INICIAR SESIÓN“ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ” อี้ชวนหมุนตัวไปหาทุกคนที่ยืนมองอยู่ สนมเอกและฮองเฮาต่างก็ตกใจที่ไม่ใช่คนที่ตนคิด แต่ก็ยังคงเลือกที่จะใส่ร้ายข้าว่ามีความสัมพันธ์กับอี้ชวน
“นี่เจ้าคบชู้กับคนของเจ้าหรือ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมถึงใกล้ชิดกันนัก แต่ที่ไม่อยากพูดอะไร เพราะกลัวว่าสนมเสิ่นจะเสียหาย” เติมเพลิงในใจของฮ่องเต้เข้าไปเถิด ยิ่งท่านทำให้ฮ่องเต้โหจนอยากฆ่าใครสักคนให้ตายได้ นั่นก็ยิ่งเป็นเรื่องดี
ฮ่องเต้กระชากตัวเสิ่นลู่ถิงเข้าไปหาแล้วเขย่าไปมาจนคุณหนูเสิ่นที่ตัวเล็กเท่านั้นโยกไปตามแรง อี้ชวนตั้งใจวิ่งเข้ามาช่วยก็ถูกถีบออกไปเต็มแรง ก่อนคุณหนูเสิ่นจะเลือกร้องโอดครวญถึงความเจ็บเพื่อให้คนตรงหน้ารู้สึกตัวถึงเลือดที่เปื้อนที่มือและมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี
“เลือด? ถิงถิงเจ้าเป็นอะไร!?”
“มีคนตั้งใจทำร้ายหม่อมชั้นเพคะ”
“ว่าอย่างไรนะ!!?” อี้ชวนพยุงตัวเองขึ้นก่อนจะพาตัวคนที่เอาไปซ่อนไว้ออกมา สนมเอกและฮองเฮาต่างพากันมองด้วยความตกใจ คงไม่คิดใช่หรือไม่ว่าจะถูกข้าเล่นงานพวกท่านกลับเช่นนี้
“จื่อซิ่ว!!?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเดินผ่านมาทางนี้พอดี จึงเห็นว่าพระสนมถูกคนทำร้ายแล้วเข้ามาช่วยพ่ะย่ะค่ะ”
“หากไม่ได้อี้ชวนช่วยรับมีดเอาไว้ หม่อมชั้นคงจะตายไปแล้ว” ฮ่องเต้หันไปมองอี้ชวนตามคำบอก แผลที่ข้างลำตัวอีกคนยืนยันคำพูดของข้าได้อย่างมีน้ำหนัก เช่นนี้แล้วพวกท่านจะทำอย่างไรต่อ
“เอาน้ำมาสาดให้ตื่น!!” น้ำสองถังใหญ่ถูกสาดใส่เสิ่นจื่อซิ่วจนอีกคนตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางมึนงง เสิ่นลู่ถิงยิ้มมุมปากเมื่ออีกคนตื่นขึ้นมาและเอ่ยถึงเรื่องราวว่าถูกคนอย่างข้าเย้ายวนในทันที
“ท่านพี่…เราเองก็เป็นญาติกัน เหตุใดท่านถึงได้ทำร้ายข้า แล้วยังจะใส่ความข้าอีก”
“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมยืนยันได้ เป็นสนมเสิ่นที่อยากมีสัมพันธ์กับกระหม่อม ดังนั้นกระหม่อมจึงพามาที่นี่”
“ท่านยืนยันว่าท่านเป็นคนพาข้ามาที่นี่ใช่หรือไม่?”
“ใช่!!”
“เช่นนั้นกำยานปลุกกำหนัดนั่นก็เป็นของท่านใช่ไหม?” จื่อซิ่วตาเบิกกว้าง ดูเหมือนว่าเขาจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ฮ่องเต้เดินไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นดู ก่อนจะเขวี้ยงลงพื้นเต็มแรง เท่านี้ยังไม่พอหรอก ท่านต้องโกรธมากขึ้นกว่านี้อีก
“เจ้ากล้าวางยาสนมของข้า แถมยังกล้าใส่ร้ายอีก ไม่ห่วงหัวของเจ้าแล้วใช่หรือไม่!!!!”
