LOGINความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ทั้งหมดถูกถาโถมเข้าใส่ ก้มมองลูกธนูที่ปักเข้าอกข้างซ้าย แค่เพียงอีกนิดเดียวอาจโดนหัวใจนั้นแล้วทรุดตัวลง เสิ่นลู่ถึงพึ่งได้รู้ตัวในตอนนี้ว่ากะระยะผิดพลาดไป
เสียงเอ่ยเรียกชื่อข้าดังกึกก้องอยู่ในหัว เวลาใกล้ความตายแล้วมีผู้คนห่วงใยมันรู้สึกดีมากกว่าที่ข้าเคยต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนนัก กายเล็กกำลังจะเอนล้มลงสู่พื้นกับถูกโอบประคองเอาไว้แล้วกอดแน่นราวกับไม่ต้องการให้หายจากกันไป
“ฝะ ฝ่าบาท….”
“ถิงถิง!! ตามหมอหลวง!! ตามหมอหลวง!!!”
ไท่เฮานั่งลงข้างกายทั้งใช้มือข้างหนึ่งพยายามกดห้ามมิให้หยดโลหิตสีแดงไหลออกมาเพิ่มอีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แววตาแสนขอบคุณจากไท่เฮานั้นบ่งอกความสำเร็จในครั้งนี้ สิ่งต่อไปเพียงแค่ภาวนาไม่ให้ข้าตายไปก่อนก็เท่านั้น
“ฝ่าบาท ให้กระหม่อมพาเสิ่นลู่ถิงไปที่ห้องรับแขกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ยั้งมือคนที่ถือวิสาสะจะมาอุ้มคุณหนูเสิ่นออกไปจากอ้อมกอดแล้วผลักเต็มแรง ก่อนจะโอบอุ้มกายบางขึ้นเองแล้วพาไปที่ห้องรับแขกทั้งมีไท่เฮาเดินตามข้างกายไม่ห่าง
หมอหลวงวิ่งเข้าออกจวนอ๋องวุ่นวายตลอดคืน ทั้งมีฮ่องเต้เดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่างร้อนรน ไท่เฮาเดินมาจับไหล่กว้างของคนกังวลให้เบาใจ ก่อนจะนึกคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่
“เพราะนางเอาตัวมาบังข้า”
“เสด็จแม่อย่าโทษตัวเองเลย เป็นข้าเองที่ดูแลนางกับเสด็จแม่ไม่ดี”
“ฮ่องเต้ต้องสืบเรื่องนี้ให้รู้ความ ไม่ว่าอย่างไรปล่อยให้สนมเสิ่นถูกทำร้ายฟรีอย่างนี้ไม่ได้ หากวันนี้นางไม่ช่วยข้า คงเป็นข้าที่ต้องสิ้นลมหายใจ”
“เสด็จแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเรื่องนี้แน่นอน” มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดนูนขึ้น มิมีโทษได้เหมาะสมกับคนชั่วนั่นเท่ากับการประหารชีวิตทิ้งเสีย
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“หมอหลวงฉางสนมเสิ่นเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ลูกธนูใกล้หัวใจมากพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมต้องดึงลูกธนูออก เพียงแต่ต้องการให้คนช่วยยึดพระสนมเอาไว้เท่านั้น เพราะการดึงลูกธนูออกอันตรายมากพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าทำเอง”
“ฝ่าบาท….”
