Masuk“สนมเสิ่นเป็นภัยจริงๆ ถึงขั้นทำให้ฝ่าบาทเกือบฆ่าท่านอ๋อง เป็นอย่างนี้ปล่อยไว้จะดีหรือเพคะไท่เฮา”
“ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยนางปีศาจนี่ไว้หรอก แต่จะจัดการตอนนี้ไม่ได้ ฮ่องเต้กำลังโปรดนาง รอไปก่อน”
ฮองเฮาได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกขัดใจ ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเสิ่นลู่ถิงตั้งแต่เข้าวังแต่ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นคนโปรดมากมายเพียงนี้ ถึงขนาดทำให้คนโปรดอย่างสนมเอกถูกลงโทษ ไหนจะท่านอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงรักนักรักหนายังเกือบถูกบั่นคอทิ้ง เจ้ามันมีดีมาจากที่ใดกัน เห็นทีคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
“เป็นเช่นนี้ฝ่าบาทก็คงมิทรงโปรดหม่อมชั้นมากขึ้นไปอีก”
“ฮองเฮาอย่ากังวล ข้าอยู่ที่นี่ เอาไว้ข้าจะสั่งให้ฝ่าบาทมาหาเจ้าบ้างดีหรือไม่”
นางแก่นี่พูดมากน่ารำคาญ หากบารมีของเจ้าช่วยข้าได้ ป่านนี้ข้าจะยังกลายเป็นฮองเฮาที่ถูกผู้คนกล่าวนินทากันว่าฝ่าบาทไม่ทรงโปรดหรือ ถึงแม้จะมีบุญคุณที่หนุนหลังให้ข้าได้เป็นฮองเฮา แต่ก็มีประโยชน์เพียงแค่นั้นเอง
จะว่าไปแม้ฝ่าบาทจะสั่งลงโทษสนมเอก แต่ข้าได้ยินมาว่ายังส่งอาหารอย่างดีไปให้ แสดงว่าต่อให้ข้ากำจัดเสิ่นลู่ถิงได้ ก็ยังเหลือสนมเอกอีกคนที่เป็นหนามยอกอกข้า เช่นนั้นข้าจะหาวิธีให้ฝ่าบาทและไท่เฮาทรงโปรดเพียงแค่ข้าเท่านั้น เพื่อหาวิธีไล่พวกเจ้าออกไปทีละคน
“ว่าอย่างไรฮองเฮา?”
“เพคะไท่เฮา หม่อมชั้นขอบพระทัยที่ชี้แนะ”
วันเทศกาลจุดโคม
โคมลอยที่ชาวบ้านจุดเพื่อเฉลิมฉลองเต็มไปทั่วท้องฟ้า แสงสว่างไสวนั่นสวยเสียจนไม่อาจเลิกมองได้ ดวงตากลมหันไปมองฮ่องเต้ที่เดินทั้งมีสนมเอกกับฮองเฮาขนาบข้าง
ความโปรดปรานในใจฮ่องเต้ที่มีต่อสนมเอกยังคงมากนัก ทำลายในคราเดียวคงไม่มีวันเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ช่าง ข้าเชื่อว่าหากสวรรค์เลือกให้ข้ากลับมาเกิดอีกครั้ง จะต้องมีเส้นทางที่ดีให้ข้าแน่
คุณหนูเสิ่นพยักหน้ากับอาลี่อย่างรู้กัน สองร่างเล็กพากันเดินหลบเลี่ยงออกเส้นทางอื่น และเป็นไปอย่างที่คาดคิด เมื่อฮ่องเต้หันมาแล้วไม่เจอก็เดินออกตามหาในทันที
“สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู เพราะบารมีของคุณหนูอาลี่ถึงได้มาเที่ยวเทศกาลจุดโคมนี้” คุณหนูเสิ่นเหลือบมองอาลี่แล้วเสมองด้านหลังก่อนทำทีถอนหายใจก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มทั้งที่แววตาแสนเศร้า
“ไม่หรอก เจ้าต้องขอบพระทัยฝ่าบาทต่างหาก ปกติหากอยู่ที่จวนตระกูลเสิ่น ข้าคงไม่มีโอกาสได้ออกมาเห็นความสวยงามเช่นนี้”
น้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจนั้นถูกส่งผ่านออกไปถึงคนฟังด้านหลังจนคุณหนูเสิ่นถูกโอบกอด แสร้งทำสะดุ้งตกใจก่อนจะหันไปมองสบดวงตาคมแล้วรอบยิ้ม
“ฝ่าบาททำไมเสด็จมาตรงนี้เพคะ”
“สนมของข้าหาย ก็ต้องออกมาตามหาสิ”
“ถิงถิงแค่อยากให้ฝ่าบาทใช้เวลากับสนมเอกและฮองเฮา อีกอย่างไท่เฮาดูไม่โปรดหม่อมชั้นเลย ถิงถิงคิดว่าออกมาเดินตามลำพังกับอาลี่คงดีกว่า”
“เจ้าสนใจความรู้สึกทุกคนเลย แล้วความรู้สึกของข้าเล่า?”
