Share

บทที่ 9-1 เริ่มทำการค้า

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 14:47:44

เมื่อพาคนมาส่งที่เรือนพักแล้ว จินซินก็ให้อาหลีและอาหลิงไปช่วยกันต้มยามาให้หยางซานดื่มตามที่ท่านหมอได้กำชับเอาไว้ หยางซานรู้สึกขยาดการดื่มยาที่ขมฝาดเสียเหลือเกิน แต่เพราะไม่อาจปฏิเสธจินซินได้จึงจำต้องดื่มเข้าไปจนหมด แท้จริงแล้วบาดแผลเพียงเท่านี้เขาย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว แต่เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของนางมาจากลู่จื่อเซวียนเขาจึงต้องแสร้งทำเช่นนี้

หากจะให้เขาบอกกับนางตามจริงว่าไม่อยากให้นางไปตามตอแยลู่จื่อเซวียน นอกจากนางจะไม่ฟังแล้วอาจจะอาละวาดและเกิดสงสัยในตัวเขาเอาได้

ด้านจินซินที่เห็นว่าหยางซานกินยาจนหมดถ้วยแล้วก็วางใจลงได้ นางยื่นมือไปขยับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาอย่างใส่ใจ หยางซานแอบขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ จินซินมีหรือจะมองไม่ออก ระยะหลังมานี้นางทำดีกับทุกคน เหล่าบ่าวไพร่ต่างล้วนสงสัยในความเปลี่ยนแปลงนี้ของนางกันหมด

“เจ้าคงสงสัยสินะ ว่าเหตุใดระยะหลังมานี้ข้าจึงเปลี่ยนไป อาซาน ข้ามาคิดดูแล้ว ที่ผ่านมาเพราะมีท่านพ่อเอ็นดูคอยตามใจ ข้าจึงทะนงตน แต่ยามนี้ข้าไม่มีท่านพ่อท่านแม่แล้ว ซ้ำยังมาอาศัยบ้านผู้อื่นอยู่ ข้าจะทำตัวเช่นตอนอยู่ที่บ้านเดิมไม่ได้แล้ว ข้าต้องคิดให้มาก เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”

หยางซานพยักหน้าเล็กน้อย ความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายสิบส่วนว่านางจะต้องกลับมาเกิดใหม่เหมือนเขาอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้อย่างไร

แต่เขายังไม่มีความกล้าพอจะเอ่ยปากถามนางออกไปตรงๆ เขาขี้ขลาดเกินไป คงต้องใช้เวลารวบรวมความกล้าอีกสักหน่อย

ชายหนุ่มกระชับผ้าห่มขึ้นมาห่ม พร้อมกับเอ่ย

"คุณหนู บ่าวหนาวขอรับ"

"หนาวหรือ ข้าจะให้คนนำผ้าห่มมาให้เจ้าอีกผืน"

จินซินรีบสั่งให้สาวใช้หาผ้าห่่มมาให้หยางซานอีกผืน แล้วยังนั่งอยู่เป็นเพื่อนจนดึกดื่นจนผล็อยหลับไป

หยางซานมองดูจินซินที่ฟุบหน้านอนหลับอยู่ข้างเตียงด้วยแววตาที่อ่อนโยน ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหมายจะลูบไล้ไปตามใบหน้าของนาง ก็คงจะมีเพียงยามที่นางหลับเท่านั้นเขาจึงกล้าแตะต้องนางเช่นนี้

ทว่าต่อมาชายหนุ่มก็ยั้งมือเอาไว้ เขาไม่อยากจะทำสิ่งใดที่เป็นการล่วงเกินนางไปมากกว่านี้ จึงนอนมองนางอยู่เช่นนั้น ฉับพลันภาพอดีตในชาติก่อนก็ปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด

"คุณหนู หากท่านจะเข้าวังหลวงเช่นนั้นบ่าวจะติดตามท่านไปด้วยขอรับ"

"เจ้าจะเข้าไปได้เช่นไร ในวังหลวงห้ามบุรุษเข้ามิใช่หรือ"

"บ่าวย่อมตามไปได้แน่นอน ขอคุณหนูโปรดวางใจ"

"เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ใช้ใครเป็นวัวเป็นม้าก็ไม่รู้ใจข้าเท่าเจ้า"

.........

"อาซาน เจ้ารู้หรือไม่ ลู่จื่อเซวียนไม่พึงใจในตัวข้า ข้าเกลียดชังสตรีทุกคนที่เข้าใกล้เขา ข้าเกลียด!"

เอ่ยจบนางก็ฟาดแส้ลงมาที่กลางหลังของหยางซานไม่หยุด อีกทั้งยังลงมือทุบตีเขาอย่างหนักเพื่อระบายโทสะ จนริมฝีปากของชายหนุ่มมีเลือดไหลซึม ใบหน้าบวมเป่ง ตามตัวมีแต่รอยเขียวช้ำเป็นวงกว้าง เมื่อลงมือตบตีคนจนพอใจแล้ว นางก็บอกกับหยางซานอย่างโหดเหี้ยม

"หึ คอยดูเถอะ ข้าจะต้องหาทางกำจัดสตรีเหล่านั้นให้พ้นทางให้หมด"