“ไม่ต้องห่วงเสด็จแม่ อย่างไรก็ต้องช่วยสนมเสิ่นให้ได้”
“เช่นนั้นข้าขอเข้าไปดูด้วย” ฮ่องเต้พยักหน้ารับแล้วพยุงไท่เฮาเข้าไปด้านในด้วย เสิ่นลู่ถิงนอนหายใจหอบถี่อยู่บนเตียง ใบหน้ามีทั้งหยาดเหงื่อและน้ำตาเปรอะเปื้อน ไท่เฮารีบนั่งลงแล้วกอบกุมมือเล็กคู่นั่นเอาไว้
“เจ้าอดทนนะ อย่าได้เป็นอะไร หากเจ้าหายดี ข้าต้องมอบรางวัลให้เจ้าแน่”
“ไท่เฮา…ทรงปลอดภัย ก็ดีแล้วเพคะ หม่อมชั้น…ไม่อยากได้….” ไม่ทันพูดจบก็สำลักเอาโลหิตออกมาจากปาก ไท่เฮามิได้ถอยหลังหนีด้วยความรังเกียจ แต่กลับรีบใช้ผ้าส่วนตัวเช็ดซับหยาดโลหิตนั้นให้
“มาเถิดหมอหลวงฉาง หากเจ้ารักษาสนมเสิ่นไม่ได้ ข้าจะให้ฝ่าบาทประหารเจ้าเสีย!!” คำสั่งนั้นทำเอาหมอหลวงฉางหยาดเหงื่อเต็มหน้าด้วยความกดดัน ฮ่องเต้ประทับลงข้างกายแทนแล้วกอดที่ไหล่เล็กเอาไว้ ผ้าผืนหนึ่งถูกส่งให้คุณหนูเสิ่นได้กดเพื่อระบายความเจ็บ ปลายจมูกโด่งกดลงบนหน้าผากมลแทนคำว่าจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน
“พระสนมพร้อมนะพ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าตอบรับ ทันทีที่ลูกธนูเคลื่อนจากการดึงของหมอหลวง ความเจ็บปวดที่แทบสิ้นใจก็เข้าแทรก คุณหนูเสิ่นยังกรีดร้องออกมา ถึงจะกัดผ้าหนาเอาไว้ก็ยังคงส่งเสียงแห่งความทรมานนั้นให้ได้ยิน
โลหิตเปรอะเปื้อนที่แขนของฮ่องเต้ แต่ตาคมกลับสนใจเพียงแต่หญิงสาวที่สลบไปในทันทีที่ลูกธนูถูกดึงออกด้วยความตกใจ
“ฝ่าบาทไม่ต้องตกพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เพราะเจ็บมาก พระสนมก็เลยสลบไปเท่านั้น กระหม่อมจะเย็บแผลให้ต่อ เชิญฝ่าบาทเสด็จรอด้านนอกก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
ตำหนักจิ่งเหรินผู้คนพลุกพล่านตั้งแต่มีคำสั่งนำตัวคุณหนูเสิ่นกลับมาที่วัง ฮ่องเต้ยังคงนั่งกอบกุมมือคนที่นอนสลบร่วมสามวัน หลังจากเสร็จกิจราชการก็ไม่ไปที่ไหนนอกจากตำหนักจิ่งเหริน ไท่เฮาเองก็เทียวไปเทียวมาเพื่อให้ทราบข้าวอาการของคนที่ช่วยชีวิตตน
“วันนี้หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง?”
“อาการของถิงถิงยังคงที่ อาจต้องรอดูไปก่อนว่าจะมีอะไรร้ายแรงหรือไม่”
“ไท่เฮา….” เสียงเล็กแผ่วเบาเอ่ยเรียกไท่เฮาก่อนที่จะเป็นฮ่องเต้ แม้จะตื่นมาพร้อมความเจ็บปวดแต่ก็ไม่ลืมที่จะสร้างความโปรดปรานแก่ไท่เฮาก่อน ฮ่องเต้ยังสามารถดึงความสนใจมาได้ไม่ยาก แต่สำหรับไท่เฮาเมื่อพ้นโอกาสนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่
“ไม่ต้องลุกขึ้นหรอก” ไท่เฮาดันคุณหนูเสิ่นที่พยายามลุกขึ้นให้นอนลงอย่างเก่า มือเล็กสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่มากขึ้นถึงได้หันไปสนใจฮ่องเต้แล้วแอบยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าท่านจะต้องการให้ข้ารู้สึกได้ว่าท่านมีตัวตนอยู่ที่นี่สินะ
“ฝ่าบาท…”
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บหรือไม่?”
