พลิกชะตานางร้ายลิขิตรัก

พลิกชะตานางร้ายลิขิตรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-18
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
11 Peringkat. 11 Ulasan-ulasan
168Bab
13.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในสายตาของผู้คนทั่วแคว้นหาน...นางคือ 'นางร้าย' ที่แย่งชิงบุรุษของพี่สาว สตรีที่แสนงดงาม แต่เต็มไปด้วยเล่ห์กลจนทำลายโชคชะตาของผู้อื่น ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้คำครหาเหล่านั้น กัวรั่วชิง เป็นเพียงสตรีผู้ถูกพันธนาการในกรงทองที่ปราศจากความรัก และต้องทนทุกข์อยู่ท่ามกลางความเย็นชาและแผนการอันชั่วร้าย แต่ในสายตาของ 'เขา' ...นางคือสตรีผู้ถูกเข้าใจผิดและรอวันปลดปล่อย หวงเชียนเล่อ แม่ทัพผู้ชาญฉลาดและมองคนออก เขาคือคนเดียวที่ไม่หลงกลภาพมายา และกลายเป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตที่มืดมิดของนาง เมื่อชะตาที่ถูกตีกรอบกำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยความกล้าหาญของหญิงสาวผู้ไม่ยอมจำนน และ 'ลิขิตรัก' ที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ โดยชายหนุ่มผู้พร้อมจะปกป้องนางจนถึงที่สุด เรื่องราวของสตรีผู้ลุกขึ้นทวงคืนศักดิ์ศรีและตามหาความรักที่แท้จริง จะลงเอยด้วยความสุขที่นางสมควรได้รับหรือไม่ ติดตามได้ใน พลิกชะตานางร้ายลิขิตรัก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่1 การมาถึงของสตรีไร้ยางอาย

รถม้าประดับตราสัญลักษณ์จวงเซียงป๋อเคลื่อนเข้าจอดเทียบหน้าประตูใหญ่จวนเจิ้นหนิงโหว เด็กรับใช้ซึ่งประจำอยู่รีบนำบันไดเล็กมาวางตรงด้านข้าง เพื่อให้แขกคนสำคัญที่มาร่วมงานวันเกิดของท่านโหวได้ใช้สอยอย่างรู้งาน

ไม่นานนักบุรุษหน้าตาเกลี้ยงเกลาในชุดผ้าไหมชั้นดีสีฟ้าก็ออกมาจากหลังม่านประตู เขาก้าวลงจากรถแล้วยืนรอสตรีรูปโฉมงดงามซึ่งกำลังถูกสาวใช้ประคองตามลงมาทางด้านหลัง ใบหน้าเล็กต้องแสงตะวันยามสายส่งผลให้สตรีในชุดกระโปรงหรูฉวินสีเหลืองอ่อนปักลายดอกมู่ตานแลดูสูงส่งเปล่งประกาย ทว่าก็ให้ความรู้สึกละมุนละไมอ่อนหวานในขณะเดียวกัน 

หากประเมินด้วยสายตา บุรุษและสตรีคู่นี้ช่างเหมาะสมคู่ควรกันอย่างยิ่ง แต่ในความเป็นจริงแขกเหรื่อคนอื่นๆ กำลังมองทั้งสองด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย

มีทั้งเห็นอกเห็นใจ และชิงชัง!

ก็ใครบ้างจะไม่รู้เล่าว่า สตรีหน้าตางดงามอ่อนหวาน ดูไร้พิษภัยอย่าง กัวรั่วชิง นั้นคว้าตำแหน่งฮูหยินซื่อจื่อจวงเซียงป๋อมาอย่างไร

ไร้ยางอาย! แม้แต่บุรุษของพี่น้องร่วมอุทรยังไม่ละเว้น

ให้สงสารก็แต่คู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่[1] อย่าง โจวจื่อหมิงกับกัวจิ้งอี คุณหนูใหญ่สกุลกัวที่ชาตินี้ต้องแคล้วคลาดไม่อาจต่อวาสนา เพราะอย่างไรชิงผิงโหวคงไม่มีทางยกบุตรสาวอีกคนมาเป็นอนุซื่อจื่อจวงเซียงป๋ออย่างเขาแน่นอน 

คิดแล้วทุกคนก็ได้แต่ส่งสายตาเห็นอกเห็นใจไปยังบุรุษที่เดินนำสตรีไร้ยางอายผู้นั้นผ่านประตูใหญ่จวนเจิ้นหนิงโหวไป