“ฝ่าบาท….” เสิ่นลู่ถิงสบดวงตาของคนตั้งคำถาม จู่ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ แววตานี่ไม่ใช่แววตาของคนที่ใส่ใจกันหรือ ชาติที่แล้วไม่มีใครเคยมองหรือสนใจข้าอย่างนี้เลย แต่ว่า….แม้แต่ท่านเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
“ข้าชวนเจ้าออกมาที่นี่ ข้าก็อยากให้เจ้าเดินยิ้มมีความสุขไปกับข้า”
“แต่ฝ่าบาททรงมีทั้งสนมเอกแล้วก็ฮองเฮา” คุณหนูเสิ่นลองพูดไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะโดนบีบที่แก้มนิ่มไม่แรงนัก
“น้อยใจหรือ?”
“ไม่ใช่นะเพคะ หม่อมชั้นมิกล้า”
มือหนาของฮ่องเต้ประคองใบหน้าสวยของคุณหนูเสิ่นขึ้นมา แก้มแสนนิ่มนั้นถูกลูบไปมาด้วยความเอ็นดู ใบหน้าที่กำลังเลื่อนเข้าใกล้เพียงไม่กี่อึดใจจะได้ฉกชิงริมฝีปากอวบอิ่มแต่กลับต้องหยุดชะงักเพราะสนมเอกพุ่งเข้ามาเสียก่อน
“เจ้าคิดจะทำอะไรของเจ้า!” เพียงแค่ฝ่ามือนั้นง้างขึ้นก็ถูกฮ่องเต้จับเอาไว้เสียก่อน สนมเอกถูกเหวี่ยงออกไปไกลจนต้องหันมามองคุณหนูเสิ่นด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง
“ข้ายืนอยู่นี่ยังกล้าลงมือหรือ! ลงโทษครั้งที่แล้วไม่ทำให้เจ้าสำนึกบ้างหรือไง!!”
“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วเลยเพคะ สนมเอกแค่ไม่รู้ความ น้องหญิงเป็นอย่างไรบ้าง สนมเอกดึงเจ้าแรงไปหรือไม่” ฮองเฮาแม้จะเดินเข้ามาภายหลังแต่กลับได้รับความดีความชอบไปเต็มๆ แม้จะรู้ว่าควรวางตัวอย่างไรถึงเพียงนะ แต่ความโปรดปรานก็ยังไม่สู้สนมเอก ทำไมกันนะ….
“ไม่เป็นไรเพคะ ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงห่วง”
“ไหนๆ เราก็มาถึงนี่แล้ว เสด็จไปจวนอ๋องหน่อยดีหรือไม่เพคะ อย่างไรเสียวันนี้ก็เป็นวันมงคลวันหนึ่ง”
“นั่นสินะ….”