“เป็นถึงแม่ทัพ ทั้งยังเป็นญาติกับสนมเสิ่นด้วย กล้าทำเช่นนี้ มันจะมากเกินไปแล้ว ควรลงโทษให้หนัก!!!” ยิ่งมีคำพูดของไท่เฮาช่วยกระตุ้นก็ยิ่งทำให้ฮ่องเต้เอ่ยคำสั่งลงโทษรุนแรงมากขึ้น ทุกอย่างช่างเข้าทางข้าเสียจริง
“ฝ่าบาท ไท่เฮาได้โปรดประทานอภัย กระหม่อมผิดไปแล้ว ไม่กล้าอีกแล้ว!!”
“เป็นท่านทำร้ายข้าจริงๆหรือ เราเองก็เป็นญาติกัน ถึงแม้คนทั้งตระกูลเสิ่นจะไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตา แต่เหตุใดต้องทำร้ายข้าถึงเพียงนี้ด้วยเล่า” เสิ่นลู่ถิงพูดจบก็ซบลงที่อกฮ่องเต้ราวกับนกน้อยโดนรังแกกำลังหาที่พึ่ง แขนแกร่งโอบกอดเอาไว้แล้วลูบประประโลมไม่ยอมหยุด เมื่อแม่ทัพซิ่วเข้ามาใกล้ก็ถีบเข้ากลางอีกเต็มแรง
“ช่างกล้าทำร้ายสนมของข้า ทหาร!! เอาตัวมันออกไปโบยจนตาย!!!” คุณหนูเสิ่นรีบจับแขนเพื่อห้ามปราม และการกระทำนี้ทำเอาฮ่องเต้คิ้วขมวดจนเป็นปม คนตรงหน้าคงคิดว่าข้าจะให้อภัย แต่ไม่ใช่หรอก…เรื่องแค่พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ถึงตัวผู้บงการเลย อย่าจบเร็วนักสิ
“หม่อมชั้นไม่เชื่อว่าท่านพี่จะทำเรื่องเช่นนี้คนเดียวเพคะ ในห้องนี้ทุกอย่างถูกจัดการมาอย่างดี ต้องมีผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังแน่เพคะ”
“เหตุใดสนมเสิ่นพูดเช่นนั้นเล่า คะ คนร้ายก็อยู่นี่แล้ว” สนมเอกพูดจาอึกอักออกมาราวกับคนร้อนรน แน่นอนสิ เพราะท่านเป็นคนที่จัดการทุกอย่าง แม้จะหันไปให้ฮองเฮาช่วย คิดว่านางจะช่วยท่านจัดการทำกอย่างจริงหรือ ในวังหลวงนี้…ผู้คนที่ไม่ควรไว้วางใจที่สุด คือคนที่รับใช้สวามีคนเดียวกันกับท่านนั่นแหละ
“ทำไมสนมเอกถึงหน้าซีดเช่นนั้นเพคะ หรือว่าท่านก็รู้เรื่องนี้ด้วย?”
“เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า!!”