กัวรั่วชิงเยื้องกรายตามโจวจื่อหมิงด้วยท่าทางสำรวม แม้จะถูกสายตาหลายคู่พุ่งเข้ามาทิ่มแทงราวห่าธนู แต่นางก็ได้หาหวั่นเกรง เพราะความจริงตนเองจะเป็นเยี่ยงไร ผู้อื่นหาได้มีสิทธิมาตัดสิน

คงมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถกระทำได้

ตั้งแต่กัวรั่วชิงแต่งเข้าสกุลโจว นางออกไปพบปะสังสรรค์หรือร่วมงานเลี้ยงตามจวนต่างๆ แทบจะนับครั้งได้ ยิ่งงานที่ต้องไปเป็นคู่กับสามีด้วยแล้วยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ สาเหตุมาจากคุณหนูและฮูหยินทั้งหลายมักมองมาด้วยแววตาเย้ยหยัน บ้างก็พูดจาเสียดสีว่านางเป็นสตรีร้ายกาจที่แย่งชิงบุรุษของพี่สาวตนเอง

เมื่อมองไปทางไหนก็เหมือนจะเจอแต่สายตาที่ส่งความหมายเป็นนัยว่า เจ้าอย่ามายุ่งกับข้า หรือ ข้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับนางจิ้งจอกเช่นเจ้า อยู่เป็นนิจ นางจึงตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพงจวนจวงเซียงป๋อ รอให้พายุลูกนี้ผ่านพ้นไปเงียบๆ

แต่งานฉลองวันเกิดของเจิ้นหนิงโหวในครั้งนี้ กัวรั่วชิงไม่อาจไม่มาได้ เพราะนางอยากพบหน้าเพื่อนสมัยเด็กอย่างเหยาหลิงเจิน ซึ่งอาจเป็นเพียงคนเดียวในแคว้นหานยามนี้ที่ยังอยากจะเสวนากับตนเองอยู่

กัวรั่วชิงกับเหยาหลิงเจินเกิดปีเดียวกัน อีกทั้งชิงผิงโหวบิดานางกับเจิ้นหนิงโหวบิดาเหยาหลิงเจินเป็นทั้งสหายและศิษย์ร่วมสำนักศึกษา พวกนางจึงไปมาหาสู่กันตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ

ทว่าเจ็ดปีก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝัน เหยาหลิงเจินเกิดพลัดตกลงไปในสระน้ำกลางฤดูเหมันต์ แม้บ่าวจะลงไปช่วยไว้ได้ทัน แต่ดรุณีน้อยก็ถูกไอเย็นเล่นงานจนเป็นไข้สูง หมดสติสลบไสลอยู่บนเตียงกว่าสิบเอ็ดราตรี ครั้นพอตื่นขึ้นมา สติรับรู้ของนางกลับไม่เหมือนเดิม

กัวรั่วชิงจำได้ว่าตนเองนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงเหยาหลิงเจินจนตาบวม เพราะไม่ว่าจะพูดกับเพื่อนรักเท่าไร อีกฝ่ายก็มองมาอย่างเหม่อลอยไม่ต่างจากตุ๊กตาไร้ชีวิต เพียงแต่ยังคงมีลมหายใจ กินได้ดื่มได้ก็เท่านั้น

หลังเกิดข่าวลือว่าบุตรตรีเพียงคนเดียวของเจิ้นหนิงโหวกลายเป็นคนเขลาแพร่สะพัดออกไป และต่อให้ท่านโหวพยายามอธิบายว่าร่างกายของบุตรสาวที่ป่วยหนักยังฟื้นฟูไม่เต็มที่เท่านั้น มิได้เสียสติวิปลาสตามเสียงเล่าอ้างทั้งหลาย แต่ผู้คนยังคงพูดปากต่อปากกันไม่หยุดหย่อนว่า คุณหนูจวนเจิ้นหนิงโหวสติไม่สมประกอบ

เมื่อต้องทนดูชื่อเสียงของบุตรสาวสุดที่รักค่อยๆ ถูกทำลาย ท่านโหวก็ตรอมใจอย่างหนักถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อในที่สุด

