Share

10

last update publish date: 2024-11-13 20:38:05

“หม่อมฉันหร้อมรับโทษเพคะ และหากหม่อมฉันตายไปก็ขอพระองค์โยนร่างของหม่อมฉันลงไปที่ใต้ตำหนักร้อยไหมให้จระเข้ของพระองค์ฉีกทึ้ง มิต้องเหลือซากแม้กระดูกกลับคืนแผ่นดินฉี”

ควับ!!

“ฮึก!”

จางลี่สะดุ้ง หลังของนางแอ่นเมื่อหลี่เจี๋ยหวดแส้ลงบนหลังบอบบางหนแรกจนชุดผ้าแพรเป็นรอยแยกบางๆ หากนางกลับมิส่งเสียงร้องออกมาเพียงสักแอะ หลู่อ๋องขบกรมแน่นก่อนลงแส้เป็นครั้งที่สอง คราวนี้เนื้อผ้าบนแผ่นหลังของนางขาดออกจากกันหากจางลี่ก็มิยอมส่งเสียงร้องออกมาดังเดิม

4

บุปผาเดียวดาย

ยิ่งจางลี่ไม่ส่งเสียงร้องก็เหมือนเป็นการยั่วยุโทสะอ๋องหลี่เจี๋ย เขาตวัดปลายแส้ลงไปอีกสามครั้งแผ่นหลังของนางก็เป็นรอยแผลปริแยก โลหิตซึมออกมาหากนางก็ยังกัดฟันแต่ใบหน้าของนางกดเกร็ง คิ้วขมวดมุ่น

ควับ!!

เสียงปลายแส้สะบัดลงบนแผ่นหลังของนางอีกครั้งคราวนี้โลหิตสาดกระเซ็น แต่ก่อนที่หลี่เจี๋ยจะเงื้อมือเพื่อลงแส้ซ้ำลงไปอีกเขาต้องชะงักเมื่อโม่โฉวปราดเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า

“พอก่อนเถิดพระองค์...เกรงว่าหากลงแส้จนครบร้อยครั้งนางอาจทนไม่ไหวและต้องสิ้นใจในคุกหลวงนี้เป็นแน่”

ราชองครักษ์เอกกราบทูลด้วยเสียงแน่นหนักทั้งที่เขาไม่เคยขัดต่อพระประสงค์ของหลู่อ๋องมาก่อน หลี่เจี๋ยลดมือที่กำแส้ลง เขานิ่วหน้าและขบกรามเหมือนรู้สึกเจ็บปวดขณะปรายดวงตาคมไปยังร่างของจางลี่ซึ่งบัดนี้นางซบหน้าแน่นิ่งไปแล้ว ร่างสูงใหญ่หอบหายใจ สีหน้าโกรธขึ้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้หากก็ยังเสียงแข็งกร้าวไม่แปลงเปลี่ยน

“เจ้าอยากจะร้องขอให้ข้าละเว้นโทษต่อพระธิดาฉีอ๋องเช่นนั้นหรือ?”

“หามิได้...กระหม่อมรู้ว่านี่คือการลงทัณฑ์ที่มิอาจเลี่ยง หากแต่พระธิดานั้นเป็นเพียงหญิงตัวเล็ก แม้แต่นักโทษชายยังทานทนมิไหว บ้างก็ตายตั้งแต่ยังลงแส้มิถึงกึ่งหนึ่งของโทษที่ได้รับ และที่สำคัญมากไปกว่านั้น หม่อมฉันอยากให้พระองค์ทรงตรองให้หนักว่าพระธิดาเพิ่งเดินทางมาถึงแคว้นหลู่เพียงมิกี่ราตรี หากนางต้องมีอันเป็นไปเกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตบานปลายไปกว่านี้ อย่าลืมว่ายังมีทหารและคนของแคว้นฉีที่ติดตามนางมาด้วยนะพะย่ะค่ะ”

คำกล่าวที่ไม่เกินความจริงขององครักษ์ราวกับว่าได้ฉุดอารมณ์ของหลู่อ๋องให้ดิ่งลง หลี่เจี๋ยก้มลงมองแส้ในมือก่อนโยนมันลงตรงหน้าโม่โฉว

“คราวหน้าหากนางทำผิดอีก ข้าจักให้เจ้าเป็นคนลงทัณฑ์ และคราวนี้จักมิมีการผ่อนโทษแม้แต่คราเดียว!”

