Share

บทที่ 9-2 เริ่มทำการค้า

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 14:48:01

จินซินพยักหน้าแล้วลุกเดินตามเสิ่นหลีเข้าไปที่ด้านหลังของร้านสมุนไพร เมื่อมาถึงก็พบว่าด้านหลังร้านมีโรงเก็บสมุนไพรอยู่ เป็นโรงเก็บสมุนไพรที่ค่อนข้างกว้างขวางพอสมควร อีกทั้งรอบๆ บริเวณยังมีสมุนไพรจำนวนมากปลูกเอาไว้อีกด้วย จินซินยิ้มเต็มใบหน้าก่อนจะหันมาพูดกับเสิ่นหลี

"เยี่ยมมาก เสิ่นหลีเจ้าฟังข้านะ ข้าอยากจะเปิดร้านเครื่องหอมสมุนไพร ทำกำยานจากสมุนไพร ถุงหอม รวมไปถึงอาหารบำรุงสุขภาพ ทั้งยังคิดจะเปิดร้านเสริมความงามของสตรีจากสมุนไพรอีกด้วย ข้าจะเริ่มขายถุงหอมและกำยานก่อน โดยใช้ร้านเจ้าเปิดทำการค้า แรกเริ่มกำไรอาจจะไม่มากนัก แต่ข้ามีแผนการในใจแล้ว เจ้าแค่ทำตามที่ข้าบอกก็พอ หากมีรายได้งามๆ พวกเจ้าย่อมไม่ขาดกำไรในส่วนนี้"

เสิ่นหลีดีใจเป็นอย่างมาก นอกจากไม่ต้องหาที่อยู่ใหม่แล้ว ยังได้ทำงานที่ตนเองรักอีกด้วย คุณหนูจินซินไม่ได้ไล่นางแล้วยังจะช่วยให้นางกับบิดามีหนทางทำกิน เสิ่นหลีจึงยิ่งซาบซึ้งใจเข้าไปใหญ่

จินซินใช้เวลาครึ่งค่อนวันในการขลุกอยู่กับบรรดาสมุนไพรตรงหน้า นางสอนให้เสิ่นหลีทำถุงหอมและกำยานจากสมุนไพรเหล่านั้น ถุงหอมและกำยานที่จินซินทำนั้นเป็นสูตรลับ มีกลิ่นหอมไม่เหมือนกับร้านอื่น ไม่ฉุนเกินไปยามสูดดมแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เสิ่นหลีตื่นเต้นมาก นางขายสมุนไพรก็จริงแต่กลับรู้เรื่องนี้งูๆ ปลาๆ ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมาก

"เอาล่ะ วันนี้ทำเพียงเท่านี้ก่อน พรุ่งนี้เจ้าก็เปิดร้านขายได้เลย วันแรกก็ลองแจกลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาให้ทดสอบสินค้าไปก่อน รอให้ผู้คนเกิดความสนใจแล้วค่อยขายอย่างเป็นทางการ ที่สำคัญ เจ้าจะต้องจดจำราคาให้แม่นยำ ราคาถุงหอมแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน สำหรับชาวบ้านทั่วไป จะขายอยู่แพงสุดไม่เกินยี่สิบอีแปะ แต่หากเป็นลูกค้าที่เป็นเหล่าคุณหนูตระกูลผู้ดีก็เริ่มต้นที่หนึ่งร้อยถึงสามร้อยอีแปะ เนื้อผ้าและการปักที่ใช้ทำถุงหอมจะต้องดีกว่าของชาวบ้านทั่วไปเพื่อให้สมกับราคา หากเป็นถุงหอมที่ทำจากผ้าไหม ที่เหล่าขุนนางมักจะซื้อเป็นของกำนััล ก็จะขายในราคาสองถึงสามตำลึงขึ้นไป แต่ยามนี้พวกเราเพิ่งเริ่มกิจการ พยายามดึงดูดลูกค้าทั่วๆ ไปก่อนแล้วกัน ไว้ข้าหาคนปักถุงหอมฝีมือดีมาได้เมื่อไหร่ เราค่อยว่ากันอีกที”

"เจ้าค่ะ"

