مشاركة

6

last update تاريخ النشر: 2024-11-10 09:54:23

“นี่ท่านกักขังข้าเช่นนั้นหรือ แล้วหากข้าขัดคำสั่งของท่าน”

“คนของเจ้าทั้งหมดจะต้องกลายเป็นอาหารของจระเข้ในบึงใต้ตำหนักร้อยไหมทันที หรือหากเจ้าอยากลองดีกับข้า จะลองดูสักหนก็ได้พระธิดาจางลี่!”

“ท่านร้ายกาจนักองค์ชายหลี่เจี๋ย...อื๊อ!”

เสียงของนางหายเข้าไปในปากหยักได้รูปขององค์ชายอีกหน หลี่เจี๋ยกดท้ายทอยจางลี่บังคับให้นางรับจุมพิตก้าวร้าวคุกคามโดยไม่สนใจว่านางจะรู้สึกอย่างไร ในเมื่อตอนนี้เขาคือผู้ถือไพ่เหนือกว่า พระธิดาจางลี่เป็นแค่หมากตัวเล็กในเกมแก้แค้นของอ๋องแคว้นหลู่เท่านั้น หลี่เจี๋ยบดริมฝีปากร้อนรุ่มบนกลีบปากของนางรุนแรงพอจะทำให้เรียวปากอิ่มบวมเจ่อก่อนปล่อยร่างบอบบางให้เป็นอิสระ จางลี่เซไปข้างหลัง นางแทบจะทรุดลงนอนกับพื้นแต่ยังทรงกายให้นั่งและยกมือขึ้นป้องปากบวมเป็นสีแดงเข้มพร้อมกับน้ำตาถั่งไหล

“องค์ชาย...”

“หึ!...คิดหรือว่าข้าจะยินดีรับเจ้าเป็นองค์ชายา ข้ารู้ว่าพระปิตุลากำลังคิดการใด ส่งเจ้ามาเพื่อมิให้เกิดการพิภาทระหว่างแคว้น ต้องการรกะชับความสัมพันธ์และคิดจะควบคุมข้าให้อยู่ในอำนาจของเขาเช่นนั้นหรือ”

“เช่นนั้นพระองค์ควรปฏิเสธเสด็จพ่อแต่แรก ข้าเองก็มิได้อยากทำตามประสงค์ของเสด็จพ่อแม้แต่น้อย”

“แต่เจ้าก็ขัดปรสงค์ของฉีหวนกงมิได้และเมื่อเจ้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะชายาของข้าก็ต้องรับฟังบัญชาของพระสวามีโดยมิมีข้อแม้ และอย่า...แม้แต่จะคิดหนีไปจากตำหนักร้อยไหม เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”

“แล้วคนของหม่อมฉัน”

จางลี่ร้องถามเมื่อร่างสูงลุกขึ้นยืนและกำลังจะก้าวออกไป หลี่เจี๋ยยืนมือไพล่หลังและเพียงเอ่ยโดยมิยอมหันกลับมามองใบหน้าสวยซึ้งอาบคราบน้ำตา

“ทุกคนจะอยู่รอดปลอดภัยก็ด้วยชีวิตของเจ้าเป็นเดิมพัน ขัดคำสั่งข้าเมื่อใดข้าจะลงมือกับคนของเจ้าเมื่อนั้น อย่าบังอาจลองดีกับข้า นี่หาใช่คำขู่แต่คนอย่างข้าพูดจริงทำจริง!”

สิ้นเสียงกร้าวร่างสูงจึงก้าวออกไป เมื่อบานประตูปิดลงหลี่เจี๋ยก็เห็นว่าหลินเจินนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ห่างจากบานประตูห้อง นายทหารคนสนิทวิ่งเข้ามาและคุกเข่าลงเบื้องหน้าอ๋องแคว้นหลู่

“องค์ชาย...ข้าได้จัดเตรียมที่พักให้เหล่าทหารแคว้นฉีและข้าราชบริภารขององค์ชายาเรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ”

“ดีมาก โม่โฉว...จงดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีอย่าให้บกพร่อง ข้าจะกลับตำหนักและจะกลับมาที่ตำหนักร้อยไหมในอีกสามราตรี”

“ขอรับ”

