Share

ตอนที่ 10 แผนใส่ร้าย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-30 11:49:21

“คุณหนูแต่งกายเช่นนี้ สวยจริงๆ เจ้าค่ะ” เสิ่นลู่ถิงยิ้มให้อาลี่หลังได้ยินคำเอ่ยชมไม่ขาดปาก วันนี้แล้วสินะที่จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเสียที หลังจากนี้ข้าก็จะเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ เช่นนั้นแล้วสถานะของสนมเอกและฮองเฮาก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ

“อาลี่ งานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองหลี่เป็นเช่นไรบ้าง?"

“อาลี่เห็นเตรียมงานกันอย่างครึกครื้นเลยเจ้าค่ะ คิดว่าคงต้องกอบกู้หน้าครั้งก่อน"

“อย่างนั้นหรือ เจ้าให้คนไปตามอี้ชวนมาที ข้าอยากรู้ความคืบหน้าเสียหน่อย” อาลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดี ทันทีที่กำลังจะก้าวเดินกลับถูกคุณหนูของตนเรียกเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงในครานี้ราวกับคิดสิ่งใดขึ้นมาได้กะทันหัน

"เดี๋ยวก่อน...."

"เจ้าค่ะคุณหนู"

“ช่วงนี้เยว่จินเป็นเช่นไร?” เอ่ยปากถามถึงนางในของสนมเอกที่ตนดึงเข้ามาเป็นคนของตัวเอง กว่าจะเล่นละครสำเร็จว่าลงโทษเพียงเล็กน้อยและเห็นใจส่งนางคืนสนมเอกไป แต่ก็ต้องห้คนคอยจับตาว่าจะถูกหักหลังหรือไม่

“คอยตามติดสนมเอกและส่งข่าวเป็นระยะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง”

“เช่นนั้น….”

“พระสนม เยว่จินขอเข้าเฝ้าเพคะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อ คนที่นึกถึงเมื่อครู่ก็มาหาถึงที่นี่ คุณหนูเสิ่นพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงอนุญาตและสั่งให้นางในคนอื่นออกไปจากตำหนัก

“ถวายพระพรเพคะพระสนม”

“ลุกขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธี เจ้ามาได้อย่างไร? มีใครเห็นหรือไม่?”

“อี้ชวนเป็นคนพาหม่อมชั้นมา ไม่มีใครเห็น พระสนมไม่ต้องกังวลพระทัยเพคะ” เสิ่นลู่ถิงพรูลมหายใจแล้วพยักหน้าอย่างโล่งอก

“มาถึงที่นี่ มีอะไรใช่หรือไม่?”

“เพคะ” เยว่จินก้มลงกระซิบที่ข้างหูของคุณหนูเสิ่นแผ่วเบาอย่างไม่ให้คำพูดใดเล็ดลอดออกไปด้านนอก กำปั้นเล็กทุบโต๊ะเต็มแรงหลังจากได้ยินจนจบ

“คิดเล่นงานข้าในคืนอภิเษกเช่นนี้ จิตใจต่ำช้ายิ่งนัก รอดูเถิดว่าข้าจะจัดการท่านยังไง”

“น่าแปลกตรงที่ฮองเฮาเป็นคนมาหารือเรื่องนี้กับพระสนมเอกด้วยตัวเองเพคะ”

“ไม่แปลกเลยสักนิด ฮองเฮาถึงจะไม่ได้รับความโปรดปรานเท่าสนมเอก แต่ความฉลาดมีมากกว่าหลายเท่าเชียว” รอยยิ้มอย่างนึกสนุกปรากฏขึ้นบนใบหน้า ขณะที่อีกสองคนข้างกายยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่คุณหนูเสิ่นพูด

“อย่างไรเจ้าคะคุณหนู?”