จวนอ๋องหรือ? คุณหนูเสิ่นยกมือขึ้นจับที่หัวทันทีเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกปวดหนึบก่อนที่ภาพต่างๆ จะวิ่งแล่นเข้ามาในความคิด ไม่นานนักก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นว่าฮ่องเต้ทรงประคองเอาไว้อยู่
“เป็นอะไรหรือไม่? หากเจ้าป่วยอยากกลับเข้าวังก่อนไหม ข้าจะให้คนพากลับ”
“มะ ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมชั้นอยากจะไปด้วย”
“แน่ใจหรือว่าเจ้าอยากไป”
“แน่ใจเพคะ หรือว่าฝ่าบาททรงกังวลพระทัย?” คุณหนูเสิ่นลองทำทีถามออกไปเพื่อดูปฏิกิริยา เพียงแค่สายตาที่เสมองไปทางอื่นก็พอจะบ่งบอกได้ว่าท่านกำลังนึกหึงหวงข้า บุรุษก็เช่นนี้ สิ่งที่ใดเป็นของตัวเองมักไม่ยอมสูญเสีย
จวนอ๋อง
“ถิงถิงมานั่งกับข้า” คุณหนูเสิ่นเดินไปนั่งลงข้างกายฮ่องเต้ตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แต่การกระทำของฮ่องเต้กำลังทำให้นางถูกเกลียดชังมากขึ้นไปอีก ฮองเฮา สนมเอกหรือแม่แต่ไท่เฮาไม่มีใครมองด้วยสายตาเป็นมิตรเลยสักคน
“ฝ่าบาทเพคะ”
“ว่าอย่างไร? หรือกังวลที่เห็นเอ่อไท่มองมา”
“ไม่ใช่เพคะ แต่ถิงถิงแค่กลัวสายตาของไท่เฮากับคนอื่นๆ” คางมลถูกฝ่าบาทเชยขึ้นมาแล้วลูบไปที่แก้มนิ่มแผ่วเบา
“ข้าอยู่ที่นี่ อย่าได้กังวลสิ่งใดเลย” เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าทั้งอมยิ้มน้อยๆ ส่งไปให้ รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยนี้แต่กลับตราตรึงในใจของคนตรงหน้ามากเหลือเกิน
“เสิ่นลู่ถิง” เสียงเรียกของท่านอ๋องดังขึ้นก่อนเขาจะปรี่มาหาคุณหนูเสิ่นแทนที่จะยืนรอเพื่อทำพิธีมงคลสมรส แขนแกร่งของฮ่องเต้ยกขึ้นขวางอีกคนเอาไว้แล้วผลักออก
“เจ้าจะแต่งอยู่แล้ว ยังมายุ่งกับสนมของข้าอีกหรือ”
“ท่านอ๋องได้โปรดรักษากิริยาด้วยเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันสมรสของท่าน อีกอย่างตัวข้าก็เป็นสตรีของฝ่าบาท ท่านอ๋องทำเช่นนี้เกรงว่าข้าอาจจะเสื่อมเสียนะเจ้าคะ”
“ได้ยินหรือไม่ นางเป็นหญิงของข้า” เสิ่นลู่ถิงแอบยิ้มมุมปาก บุรุษชอบการเอาชนะเป็นที่สุด เมื่อข้าพูดราวกับว่าฮ่องเต้ชนะท่านอ๋องเสียจนขาดลอยเช่นนี้ มีหรือเขาจะไม่ปลื้มปีติ
“เจ้าไม่มีสักเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่มีต่อข้าหลงเหลือแล้วหรือ?”
“ท่านอ๋องเอ่ยถามคำถามเช่นนี้ในงานสมรสท่าน แล้วชายาของท่านต้องรู้สึกอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
“ข้าไม่สนใจความรู้สึกของนาง ข้าสนใจแค่เจ้า” เสิ่นลู่ถิงมองดูหลี่หว่านหว่านชายาอ๋องที่โกรธเสียเต็มประดา แม้จะอยากหัวเราะออกมาเสียงดังแต่ก็ต้องสำรวมกิริยา เอาไว้สะใจภายหลังก็ยังไม่ช้าเกินไปหรอก
“แต่ข้าไม่สนใจความรู้สึกของท่านอ๋องแม้เพียงสักนิด” แม้จะสงสัยอยู่มากกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ แต่ก็ทำได้เพียงทำตามสิ่งที่ควรทำไปก่อน ท่านอ๋องเอาแต่วิ่งตามข้าอย่างไม่ละความพยายาม ถึงขนาดยอมหักหน้าชายาที่เคยรักนักรักหนาในชาติก่อน มันน่าแปลกเสียจนข้าอยากจะรู้เสียให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่
“ได้ยินแล้วใช่หรือไม่ กลับไปอยู่ที่ของเจ้าเสีย อย่าทำตัวเสียมารยาท” ท่านอ๋องยอมเดินหลีกไปแต่โดยดี ดวงตากลมของคุณหนูเสิ่นกวาดมองไปรอบบริเวณ คืนนี้เหตุการณ์ที่ข้าระลึกได้เมื่อครู่จะเกิดขึ้น และสิ่งนั้นทำให้ฮองเฮากลายเป็นคนโปรดของไท่เฮามากขึ้นไปอีก เช่นนั้นข้าต้องแย่งความโปรดปรานนี้มาให้ได้
“เจ้ากำลังมองหาสิ่งใดอยู่?”