โม่โฉว นายทหารคนสนิทพยักหน้ารับทราบก่อนเดินตามองค์ชายออกไป และเมื่อทุกคนไปแล้วหลินเจินก็รีบกลับเข้าไปในห้อง นางรู้สึกตระหนกเมื่อเห็นพระธิดาจางลี่นั่งบนตั่งด้วยสีหน้าซีดเซียวทั้งยังน้ำตาอาบแก้ม นางกำนัลคนสนิทเข้าไปคุกเข่าและดึงมือเรียวบางมากุมไว้

“ท่านหญิง...มีอะไรหรือเจ้าคะ เมื่อครู่ข้าได้ยินองค์ชายหลี่เจี๋ยบอกแก่นายทหารว่าจะกลับมาที่ตำหนักนี้ในอีกสามราตรี ข้านึกว่าองค์ชายจะประทับที่นี่ในราตรีนี้เสียอีก”

“องค์ชายมิได้อยากอยู่ที่นี่ดอกหลินเจิน”

“ด้วยเหตุผลใดเล่าเจ้าคะ แล้วเหตุใดท่านหญิงจึงร้องไห้”

จางลี่ส่ายหน้า “ข้าคิดผิดเสียแล้วที่ตัดสินใจเดินทางมายังแคว้นหลู่ รู้เช่นนี้ยอมเป็นอนุของพระเชษฐามิดีกว่าหรือ”

“เหตุใดท่านกล่าวเช่นนั้น ในเมื่อท่านหญิงต้องการออกจากวังก็เพื่อหนีจากคนเหล่านั้นมิใช่หรือเจ้าคะ”

“ข้ามาอยู่ที่นี่ก็มิได้ต่างกันเลย...เจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์ชายหลี่เจี๋ยนั้นชิงชังข้า มิได้ต้องการข้าเป็นองค์ชายาของแคว้นหลู่โดยแท้จริง องค์ชายยังผูกใจเจ็บเรื่องที่เสด็จพ่อสั่งประหารพระบิดาของพระองค์ และการที่รับข้าไว้ก็เพื่อเป็นการแก้แค้น”

“ใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ เราอาจมีหนทางแก้ไข”

“ข้าเกรงว่าจะสายไป เรามิรู้เลยว่าแท้จริงองค์ชายหลี่เจี๋ยเป็นคนเช่นไร เขาไม่ยอมให้ข้าออกจากตำหนักแห่งนี้ ไม่ยอมให้ข้าขัดคำสั่ง ข้าหวั่นเหลือเกินว่าหากวันใดข้าทำพลาดผิดหรือมิถูกพระทัยองค์ชายอาจจะสั่งฆ่านายทหารและเหล่าผู้ติดตามจนสิ้น”

พอได้ยินดังนั้นหลินเจินถึงกับเข่าทรุด นางนั่งพับเพียบกับพื้นแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือพระธิดาพร้อมรำพึงออกมาว่า

“น่ากลัวถึงเพียงนั้นเทียวหรือเจ้าคะ”

“เราจะทำอย่างไรดีหลินเจิน ลำพังข้าแม้หากต้องตายก็มิคิดเสียดายชีวิต แต่มิควรต้องให้คนของข้าเอาชีวิตพวกเขามาทิ้งที่แคว้นหลู่แม้เพียงชีวิตเดียว”

“ท่านหญิงคิดอย่างไรเจ้าคะ”

“ข้าอยากพบราชองครักษ์เจ้า บางทีเขาอาจะช่วยเหลือเราได้ แต่...ข้าจะได้พบเขาด้วยวิธีการใด”

“เอาอย่างนี้ไหมเจ้าคะ ข้า...จะหาทางออกไปพบองครักษ์และคนของเราก่อนองค์ชายจะเสด็จในอีกสามราตรีข้างหน้า”

“หลินเจิน”

“มิเป็นไรดอกท่านหญิง ข้ามิอยากให้ท่านเป็นกังวล มาถึงขนาดนี้ข้าก็คงอยู่เฉยมิได้”

“แล้วเจ้า...จะออกไปหาองครักษ์เจ้าและคนของเราเมื่อใด”

“ไม่เกินอีกราตรีนี้เจ้าค่ะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายายอดเสน่หา   153