“นั่นสิถิงถิง แม้ข้าจะสงสัยเช่นเดียวกันกับเจ้า แต่กล่าวหาสนมเอกโดยไม่มีหลักฐานเช่นนี้ไม่ได้” เสิ่นลู่ถิงก้มหน้าลงเพื่อใช้ความคิดอยู่ครู่ใหญ่ ความสัมพันธ์ของฮ่องเต้กับสนมเอกยังคงเหนียวแน่นนัก ข้าคิดถูกแล้วที่เลือกจัดการท่านก่อนเป็นคนแรก
“เช่นนั้นข้าขอถาม….เหตุใดพวกท่านทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่กันหมด? และยังเอาแต่บอกว่าข้ากำลังคบชู้ชายอื่น?” คุณหนูเสิ่นพูดเพียงเท่านั้นเพื่อให้ทุกคนได้ตีความหมายมันด้วยตัวเอง ข้ารู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นสนมเอกที่ตามมาดูก่อนจะทำทีวิ่งโวยวายเข้าไปเพื่อบอกทุกคน
“เป็นสนมเอกเพคะฝ่าบาท” ฮองเฮาพูดขึ้นมาในทันที ในตอนนี้ก็หักหลังกันเองแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ช่างน่าสนุกเสียเหลือเกิน ดูสิว่าพวกท่านจะโต้เถียงกันอย่างไรต่อไป
“หลี่หว่านลู่!!!” ทันทีที่นามจริงถูกขานขึ้นโดยฮ่องเต้ สนมเอกก็นั่งคุกเข่าลงทันทีด้วยความร้อนรน
“หมะ หม่อมชั้นก็แค่มาเห็นว่าสนมเสิ่นมาที่นี่กับผู้ชาย จึง….จึงเข้าใจผิดไปเพคะ ฝ่าบาททรงประทานอภัยด้วย”
“อี้ชวนตอนเจ้าเห็นข้า เจ้าเห็นอย่างไร?”
“พระสนมถูกแม่ทัพแอบเข้ามาทางด้านหลังแล้วโปะยา ก่อนจะเข้ามาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่านคงจะรู้สึกปวดหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้น่าดู แต่มันจะไม่จบหรอก จนกว่าข้าจะได้ยินคำสั่งลงโทษสนมเอกที่ท่านรักนักรักหนา
“หม่อมชั้นถูกวางยาในทันที และสนมเอกบอกว่ามาเห็นหม่อมชั้น แต่แทนที่จะเรียกฝ่าบาทมาช่วยหม่อมชั้นกลับไปใส่ร้ายหม่อมชั้นว่ากำลังคบชู้หรือเพคะ” สนมเอกยืนตัวสั่นเทาขึ้นมาเสียอย่างนั้น มือสองข้างกำชายชุดแน่นราวกับประหม่าไม่รู้ควรปฏิเสธอย่างไร
“หลี่หว่านลู่!!นี่เจ้า!!!”
“มิใช่นะเพคะฝ่าบาท หม่อมชั้น….”
“หม่อมชั้นช่วยยืนยันได้เพคะ ว่าพระสนมเอกจงใจใส่ร้ายพระสนมเสิ่น” เป็นเยว่จินที่เดินเข้ามาในเวลาที่เหมาะสม อาลี่เดินเข้าไปยืนข้างกายคุณหนูของตนแล้วยิ้มที่เสิ่นลู่ถิงสามารถจัดการตามแผนได้สำเร็จ
“เจ้า….”
“เพคะ หม่อมชั้นเยว่จิน นางในคนสนิทของพระสนมเอก”
“เจ้ากล้าใส่ร้ายข้าหรือ!!!”
“หม่อมชั้นขอรับรองว่าสิ่งที่พูดเป็นจริงทุกประการเพคะ หากหม่อมชั้นไม่ไปทูลความจริงกับพระสนมเสิ่นก่อนหน้านี้ พระสนมก็คงถูกย่ำยีและปลงพระชนม์ไปแล้ว”
เพี๊ยะ!! ไท่เฮาตบเข้าที่ใบหน้าขอสนมเอกเอกอย่างจัง เดิมที่ไท่เอาก็ตั้งใจหนุนหลังฮองเอามากกว่าสนมเอกมาแต่ไหนแต่ไร อีกทั้งยังไม่โปรดตระกูลหลี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีเรื่องราวเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องเข้าข้างคนที่มีประโยชน์กับตนมากกว่า