“เจ้าพวกเด็กโง่เอ๊ย พวกเจ้าคิดว่าฮองเฮาจะอยากญาติดีกับสนมเอกจริงหรือ สนมเอกอภิเษกเข้ามาก็เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาตลอด แม้แต่เสด็จไปที่ใดก็มักพาเพียงสนมเอกไปเท่านั้น แล้วเจ้าคิดว่าฮองเฮาจะไม่มีความเกลียดชังต่อตัวสนมเอกเลยหรือ?”

“พระสนมหมายความว่า….”

“อืม ฮองเฮาก็แค่ยืมมือของสนมเอกลงมือเท่านั้น หรือพูดอย่างง่ายก็คือ สนมเอกเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ฮองเฮากำลังหลอกใช้” เสิ่นลู่ถิงแสดงสีหน้าอย่างมั่นใจ ฮองเฮาคิดการใหญ่เสียจริง น่าชื่นชมในความเก่งของท่าน แต่ก็น่าเสียดาย….เพียงแค่แผนการเช่นนี้ ไม่สามารถกำจัดข้าได้หรอก

“หากฮองเฮากับสนมเอกเล่นแรงเช่นนี้ เราคงต้องเตรียมการให้ดีหน่อย ไปตามอี้ชวนมาก่อนเถิด”

คำเอ่ยอวยพรของเหล่าขุนนางในพระราชสำนักกึกก้องไปทั่ว สิ่งเหล่านี้เป็นข้อยืนยันว่าข้ากำลังเปลี่ยนชะตาชีวิตให้ดีขึ้นได้ แม้จะยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่ข้าต้องการ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ดวงตากลมมองไปที่แม่ทัพใหญ่ด้วยแววตาเชือดเฉือน ลูกพี่ลูกน้องของข้าคนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวการใหญ่ของแผนในครั้งนี้ ดูเอาเถิดว่าข้าจะจัดการเช่นไรกับคนหยาบช้าอย่างพวกท่าน ในเมื่อท่านต้องการทำลายข้า ก็อย่ากล่าวโทษข้าที่ไม่ออมมือเลย

“ถิงถิงกำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”

“เปล่าเพคะ หม่อมชั้นแค่รู้สึกว่าในตอนนี้เหมือนฝันมาก น่าเสียดายที่ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ได้เห็น”

“ข้าเป็นคนสั่งห้ามพ่อกับแม่เจ้าเข้าวังเอง ยิ่งนึกถึงวันที่ฮูหยินเสิ่นทำร้ายเจ้า ข้าก็ยิ่งชังนัก ไม่อยากเห็นหน้า”

“หม่อมชั้นเข้าใจเพคะ ในตอนนี้หม่อมชั้นมีฝ่าบาทแล้ว ไม่ต้องกลัวสิ่งใดอีกแล้ว ใช่หรือไม่เพคะ?” ตั้งใจเอ่ยปากถามคำถามที่ย้ำเตือนความหนักแน่นของคนตรงหน้า ฮ่องเต้จะต้องจำให้ขึ้นใจว่าสิ่งที่ควรทำคือการปกป้องข้า เสิ่นลู่ถิง คนนี้

“แน่นอน”

งานอภิเษกในตอนกลางวันผ่านไปได้ด้วยดี ดูท่าแล้วฮองเฮากับสนมเอกคงต้องการให้ข้าตายใจว่าจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น คำนับไท่เฮาตามกฎเกณฑ์ของวังหลวง มือเหี่ยวย่นยื่นมาพยุงให้ลุกขึ้นทั้งรอยยิ้ม แม้ไท่เฮาจะยังคงหนุนหลังฮองเฮาอย่างเคย แต่นั่นก็แค่เพราะข้าตั้งใจช่วยท่านแก้ข้อกังขาเมื่อครั้งก่อน อย่าพึ่งได้ใจไปหน่อยเลย

