจวินรีบดึงร่างหลิวซินขึ้นมาจากน้ำ แล้วโอบกอดนางแนบอกแน่นราวกลัวว่าจะสูญเสียอีกครั้ง ความอบอุ่นจากร่างบางทำให้หัวใจที่แห้งแล้งถูกเติมเต็มในพริบตา เสียงของเขาแผ่วพร่าจากการกลั้นสะอื้น “เจ้าหายไปไหน ข้าคิดถึงเจ้ามาก…จริง ๆ”เขาซบหน้าลงที่ซอกคอของภรรยาแน่น ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าอ่อนหวานที่คิดถึงมานานเหลือเกินหลิวซินลูบหลังสามีเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาและใบหน้าที่บวมแดงจากการร้องไห้ไม่รู้กี่คืน นางพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ข้ามีเรื่องมากมายเหลือเกิน อยากเล่าให้ท่านฟัง” เพียงไม่กี่วัน…ชีวิตของนางกลับผ่านเหตุการณ์มหัศจรรย์เกินจะเอ่ย“เจ้าไปอยู่ที่ใดมา รู้หรือไม่ว่าพี่เป็นห่วงเพียงใด” เขาพูดพรั่งพรูด้วยความรู้สึกที่เก็บกดมานาน ทั้งคิดถึง ทั้งหวาดกลัวจะสูญเสียนางไปอีก“ตอนที่ข้าช่วยท่าน ข้าก็หมดสติไป ไม่รู้เลยว่าร่างของข้าเข้าไปในมิติตั้งแต่เมื่อใ
“นั่นเสียงหวงหานนิ!” ผู้ใหญ่หางเจ๋ยรีบยกคบเพลิงขึ้นส่องไปยังทิศที่ได้ยินเสียงนั้น“ข้าก็ได้ยินเช่นกัน ผู้ใหญ่บ้านเรารีบเข้าไปดูเถิด” ชายผู้หนึ่งที่มาช่วยตามหาเอ่ยเร่งด้วยความร้อนใจกัวหยุนซึ่งกำลังร้องไห้ตามหาลูกสาว ได้ยินดังนั้น นางไม่รอช้า รีบวิ่งตรงไปยังเรือที่เพิ่งเทียบท่าทันที พอเห็นภาพตรงหน้า หวงหานพาตงจวินนอนสลบไม่ได้สติ นางกลับมองไปรอบ ๆ แล้วหัวใจแทบหยุดเต้น เพราะไม่เห็นร่างของลูกตนแม้แต่น้อย“หลิวซินเล่า… เจ้าพบนางหรือไม่?” เสียงนางสั่นพร่า ทั้งกลัวทั้งสิ้นหวัง“ท่านป้า…” หวงหานหลบตา น้ำตาไหลอาบแก้ม“ไม่จริง… เจ้าตอบข้ามาเถิด เจ้าพบนางหรือไม่!” กัวหยุนเอ่ยเสียงสั่น มองอีกฝ่ายที่น้ำตาไหลไม่หยุด“หลิวซิน… นางจมลงไปใต้ทะเลขอรับ” เขาพูดออกมาทั้งน้ำเสียงสั่นเครือ“ไม่จริง… ลูกของข้าว่ายน้ำเป็น นางต้องรอดแน่! นางจมลงไปตรงไหน?” กัวหยุนถามเสียงสั่น สติเริ่มเลือนลาง“นางจมตรงน้ำวนขอรับ… พร้อมกับเจียงหมิง” หวงหานตอบพลางหันไปมองผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งเดินเข้ามา พร้อมกับชาวบ้านอีกหลายคน“เจ้าว่าอย่างไรนะ… น้ำวนหรือ?” หางเจ๋ยถึงกับหน้าถอดสี เพราะใคร ๆ ต่างรู้ดี ว่าผู้ใดตกลงไปในน้ำวนนั้น… ไม่ม