ร่างสูงสง่าของผู้ครองแคว้นก้าวฉับ ๆ ออกไป โม่โฉวถอนหายใจโล่ง แต่เมื่อเขาลุกขึ้นผู้คุมคุกหลวงร่างใหญ่อย่างยักษ์ปักหลั่นก็เข้ามาและเอ่ยขึ้นว่า

“ท่านโม่โฉว...ท่านกล้าเหลือเกินที่ยับยั้งการลงทัณฑ์ของหลู่อ๋องในครานี้ แต่...ข้ามิเคยเห็นพระองค์ทรงลดหย่อนโทษให้ผู้ใดเลย ทุกคนต่างรู้ว่าหลู่อ๋องนั้นเหี้ยมหาญและเด็ดขาดนัก”

“หากข้ามิมีเหตุผลเพียงพอก็คงต้องถูกบั่นหัวโทษฐานขัดพระประสงค์ของพระองค์เป็นแน่”

ผู้คุมได้ฟังดังนั้นก็หันกลับไปมองร่างของจางลี่ที่แผ่นหลังของนางชุ่มด้วยโลหิตและแน่นิ่งไปแล้ว เขาส่ายหน้าไปมา

“องค์ชายาช่างงดงามนัก นางบอบบางราวกับบุปผาในสรวงสวรรค์”

“หากนางก็เป็นเช่นบุปผาเดียวดาย ที่นี่หาใช่สรวงสรรค์สำหรับนางไม่”

“ข้ายอมใจพระธิดา ตอนหลู่อ๋องลงแส้นางใจเด็ดนัก ไม่ยอมร้องออกมาเลย...แล้วนี่ข้าต้องทำอย่างไรต่อไปท่านโม่โฉว”

“เรียกทหารและนางกำนัลอีกเพียงสองสามนางมาพาพระธิดากลับไปที่ตำหนักร้อยไหม เก็บเรื่องนี้ไว้อย่าได้แพร่งพรายออกไปเพราะหากทหารแคว้นฉีที่ติดตามนางมารู้เข้าอาจเกิดเรื่องใหญ่”

“ขอรับท่านโม่โฉว”

ผู้คุมรับคำก่อนหันไปออกคำสั่งทหารยามที่ยืนเฝ้าประตู โม่โฉวนึกถึงคำพูดของผู้คุมอีกครั้ง ชายอกสามศอกเยี่ยงเขาก็ยังนึกไปไม่ถึงว่าพระธิดาของฉีหวนกงจะใจเด็ดได้ถึงขนาดนี้ นางไม่ร้องขอและอดกลั้นต่อการลงทัณฑ์ร้ายแรงได้อย่างน่าประหลาดใจแท้

ณ ตำหนักร้อยไหม

“หมอหลวงเจ้าคะ อาการของพระธิดาเป็นเยี่ยงไรบ้างเจ้าคะ?”

หลินเจินเอ่ยถามแพทย์ประจำวังหลวงที่เข้ามาดูแลอาการของพระธิดาจางลี่หลังถูกส่งตัวกลับมายังตำหนักในสภาพหมดสติและเบื้องหลังของนางเต็มไปด้วยรอยแผลจากการลงแส้ มีนางกำนัลฝ่ายในเพียงสองสามนางที่เข้ามาช่วยเช็ดรอยโลหิตและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้องค์ชายาขณะที่นางกำนังคนสนิทยืนมองด้วยใจระย่อ น้ำตาคลอหน่วยตลอดเวลา กระทั่งแพทย์หลวงซึ่งเป็นชายสูงวัยแต่ใบหน้านั้นเอื้ออารีมาถึงและทำการตรวจดูพร้อมทั้งจัดยา สั่งการให้นางกำนัลทำแผลให้องค์ชายาอย่างดีทำให้หลินเจินเบาใจลงไปมาก หากนางก็ยังคงเป็นกังวลจึงต้องตามมาถามหมอหลวงอีกครั้งก่อนที่เจะกลับออกไปจากตำหนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายายอดเสน่หา   100