“เปล่าเพคะ หม่อมชั้นแค่พยายามหลบสายตาของไท่เฮาก็เท่านั้น”
“ไม่ต้องกังวลไป สักวันท่านแม่จะต้องโปรดเจ้าแน่”
“หม่อมชั้นก็กวังอย่างนั้นเพคะ” ไม่ใช่สักวันที่ไท่เฮาจะทรงโปรดข้าต้องได้รับความโปรดปรานนั้นภายในวันนี้
ฮองเฮาคอยตามติดไท่เฮาอย่างไม่ละความพยายาม แม้แต่ตอนยืนอยู่ห่างก็ยังคงจ้องมองไม่ละสายตา ใบหน้าสง่าที่พยักเป็นสัญญาณเรียกให้คุณหนูเสิ่นหันไปมองตาม ก่อนจะพบเจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่ปกปิดใบหน้าจนมิดชิด
“มาเสียที”
“เจ้าว่าอย่าไรนะ?”
“คือ….หม่อมชั้นปวดหัวเพคะ อยากออกไปสูดอากาศสักพัก” เสิ่นลู่ถิงใช้เหตุผลนี้เพื่อลุกขึ้นยืน พยักหน้าบอกอาลี่ให้ทำตามที่คุยกันไว้ ทันทีที่คันธนูถูกยกขึ้น อาลี่ก็ทำเป็นเดินชนจนลูกธนูเฉียดไท่เฮาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนทุกอย่างจะกลราหล
“คุ้มกันฝ่าบาทและไท่เฮา”
คุณหนูเสิ่นวิ่งเข้าไปใกล้ไท่เฮา ก่อนจะใช้ขาขวางให้ฮองเฮาล้มลง หันมองดอกธนูที่กำลังพุ่งเข้ามาที่เป้าหมายแล้ววิ่งเข้าไปขวางในทันทีอย่างไม่รีรอ
“ถิงถิง!!”
“ถูกปากหรือไม่” เสิ่นลู่ถิงส่ายหัว ช่วงนี้อาหารรสเลิศแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้รู้สึกถึงความอยากอาหารขึ้นมา ยิ่งนับวันอาการแพ้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที หันไปมองพี่ชายที่เดินเข้ามาแล้วยิ้มให้ ก่อนผู้เป็นพี่จะยื่นลูกแพร์มาให้“ตอนเด็กๆ เจ้าชอบกินมาก ลองดูสิ อย่างน้อยก็ควรมีสิ่งใดตกถึงท้องบ้าง” ฮ่องเต้รับมาแล้วส่งให้เสิ่นลู่ถิง สีหน้าแสนคาดหวังของสองคนทำเอาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ทันทีที่กัดไปรอยยิ้มก็เปื้อนบนใบหน้า รสชาตินี้ทำให้รู้สึกดีมากทีเดียว อร่อยเสียจนอยากกินอีกเยอะๆ เลย“เป็นอย่างไร?”“อร่อยมากเลยเพคะ”“เจ้ากินได้ก็ดีแล้ว” มือหนาลูบหัวเสิ่นลู่ถิงอย่างเห็นใจ เด็กสาวที่กินง่ายอยู่ง่าย บัดนนี้เพราะอุ้มท้องทายาทของฮ่องเต้ถึงได้กลายเป็นคนที่เลือกกินเสียจนบางครั้งก็นึกตำหนิตัวเอง สตรีในคราที่ต้องอุ้มท้องเช่นนี้ ช่างเสียสละมากจริงๆ“พี่ใหญ่เอามาจากที่จวนหรือ? ข้าอยากกินอีก”“ข้าจะให้คนไปซื้อมาให้ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถาม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเสิ่นลู่ถิงก้มหน้าล
“คุณหนูแต่งกายเช่นนี้ สวยจริงๆ เจ้าค่ะ” เสิ่นลู่ถิงยิ้มให้อาลี่หลังได้ยินคำเอ่ยชมไม่ขาดปาก วันนี้แล้วสินะที่จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเสียที หลังจากนี้ข้าก็จะเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ เช่นนั้นแล้วสถานะของสนมเอกและฮองเฮาก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ“อาลี่ งานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองหลี่เป็นเช่นไรบ้าง?"“อาลี่เห็นเตรียมงานกันอย่างครึกครื้นเลยเจ้าค่ะ คิดว่าคงต้องกอบกู้หน้าครั้งก่อน"“อย่างนั้นหรือ เจ้าให้คนไปตามอี้ชวนมาที ข้าอยากรู้ความคืบหน้าเสียหน่อย” อาลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดี ทันทีที่กำลังจะก้าวเดินกลับถูกคุณหนูของตนเรียกเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงในครานี้ราวกับคิดสิ่งใดขึ้นมาได้กะทันหัน"เดี๋ยวก่อน....""