“ทำร้ายสนมเสิ่นในพิธีอภิเษก ใครสอนให้เจ้าใจกล้าเช่นนี้!!!” คุณหนูเสิ่นเสมองฮ่องเต้ที่เกือบจะเอื้อมไปประคองสนมเอกที่โดนตบเข้าที่ใบหน้า ไม่ง่ายเลยสินะที่จะทำให้ท่านตัดใจจากสนมเอก แต่ข้าเชื่อว่าข้าสามารถทำได้อย่างแน่นอน
“เจ้าเป็นคนของสนมเอก เหตุใดจึงช่วยสนมเสิ่น” รอยยิ้มบนใบหน้าเผยขึ้นอย่างปิดไม่มิดเมื่อฮองเฮาเอ่ยถามขึ้น ข้ารอคำถามนี้เอาไว้แต่แรกอยู่แล้ว
“เพราะพระสนมพระทัยดีกับหม่อมชั้นเพคะ”
“อย่างไร?” เค้นถามหาความจริงเข้าไปเถิด เพราะยิ่งเยว่จินเปิดปากพูดทุกสิ่งออกมามากเท่าใด ความดีของข้าก็จะเป็นที่ประจักษ์มากขึ้นเท่านั้น
“หม่อมชั้นรับใช้สนมเอกมานาน ทำเรื่องไม่ดีมากมาย นั่นเพราะถูกบังคับและเอาแม่กับน้องสาวของหม่อมชั้นเป็นตัวประกันเพคะ” เสียงติฉินนินทาของเหล่าขุนนางเริ่มดังขึ้น ค่อยๆ เผยทุกอย่างออกมาทีละน้อยเช่นนี้ น่าตื่นเต้นดีใช่หรือไม่
“สนมเอกส่งแม่กับน้องสาวของหม่อมชั้นไปไว้ที่หอนางโลมของตระกูล ทั้งยังขู่ว่าหากหม่อมชั้นไม่ทำตามที่สั่ง จะส่งน้องสาวของหม่อมชั้นไปเป็นนางโลมเสีย หม่อมชั้นจึงกลัวและยอมทำตาม โชคดีที่ครั้งนี้สนมเสิ่นทรงช่วยเหลือแม่และน้องสาวของหม่อมชั้นออกมาแล้ว หม่อมชั้นจึงตอบแทนผู้ที่มีพระคุณของหม่อมชั้นเท่านั้นเพคะ”
“หอนางโลมของตระกูลหรือ? ข้ามิรู้มาก่อนว่าตระกูลหลี่มีหอนางโลมด้วย” ฮ่องเต้ขมวดคิ้วตั้งคำถาม แน่นอนว่าท่านต้องไม่รู้ ปกติแล้วหอนางโลมถ้าทำอย่างถูกต้องก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ของตระกุลหลี่นั้นไม่ใช่
“เยว่จิน! เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า”
“หม่อมชั้นมิได้ใส่ร้ายเพคะ หากฝ่าบาทและไท่เฮาไม่ทรงเชื่อ สามารถส่งทหารไปที่ทางใต้ของเมืองหลวงได้”
“ถึง….ถึงตระกูลหม่อมชั้นจะมีหอนางโลมแล้วอย่างไร นั่นไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือเพคะ” สนมเอกกอดขาของฮ่องเต้แน่นทั้งเริ่มบีบน้ำตา และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลเป็นอย่างดี ข้าจะปล่อยให้ทุกอย่างจบลงอย่างนี้ไม่ได้
“แต่หอนางโลมของตระกูลหลี่บีบบังคับหญิงสาวเพื่อให้อยู่ที่นั่นเพคะ ทั้งใช้หนี้สินเพื่อขู่บังคับ พากลูกสาวจากอกแม่ด้วยอำนาจของพระสนม หากไม่ใช่สนมเสิ่นที่ใช้เงินเพื่อช่วยไถ่ตัวหญิงสาวเหล่านั้นออกมา เกรงว่าตอนนี้ฝ่าบาทคงมีมลทินไปแล้วเพคะ”
“ตระกูลหลี่ทำแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า?”