    คืนนั้นเว่ยเซวียนเฉินนั่งอยู่ในห้องทรงงานแต่กลับอ่านฎีกาไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าจะเปิดเอกสารกี่ครั้งภาพของฉีเยว่หนิงก็ยังปรากฏขึ้นมาในความคิด รอยยิ้มของนาง น้ำตาของนาง และความอ่อนโยนที่นางมีต่อผู้อื่น แม้กระทั่งต่อคนอย่างเขา เขาหลับตาลง ก่อนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ"ข้ากำลังทำอะไรอยู่"เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นเริ่มเกินกว่าความสงสารและเกินกว่าความสนใจธรรมดาจนแม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มหวาดกลัวขณะที่เว่ยเซวียนเฉินกำลังสับสนกับหัวใจของตนเอง หานเฟิงก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทรงงาน สีหน้าตื่นตระหนก"ฝ่าบาท!"เว่ยอ๋องลืมตาขึ้นทันที "เกิดอะไรขึ้น"หานเฟิงคุกเข่าลงก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด"คนของเงาโลหิตพบจดหมายลับอีกฉบับ...เป็นจดหมายที่มหาเสนาบดีเจียงส่งถึงฉีหวนกงก่อนศึกผิงหยวน"เว่ยเซวียนเฉินรับจดหมายมาเปิดอ่านและเพียงบรรทัดแรกสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที"เรื่ององค์หญิงเยว่หนิงเป็นไปตามแผนแล้ว อีกไม่นานนางจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของทั้งสองแคว้น"มือของเว่ยอ๋องกำกระดาษแน่น หัวใจเย็นวาบเพราะนั่นหมายความว่าการอภิเษกระหว่างเขากับฉีเยว่หนิงอาจถูกวางแผนเอาไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วความเข้าใจครั้งแรกหลังจากวัน

  • ชายายอดเสน่หา   99

    "ข้าไม่ได้ร้องไห้...เพียงรู้สึกเจ็บปวดแทนเขา"หลิงเอ๋อร์เงียบลงก่อนนั่งข้าง ๆ"พระองค์ไม่จำเป็นต้องรับภาระนั้นก็ได้""แต่ข้าอยากรับ"ฉีเยว่หนิงตอบทันที ดวงตาคู่งามทอดมองไปไกล"หากสิ่งที่ฝ่าบาทเชื่อมาตลอดเป็นความจริง...เขาคงอยู่กับความทุกข์นั้นมาหลายปี" น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย "ข้าไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าการเห็นคนที่รักตายต่อหน้าต่อตาจะเจ็บปวดเพียงใด"หลิงเอ๋อไม่รู้จะปลอบอย่างไรจึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างกายคืนนั้นฉีเยว่หนิงนอนไม่หลับ ในหัวเต็มไปด้วยภาพที่เว่ยเซวียนเฉินเล่าให้ฟัง ภาพของเว่ยเซวียนหลง ชายผู้เสียชีวิตในสนามรบ ภาพของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่ต้องกอดร่างพี่ชายเอาไว้ท่ามกลางกองเลือดและคำสุดท้ายที่เอ่ยชื่อฉีหวนกง นางหลับตาลงช้า ๆ ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้งเพราะแม้นางจะไม่ใช่ผู้กระทำ แต่ฉีหวนกงคือบิดาของนางคือคนที่มีสายเลือดเดียวกัน ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรนางก็ไม่อาจตัดขาดจากความรับผิดชอบทางใจได้เช้าวันต่อมาฉีเยว่หนิงเดินทางไปยังศาลาริมสระบัวอีกครั้ง นางรู้ว่าเว่ยเซวียนเฉินมักมาที่นี่ในช่วงเช้าและวันนี้นางมีบางอย่างอยากพูด เมื่อมาถึง บุรุษในชุดดำก็ยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ กำ

  • ชายายอดเสน่หา   98

    ฉีเยว่หนิงเงียบลงทันที"เขาชื่อเว่ยเซวียนหลง" เว่ยอ๋องกล่าวช้า ๆ สายตาทอดมองไปไกลราวกับกำลังมองเห็นอดีต"เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยและเป็นคนที่ดีที่สุดที่ข้าเคยรู้จัก"น้ำเสียงนั้นทำให้นางสัมผัสได้ถึงความรักและความเคารพที่เขามีต่อพี่ชาย"ตอนเด็ก ๆ" เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อ "ข้าเป็นคนหัวแข็งชอบก่อเรื่องแต่ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ใหญ่จะคอยปกป้องข้าเสมอ"ดวงตาคมเข้มอ่อนลงเล็กน้อย"เขาเคยบอกข้าว่า...'หากวันหนึ่งพี่ไม่อยู่แล้ว เจ้าต้องปกป้องแคว้นเว่ยแทนพี่'"ฉีเยว่หนิงนิ่งฟังไม่ขัดจังหวะ สายลมพัดผ่านอีกครั้งก่อนที่น้ำเสียงของเว่ยอ๋องจะเปลี่ยนไป เย็นลงและเจ็บปวดขึ้น"จากนั้นศึกผิงหยวนก็เกิดขึ้น" มือของเขากำแน่น"กองทัพเว่ยพ่ายแพ้ พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตี และตายต่อหน้าต่อตาข้า"ฉีเยว่หนิงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดแม้เพียงได้ฟังก็ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวด แล้วสำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงจะทุกข์ทรมานเพียงใด"ก่อนตาย" เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อเสียงแผ่วลง "เขาเอ่ยชื่อคนผู้หนึ่ง"ฉีเยว่หนิงรู้คำตอบอยู่แล้วแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น"ฉีหวนกง"ทันทีที่ชื่อของบิดานางถูกเอ่ยออกมาบรรยากาศรอบตัวก็เงียบงัน เว่ยอ๋องหัวเร