เจ้าค่ะคุณหนู"“ช่วงนี้เยว่จินเป็นเช่นไร?” เอ่ยปากถามถึงนางในของสนมเอกที่ตนดึงเข้ามาเป็นคนของตัวเอง กว่าจะเล่นละครสำเร็จว่าลงโทษเพียงเล็กน้อยและเห็นใจส่งนางคืนสนมเอกไป แต่ก็ต้องห้คนคอยจับตาว่าจะถูกหักหลังหรือไม่“คอยตามติดสนมเอกและส่งข่าวเป็นระยะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง”“เช่นนั้น….”“พระสนม เยว่จินขอเข้าเฝ้าเพคะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อ คนที่นึกถ
เครื่องแต่งกายสำหรับเข้าพิธีแต่งตั้งและแก้วแหวนเงินทองที่ฮ่องเต้และไท่เฮาประทานให้ถูกส่งเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน นิ้วเรียวไล้ไปตามเครื่องแต่งกายนั้นทั้งรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หลังจากช่วยชีวิตไท่เฮาแล้ว สิ่งที่ข้าได้มาคือตำแหน่งกุ้ยเฟย แม้จะไม่เทียบเท่าสนมเอกและฮองเฮา แต่ก็ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น“อาลี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่างานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองตระกูลหลี่จะจัดขึ้นอีกเมื่อใด?”“หลังพิธีแต่งตั้งของคุณหนูสามวันเพคะ”“หึ ดีเสียจริง” ข้าจะไปแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วยตำแหน่งที่สูงส่งกว่ามาก อย่างไรเสียก็โปรดจงค่อยๆ ลิ้มรสความเจ็บปวดกันทีละนิดเถิด ข้ายังไม่หยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้หรอก“เจ้าไปตามอี้ชวนมา ข้ามีการใหญ่บางอย่างต้องทำเสียหน่อย”“เจ้าค่ะ”คุณหนูเสิ่นยังคงนั่งมองดูแก้วแหวนเงินทางมากมายด้วยใจเป็นสุข มือเล็กหยิบมันแบ่งใส่ถุงผ้าเล็กๆ ให้เท่ากับจำนวนนางในและขันทีในตำหนัก ในทุกครั้งได้รับการประทานบางสิ่งให้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณหนูเสิ่นจะหลงลืมคนที่อยู่ข้างกายเพราะชาติก่อนข้าเคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผู้คนที่รักและหวังดีต่อข้ามีน้อยแทบจะนับจำนวนได้ ดังนั้นชาตินี้ไม่ว่าใครที่ดีต
ความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ทั้งหมดถูกถาโถมเข้าใส่ ก้มมองลูกธนูที่ปักเข้าอกข้างซ้าย แค่เพียงอีกนิดเดียวอาจโดนหัวใจนั้นแล้วทรุดตัวลง เสิ่นลู่ถึงพึ่งได้รู้ตัวในตอนนี้ว่ากะระยะผิดพลาดไปเสียงเอ่ยเรียกชื่อข้าดังกึกก้องอยู่ในหัว เวลาใกล้ความตายแล้วมีผู้คนห่วงใยมันรู้สึกดีมากกว่าที่ข้าเคยต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนนัก กายเล็กกำลังจะเอนล้มลงสู่พื้นกับถูกโอบประคองเอาไว้แล้วกอดแน่นราวกับไม่ต้องการให้หายจากกันไป“ฝะ ฝ่าบาท….”“ถิงถิง!! ตามหมอหลวง!! ตามหมอหลวง!!!”ไท่เฮานั่งลงข้างกายทั้งใช้มือข้างหนึ่งพยายามกดห้ามมิให้หยดโลหิตสีแดงไหลออกมาเพิ่มอีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แววตาแสนขอบคุณจากไท่เฮานั้นบ่งอกความสำเร็จในครั้งนี้ สิ่งต่อไปเพียงแค่ภาวนาไม่ให้ข้าตายไปก่อนก็เท่านั้น“ฝ่าบาท ให้กระหม่อมพาเสิ่นลู่ถิงไปที่ห้องรับแขกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ยั้งมือคนที่ถือวิสาสะจะมาอุ้มคุณหนูเสิ่นออกไปจากอ้อมกอดแล้วผลักเต็มแรง ก่อนจะโอบอุ้มกายบางขึ้นเองแล้วพาไปที่ห้องรับแขกทั้งมีไท่เฮาเดินตามข้างกายไม่ห่างหมอหลวงวิ่งเข้าออกจวนอ๋องวุ่นวายตลอดคืน ทั้งมีฮ่องเต้เดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่