“เพราะใต้เท้าหลี่ใช้ฝ่าบาทเพื่อแอบอ้างในการใช้อำนาจขู่บังคับเพคะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!!!” ฮ่องเต้กำมือแน่นด้วยโทสะที่มากจนแทบจะระเบิด สนมเอกทรุดตัวนั่งลงที่พื้นราวกับว่าไม่สามารถปฏิเสธสิ่งใดได้ คิดไม่ถึงใช่หรือไม่ว่าข้าจะจัดการพวกท่านเช่นนี้
“หม่อมชั้นไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้มากความ แม้จะใช้เงินทั้งหมดที่ฝ่าบาทประทานให้เพื่อช่วยเหลือหญิงสาวที่น่าสงสารพวกนั้น แต่เหตุใดสนมเอกถึงยังคิดทำร้ายหม่อมชั้นอีก”
หลี่หว่านลู่เอ๋ยหลังจากนี้เห็นทีว่าท่านคงตกที่นั่งลำบากแล้ว ข้ารู้ว่าท่านคงไม่โดนปลดออกจากตำแหน่งสนมเอกโดยง่ายหรอก แต่ความไว้ใจจากฮ่องเต้ก็คงลดลงเรื่อยๆ เช่นนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปและมองดูข้าขึ้นไปแทนที่ท่านเถิด เป้าหมายของข้าไม่ใช่แค่กำจัดท่าน แต่ตระกูลหลี่ทุกคนที่เคยทำร้ายข้าต่างหาก เมื่อไม่มีอำนาจสนมเอกในมือ ข้าก็อยากจะรู้ว่าพวกท่านจะรังแกข้าต่อไปได้อย่างไร
“เสิ่นลู่ถิง!! เจ้าวางแผนไว้ใช่หรือไม่!?”
“หม่อมชั้นยอมรับว่าวางแผนเรื่องนี้เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าสนมเอกทรงปองร้ายหม่อมชั้น แต่อย่างไรเสียทุกอย่างก็คลาดเคลื่อนเล็กน้อยจนหม่อมชั้นและอี้ชวนยังคงบาดเจ็บเช่นนี้ หากหม่อมชั้นไม่รู้ล่วงหน้า ก็คงสิ้นลมหายใจไปทั้งข้อครหาที่ว่าคบชู้ในคืนอภิเษกใช่หรือไม่”
“……”
“หม่อมชั้นเองก็เป็นสตรีเหมือนกันกับสนมเอก ถึงแม้ที่จวนจะไม่เคยมีใครรักหม่อมชั้น แต่หม่อมชั้นก็รักตัวเองมาก เหตุใดถึงได้พระทัยร้ายกับหม่อมชั้นเช่นนี้เพคะ หม่อมชั้นไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือ?” แสร้งทำเป็นน่าสงสารจนฮ่องเต้ต้องโอบกอดไว้ ไท่เฮาก็ยังเดินมากอบกุมมือข้าเอาไว้ด้วย
“เจ้าจงใจจะแย่งฝ่าบาทไปจากข้า!!”
“สนมเอกเพคะ เราทุกคนล้วนเป็นสตรีของฝ่าบาท สิ่งที่ต้องทำคือทุกอย่างที่ทำให้ฝ่าบาททรงมีความสุข และช่วยพระองค์ดูแลบ้านเมือง เหตุใดท่านถึงได้มองว่าหม่อมชั้นเป็นศัตรูเช่นนี้”
“สนมเสิ่นช่างรู้ความนัก ฮ่องเต้…..ข้าว่าสนมเอกของเจ้าสมควรโดนลงโทษบ้าง มิเช่นนั้นก็คงไม่หราบจำ”
“ทหาร!!!.....” นี่แหละคือสิ่งที่ข้ารอคอย ดูซิว่าท่านจะจัดการสนมแสนรักนี้เช่นไร แม้คำสั่งลงโทษในวันนี้อาจจะไม่ถูกใจข้ามากนัก แต่ข้ายังมีอีกหลายโอกาสให้จัดการ
“สั่งโบยสนมเอกห้าสิบไม้ และขังไว้ในตำหนักเย็น หากไม่มีคำสั่งข้า ห้ามออกมาเด็ดขาด!!!” ก็ถือว่าเป็นคำสั่งที่ดีทีเดียว เหมาะที่จะทำให้ข้าได้ทำการใหญ่ครั้งต่อไป
“ฟู่เอ๋อ ออกคำสั่งให้คนไปสืบเรื่องราวของหอนางโลมตระกูลหลี่ หากเป็นอย่างที่เยว่จินและถิงถิงพูด ใต้เท้าหลี่ต้องมีคำตอบให้แก่ข้า!!!”