ครั้นความถึงพระกรรณฮ่องเต้ พระองค์ทรงเห็นพระทัยขุนนางภัคดีผู้นี้ยิ่งนัก ดังนั้นเพื่อให้บุตรสาวกับเจิ้นหนิงโหวได้พักฟื้นจากอาการป่วยในสถานที่ที่เหมาะสม และห่างไกลจากเสียงซุบซิบนินทาในเมืองหลวง พระองค์จึงมีราชโองการแต่งตั้งเจิ้นหนิงโหวไปเป็นเจ้าเมืองผิงเหยานับแต่นั้น

เวลาผ่านไปราวติดปีกบิน คนตระกูลเหยาจากเมืองหลวงไปถึงเจ็ดปี

หากหานอ๋องไม่ก่อเหตุความไม่สงบ จนต้องปลดและลดต่ำแหน่งขุนนางที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย ก็ไม่รู้ว่าคนสกุลเหยาทั้งตระกูลจะได้กลับมาเมืองหลวงอีกเมื่อไร เพราะถึงแม้ราชสำนักจะมิได้ขาดแคลนคนมีความสามารถ ทว่ากลับมีผู้ที่ฮ่องเต้สามารถไว้ใจได้เพียงหยิบมือ พระองค์จึงมีราชโองการให้ขุนนางตงชินอย่างเจิ้นหนิงโหวกลับมารับตำแหน่งสำคัญที่เมืองหลวง

ถึงตอนที่จากกันเหยาหลิงเจินจะยังป่วยหนัก แต่กัวรั่วชิงได้ข่าวว่ายามนี้อาการของนางดีขึ้นจนสามารถตอบโต้กับผู้อื่นได้คล่องแล้ว ด้วยเหตุนี้ยังจะมีเหตุผลอะไรที่ตนเองจะไม่มาพบเพื่อนเก่าเล่า

“เชิญฮูหยินซื่อจื่อจวงเซียงป๋อตามบ่าวมาทางนี้เจ้าค่ะ” เสียงเรียกไม่หนักไม่เบาของคนนำทางปลุกกัวรั่วชิงจากภวังค์ความคิด

“ถ้างานเลี้ยงเลิกแล้วเจ้าก็อย่ามัวพิรี้พิไรอยู่เล่า จงรีบออกมาอย่าให้ข้าต้องยืนคอย” โจวจื่อหมิงย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา นัยน์ตาไร้ซึ่งความอบอุ่นอ่อนโยนที่สามีควรจะมีให้ภรรยาอย่างสิ้นเชิง

“เจ้าค่ะท่านพี่” กั่วรัวชิงตอบรับสั้นๆ

“หึ” โจวจื่อหมิงเค้นเสียงในลำคอ พลางเหลือบมองภรรยาของตนอย่างเย็นชา ในใจรู้สึกเพียงว่าท่าทางว่าง่ายอ่อนหวานเหล่านั้นเป็นเพียงการแสดงของนางจิ้งจอก เขาจะไม่มีทางหลงกลสตรีพรรค์นี้อีกเด็ดขาด

ใบหน้างามสะคราญยังคงสงบราบเรียบ คล้ายมิได้ใส่ใจ นางเพียงหันไปส่งสัญญานแก่หญิงนำทาง แล้วเดินตามไปยังบริเวณงานเลี้ยงรับรองสตรีซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น

[1] เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ หมายถึง บุรุษและสตรีที่เติบโตมาด้วยกัน หรือคู่หมายตั้งแต่วัยเยาว์