“ข้ามอบสิ่งนี้ให้เจ้า รับไปสิ” หยกสวยที่แค่ดูก็รู้ว่ามีค่ามากแค่ไหนถูกยื่นมาให้ ทันใดนั้นเองที่เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงแววตาริษยาที่เอาแต่จ้องมองมา

“มันมีค่ามากเกินไป หม่อมชั้นมิกล้ารับเพคะ”

“ข้าตั้งใจนำมาให้เจ้า กล้าปฏิเสธหรือ?” คุณหนูเสิ่นทำทีอึกอักไม่กล้าขยับก่อนจะหันมองฮ่องเต้อย่างเว้าวอนขอความช่วยเหลือ ท่าทีนี้ทำอีกคนเอ็นดูแค่ไหนก็มองได้จากมือที่ยกขึ้นลูบหัวแผ่วเบาอยู่นาน

“ของที่เสด็จแม่ประทานให้จะไม่รับได้อย่างไร เจ้าไปรับเถิดถิงถิง” พยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วก้าวเดินอย่างสง่า ยื่นมือรับและกล่าวคำถวายพระพรอย่างเข้าใจราชประเพณีเป็นอย่างดี กิริยาเช่นนี้ของข้า ใครเห็นแล้วจะไม่เอ่ยปากชื่นชมได้เล่า

“ไท่เฮาเพคะ แต่หม่อมชั้นมีหนึ่งสิ่งอยากขอไท่เฮา”

“ว่ามาเถอะ”

“หม่อมชั้นขอเรียกไท่เฮาว่าเสด็จแม่ด้วยได้หรือไม่เพคะ?” เสิ่นลู่ถิงรู้ดีอยู่แล้วว่าคำขอนี้จะทำให้เกิดเสียงติฉินนินทาดังอื้ออึงไปทั่ว แต่ข้าหาได้สนใจเสียงนกเสียงกล้าพวกนี้

“บังอาจ!! ข้าที่เป็นสนมเอกยังไม่มีสิทธิ์เรียกไท่เฮาว่าเสด็จแม่ แล้วเจ้าที่เป็นแค่กุ้ยเฟยกล้าดีอย่างไร!!” สนมเอกพุ่งตรงมาหาด้วยอารมณ์โทสะ มือที่เกือบจะฟาดเข้าใบหน้าคุณหนูเสิ่นถูกฮ่องเต้จับเอาไว้เสียก่อน

“ข้าเตือนเจ้ากี่ครั้งแล้ว เหตุใดยังกล้าลงไม้ลงมือต่อหน้าข้า!!”

“แต่ฝ่าบาทเพคะ สนมเสิ่น…..”

“หม่อมชั้นก็แค่ ฮึก อยากมีแม่เท่านั้น ฮึก อย่างที่ฝ่าบาททรงทราบดี ที่จวนไม่มีใครที่รักและเอาใจใส่หม่อมชั้นเลยสักคน ท่านแม่ก็ไม่รักหม่อมชั้นแม้สักนิด” ฮ่องเต้โอบกอดเสิ่นลู่ถิงเอาไว้และลูบแผ่นหลังทั้งเอ่ยปากปลอบประโลมไม่หยุด ใครดูก็รู้ว่าทะนุถนอมสนมที่พึ่งแต่งตั้งคนนี้มากแค่ไหน

“หม่อมชั้นเห็นว่าไท่เฮาทรงรักฝ่าบาทมาก ทั้งยังคอยสั่งสอน และมอบความอบอุ่นของความเป็นแม่ให้ หม่อมชั้นก็แค่อยากมีแม่บ้างเท่านั้นเองเพคะ” คุณหนูเสิ่นยังคงตีหน้าเศร้าต่อไป สนมเอกมีข้อเสียตรงที่ทำอะไรหุนหันพลันแล่นเสมอ ไม่ใช่ว่าเป็นคนคิดน้อย แต่ไม่เคยคิดก่อนที่จะทำอะไร เพราะถือว่าตัวเองเป็นคนที่ฮ่องเต้โปรดปรานที่สุด