  • ชายายอดเสน่หา   97

    เว่ยอ๋องหัวเราะเย็น "ทุกคนบอกว่าพี่ใหญ่ตายเพราะสงคราม...แต่ข้าไม่เคยเชื่อ"หานเฟิงเงียบเพราะนี่คือเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดแม้กระทั่งในราชสำนัก เว่ยเซวียนเฉินกล่าวต่อ"ข้าจำสายตาของพี่ใหญ่ได้...ก่อนตายเขามองบางอย่าง และเอ่ยชื่อฉีหวนกง"ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด"ข้าไม่เคยลืม...แม้แต่วันเดียว"ภายในใจของเขาภาพวันนั้นยังคงชัดเจน ฉีหวนกง กษัตริย์แห่งแคว้นฉี บุรุษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษแต่สำหรับเขาอีกฝ่ายคือคนที่พรากพี่ชายไป คือศัตรู และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่อาจเปิดใจให้ฉีเยว่หนิงได้เต็มที่ แม้นางจะไม่เคยทำอะไรผิด แม้นางจะอ่อนโยน แม้นางจะช่วยเหลือผู้คนแต่ทุกครั้งที่มองนางเขายังคงเห็นเงาของฉีหวนกงขณะเดียวกันภายในตำหนักท้ายวัง ฉีเยว่หนิงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่เพียงลำพัง ไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันเว่ยเซวียนเฉินกำลังต่อสู้กับอดีตของตนเอง สายลมพัดผ่านหน้าต่างจนเปลวเทียนไหววูบนางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ในใจราวกับมีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นรุ่งสาง เว่ยเซวียนเฉินยังไม่ได้นอน เขายังคงนั่งอยู่ในห้องทรงงาน รายงานลับเกี่ยวกับมหาเสนาบดีเจียงวางอยู่ตรงหน้ารวมถึงเอกสารใหม่อี

  • ชายายอดเสน่หา   96

    นางหันกลับมาและพบเว่ยเซวียนเฉินยืนอยู่ สายลมพัดชายอาภรณ์สีดำของเขาเบา ๆ"ฝ่าบาท"ฉีเยว่หนิงค้อมกาย เว่ยอ๋องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเรียบ ๆ"ครั้งหน้า...อย่าโง่จนถูกใส่ร้ายอีก"ฉีเยว่หนิงชะงักก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ "เพคะ"เว่ยเซวียนเฉินขมวดคิ้ว "เจ้าหัวเราะอะไร""หม่อมฉันเพียงดีใจที่ครั้งนี้มีคนเชื่อหม่อมฉัน"คำตอบนั้นทำให้เว่ยอ๋องนิ่งไปชั่วขณะคืนนั้นภายในจวนมหาเสนาบดีเจียง ชายชุดดำคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเจียงฉางเหอ"ท่านอาจารย์ ...เว่ยอ๋องเริ่มปกป้องพระชายาแล้ว"เสียงหมากในมือชายชราหยุดลง ดวงตาเย็นเยียบอย่างน่ากลัว"เช่นนั้นหรือ"เขายิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ผู้พบเห็นหนาวสั่น"ดูเหมือน...เราจะปล่อยนางไว้ไม่ได้อีกต่อไป"จากนั้นเขาจึงหยิบม้วนฎีกาลับออกมา ด้านบนประทับตราของฉีหวนกงและข้อความหนึ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานหลายปี ความลับที่สามารถทำลายทั้งฉีเยว่หนิงและเว่ยเซวียนเฉินได้ในคราวเดียวพายุลูกใหม่กำลังใกล้เข้ามาแล้วตอนที่ 28บาดแผลในอดีตราตรีนั้นเงียบงันกว่าทุกคืน สายลมหนาวพัดผ่านกำแพงวังหลวงของแคว้นเว่ย เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความมืดภายในตำหนักใหญ่ เว่ยเซว