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Manatchanun S.
Manatchanun S.
สนุก ภาษาดีมากเลย เหมือนอ่านงานแปลจีน
2026-01-12 10:35:20
1
1
Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
จบอย่างงดงาม ขอบคุณค่ะ
2025-12-18 09:10:28
1
1
Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
จะรอติดตามผลงาน ตลอดไปค่ะ
2025-12-15 13:23:06
1
1
กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
ขอบคุณที่อัพต่อค่ะ
2025-12-14 17:49:26
1
1
กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
12/12/25= 159 วันนี้ไม่อัพเหรอคะ รอมาตั้งแต่เช้าแล้ว 555
2025-12-12 17:11:37
1
0
168 Bab
บทที่1 การมาถึงของสตรีไร้ยางอาย
รถม้าประดับตราสัญลักษณ์จวงเซียงป๋อเคลื่อนเข้าจอดเทียบหน้าประตูใหญ่จวนเจิ้นหนิงโหว เด็กรับใช้ซึ่งประจำอยู่รีบนำบันไดเล็กมาวางตรงด้านข้าง เพื่อให้แขกคนสำคัญที่มาร่วมงานวันเกิดของท่านโหวได้ใช้สอยอย่างรู้งานไม่นานนักบุรุษหน้าตาเกลี้ยงเกลาในชุดผ้าไหมชั้นดีสีฟ้าก็ออกมาจากหลังม่านประตู เขาก้าวลงจากรถแล้วยืนรอสตรีรูปโฉมงดงามซึ่งกำลังถูกสาวใช้ประคองตามลงมาทางด้านหลัง ใบหน้าเล็กต้องแสงตะวันยามสายส่งผลให้สตรีในชุดกระโปรงหรูฉวินสีเหลืองอ่อนปักลายดอกมู่ตานแลดูสูงส่งเปล่งประกาย ทว่าก็ให้ความรู้สึกละมุนละไมอ่อนหวานในขณะเดียวกัน หากประเมินด้วยสายตา บุรุษและสตรีคู่นี้ช่างเหมาะสมคู่ควรกันอย่างยิ่ง แต่ในความเป็นจริงแขกเหรื่อคนอื่นๆ กำลังมองทั้งสองด้วยความรู้สึกอันหลากหลายมีทั้งเห็นอกเห็นใจ และชิงชัง!ก็ใครบ้างจะไม่รู้เล่าว่า สตรีหน้าตางดงามอ่อนหวาน ดูไร้พิษภัยอย่าง กัวรั่วชิง นั้นคว้าตำแหน่งฮูหยินซื่อจื่อจวงเซียงป๋อมาอย่างไรไร้ยางอาย! แม้แต่บุรุษของพี่น้องร่วมอุทรยังไม่ละเว้นให้สงสารก็แต่คู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่[1] อย่าง โจวจื่อหมิงกับกัวจิ้งอี คุณหนูใหญ่สกุลกัวที่ชาตินี้ต้องแคล้วคลาดไม่อาจต่อวาสนา เพ
Baca selengkapnya
บทที่2 งานเลี้ยงน้ำชาที่ไร้รส
ตามหลักการเรื่องชายหญิงไม่อาจใกล้ชิด เวลาจัดงานเลี้ยงจึงต้องแยกส่วนรับรอง ถึงแม้จะต้องทำตามธรรมเนียม แต่หลายครั้งเจ้าของงงานเลี้ยงก็เพียงตั้งกระโจมห่างกันไม่ใกล้ไม่ไกลอย่างครานี้ เจิ้นหนิงโหวใช้คูน้ำทางเชื่อมภายในเป็นตัวแยกอาณาเขตระหว่างบุรุษและสตรี ทำให้หากมองไป ก็ยังคงเห็นความเคลือนไหวของฝั่งตรงข้ามได้อยู่เนืองๆหลังหญิงนำทางจากไปแล้ว กัวรั่วชิงเดินนำกัวลี่ลี่สาวใช้คนสนิทไปคารวะเจิ้นหนิงโหวฮูหยินเป็นอันดับแรกตามมารยาท แน่นอนว่านางพยายามไม่ให้ความสนใจกับสายตาของบรรดาฮูหยินจวนอื่นๆ ที่กำลังนั่งสนทนากันอยู่กับเจ้าบ้าน รวมไปถึงกัวจิ้งอีพี่สาวของนางด้วยครั้นเห็นน้องสาวก้มหน้าก้มตา ไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน สีหน้าของกัวจิ้งอีพลันหม่นหมอง พาให้คนมองรู้สึกสงสารนางมากยิ่งขึ้น แล้วให้ตำหนิกัวรั่วชิงในใจแทนแต่นายหญิงของที่นี่กลับทักทายผู้มาใหม่อย่างเป็นมิตรยิ่ง“คุณหนูรองสกุลกัวนี่เอง” ผู้อาวุโสรับการคารวะด้วยรอยยิ้ม “ไม่เจอกันเสียหลายปี ตอนนี้กลายเป็นฮูหยินซื่อจื่อจวงเซียงป๋อไปแล้วใช่หรือไม่”“เจ้าค่ะ” กัวรั่วชิงตอบรับสั้นๆ ด้วยท่าทางสำรวม“เสียดายข้ากับท่านโหวกลับมาไม่ทันงานมงคลของเจ้า ไม่อย