“สนมเสิ่นเป็นภัยจริงๆ ถึงขั้นทำให้ฝ่าบาทเกือบฆ่าท่านอ๋อง เป็นอย่างนี้ปล่อยไว้จะดีหรือเพคะไท่เฮา”“ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยนางปีศาจนี่ไว้หรอก แต่จะจัดการตอนนี้ไม่ได้ ฮ่องเต้กำลังโปรดนาง รอไปก่อน”ฮองเฮาได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกขัดใจ ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเสิ่นลู่ถิงตั้งแต่เข้าวังแต่ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นคนโปรดมากมายเพียงนี้ ถึงขนาดทำให้คนโปรดอย่างสนมเอกถูกลงโทษ ไหนจะท่านอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงรักนักรักหนายังเกือบถูกบั่นคอทิ้ง เจ้ามันมีดีมาจากที่ใดกัน เห็นทีคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้“เป็นเช่นนี้ฝ่าบาทก็คงมิทรงโปรดหม่อมชั้นมากขึ้นไปอีก”“ฮองเฮาอย่ากังวล ข้าอยู่ที่นี่ เอาไว้ข้าจะสั่งให้ฝ่าบาทมาหาเจ้าบ้างดีหรือไม่”นางแก่นี่พูดมากน่ารำคาญ หากบารมีของเจ้าช่วยข้าได้ ป่านนี้ข้าจะยังกลายเป็นฮองเฮาที่ถูกผู้คนกล่าวนินทากันว่าฝ่าบาทไม่ทรงโปรดหรือ ถึงแม้จะมีบุญคุณที่หนุนหลังให้ข้าได้เป็นฮองเฮา แต่ก็มีประโยชน์เพียงแค่นั้นเองจะว่าไปแม้ฝ่าบาทจะสั่งลงโทษสนมเอก แต่ข้าได้ยินมาว่ายังส่งอาหารอย่างดีไปให้ แสดงว่าต่อให้ข้ากำจัดเสิ่นลู่ถิงได้ ก็ยังเหลือสนมเอกอีกคนที่เป็นหนามยอกอกข้า เช่นนั้นข้าจะหาวิธีให้ฝ่าบาทและไท
“คุณหนูของอาลี่โชคดีจริงๆ เจ้าค่ะ เข้ามาอยู่ในวังแค่ไม่นาน แก้วแหวนเงินทองก็เต็มตำหนักไปหมด ฮ่องเต้ทรงโปรดคุณหนูมากแน่ๆ”“หึ”“ว่าแต่คืนนั้นระหว่างคุณหนูกับฮ่องเต้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือเจ้าคะ? คุณหนูไม่น่าปล่อยให้โอกาสนั้นพลาดไปเลย”“ข้าย่อมไม่ยอมให้ตัวเองเสียโอกาสอยู่แล้ว”คุณหนูเสิ่นขำให้ใบหน้าไม่เข้าใจของอาลี่ บุรุษลุ่มหลงสิ่งใดได้ก็ย่อมเลิกลุ่มหลงได้เช่นกัน สิ่งใดได้มายากก็ยิ่งต้องการ แต่หากยากเกินไปก็ดูน่ารำคาญ ดังนั้นแค่ทำมันอย่างพอดี นั่นและถึงจะดูมีค่าเสิ่นลู่ถิงหยิบปิ่นแสนธรรมดาขึ้นมาปักผมแทนที่จะเป็นปิ่นที่มีราคาสูง ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาย่อมน่าค้นหามากกว่าเสมอ แม้เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของข้าจะไม่มีค่าเท่าของพระสนมเอกหรือฮองเฮา แต่ตัวข้ามีค่ากว่าพวกนางแน่นอน“เสิ่นลู่ถิง!”“ท่านอ๋อง! ท่านเข้ามาโดยพลการเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”“เป็นแค่บ่าวกล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า”“พระสนมกระหม่อมพยายามห้ามแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า…”“ช่างเถิด ไม่เป็นไรหรอก พวกเจ้าออกไปก่อน”อาลี่แสดงสีหน้าไม่สบายใจนักที่จะปล่อยให้อยู่ในตำหนักกันสองต่อสองหลังจากได้ยินว่าคุณหนูของตนสั่งให้ขันทีของตำหนักออกไปห