  • ชายายอดเสน่หา   95

    ยามบ่ายตำหนักชิงอันเต็มไปด้วยสตรีในวังหลวง เหล่าสนมต่างแต่งกายอย่างงดงามอวดฐานะและความโปรดปรานของตน หลันเฟยนั่งอยู่ด้านขวาของไทเฮาแม้พักหลังจะถูกลดบทบาทลงแต่นางยังคงเป็นสตรีที่โดดเด่นที่สุดในวังหลังเมื่อฉีเยว่หนิงก้าวเข้ามาสายตาหลายคู่ก็หันมาทันที หลังจากคดีวางยาพิษและข่าวที่เว่ยอ๋องส่งหมอหลวงไปดูแลด้วยตนเองผู้คนเริ่มมองนางแตกต่างออกไป"ถวายพระพรไทเฮา"ฉีเยว่หนิงค้อมกาย ไทเฮายิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับเย็นชา"นั่งเถิด""เพคะ"ฉีเยว่หนิงนั่งลงอย่างสงบโดยไม่รู้เลยว่าสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องอยู่ เวลาผ่านไปไม่นาน งานดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น"สร้อยหยกมังกร!"สนมหวังเฟยลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดเผือด"สร้อยหยกมังกรของข้าหายไป!"ทั่วห้องเงียบลง ไทเฮาขมวดคิ้ว "ของสำคัญเช่นนั้นหายได้อย่างไร"หวังเฟยรีบคุกเข่า "เป็นของพระราชทานเพคะ...หม่อมฉันเพิ่งสวมอยู่เมื่อครู่"บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเพราะทุกคนรู้ดีว่าสร้อยหยกมังกรไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดาแต่เป็นของหลวงการขโมยถือเป็นความผิดร้ายแรง"จงค้นหาเดี๋ยวนี้"ไทเฮาสั่ง เหล่านางกำนัลเริ่มตรวจสอบพื้นที่ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น"พบแล้วเพคะ

  • ชายายอดเสน่หา   58

    จางลี่พยักหน้า "ข้าก็เคยกลัว"ฉีเยว่หนิงหันไปมอง จางลี่ทอดสายตามองสระบัวเบื้องหน้าแววตาเต็มไปด้วยความทรงจำ"ตอนที่ข้าถูกส่งไปแคว้นหลู่ ข้าคิดว่าชีวิตจบสิ้นแล้ว""ท่านพี่...""ตอนนั้นองค์ชายหลี่เจี๋ยเกลียดข้ามาก"ฉีเยว่หนิงเบิกตากว้าง เรื่องนี้นางเคยได้ยินเพียงข่าวลือแต่ไม่เคยฟังจากปากเจ้าตัว จางลี่

  • ชายายอดเสน่หา   57

    "บางครั้ง การเป็นหมากก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป"ฉีเยว่หนิงมองเขา "ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร"องค์ชายสามยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นกลับดูมีเลศนัย"เว่ยอ๋องเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่...หากวันหนึ่งเจ้าสามารถครองใจเขาได้" เขาหยุดเล็กน้อย "เจ้าจะมีอำนาจมากกว่าที่คิด"ฉีเยว่หนิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด เพราะในน้ำเสียงขอ

  • ชายายอดเสน่หา   56

    เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะฉีเยว่หนิงกำลังจัดเตรียมข้าวของเดินทาง นางได้รับห่อผ้าเล็ก ๆ ปริศนาจากคนไม่ทราบชื่อ เมื่อเปิดออกดู ภายในกลับเป็นหัวลูกธนูเปื้อนเลือดเก่า ๆ พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนไว้เพียงประโยคเดียว"จงระวังเว่ยเซวียนเฉิน... เพราะเขารอวันนี้มานานกว่าสิบปี" องค์หญิงผู้ถูกเลือกแสงอรุณยามเช้า

  • ชายายอดเสน่หา   55

    พระราชโองการสมรสสายลมต้นวสันต์พัดผ่านกำแพงวังหลวงแห่งแคว้นฉี กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวร่วงลงบนทางเดินหินอ่อนทอดยาวไปสู่ตำหนักเฟิ่งอี๋ภายในตำหนัก องค์หญิงฉีเยว่หนิงกำลังนั่งปักลายดอกเหมยบนผ้าไหมสีขาว นางมีพระชนมายุเพียงสิบแปดชันษา ใบหน้างดงามอ่อนหวาน ดวงตากลมใสดุจน้ำค้างยามรุ่งอรุณแม้เป็นธิดาที่ถือกำเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status