    ราวกับได้ยินเสียงเรียกนั้น เว่ยเซวียนเฉินกลืนยาลงช้า ๆ หมอหลวงทุกคนต่างจับตาดูพระอาการอย่างใกล้ชิด เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป สองก้านธูป สามก้านธูป ทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ จู่ ๆ หมอหลวงอาวุโสก็กล่าวขึ้น“พระชายา”ฉีเยว่หนิงรีบหันมา“พระองค์ดูพระหัตถ์ฝ่าบาท”นางรีบจับพระหัตถ์ของเว่ยเซวียนเฉิน เมื่อครู่ยังเย็นจัด บัดนี้กลับเริ่มมีไออุ่นเล็กน้อย หมอหลวงรีบตรวจชีพจรอีกครั้ง เขาเบิกตากว้าง“ชีพจร...มั่นคงขึ้น”หมอหลวงอีกคนรีบตรวจซ้ำ “พิษยังอยู่ แต่การลุกลามช้าลงแล้ว”หานเฟิงกำหมัดแน่นด้วยความดีใจ “สำเร็จแล้วหรือ”หมอหลวงอาวุโสส่ายหน้า “ยังไม่อาจกล่าวเช่นนั้น แต่ยานี้ช่วยพยุงพระอาการไว้ได้”ฉีเยว่หนิงหลับตาลงอย่างโล่งใจ น้ำตาที่กลั้นไว้ตลอดทั้งคืนไหลออกมาเงียบ ๆ นางไม่เคยรู้สึกว่าหยดน้ำตาจะอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้ เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยาม พระอาทิตย์เริ่มขึ้นเหนือยอดเขา เว่ยเซวียนเฉินขยับพระหัตถ์เล็กน้อย ฉีเยว่หนิงรีบเงยหน้าขึ้น“พระองค์”พระ

  • ชายายอดเสน่หา   152

    หานเฟิงซึ่งเพิ่งเข้ามาในกระโจมได้ยินบทสนทนาพอดี“พระชายาแน่ใจหรือ”ฉีเยว่หนิงพยักหน้า “ข้าไม่แน่ใจว่ามีวิธีรักษาหรือไม่ แต่ข้าแน่ใจว่าเคยเห็นตำราเล่มนั้น”หานเฟิงมองเว่ยเซวียนเฉิน ก่อนหันกลับมามองฉีเยว่หนิง“เช่นนั้นเราต้องหาทางสืบเรื่องตำราเล่มนี้”ฉีเยว่หนิงกำมือแน่น “ไม่ว่าจะยากเพียงใด ข้าจะหามันให้พบ”นอกกระโจม ลมหนาวยังคงพัดผ่านอย่างไม่หยุดหย่อนแต่ในดวงตาของฉีเยว่หนิง ความสิ้นหวังที่เคยปกคลุมมาตลอดทั้งคืน เริ่มมีประกายแห่งความหวังเล็ก ๆ จุดขึ้นอีกครั้งก่อนฟ้าจะสาง ฉีเยว่หนิงหยิบกระดาษขึ้นมาวาดภาพจากความทรงจำ นางค่อย ๆ วาดลายปกหนังสือ สีของผ้าไหม ตำแหน่งตราประทับ และชั้นวางในหอสมุดหลวงแห่งแคว้นฉี เมื่อวาดเสร็จ นางมองภาพนั้นนิ่งอยู่นาน ก่อนกล่าวเบา ๆ“ข้าจำได้แล้ว ตำรายาพิษเล่มนั้น...ข้าเคยเห็นด้วยตาของตัวเองในพระราชวังแคว้นฉี”คำพูดนั้นทำให้หานเฟิงและหมอหลวงต่างมองหน้ากันทันที ความหวังเดียวในการช่วยชีวิตเว่ยเซวียนเฉิน อาจซ่อนอยู่ในตำราโบราณของแผ่นดิ