"ส่วนพวกกำยานก้อนสำหรับจุดในห้องก็ขายในราคาห้าสิบถึงหนึ่งร้อยอีแปะ แต่ถ้าเป็นกำยานที่ทำจากไม้กฤษณา ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นมาสักหน่อย ขายในคาคาหนึ่งถึงสิบตำลึง สมุนไพรทั่วไปเริ่มต้นขายที่สามอีแปะไปถึงหนึ่งตำลึงต่อหนึ่งจิน ราคาสมุนไพรจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้า เสิ่นหลี เจ้าเป็นคนเก่ง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า"

เสิ่นหลีพยักหน้ารับแล้วจึงเอ่ยชื่นชมจินซินไม่ขาดปาก

"คุณหนู ท่านช่างมีความรู้มากมายจริงๆ เจ้าค่ะ"

“ความรู้มากมายอันใดกัน ก็แค่ความรู้งูๆ ปลาๆ เท่านั้นเอง เอาล่ะ ข้าต้องรีบกลับจวนแล้ว ไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่ หากขาดเหลือสิ่งใด เจ้ามาแจ้งอาหลิงสาวใช้นางนี้ของข้าได้"

"เจ้าค่ะ"

จินซินสั่งงานเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับจวนโดยมีอาหลิงคอยติดตามอยู่ตลอดทาง ทว่าระหว่างทางนางเกิดรู้สึกหิวขึ้นมาจึงแวะซื้อซาลาเปากินและยังแบ่งให้อาหลิงอีกสองลูก อาหลิงยิ้มเต็มใบหน้ารีบเอ่ยขอบคุณเจ้านายอย่างดีอกดีใจ นางชอบคุณหนูในยามนี้ยิ่งนัก คุณหนูใจดี ไม่โหดร้ายและยังมีเหตุผลกว่าแต่ก่อนมาก ยามนี้บ่าวไพร่ทุกคนก็เริ่มไม่หวาดกลัวคุณหนูแล้ว

จินซินกินซาลาเปาได้สองสามคำก็รู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา เมื่อนางหันไปมองก็พบว่ามีเด็กๆ กลุ่มหนึ่งกำลังยืนจ้องมองซาลาเปาในมือนางตาเป็นมัน

นางจำได้ว่าจิ่งโจวมีโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ ละแวกนี้ เด็กเหล่านั้นไม่มีบิดามารดา บ้างก็ถูกนำมาทิ้งไว้ บ้างก็พ่อแม่ตาย บ้างก็ถูกพ่อแม่นำมาทิ้งเอาไว้ที่นี่เพราะไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดู ทุกวันจะมีเด็กๆ จากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวนหนึ่งติดตามผู้ดูแลออกมาขายสินค้าที่เด็กๆ ในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าช่วยกันทำออกมาขาย นางในยามนั้นรังเกียจเด็กๆ เหล่านี้มาก อีกทั้งยังเคยด่าทอไล่ตีเพียงเพราะพวกเขามาขวางทางรถม้าของนาง

จินซนถอนหายใจยาวๆ ออกมา ชาติแล้วจิตใจของนางบิดเบี้ยวถึงขนาดไม่สงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลย นางก้มลงมองซาลาเปาในมือของตนเอง ก่อนจะเดินกลับไปที่ร้านขายซาลาเปาอีกครั้ง

"เถ้าแก่ ข้าซื้อซาลาเปาท่านหมดนี่เลย"

"หา! หมดนี่เลยหรือ"

"อืม หมดนี่แหละ แล้วก็รบกวนท่านช่วยนำไปส่งที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าให้ข้าที"

เถ้าแก่ร้านจ้องจินซินเหมือนมองเห็นผี เดิมทีที่นางเดินกลับมาร้านเขา เขาก็คิดว่านางจะมาอาละวาด แต่ไหนแต่ไรยามหญิงสาวออกมาซื้อของแล้วไม่ถูกใจ นางจะอาละวาดโวยวายใหญ่โต ช่างเป็นคุณหนูที่ทำให้คนรังเกียจโดยแท้ พอมีคนร้องเรียนนางก็ยกจวนตระกูลลู่ขึ้นมาอ้าง บอกว่าตนเองคือว่าที่ฮูหยินโหวน้อย ชาวบ้านจึงไม่กล้ามีเรื่องด้วยเข็ดขยาดนางทั้งสิ้น ถึงขนาดไม่อยากจะขายของให้นาง แต่วันนี้กลับบอกว่าจะซื้อซาลาเปาทั้งหมดให้เด็กๆ ยากไร้ นี่เขากำลังฝันไปใช่หรือไม่!