ไท่เฮาเดินลงมาหา กอบกุมมือสองข้างของคนที่เอาแต่ร้องไห้แล้วเช็ดซับให้ นัยส์ตาคู่นั้นบ่งบอกถึงความสงสารจับใจ มือเหี่ยวย่นลูบไปมาบนมือบางแทนการโอบกอด ก่อนเปลี่ยนมาเช็ดซับน้ำตาให้ ยิ่งไท่เฮาและฮ่องเต้ดีต่อข้าต่อหน้าเหล่าขุนนางมากมายเพียงใด เหล่าขุนนางพวกนี้ก็จะรู้ว่าควรจะสวามิภักดิ์ต่อใคร

“หม่อมชั้นขอประทานอภัยเพคะ” ยังไม่ได้ทันจะนั่งคุกเข่าก็ถูกรั้งเอาไว้ก่อน แขนของฮ่องเต้ยังคงโอบรอบเอวบางไม่ยอมปล่อย

“เจ้าเป็นสนมของฮ่องเต้ ก็ถือเป็นลูกข้าอีกคน ทำไมจะเรียกเสด็จแม่ไม่ได้เล่า” เสิ่นลู่ถิงแสดงท่าทางดีใจจนใครก็เอ็นดู โดยเฉพาะดวงตาคมที่เอาแต่จ้องมองกันไม่วางตา

“เสด็จแม่อนุญาตแล้ว เช่นนี้เจ้ามีอะไรจะติติงอีกหรือไม่ หลี่หว่านลู่” สุดท้ายแล้วสนมเอกก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ท่านมันก็มีแค่มารยาเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะไม่มีสมองเลยสักนิด

หลังจากความวุ่นวายในพิธีช่วงกลางวันจบลง คุณหนูเสิ่นก็เข้ามาพักที่ตำหนักเพื่อหารือกับอาลี่และคนอื่น แผนการที่วางแผนไว้ถูกเตรียมการเอาไว้เรียบร้อย ข้าแทบจะรอให้ถึงคืนนี้ไม่ไหวแล้วสิ สิ่งใดที่พวกท่านตั้งใจจะมอบให้ข้าในคืนนี้ ข้าจะส่งมันคืนกลับไปทั้งหมด

“เยว่จินเจ้ากลับไปอยู่ข้างกายสนมเอกเถิด หากนางหาเจ้าไม่เจอ เดี๋ยวจะสงสัยเอาได้”

“เพคะพระสนม”

เสิ่นลู่ถิงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้ง เครื่องหอมถูกประโคมแตะตามร่างกายเพื่อให้ส่งกลิ่นหอมลอยไปแตะจมูกใครต่อใครที่พบเห็น ผู้ชายก็เปรียบเสมือนผึ้งที่ชอบความหอมหวาน ข้าหอมถึงเพียงนี้….ท่านจะละสายตาจากข้าได้เยี่ยงไร

งานเลี้ยงดำเนินขึ้นอย่างเป็นปกติ เหล่าขุนนางพากันดื่มด่ำสุราที่ฮ่องเต้ให้จัดเตรียมเอาไว้ เสิ่นลู่ถิงยกขึ้นดื่มสองสามจอกเพื่อให้คนที่เอาแต่มองอย่างไม่ลดละได้เห็นว่าเป็นไปอย่างที่ต้องการ แต่ในจอกสุรานี้ไม่ได้มียาชนิดใดอยู่เลย เย่วจินเอายานั่นทิ้งให้ข้าไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

“หม่อมชั้นรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย ขอออกไปเดินสูดอากาศสักหน่อยแล้วจะกลับมานะเพคะ”

“ให้ข้าไปด้วยหรือไม่?”