  • ชายายอดเสน่หา   151

    ฉีเยว่หนิงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง มือของนางยังคงกุมพระหัตถ์ของเว่ยเซวียนเฉินไว้ตลอดเวลา หลิงเอ๋อร์ถือชาร้อนเดินเข้ามาเบา ๆ“พระชายา พระองค์ยังไม่ได้เสวยอะไรเลยเพคะ”ฉีเยว่หนิงส่ายหน้า “ข้ายังไม่หิว”“แต่พระองค์ไม่ได้พักตั้งแต่เช้า”แม่นมหลินเดินเข้ามาวางมือบนไหล่นางอย่างอ่อนโยน“เจ้าต้องดูแลตัวเองด้วย หากเจ้าล้มลง ใครจะดูแลฝ่าบาท”ฉีเยว่หนิงพยายามยิ้ม “ข้ายังไหว”แม่นมหลินรู้ดีว่านางกำลังฝืน ตั้งแต่เว่ยเซวียนเฉินถูกพากลับมา ฉีเยว่หนิงไม่เคยลุกจากข้างเตียงเกินเวลาอันจำเป็น นางช่วยหมอหลวงบดสมุนไพร เปลี่ยนผ้าประคบ วัดไข้ และคอยเช็ดเหงื่อให้พระองค์ด้วยตนเองไม่นาน เว่ยเซวียนเฉินค่อย ๆ ลืมพระเนตรขึ้น เมื่อเห็นฉีเยว่หนิงยังนั่งอยู่ที่เดิม พระองค์ขมวดพระขนงเล็กน้อย“เหตุใด...ยังไม่นอน”ฉีเยว่หนิงรีบยิ้ม“หม่อมฉันจะนอนเมื่อพระองค์หายดี”เว่ยเซวียนเฉินถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าดื้อจริง”“หม่อมฉันเรียนจากพระอ

  • ชายายอดเสน่หา   150

    ลูกธนูหลายดอกพุ่งออกมาจากแนวต้นไม้ด้านหลังโขดหิน ทหารเว่ยยกโล่ขึ้นทันที เว่ยเซวียนเฉินหักม้าหลบลูกธนูสองดอกแรกได้อย่างฉิวเฉียด แต่ลูกธนูอีกดอกกลับพุ่งเฉียงออกมาจากมุมอับที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดฉึก! ปลายธนูปักเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของพระองค์อย่างแรง แรงปะทะทำให้พระวรกายเซเล็กน้อย“ฝ่าบาท!”หานเฟิงรีบควบม้าเข้าประคอง เว่ยเซวียนเฉินยังกำดาบแน่น“ข้ายังไม่เป็นไร”แต่เพียงครู่เดียว พระองค์กลับรู้สึกว่าหัวไหล่เริ่มชา ความเย็นแปลกประหลาดค่อย ๆ ลามลงมาตามแขน หานเฟิงสังเกตเห็นของเหลวสีคล้ำที่ปลายลูกธนู สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที“มีพิษ!” เขารีบสั่งทหาร “คุ้มกันฝ่าบาทกลับค่าย!”เมื่อข่าวมาถึงเรือนพยาบาล ฉีเยว่หนิงถึงกับทำถ้วยยาหล่นจากมือ“พระองค์ถูกยิงหรือ”“เพคะ”นางรีบวิ่งออกจากเรือนพยาบาลโดยไม่สนใจชายกระโปรง เมื่อเว่ยเซวียนเฉินถูกพากลับมาถึง พระองค์ยังมีสติ แต่พระพักตร์เริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉีเยว่หนิงคุกเข่าข้างพระองค์ทันที“พระองค์” เว่

  • ชายายอดเสน่หา   149

    “และเขารู้ว่าเราจะค้นหาหลักฐานแบบใด”เว่ยเซวียนเฉินมองเศษผ้าบนโต๊ะ“เดินเกมได้ไม่เลว”พระองค์ไม่ได้สั่งจับผู้ใดทันที กลับมีรับสั่งให้ดำเนินการสืบต่อโดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่พบ คืนนั้น ทหารหลายกองยังคงออกตรวจตราเข้มงวดกว่าปกติ หานเฟิงเดินตรวจด้วยตนเองจนดึก เมื่อกลับมาถึงกระโจม ก็พบว่ามีทหารส่งสารจากเมืองหลวงรออยู่“ถวายรายงานขอรับ”เขารับม้วนเอกสารมาเปิดอ่าน เป็นรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติบุคคลในกองทัพที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับหานกั๋วกง หานเฟิงอ่านทีละบรรทัด ก่อนสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป เขารีบนำเอกสารเข้าเฝ้าเว่ยเซวียนเฉินทันที ภายในกระโจม เว่ยเซวียนเฉินกำลังศึกษาบันทึกการส่งเสบียง“มีอะไร”หานเฟิงคุกเข่าลง “ฝ่าบาท มีรายงานด่วนจากเมืองหลวง”เว่ยเซวียนเฉินรับเอกสารมา เมื่อคลี่อ่าน สีหน้าของพระองค์ยังคงเรียบนิ่ง แต่ฉีเยว่หนิงซึ่งยืนอยู่ด้านข้างกลับสังเกตเห็นว่า นิ้วของพระองค์หยุดอยู่ที่รายชื่อหนึ่งนานกว่าปกติ พระองค์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ“ตรวจสอบซ้ำแล้วหรือ”