Baca selengkapnya
บทที่3 ข้าทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับท่านแล้วงั้นรึ
ฉินหวางเฟย เยี่ยนเยว่ฉีเดินนวยนาดเข้ามา ทุกคนเห็นเช่นนั้นก็พากันลุกขึ้นต้อนรับสตรีสูงศักดิ์ที่สุดผู้หนึ่งในแคว้นหานอย่างพร้อมเพรียง“พวกเรากำลังชื่นชมของขวัญที่เจิ้นหนิงโหวฮูหยินมอบให้ฮูหยินซื่อจื่อท่านนี้อยู่เพคะ” ถางซือเซียนซึ่งสนิทสนมกับชายาฉินอ๋องมากที่สุดตอบคำถามแทนทุกคน“ข้ากับท่านโหวกลับมาไม่ทันร่วมแสดงความยินดีกับบุตรสาวของสหาย วันนี้ได้พบหน้าจึงถือโอกาสมอบของขวัญให้เพคะ” ฮูหยินเจิ้นหนิงโหวอธิบายถึงที่มาของการมอบของขวัญให้กัวรั่วชิง“เป็นเช่นนี้เอง” เยี่ยนเยว่ฉีคลี่ยิ้มงดงามปานล่มเมือง พลางมองไปที่ข้อมือของกัวรั่วชิงแล้วพยักหน้าน้อยๆ “เจ้าเป็นคนรูปร่างหน้าตาอ่อนหวานหมดจด พอสวมหยกมันแพะไร้ตำหนิเยี่ยงนี้เข้าไป ยิ่งดูงดงามมากขึ้นจริงๆ”“ขอบพระทัยหวางเฟยที่ทรงชื่นชมเพคะ” กัวรั่วชิงกล่าวกับผู้สูงศักดิ์ที่สุดในที่นี้อย่างนอบน้อม“ไม่ต้องมากพิธี ข้าก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้นแหละ” ว่าแล้วเยี่ยนเยว่ฉีก็เดินตรงไปยังที่นั่งของตนเอง ไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีกพอเห็นเช่นนั้น จงกงโหวฮูหยินที่บรรลุเป้าหมายของตนเองแล้วจึงกล่าวว่า “ยามนี้ดอกไม้ที่จวนกำลังเบ่งบานหอมกรุ่น หากพวกเจ้ากินอาหารกันอิ่มแ
Baca selengkapnya
บทที่4 แม่ทัพฉีหลิงปรากฏตัว
สองพี่น้องสกุลกัวพัวพันกันอยู่ริมตลิ่ง คนหนึ่งยื้อยุด คนหนึ่งพยายามดิ้นหนี แต่มองจากไกลๆ ประกอบกับเสียงกรีดร้องของกัวจิ้งอีที่หากใครเข้ามาเห็นเหตุการณ์ขณะนี้ย่อมต้องนึกว่ากัวรั่วชิงกำลังพยายามจะผลักพี่สาวตนเองลงสระบัวอยู่แน่นอน“กัวรั่วชิง! เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือไง หยุดเดี๋ยวนี้นะ” โจวจื่อหยวนพลันตวาดลั่น เขาไม่เห็นกัวจิ้งอีในงานเลยออกมาตามหาเผื่อว่าจะพบคนที่ใจคิดถึง กระทั่งเข้ามาพบเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี แต่ไม่ว่าจะร้องห้ามเท่าไรคนสองคนตรงหน้ายังไม่มีทีท่าว่าจะแยกจากกัน“พี่จื่อหยวน ช่วยข้าด้วย” กัวจิ้งอีส่งเสียงเรียกสามีของน้องสาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ข้าบอกให้เจ้าปล่อยอีเอ๋อร์อย่างไรเล่า”โจวจื่อหยวนเห็นกัวจิ้งอีเป็นเช่นนั้น ก็ให้ปวดใจเหลือประมาณ และเพื่อจะช่วยเหลือสตรีในดวงใจจากนางจิ้งจอกอย่างกัวรั่วชิง เขาพุ่งกายออกไปราวลูกธนูที่หลุดออกจากแล่ง ชายหนุ่มคลั่งรักคว้าสตรีในดวงใจเข้าสู่อ้อมแขน พร้อมกับผลักคนที่ตนนึกรังเกียจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไปทางสระบัวอย่างไม่ไยดีแทน“ว้าย!!!”กัวรั่วชิงไม่อาจต้านแรงผลักของโจวจื่อหยวนได้ นางพลันเสียหลักซวนเซ จนเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็