“นั่น พวกเขาอยู่ตรงนั้น” หลิวซินชีกระชับฝีเท้าไปยังด้านหน้าท่าเรือที่มีเรือจอดอยู่หวงหานชะโงกมองไปยังเรือลำหน้า มือสั่นเล็กน้อยในความเป็นห่วงแล้วร้องเรียก “ตงจวิน ใช่เจ้าหรือไม่!”ตงจวินซึ่งพยายามดันเจียงหมินออกจากตัว ได้ยินเสียงคุ้นหูนั้น หัวใจที่เคยแตกสลายกลับเต้นแรงอีกครั้งเมื่อเสียงเพื่อนชายผสานกับเสียงหวานที่คุ้นเคยดังมาในความมืด “หวงหาน ข้าอยู่ที่นี่ หลิวซิน เจ้าปลอดภัยหรือไม่” เขาตะโกนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราวกับได้ยึดเอาชีวิตคืนมาหลิวซินน้ำตาไหลพรั่ง นางสะอื้นแล้วบอกเสียงสั่น “ตงจวิน ข้าปลอดภัยแล้ว ท่านอย่ากังวล” เสียงร้องของหลิวซินหวานปนสั่นดังขึ้น เพื่อปลอบให้ความกลุ้มของเขาค่อยๆ เบาบางเจียงหมิงได้ยินชื่อหลิวซิน สีหน้าจึงซีดเซียว เขาไม่คิดว่าสตรีคนนั้นจะรอดจากเปลวเพลิงได้ จึงลงแรงมากขึ้นกับคนตรงหน้าก่อนที่หลิวซินจะมาถึง เจียงหมิงได้นั่งเรือมากับตงจวิน จนพบจุดน้ำวน และถามจนออกรู้ความว่ามีถ้ำที่หายใจได้ตรงนั้น ความตื่นเต้นแวบขึ้นในใจเขา เมื่อเห็นจังหวะที่ตงจวินไม่ทันระวัง เขาสาดผงสีขาวตรงหน้าอีกฝ่ายทันที ผงมึนงงที่กลิ่นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้สับสนและควบคุมตัวเองได้ยาก“เจ้าทำอะไ
ในเช้าวันถัดมา ทั้งสองเดินทางเข้าเมืองหลังจัดการธุระทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย ครานี้พวกเขามิได้มาส่งของดังเช่นทุกวัน“วันนี้ไม่ใช่วันส่งของนี่ขอรับ” หลงจูกล่าวพร้อมยิ้มบาง เมื่อเห็นสองคนที่คุ้นเคยเดินเข้ามา“วันนี้ข้ามีธุระบางอย่างกับคุณชายเหยียน ท่านช่วยไปบอกให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” หลิวซินเป็นฝ่าย
เมื่อเกวียนม้ามาถึงบ้านเรียบร้อย ทั้งสามก็ช่วยกันจัดเตรียมอาหาร พลางพูดคุยและรับประทานร่วมกันอย่างอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันเข้านอนหลิวซินนั่งอยู่เงียบ ๆ ในห้อง พลันรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากทั้งวัน นางมัวแต่จัดการเรื่องของบิดา จนเผลอลืมสิ่งสำคัญอีกอย่างไป สายตาของนางเหลือบมองไปยัง
หลิวซินนั่งพักจนหายเหนื่อย ก่อนเงยหน้ามองตงจวินด้วยดวงตาแดงช้ำเล็กน้อยตงจวินเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาเดาในตอนแรกว่าน้ำคงเข้าตา แต่เมื่อสังเกตดี ๆ จึงรู้ว่านางร้องไห้ “เจ้าร้องไห้หรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แฝงความตกใจและเป็นห่วงเมื่อภาพโครงกระดูกใต้ถ้ำผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง หยาดน้ำตาของนางก็ริ
เจียงหมิงเดินทางกลับมายังเมืองเซียงหยางอีกครั้ง หลังจากพ่อตารู้ว่าเขาสอบไม่ผ่าน จึงไล่เขาออกจากเรือนในทันที ความอับอายและโทสะตีตื้นขึ้นมาในอก เขาเผลอเอ่ยถ้อยคำไม่ดีออกไป ทั้งที่ในใจเองก็ขมขื่นยิ่งนัก จะให้ทำเช่นไรได้ เขาพยายามสอบฉิวไฉ่มาถึงสองครั้งแล้ว นี่เป็นครั้งที่สามกลับยังพลาดอีก ใครเล่าจะคาดค












reviews