จินซินคร้านจะสนใจสายตาของเถ้าแก่ร้าน อีกทั้งยังยื่นเงินส่งให้เขาอย่างอารมณ์ดี

“นี่ค่าซาลาเปา อย่ามัวแต่มองข้า รีบๆ เอาซาลาเปาไปให้เด็กๆ เร็วเข้า”

เถ้าแก่ร้านรับเงินมาพร้อมกับพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม จินซินเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว (เชิงอรรถ หมายถึงเวลาที่ล่วงเลยมานานแล้ว) ก็ตั้งใจจะกลับจวนลู่ ระหว่างทางนางสำรวจมองดูร้านค้าต่างๆ มากมาย บางร้านก็ติดป้ายว่าจะขาย นางจึงมีความคิดหนึ่งปรากกฎขึ้นในหัว

หลังจากที่นางจัดการพ่อบ้านอวี๋ตั้งใจเชือดไก่ให้ลิงดู คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าทำงานแบบชุ่ยๆ อีก ทุกๆ เดือนจะส่งเงินพร้อมบัญชีมาให้นางตรวจสอบไม่กล้าเล่นตุกติก

หากว่านางทยอยขยายกิจการเหล่านั้นมาที่เมืองหลวงทีละร้าน จะต้องได้กำไรงามๆ เป็นแน่ เมื่อตัดสินใจได้แล้วนางจึงจดจำร้านค้าละแวกนั้นที่ติดป้ายขายและทำเลของร้านเอาไว้ก่อน อาหลิงที่เห็นว่าเจ้านายหยุดมองดูร้านเหล่านั้นอยู่เป็นนานสองนานจึงถามด้วยความสงสัย

“คุณหนู มีอะไรหรือเจ้าคะ”

“ไม่มีอะไร พวกเรากลับกันเถอะ”

จินซินพาอาหลิงเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่หอสุราขนาดใหญ่ หอสุราแห่งนี้มีชื่อว่าหอสุราพันจอก เมื่อได้มาเห็นหอสุราแห่งนี้อีกครั้งนางก็อดหวนคิดถึงอดีตไม่ได้

ชาติก่อนนางเข้าออกที่นี่ราวบ้านหลังที่สอง จนกระทั่งได้พบกับฉิงหงเย่

ฉินหงเย่ภายนอกแสร้งทำเป็นคนเสเพลไม่เอาไหน แต่แท้จริงกลับซ่อนคมเอาไว้ในฝัก จินซินเหยียดยิ้มหยันอยู่ในใจคำหวานที่เขาเคยพูดกับนาง ท่าทีอ่อนโยนที่เคยแสดงออกให้นางดูล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น นางในยามนั้นช่างไร้เดียงสาและโง่เขลาสิ้นดี คิดว่าตนเองฉลาดแต่แท้จริงกลับโง่เสียยิ่งกว่าหมู

จินซินส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป นางไม่สนใจหอสุราพันจอกอีก หลายวันมานี้เพราะใช้สมุนไพรมาทำอาหารบำบัดทำให้อาการโหยสุราของนางลดน้อยลงไปมาก

ทว่านางเพิ่งจะเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกใครบางคนเดินชนเข้าเสียก่อน

"แม่นางน้อย ขออภัยด้วย ข้าไม่ทันระวัง เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่"

จินซินชะงักไปชั่วขณะ น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนี้ไม่ผิดแน่

เป็นฉินหงเย่!

ในที่สุดนางและเขาก็ต้องวนเวียนกลับมาพบกันอีกจนได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 18 บาดเจ็บ

    หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-2 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-1 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 16 พู่หยก

    เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-2 ตายแล้ว

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-1 ตายแล้ว

    เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status