เสิ่นลู่ถิงนั่งนิ่งให้หมอหลวงทำแผลทั้งมีฮ่องเต้นั่งกอบกุมมืออยู่ข้างกายไม่ห่าง ฮองเฮาในคืนนี้ราวกับคนไม่รับรู้เรื่องราวและไม่มีปาก แต่ช่างเถิด ข้าจะค่อยๆ จัดการพวกท่านทีละคนให้สาสมกับที่พวกท่านในชาติที่แล้วทำลงไปหลังจากหมอหลวงออกไปคุณหนูเสิ่นก็นั่งเงียบไม่พูดจาจนฮ่องเต้รอบถอนหายใจ ไม่นานก็ลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินออกจากตำหนักจนถูกดึงให้นั่งลงบนตักแล้วเชยคางมลขึ้นเพื่อมองสบตาหญิงสาวขี้น้อยใจ“โกรธข้าหรือ?”“เปล่าเพคะ”“แล้วเหตุใดถิงถิงที่มีใบหน้าน่ารัก บัดนี้กับหน้านิ่งคิ้วขมวดเช่นนี้เล่า” มือหนาลูบแก้มแผ่วเบาแล้วได้แต่อมยิ้ม ท่าทีนี้ใครเห็นก็รู้ว่าเอ็นดูคนบนตักมากเพียงใด“หม่อมชั้นก็แค่น้อยใจ ฝ่าบาทไม่ทรงถามหม่อมชั้นสักคำ พอเข้าไปก็เชื่อแล้วว่าหม่อมชั้นกำลังคบชู้กับชายอื่น”ฮ่องเต้จับมือเล็กขึ้นมาแล้วหอมลงที่หลังมือก่อนจะหอมลงที่แก้มนิ่มด้วยแผ่วเบา ท่านต้องรู้สึกผิดต่อข้าให้มาก เพื่อที่จะได้ยอมชดเชยบางสิ่งที่ข้าจะเอ่ยขอจากท่านหลังจากนี้“ข้าขอโทษ….”เสิ่นลู่ถิงยกมือ
“ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ” อี้ชวนหมุนตัวไปหาทุกคนที่ยืนมองอยู่ สนมเอกและฮองเฮาต่างก็ตกใจที่ไม่ใช่คนที่ตนคิด แต่ก็ยังคงเลือกที่จะใส่ร้ายข้าว่ามีความสัมพันธ์กับอี้ชวน“นี่เจ้าคบชู้กับคนของเจ้าหรือ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมถึงใกล้ชิดกันนัก แต่ที่ไม่อยากพูดอะไร เพราะกลัวว่าสนมเสิ่นจะเสียหาย” เติมเพลิงในใจของฮ่องเต้เข้าไปเถิด ยิ่งท่านทำให้ฮ่องเต้โหจนอยากฆ่าใครสักคนให้ตายได้ นั่นก็ยิ่งเป็นเรื่องดีฮ่องเต้กระชากตัวเสิ่นลู่ถิงเข้าไปหาแล้วเขย่าไปมาจนคุณหนูเสิ่นที่ตัวเล็กเท่านั้นโยกไปตามแรง อี้ชวนตั้งใจวิ่งเข้ามาช่วยก็ถูกถีบออกไปเต็มแรง ก่อนคุณหนูเสิ่นจะเลือกร้องโอดครวญถึงความเจ็บเพื่อให้คนตรงหน้ารู้สึกตัวถึงเลือดที่เปื้อนที่มือและมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี“เลือด? ถิงถิงเจ้าเป็นอะไร!?”“มีคนตั้งใจทำร้ายหม่อมชั้นเพคะ”“ว่าอย่างไรนะ!!?” อี้ชวนพยุงตัวเองขึ้นก่อนจะพาตัวคนที่เอาไปซ่อนไว้ออกมา สนมเอกและฮองเฮาต่างพากันมองด้วยความตกใจ คงไม่คิดใช่หรือไม่ว่าจะถูกข้าเล่นงานพวกท่านกลับเช่นนี้
“คุณหนูแต่งกายเช่นนี้ สวยจริงๆ เจ้าค่ะ” เสิ่นลู่ถิงยิ้มให้อาลี่หลังได้ยินคำเอ่ยชมไม่ขาดปาก วันนี้แล้วสินะที่จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเสียที หลังจากนี้ข้าก็จะเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ เช่นนั้นแล้วสถานะของสนมเอกและฮองเฮาก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ“อาลี่ งานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองหลี่เป็นเช่นไรบ้าง?"