“ไม่ต้องเพคะฝ่าบาท เหล่าขุนนางมากมายที่นี่ หม่อมชั้นไปกับอาลี่ได้เพคะ ไม่นานก็จะกลับมา” เมื่อฮ่องเต้อนุญาตคุณหนูเสิ่นก็เดินออกไปทันที แอบยิ้มมุมปากตอนที่เห็นสนมเอกพยักหน้าส่งสัญญาณให้เย่วจิน ในเมื่อท่านชอบการวางแผน ข้าจะแสดงให้ได้เห็นว่าแผนการแบบใดถึงจะเรียกว่าแยบยล

คุณหนูเสิ่นกับอาลี่เดินออกมาไม่ไกล ก็เป็นเยว่จินที่เดินมาพาอาลี่ปลีกตัวออกไปตามแผนของสนมเอก ไม่นานผ้าผืนหนึ่งก็โปะเข้าที่จมูก เสิ่นลู่ถิงดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก็ทำทีสลบไป หากไม่แกล้งสลบแล้วสูดดมยาสลบเข้าไปมากกว่านี้ อาจจะตื่นขึ้นมาไม่ทันเวลา

ยาสลบที่ได้รับไม่มากนักทำให้ยังพอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ดูเหมือนตอนนี้จะถูกพามาที่ตำหนักสำหรับรับแขกตามแผนทั้งหมดแล้ว กลิ่นกำยานปลุกกำหนัดจะแตะที่จมูก อาการร้อนรุ่มก็แพร่กระจายไปทั่วร่าง ไม่ทันที่อีกคนจะได้ทำอะไร อี้ชวนที่แอบอยู่ในตำหนักแต่แรกก็ทุบอีกคนเข้าที่ต้นคอจนสลบไปก่อนจะรีบวิ่งไปดับกำยานนั่นลงก่อน

“คุณหนูเป็นอย่างไรบางขอรับ?”

“ข้ายังพอทนได้ ทำตามแผนต่อ เอามีดมาให้ข้า” อี้ชวนยื่นมีดที่เตรียมไว้ให้ ก่อนเสิ่นลู่ถิงจะใช้มีดเล่มนั่นเฉือนเข้าเพียงน้อยนิดที่ต้นแขน แล้วอี้ชวนก็รับไปแทงเข้าที่ข้างลำตัวของตน

“ข้าขอโทษนะอี้ชวนที่ต้องให้เจ้ารับบทหนักเช่นนี้”

“ข้ายินดีทำเพื่อคุณหนู ด้านนอกโหวกเหวกแล้ว ฮ่องเต้อาจเสด็จมาแล้วขอรับ”

“เช่นนั้นพยุงข้า”

อี้ชวนเข้าประชิดตัวเสิ่นลู่ถิงตามคำสั่ง แขนเรียวสองข้างยกขึ้นกอดคออี้ชวนเอาไว้ ตั้งใจให้อีกคนหันหลังให้ประตู เพื่อที่เมื่อเปิดเข้ามาจะได้ไม่เห็นว่าเป็นใครที่อยู่กับข้า

“ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรสิเพคะ สนมเสิ่นนัดพบกับผู้ชายที่นี่จริงๆ”

“เสิ่น ลู่ถิง!!!” ฮ่องเต้กำลังจะพุ่งตรงเข้ามาเป็นคุณหนูเสิ่นที่เข้าไปขวางเอาไว้ ยิ่งทำเช่นนี้ก็จะยิ่งเรียกอารมณ์โทสะของฮ่องเต้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งเขาเข้าใจผิดข้ามากจนแสดงความโกรธออกมาเท่าใด เมื่อรู้ความจริงก็จะยิ่งรู้สึกผิดต่อข้ามากเท่านั้น

“นี่เจ้ากล้าคบชู้ในคืนวันอภิเษกเลยหรือ!!! รนหาที่ตายนัก!!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 12 ลงโทษ NC