จินซินยามนี้เหมือนคนหลงใหลในความรักจนเสียสติไปแล้ว นางแทบฉีกผ้าเช็ดหน้าเป็นชิ้นๆ ดวงตาวาวโรจน์ ขณะเดียวกันนั้นอาซีก็ยกของว่างเข้ามาพอดีแต่เพราะไม่ทันระวังจึงหกเลอะเทอะ จินซินบันดาลโทสะจึงสั่งโบยอาซีจนตาย เมื่อจัดการโบยอาซีจนตายแล้วนางกลับไม่รู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังบอกว่าน่าเสียดายที่ตายเร็วไปหน่อย

จากนั้นสามวันต่อมาอาหลิงก็ทำให้นางไม่พอใจอีกคน นางโมโหจึงคว้าเชือกขึ้นมารัดคออาหลิงจนตาย กว่าเขาจะมาพบอาหลิงก็กลายเป็นศพไปเสียแล้ว

ที่ผ่านมานางโหดร้ายทารุณกับบ่าวไพร่มาตลอด นิสัยบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนาจนยากจะควบคุม

ชาติก่อนจิตใจของนางอำมหิตยิ่งนัก ไม่ได้จิตใจดีมีเมตตาปรานีเหมือนเช่นในชาตินี้เลยแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเป็นนิมิตรหมายอันดีทำให้เขามีความหวัง

หยางซานมองดูสตรีตรงหน้าที่ยามนี้กำลังนอนหลับตาพริ้มด้วยความรักใคร่ ดวงหน้าของนางงดงามราวกับภาพวาด เขาหลงรักนางตั้งแต่วัยเยาว์ รักมากเหลือเกิน แต่เพราะด้วยฐานะของเขาต่ำต้อยเกินไป จึงไม่กล้าอาจเอื้อมหมายปองในตัวนาง

ขอเพียงชาตินี้นางได้พบเจอกับบุรุษดีดีสักคนที่รักนางจริง เขาก็วางใจแล้ว เขาที่เป็นบ่าวคงทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ

ด้านจินซินนั้นเมื่อนางตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตนเองถูกอุ้มกลับมาที่ห้องนอนแล้ว เมื่อสอบถามจากอาหลีก็ได้ความว่าหยางซานเป็นคนอุ้มนางกลับมาที่เรือนในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา จินซินที่นั่งอยู่บนเตียงเผยรอยยิ้มออกมา ไม่ว่าจะชาติไหนเขาก็ทำดีกับนางมาโดยตลอด นางสั่งให้อาซีไปทำข้าวต้มให้หยางซานและบอกให้เขากินยาให้หมดถ้วย ส่วนตัวนางนั้นเมื่อกินมื้อเช้าอิ่มแล้วก็ออกจากจวนไปทำธุระของตน โดยมีอาหลิงติดตามไปด้วย

มิใช่ว่านางอยากออกมาก่อเรื่องหรือเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ แต่เพราะว่านางต้องการหาหนทางทำมาหากินให้กับตนเอง นางต้องการหาเงินให้ได้มากๆ แม้เงินทองที่ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนตายจะมีมากมาย แต่หากนางเอาแต่ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายไม่หาเพิ่มเช่นนั้นมันคงจะมีแต่หมดไปไม่งอกเงยขึ้นมา และนางจะไม่ยอมให้เงินของนางหมดเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ดังเช่นชาติก่อน

จินซินเดินลัดเลาะมาตามริมทางเดินอย่างไม่รีบไม่ร้อน ครั้งนี้นางไม่ได้เอารถม้ามาด้วยเพราะอยากเดินสำรวจไปด้วย เดินมาได้ครู่หนึ่งก็หยุดอยู่ที่หน้าร้านสมุนไพรตระกูลเสิ่น เพราะตอนนี้ร้านค้าปิดกิจการจึงปิดหน้าร้านเอาไว้ จินซินให้อาหลิงร้องเรียกคนไม่นานเสิ่นหลีก็เปิดประตูออกมาดู เมื่อพบว่าเป็นจินซินนางก็ดีใจมาก

"คุณหนูจิน ท่านรีบเข้ามาด้านในก่อนเจ้าค่ะ"

เสิ่นหลีทักทายจินซินอย่างกระตือรือร้น อีกทั้งยังนำน้ำชามารับรองนางด้วย

“คุณหนูจิน ชาที่บ้านข้าอาจรสชาติไม่ล้ำเลิศเท่ากับชาที่ท่านเคยดื่ม หวังว่าคุณหนูจะไม่ถือสา”

จินซินคลี่ยิ้มแล้วจึงยกถ้วยชาขึ้นดื่ม

“ไม่เลย รสชาติดีมาก”

เสิ่นหลีที่เห็นว่าจินซินไม่แสดงท่าทียกตนข่มท่านเลยก็รู้สึกนับถือในตัวจินซินเข้าไปใหญ่

“คุณหนูจิน ท่านมาพบข้ามีเรื่องใดจะให้ข้าทำหรือเจ้าคะ”

จินซินเมื่อได้ยินก็เอ่ยเข้าประเด็นในทันที

"ร้านของเจ้ายังมีสมุนไพรหลงเหลืออีกมากน้อยเท่าใด ข้าอยากดูสักหน่อย"

"ได้เจ้าค่ะ คุณหนูเชิญตามข้ามา"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 18 บาดเจ็บ

    หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-2 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 17-1 องค์หญิงเจ้าอารมณ์

    ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 16 พู่หยก

    เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-2 ตายแล้ว

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ

  • ชาตินี้นางร้ายเช่นข้าจะขอขีดเส้นด้ายวาสนาด้วยตนเอง   บทที่ 15-1 ตายแล้ว

    เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status