Baca selengkapnya
บทที่5 พันธะริมสระบัว
เมื่อครู่หวงเชียนเล่อพากั่วรั่วชิงทะยานมายังเกาะกลางสระ หากจะกลับไปที่เดิมพวกเขาต้องข้ามสะพานแล้วเดินอ้อมไปอีกทางหญิงสาวเยื้องย่างตามหลังแม่ทัพหนุ่มในระยะที่ไม่ห่างเหิน และไม่ใกล้ชิดจนเกินไป เพียงแค่พอให้สนทนากันได้เท่านั้นในระหว่างที่ข้ามสะพานนางมองไปยังจุดที่ตนเองเกือบจะพลัดตกลงสระ เห็นว่ายามนี้กัวจิ้งอีกับโจวจื่อหมิงก็ยังอยู่ตรงนั้นแม้กัวรั่วชิงรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็อดทอดถอนใจไม่ได้ เพราะตั้งแต่นางต้องแต่งให้โจวจื่อหมิงแทนกัวจิ้งอี ทำให้ไม่ว่าเกิดเหตุอันใดระหว่างตนกับชายหญิงคู่นั้นทุกคนล้วนพร้อมใจกันชี้หน้าแล้วตัดสินว่านางเป็นคนผิดเสมอ เพียงเพราะเห็นใจสงสารคู่เหมยเขียวม้าไม่ไผ่ที่ถูกสตรีร้ายกาจเช่นตนตัดวาสนา“ไยเจ้าถอนหายใจเยี่ยงนั้นเล่า” แม้จะเพียงแผ่วเบา แต่ประสาทหูของผู้ฝึกวรยุทธย่อมไม่ธรรมดา“ผู้น้อยไม่ต้องการให้เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต เพราะอย่างไรคู่กรณีก็เป็นพี่สาวแท้ๆ กับสามีของผู้น้อย”“ไยพูดเยี่ยงนั้น ข้าไม่มีทางปล่อยคนผิดให้ลอยนวลไปได้แน่”“ตั้งแต่แรกท่านแม่ทัพคิดจะมอบความเป็นธรรมให้ผู้น้อย?” ดวงตาหงส์พลันเบิกกว้าง ไม่แน่ใจว่าตนเองหูฟาดไปหรือไม่ นางไม่พบพานคนท
Baca selengkapnya
บทที่6 ที่แท้พี่หญิงใหญ่ผู้แสนดีงามนัดพบผู้ชายเอาไว้หรอกรึ
ปกติหวงเชียนเล่อเป็นคนเดินเร็วยิ่งกว่าอะไรดี แต่ในครั้งนี้เขากลับทอดน่องสบายๆ กว่าจะวกกลับมาถึงจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ก็เล่นเอากัวจิ้งอีกับโจวจื่อหมิงรอจนขาแทบแข็งเลยทีเดียวครั้นทั้งสองมาถึง หวงเชียนเล่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของกัวจิ้งอีกับโจวจื่อหมิง ถึงใจจะรู้สึกชิงชังคนประเภทนี้เยี่ยงไร แต่ดวงหน้าคมเข้มกลับฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง“ดีที่ซื่อจื่อช่วยคุณหนูใหญ่สกุลกัวเอาไว้ก่อน เพราะต่อให้ข้ามีใจ แต่ก็คงไม่สามารถช่วยคนได้พร้อมกันถึงสองคน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเรื่องสุดวิสัย หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสาที่ข้าถูกเนื้อต้องตัวฮูหยินของเจ้าใช่หรือไหม”เดิมทีหากไม่มีพยานรู้เห็น ต่อให้กัวรั่วชิงตกน้ำไป เขากับกัวจิ้งอีย่อมทำให้คนเชื่อได้ว่านี่เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่พอมีหวงเชียนเล่อเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาคงยากจะพ้นข้อหาทำร้ายคน และคนผู้นั้นก็มิใช่ใครอื่น แต่เป็นภรรยาเอกที่กราบไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง ต่อให้ชาวบ้านจะเห็นใจเรื่องเขากับกัวจิ้งอี ทว่าการทำร้ายภรรยาเพื่อสตรีอื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจะยอมรับได้ เมื่อครู่เขาหวาดหวั่นแทบตาย ว่าจะอธิบายอย่างไรให้หวงเชียนเล่อเชื่อว่าตนไม่ได้ตั้งใจลงไม้ลงมือกับ