    เสิ่นลู่ถิงนั่งนิ่งให้หมอหลวงทำแผลทั้งมีฮ่องเต้นั่งกอบกุมมืออยู่ข้างกายไม่ห่าง ฮองเฮาในคืนนี้ราวกับคนไม่รับรู้เรื่องราวและไม่มีปาก แต่ช่างเถิด ข้าจะค่อยๆ จัดการพวกท่านทีละคนให้สาสมกับที่พวกท่านในชาติที่แล้วทำลงไปหลังจากหมอหลวงออกไปคุณหนูเสิ่นก็นั่งเงียบไม่พูดจาจนฮ่องเต้รอบถอนหายใจ ไม่นานก็ลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินออกจากตำหนักจนถูกดึงให้นั่งลงบนตักแล้วเชยคางมลขึ้นเพื่อมองสบตาหญิงสาวขี้น้อยใจ“โกรธข้าหรือ?”“เปล่าเพคะ”“แล้วเหตุใดถิงถิงที่มีใบหน้าน่ารัก บัดนี้กับหน้านิ่งคิ้วขมวดเช่นนี้เล่า” มือหนาลูบแก้มแผ่วเบาแล้วได้แต่อมยิ้ม ท่าทีนี้ใครเห็นก็รู้ว่าเอ็นดูคนบนตักมากเพียงใด“หม่อมชั้นก็แค่น้อยใจ ฝ่าบาทไม่ทรงถามหม่อมชั้นสักคำ พอเข้าไปก็เชื่อแล้วว่าหม่อมชั้นกำลังคบชู้กับชายอื่น”ฮ่องเต้จับมือเล็กขึ้นมาแล้วหอมลงที่หลังมือก่อนจะหอมลงที่แก้มนิ่มด้วยแผ่วเบา ท่านต้องรู้สึกผิดต่อข้าให้มาก เพื่อที่จะได้ยอมชดเชยบางสิ่งที่ข้าจะเอ่ยขอจากท่านหลังจากนี้“ข้าขอโทษ….”เสิ่นลู่ถิงยกมือ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 11 ราวนกน้อยโดนรังแก

    “ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ” อี้ชวนหมุนตัวไปหาทุกคนที่ยืนมองอยู่ สนมเอกและฮองเฮาต่างก็ตกใจที่ไม่ใช่คนที่ตนคิด แต่ก็ยังคงเลือกที่จะใส่ร้ายข้าว่ามีความสัมพันธ์กับอี้ชวน“นี่เจ้าคบชู้กับคนของเจ้าหรือ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมถึงใกล้ชิดกันนัก แต่ที่ไม่อยากพูดอะไร เพราะกลัวว่าสนมเสิ่นจะเสียหาย” เติมเพลิงในใจของฮ่องเต้เข้าไปเถิด ยิ่งท่านทำให้ฮ่องเต้โหจนอยากฆ่าใครสักคนให้ตายได้ นั่นก็ยิ่งเป็นเรื่องดีฮ่องเต้กระชากตัวเสิ่นลู่ถิงเข้าไปหาแล้วเขย่าไปมาจนคุณหนูเสิ่นที่ตัวเล็กเท่านั้นโยกไปตามแรง อี้ชวนตั้งใจวิ่งเข้ามาช่วยก็ถูกถีบออกไปเต็มแรง ก่อนคุณหนูเสิ่นจะเลือกร้องโอดครวญถึงความเจ็บเพื่อให้คนตรงหน้ารู้สึกตัวถึงเลือดที่เปื้อนที่มือและมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี“เลือด? ถิงถิงเจ้าเป็นอะไร!?”“มีคนตั้งใจทำร้ายหม่อมชั้นเพคะ”“ว่าอย่างไรนะ!!?” อี้ชวนพยุงตัวเองขึ้นก่อนจะพาตัวคนที่เอาไปซ่อนไว้ออกมา สนมเอกและฮองเฮาต่างพากันมองด้วยความตกใจ คงไม่คิดใช่หรือไม่ว่าจะถูกข้าเล่นงานพวกท่านกลับเช่นนี้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 23 สมุดบันทึก