  • ชายายอดเสน่หา   148

    เมื่อการประชุมยุติ ฉีเยว่หนิงเดินออกจากกระโจมพร้อมเว่ยเซวียนเฉิน สายลมหนาวพัดผ่านค่ายทหารเบา ๆ พระองค์เอ่ยขึ้นโดยไม่มองนาง“หากวันนี้ไม่มีเจ้า”ฉีเยว่หนิงยิ้มอ่อน “พระองค์ก็คงทรงพบความผิดปกติในที่สุด”เว่ยเซวียนเฉินส่ายหน้า “อาจสายเกินไป”พระองค์หยุดเดิน “เยว่หนิง”“เพคะ”“เจ้าช่วยชีวิตทหารของข้าไว้อีกครั้ง”ฉีเยว่หนิงมองใบหน้าของเขา “หม่อมฉันเพียงไม่อยากเห็นใครต้องสูญเสียโดยไม่จำเป็น”เว่ยเซวียนเฉินยิ้มบาง “นั่นแหละ คือเหตุผลที่ทุกคนเคารพเจ้า”ตกค่ำ ค่ายทหารกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง เวรยามเดินตรวจตราตามแนวรั้วอย่างเข้มงวด แต่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังคลังเสบียงชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมทหารเว่ยเหมือนคนทั่วไป เขาเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนหยิบกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อจากนั้นจึงจุดประกายไฟเพียงชั่วครู่ ไม่นาน แสงวาบสีแดงก็พุ่งขึ้นเหนือยอดไม้แล้วดับหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ในค่ายส

  • ชายายอดเสน่หา   3

    ฮุยอินเป็นผู้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางนั้นระรื่นหูและก้องกังวานใสดุจระฆังหากสายตากลับคมวาววับยามจับจ้องไปยังพระธิดาโฉมงามผู้มาเป็นองค์ชายาปาอ๋องแห่งแคว้นหลู่ จางลี่มัวแต่มองไปรอบ ๆ ตำหนักใหญ่โตกว้างขวางและโดดเด่นด้วยการตกแต่งอันวิจิตร วั่งซูยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเดิม“พระธิดา...ตำหนักนี้ต่อไปข้างห

  • ชายายอดเสน่หา   2

    จางลี่ค่อย ๆ ก้าวลงเบื้องล่าง นับเป็นการเหยียบพื้นแผ่นดินแคว้นหลู่ครั้งแรก หากทว่านางก็ต้องพบความประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามิได้มีเหล่าข้าราชบริพารมาต้อนรับอุนหนาฝาคั่งดั่งที่คิดหมาย มิมีเสียงแซ่ซ้องต่อการเดินทางมาของว่าที่องค์ชายาผู้เป็นถึงพระธิดาแห่งอ๋องผู้เป็นใหญ่จากแดนไกลอย่างแคว้นฉี หากมินั

  • ชายายอดเสน่หา   1

    “หลินเจิน...เจ้าคิดว่าข้าใจเร็วไปหรือไม่เล่า?”คำถามถูกตั้งขึ้นโดยหญิงสาวเรือนร่างบอบบางในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมบ่งบอกฐานะของผู้สวมใส่ว่ามิใช่ปุถุชนธรรมดาทั่วไปขณะนั่งในรถม้าและมีหญิงสาวอีกนางนั่งอยู่เคียงข้างแต่การแต่งกายนั้นบอกสถานะต่ำกว่า หลินเจินเลื่อนผ้าม่านในรถเทียมม้าเพื่อมองภาพเบื้องน

  • ชายายอดเสน่หา   10

    “หม่อมฉันหร้อมรับโทษเพคะ และหากหม่อมฉันตายไปก็ขอพระองค์โยนร่างของหม่อมฉันลงไปที่ใต้ตำหนักร้อยไหมให้จระเข้ของพระองค์ฉีกทึ้ง มิต้องเหลือซากแม้กระดูกกลับคืนแผ่นดินฉี”ควับ!!“ฮึก!”จางลี่สะดุ้ง หลังของนางแอ่นเมื่อหลี่เจี๋ยหวดแส้ลงบนหลังบอบบางหนแรกจนชุดผ้าแพรเป็นรอยแยกบางๆ หากนางกลับมิส่งเสียงร้องออกมา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status