Baca selengkapnya
บทที่7 พบสหายเก่าผู้ไร้เดียงสา
กัวรั่วชิงจำได้ว่าทางสายนี้นำไปยังภูเขาจำลอง ซึ่งนางกับคุณหนูเล็กสกุลเหยาชอบมาเล่นซ่อนแอบกันบริเวณนี้เป็นประจำ ด้วยที่นี่มีความพิเศษกว่าภูเขาจำลองของที่อื่น ตรงที่ถูกจัดวางเอาไว้เสมือนกับวงกต หากใครไม่รู้ทางแล้วเผลอเดินเข้าไปก็จะหลงอยู่ในนั้นโชคดีที่นางจำทางได้ ไม่ว่าจะเจอคนหรือไม่ก็ไม่มีทางหลง และแล้วเมื่อนางไปตามเส้นทางคดเคี้ยวสักระยะ ก็พบสตรีงดงามในชุดกระโปรงหรูฉวินสีเขียวตัดกับสีกลีบบัวกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเก็บดอกไม้ที่ริมน้ำ“เหยาหลิงเจิน! เจินเจิน เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย” คนได้เจอสหายเก่าก้าวเท้าไวๆ ไปหาเหยาหลิงเจินด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี“จะ...เจินเจินงั้นเหรอ” ดวงตาดุจลูกวางสุกใสจดจองกัวรั่วชิงด้วยความไม่แน่ใจ “เจ้ารู้จักข้า?”“แน่นอนว่าต้องรู้จัก ข้าคือชิงชิงอย่างไรเล่า”“ชิงชิง?” เหยาหลิงเจินที่เหมือนจำอะไรไม่ได้พลันหันไปขอความช่วยเหลือจากคนสนิทข้างกายหลังจากกระซิบกระซาบกันอยู่ครู่หนึ่ง สาวใช้คนสนิทของเหยาหลิงเจินก็เดินหน้าขึ้นมากล่าวกับกัวจิ้งอี “คุณหนูของเราเพิ่งหายจากอาการป่วยได้ไม่นาน อาจจะยังมีอาการหลงลืมอยู่ ขอฮูหยินอย่าได้ถือสาเลยเจ้าค่ะ”“เจ้าจะบอกว่านางจำ
Baca selengkapnya
บทที่8 คำตัดสินของบุรุษใจบอด
รถม้าคันหรูของจวนจวงเซียงป๋อหยุดลงที่หน้าประตูหลัก โจวจื่อหมิงก้าวลงจากรถก่อนเป็นคนแรกอย่างรีบร้อนโดยมีโจวจี้ บ่าวคนสนิทถือร่มกันแดดเดินตาม เขาไม่แม้แต่จะชายตามองฮูหยินของตนเลยแม้แต่น้อย“ซื่อจื่อเชิญทางนี้ขอรับ” โจวจี้กล่าวเสียงเรียบขณะผายมือไปทางเรือนใหญ่กัวรั่วชิงมองแผ่นหลังของโจวจื่อหมิงที่เดินจากไปอย่างไม่ไยดีด้วยความรู้สึกด้านชา หลงเหลือเพียงความเหนื่อยหน่ายระอาใจเท่านั้น“ซื่อจื่อทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ” กัวลี่ลี่ สาวใช้คนสนิทที่อยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ กัวรั่วชิงส่ายหน้าเบาๆ แล้วก้าวเดินไปตามทางเดินหินมุ่งสู่ เรือนกุ้ยฮวา เรือนพักของตนเมื่อมาถึงเรือน กัวรั่วชิงนั่งลงที่เก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างอ่อนแรง กัวลี่ลี่รินน้ำชาดอกเบญจมาศที่ชงเตรียมไว้ให้พลางกล่าวอย่างเป็นห่วง“ฮูหยินเจ้าขา...เหตุใดซื่อจื่อจึงทำเช่นนั้นเจ้าคะ”กัวรั่วชิงจิบน้ำชาเล็กน้อย “ก็คงเพราะเรื่องเมื่อกลางวัน เหมือนที่เจ้าได้ยินมาจากคนอื่นนั่นแหละ”“เรื่องที่ซื่อจื่อไปเข้าข้างคุณหนูใหญ่หรือเจ้าคะ! เขาไม่รู้หรือเจ้าคะว่าคุณหนูใหญ่เป็นสตรีมากมารยา เล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจยิ่งนัก” กัวลี่ลี่กัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บแค้นก
Baca selengkapnya
บทที่9 การมาของอนุหลิว