    “ถูกปากหรือไม่” เสิ่นลู่ถิงส่ายหัว ช่วงนี้อาหารรสเลิศแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้รู้สึกถึงความอยากอาหารขึ้นมา ยิ่งนับวันอาการแพ้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที หันไปมองพี่ชายที่เดินเข้ามาแล้วยิ้มให้ ก่อนผู้เป็นพี่จะยื่นลูกแพร์มาให้“ตอนเด็กๆ เจ้าชอบกินมาก ลองดูสิ อย่างน้อยก็ควรมีสิ่งใดตกถึงท้องบ้าง” ฮ่องเต้รับมาแล้วส่งให้เสิ่นลู่ถิง สีหน้าแสนคาดหวังของสองคนทำเอาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ทันทีที่กัดไปรอยยิ้มก็เปื้อนบนใบหน้า รสชาตินี้ทำให้รู้สึกดีมากทีเดียว อร่อยเสียจนอยากกินอีกเยอะๆ เลย“เป็นอย่างไร?”“อร่อยมากเลยเพคะ”“เจ้ากินได้ก็ดีแล้ว” มือหนาลูบหัวเสิ่นลู่ถิงอย่างเห็นใจ เด็กสาวที่กินง่ายอยู่ง่าย บัดนนี้เพราะอุ้มท้องทายาทของฮ่องเต้ถึงได้กลายเป็นคนที่เลือกกินเสียจนบางครั้งก็นึกตำหนิตัวเอง สตรีในคราที่ต้องอุ้มท้องเช่นนี้ ช่างเสียสละมากจริงๆ“พี่ใหญ่เอามาจากที่จวนหรือ? ข้าอยากกินอีก”“ข้าจะให้คนไปซื้อมาให้ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถาม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเสิ่นลู่ถิงก้มหน้าล

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 10 แผนใส่ร้าย

    “คุณหนูแต่งกายเช่นนี้ สวยจริงๆ เจ้าค่ะ” เสิ่นลู่ถิงยิ้มให้อาลี่หลังได้ยินคำเอ่ยชมไม่ขาดปาก วันนี้แล้วสินะที่จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเสียที หลังจากนี้ข้าก็จะเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ เช่นนั้นแล้วสถานะของสนมเอกและฮองเฮาก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ“อาลี่ งานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองหลี่เป็นเช่นไรบ้าง?"“อาลี่เห็นเตรียมงานกันอย่างครึกครื้นเลยเจ้าค่ะ คิดว่าคงต้องกอบกู้หน้าครั้งก่อน"“อย่างนั้นหรือ เจ้าให้คนไปตามอี้ชวนมาที ข้าอยากรู้ความคืบหน้าเสียหน่อย” อาลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดี ทันทีที่กำลังจะก้าวเดินกลับถูกคุณหนูของตนเรียกเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงในครานี้ราวกับคิดสิ่งใดขึ้นมาได้กะทันหัน"เดี๋ยวก่อน....""เจ้าค่ะคุณหนู"“ช่วงนี้เยว่จินเป็นเช่นไร?” เอ่ยปากถามถึงนางในของสนมเอกที่ตนดึงเข้ามาเป็นคนของตัวเอง กว่าจะเล่นละครสำเร็จว่าลงโทษเพียงเล็กน้อยและเห็นใจส่งนางคืนสนมเอกไป แต่ก็ต้องห้คนคอยจับตาว่าจะถูกหักหลังหรือไม่“คอยตามติดสนมเอกและส่งข่าวเป็นระยะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง”“เช่นนั้น….”“พระสนม เยว่จินขอเข้าเฝ้าเพคะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อ คนที่นึกถ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 9 แกล้งโง่