“อาลี่เห็นเตรียมงานกันอย่างครึกครื้นเลยเจ้าค่ะ คิดว่าคงต้องกอบกู้หน้าครั้งก่อน"“อย่างนั้นหรือ เจ้าให้คนไปตามอี้ชวนมาที ข้าอยากรู้ความคืบหน้าเสียหน่อย” อาลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดี ทันทีที่กำลังจะก้าวเดินกลับถูกคุณหนูของตนเรียกเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงในครานี้ราวกับคิดสิ่งใดขึ้นมาได้กะทันหัน"เดี๋ยวก่อน....""เจ้าค่ะคุณหนู"“ช่วงนี้เยว่จินเป็นเช่นไร?” เอ่ยปากถามถึงนางในของสนมเอกที่ตนดึงเข้ามาเป็นคนของตัวเอง กว่าจะเล่นละครสำเร็จว่าลงโทษเพียงเล็กน้อยและเห็นใจส่งนางคืนสนมเอกไป แต่ก็ต้องห้คนคอยจับตาว่าจะถูกหักหลังหรือไม่“คอยตามติดสนมเอกและส่งข่าวเป็นระยะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง”“เช่นนั้น….”“พระสนม เยว่จินขอเข้าเฝ้าเพคะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อ คนที่นึกถ
เครื่องแต่งกายสำหรับเข้าพิธีแต่งตั้งและแก้วแหวนเงินทองที่ฮ่องเต้และไท่เฮาประทานให้ถูกส่งเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน นิ้วเรียวไล้ไปตามเครื่องแต่งกายนั้นทั้งรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หลังจากช่วยชีวิตไท่เฮาแล้ว สิ่งที่ข้าได้มาคือตำแหน่งกุ้ยเฟย แม้จะไม่เทียบเท่าสนมเอกและฮองเฮา แต่ก็ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น“อาลี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่างานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองตระกูลหลี่จะจัดขึ้นอีกเมื่อใด?”“หลังพิธีแต่งตั้งของคุณหนูสามวันเพคะ”“หึ ดีเสียจริง” ข้าจะไปแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วยตำแหน่งที่สูงส่งกว่ามาก อย่างไรเสียก็โปรดจงค่อยๆ ลิ้มรสความเจ็บปวดกันทีละนิดเถิด ข้ายังไม่หยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้หรอก“เจ้าไปตามอี้ชวนมา ข้ามีการใหญ่บางอย่างต้องทำเสียหน่อย”“เจ้าค่ะ”คุณหนูเสิ่นยังคงนั่งมองดูแก้วแหวนเงินทางมากมายด้วยใจเป็นสุข มือเล็กหยิบมันแบ่งใส่ถุงผ้าเล็กๆ ให้เท่ากับจำนวนนางในและขันทีในตำหนัก ในทุกครั้งได้รับการประทานบางสิ่งให้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณหนูเสิ่นจะหลงลืมคนที่อยู่ข้างกายเพราะชาติก่อนข้าเคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผู้คนที่รักและหวังดีต่อข้ามีน้อยแทบจะนับจำนวนได้ ดังนั้นชาตินี้ไม่ว่าใครที่ดีต
ความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ทั้งหมดถูกถาโถมเข้าใส่ ก้มมองลูกธนูที่ปักเข้าอกข้างซ้าย แค่เพียงอีกนิดเดียวอาจโดนหัวใจนั้นแล้วทรุดตัวลง เสิ่นลู่ถึงพึ่งได้รู้ตัวในตอนนี้ว่ากะระยะผิดพลาดไปเสียงเอ่ยเรียกชื่อข้าดังกึกก้องอยู่ในหัว เวลาใกล้ความตายแล้วมีผู้คนห่วงใยมันรู้สึกดีมากกว่าที่ข้าเคยต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนนัก กายเล็กกำลังจะเอนล้มลงสู่พื้นกับถูกโอบประคองเอาไว้แล้วกอดแน่นราวกับไม่ต้องการให้หายจากกันไป“ฝะ ฝ่าบาท….”“ถิงถิง!! ตามหมอหลวง!! ตามหมอหลวง!!!”ไท่เฮานั่งลงข้างกายทั้งใช้มือข้างหนึ่งพยายามกดห้ามมิให้หยดโลหิตสีแดงไหลออกมาเพิ่มอีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แววตาแสนขอบคุณจากไท่เฮานั้นบ่งอกความสำเร็จในครั้งนี้ สิ่งต่อไปเพียงแค่ภาวนาไม่ให้ข้าตายไปก่อนก็เท่านั้น“ฝ่าบาท ให้กระหม่อมพาเสิ่นลู่ถิงไปที่ห้องรับแขกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ยั้งมือคนที่ถือวิสาสะจะมาอุ้มคุณหนูเสิ่นออกไปจากอ้อมกอดแล้วผลักเต็มแรง ก่อนจะโอบอุ้มกายบางขึ้นเองแล้วพาไปที่ห้องรับแขกทั้งมีไท่เฮาเดินตามข้างกายไม่ห่างหมอหลวงวิ่งเข้าออกจวนอ๋องวุ่นวายตลอดคืน ทั้งมีฮ่องเต้เดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่
“สนมเสิ่นเป็นภัยจริงๆ ถึงขั้นทำให้ฝ่าบาทเกือบฆ่าท่านอ๋อง เป็นอย่างนี้ปล่อยไว้จะดีหรือเพคะไท่เฮา”“ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยนางปีศาจนี่ไว้หรอก แต่จะจัดการตอนนี้ไม่ได้ ฮ่องเต้กำลังโปรดนาง รอไปก่อน”ฮองเฮาได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกขัดใจ ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเสิ่นลู่ถิงตั้งแต่เข้าวังแต่ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นคนโปรดมากมายเพียงนี้ ถึงขนาดทำให้คนโปรดอย่างสนมเอกถูกลงโทษ ไหนจะท่านอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงรักนักรักหนายังเกือบถูกบั่นคอทิ้ง เจ้ามันมีดีมาจากที่ใดกัน เห็นทีคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้“เป็นเช่นนี้ฝ่าบาทก็คงมิทรงโปรดหม่อมชั้นมากขึ้นไปอีก”“ฮองเฮาอย่ากังวล ข้าอยู่ที่นี่ เอาไว้ข้าจะสั่งให้ฝ่าบาทมาหาเจ้าบ้างดีหรือไม่”นางแก่นี่พูดมากน่ารำคาญ หากบารมีของเจ้าช่วยข้าได้ ป่านนี้ข้าจะยังกลายเป็นฮองเฮาที่ถูกผู้คนกล่าวนินทากันว่าฝ่าบาทไม่ทรงโปรดหรือ ถึงแม้จะมีบุญคุณที่หนุนหลังให้ข้าได้เป็นฮองเฮา แต่ก็มีประโยชน์เพียงแค่นั้นเองจะว่าไปแม้ฝ่าบาทจะสั่งลงโทษสนมเอก แต่ข้าได้ยินมาว่ายังส่งอาหารอย่างดีไปให้ แสดงว่าต่อให้ข้ากำจัดเสิ่นลู่ถิงได้ ก็ยังเหลือสนมเอกอีกคนที่เป็นหนามยอกอกข้า เช่นนั้นข้าจะหาวิธีให้ฝ่าบาทและไท