ในศาลบรรพชนยามวิกาล กัวรั่วชิงคุกเข่าอยู่หน้าแผ่นป้ายบรรพชนมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามแล้วท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือก มีเพียงแสงสลัวจากเทียนไขที่ส่องสว่างอยู่ด้านข้าง กัวลี่ลี่ยืนเฝ้านายของตนอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาเป็นห่วง นางจ้องมองแผ่นป้ายวิญญาณเบื้องหน้าด้วยแววตาที่สงบ ไม่มีแววตาของความรู้สึกผิดหรือความเจ็บปวดใดๆไม่นานนัก ประตูศาลบรรพชนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา หญิงสาวในอาภรณ์สีอ่อนสะท้อนแสงไฟ หลิวซิ่วเหยาเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ของนาง หลิวอิง นางถือตะเกียงในมือเดินตรงเข้ามาหานางเอกด้วยท่าทางที่ดูเป็นกังวล“พี่สาวเจ้าขา... น้องสาว ได้ยินว่าท่านถูกซื่อจื่อลงโทษ จึงรีบมาดูว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หลิวซิ่วเหยากล่าวเสียงหวาน ทว่าแววตาของนางกลับมีความสะใจฉายออกมาอย่างชัดเจน“ซื่อจื่อคงจะโกรธท่านมากจริงๆ ถึงได้ลงโทษท่านเช่นนี้”กัวรั่วชิงไม่ได้ตอบอะไร นางยังคงคุกเข่าอย่างสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหลิวซิ่วเหยาแม้แต่น้อย“พี่สาว ท่านเป็นถึงฮูหยินซื่อจื่อ แต่กลับถูกลงโทษรุนแรงปานนี้... ถ้าผู้ใดรู้เข้า ท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด ช่างน่าเวทนาจริงๆ”กัวลี่ลี่ซึ่งยืนอยู่เงียบๆ ถึงกับทนไม่ไหวอีกต่อไป นางก้าวออ
Baca selengkapnya
บทที่10 เผชิญหน้ากับโจวจื่อหมิงอีกครั้ง
โจวจื่อหมิงกำลังนั่งจิบชาและดูตำราพิชัยสงครามอยู่ในเรือนอย่างสงบ แต่แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง หลิวซิ่วเหยาในชุดที่ดูยับยู่ยี่เล็กน้อยวิ่งเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำตา นางทำตัวน่าสงสารจนสาวใช้ที่ยืนอยู่หน้าห้องยังรู้สึกเห็นใจ“นายท่านเจ้าขา... ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วยนะเจ้าคะ” หลิวซิ่วเหยาเข้าไปเกาะแขนโจวจื่อหมิงไว้ด้วยความน่าสงสาร “ข้าแค่เป็นห่วงท่านที่ต้องเผชิญหน้ากับฮูหยินที่น่ากลัว... ข้าจึงไปเยี่ยมฮูหยินที่ศาลบรรพชน แต่กลับถูกดุด่าอย่างรุนแรง ทั้งฮูหยินและบ่าวรับใช้ของนางไม่ไว้หน้าข้าเลยเจ้าค่ะ”โจวจื่อหมิงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เขาปัดมือของหลิวซิ่วเหยาออกอย่างไม่ใยดี “ไปร้องไห้ที่อื่นเถอะ ข้ากำลังดูตำราอยู่”หลิวซิ่วเหยาเบะปาก ทำท่าจะร้องไห้หนักกว่าเดิม “แต่ฮูหยิน... ฮูหยินถึงขั้นขู่จะลงโทษข้าเจ้าค่ะ ทั้งๆ ที่ข้าเป็นคนโปรดของท่าน”โจวจื่อหมิงที่ได้ยินดังนั้นดวงตาก็พลันเย็นชาลง เขาแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมในใจ 'ช่างกล้าดียิ่งนัก... เจ้ากำลังเรียกร้องความตายจากข้า' เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วมองหลิวซิ่วเหยาด้วยสายตาที่เย็นชา “เจ้ากลับไปรอที่เรือนของเจ้า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status