    เครื่องแต่งกายสำหรับเข้าพิธีแต่งตั้งและแก้วแหวนเงินทองที่ฮ่องเต้และไท่เฮาประทานให้ถูกส่งเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน นิ้วเรียวไล้ไปตามเครื่องแต่งกายนั้นทั้งรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หลังจากช่วยชีวิตไท่เฮาแล้ว สิ่งที่ข้าได้มาคือตำแหน่งกุ้ยเฟย แม้จะไม่เทียบเท่าสนมเอกและฮองเฮา แต่ก็ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น“อาลี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่างานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองตระกูลหลี่จะจัดขึ้นอีกเมื่อใด?”“หลังพิธีแต่งตั้งของคุณหนูสามวันเพคะ”“หึ ดีเสียจริง” ข้าจะไปแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วยตำแหน่งที่สูงส่งกว่ามาก อย่างไรเสียก็โปรดจงค่อยๆ ลิ้มรสความเจ็บปวดกันทีละนิดเถิด ข้ายังไม่หยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้หรอก“เจ้าไปตามอี้ชวนมา ข้ามีการใหญ่บางอย่างต้องทำเสียหน่อย”“เจ้าค่ะ”คุณหนูเสิ่นยังคงนั่งมองดูแก้วแหวนเงินทางมากมายด้วยใจเป็นสุข มือเล็กหยิบมันแบ่งใส่ถุงผ้าเล็กๆ ให้เท่ากับจำนวนนางในและขันทีในตำหนัก ในทุกครั้งได้รับการประทานบางสิ่งให้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณหนูเสิ่นจะหลงลืมคนที่อยู่ข้างกายเพราะชาติก่อนข้าเคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผู้คนที่รักและหวังดีต่อข้ามีน้อยแทบจะนับจำนวนได้ ดังนั้นชาตินี้ไม่ว่าใครที่ดีต

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (1)   ตอนที่ 8 แย่งชิงความโปรดปราน

    ความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ทั้งหมดถูกถาโถมเข้าใส่ ก้มมองลูกธนูที่ปักเข้าอกข้างซ้าย แค่เพียงอีกนิดเดียวอาจโดนหัวใจนั้นแล้วทรุดตัวลง เสิ่นลู่ถึงพึ่งได้รู้ตัวในตอนนี้ว่ากะระยะผิดพลาดไปเสียงเอ่ยเรียกชื่อข้าดังกึกก้องอยู่ในหัว เวลาใกล้ความตายแล้วมีผู้คนห่วงใยมันรู้สึกดีมากกว่าที่ข้าเคยต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนนัก กายเล็กกำลังจะเอนล้มลงสู่พื้นกับถูกโอบประคองเอาไว้แล้วกอดแน่นราวกับไม่ต้องการให้หายจากกันไป“ฝะ ฝ่าบาท….”“ถิงถิง!! ตามหมอหลวง!! ตามหมอหลวง!!!”ไท่เฮานั่งลงข้างกายทั้งใช้มือข้างหนึ่งพยายามกดห้ามมิให้หยดโลหิตสีแดงไหลออกมาเพิ่มอีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แววตาแสนขอบคุณจากไท่เฮานั้นบ่งอกความสำเร็จในครั้งนี้ สิ่งต่อไปเพียงแค่ภาวนาไม่ให้ข้าตายไปก่อนก็เท่านั้น“ฝ่าบาท ให้กระหม่อมพาเสิ่นลู่ถิงไปที่ห้องรับแขกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ยั้งมือคนที่ถือวิสาสะจะมาอุ้มคุณหนูเสิ่นออกไปจากอ้อมกอดแล้วผลักเต็มแรง ก่อนจะโอบอุ้มกายบางขึ้นเองแล้วพาไปที่ห้องรับแขกทั้งมีไท่เฮาเดินตามข้างกายไม่ห่างหมอหลวงวิ่งเข้าออกจวนอ๋องวุ่นวายตลอดคืน ทั้งมีฮ่องเต้เดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status