“ไม่เจ็บเพคะ แผลแค่นี้ไกลหัวใจ” ฮ่องเต้บีบจมูกรั้นของคนช่างพูด ใครว่าข้าไม่เจ็บกันเล่า แทบจะขาดใจตายเสียให้ได้ เดิมทีก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ลูกธนูปักลงใกล้หัวใจเช่นนี้ แต่ผิดที่ข้าคาดคะเนผิดก็เท่านั้น ยังโชคดีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาได้
“ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้า”
“หม่อมชั้นมิอาจรับคำขอบคุณเพคะ ไท่เฮาเป็นมารดาของฝ่าบาท แน่นอนว่าหม่อมชั้นต้องกตัญญูต่อพระองค์เช่นกัน การได้ช่วยชีวิตไท่เฮา ถือเป็นความสุขของหม่อมชั้นเพคะ”
“รู้ความเช่นนี้เอง ดี!! ฮ่องเต้ เห็นทีว่าให้นางเป็นแค่กุ้ยเหรินคงไม่เหมาะเท่าไหร่” ฮ่องเต้ตาเป็นประกายและพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทันทีที่ไท่เฮาเสด็จกลับฮ่องเต้ก็ดึงคุณหนูเสิ่นเข้าสู่อ้อมกอด เรียวแขนเล็กยกกอดตอบและยิ้มมุมปาก การเสี่ยงตายครั้งนี้ของข้าได้ผลลัพธ์ดีทีเดียว
ตำหนักฉางชุน
เพล้ง!!! เสียงแก้วแตกกระทบพื้นหลังจากที่ฮองเฮาปัดตกด้วยความโทสะ นางในคนสนิทที่คาบข่าวแสนบาดใจมาบอกรีบก้มหน้าหนี ความเกลียดชังยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเท่าทวีคูณเมื่อโอกาสฉกชิงความโปรดปรานถูกแย่งไป
“ทั้งที่มันควรจะเป็นข้า! เหตุใดไม่มีอะไรได้ดั่งใจเลย!!”
“ฮองเฮาได้โปรดระงับโทสะด้วยเพคะ”
“ข้าจะไปหาไท่เฮา”
อดไม่ได้ที่จะรีบมาหารือกับคนที่ตนคิดว่าเป็นที่พึ่งได้ดีในเวลานี้ ทันทีที่เสด็จมาถึงตำหนักฉูชิวก็รีบเดินเข้าไปถวายพระพรไท่เฮา อีกคนยังคงยิ้มแย้มตอบรับตามเคย นั่นอาจหมายความว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่จะหนุนหลังฮองเฮาอย่างข้า
“เจ้ามาถึงที่นี่ มีเรื่องหนักใจใช่หรือไม่?”
“หม่อมชั้นได้ยินมาว่าฝ่าบาทจะเลื่อนขั้นให้สนมเสิ่น หม่อมชั้นคิดว่า….”
“ข้าเป็นคนเสนอความคิดเห็นนี้เอง”
“ว่าอย่างไรนะเพคะ?” ฮองเฮามีสีหน้าตกพระทัยทั้งกำมือแน่น นางแก่ไร้ประโยชน์นี่คงไม่ใช่ว่ากำลังแปรพักตร์ต์หรอกนะ เสิ่นลู่ถิงเจ้าทำให้ข้าผิดแผนไปเสียหมด รอดูเถิดว่าข้าจะเอาคืนเจ้าอย่างไร
“สนมเสิ่นช่วยชีวิตข้า นั่นเป็นความดีความชอบ ข้าว่านางก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรหรอก เจ้าก็จงอยู่กับนางอย่างสงบสุขเถิด ดีหรือไม่?” ก้มลงมองมือเหี่ยวย่นที่แตะเบาๆ ที่ต้นขาอย่างไม่สบอารมณ์ เพียงแค่ได้มันช่วยชีวิตครั้งเดียว ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้เชียวหรือ ในตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าคนที่ไม่ควรอยู่ร่วมโลกกันคือสนมเสิ่นหรือนางแก่ตรงหน้าตอนนี้กันแน่
“แต่หากฝ่าบาทกับไท่เฮาทรงโปรดปรานนางมากกว่าหม่อมชั้น”
“แล้วจะอย่างไรเล่า อย่างไรเสียเจ้าก็คือฮองเฮา อีกอย่างข้าหนุนหลังเจ้ามาแต่ไหนแต่ไร จะโปรดปรานคนอื่นมากกว่าเจ้าได้อย่างไร”
“เพคะ หม่อมชั้นเชื่อฟัง” ยอมเอ่ยปากเข้าใจไปเพียงเพราะไม่มีวีไหนดีกว่านี้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่นานบานประตูตำหนักก็ถูกผลักเข้ามาโดยพลการ แต่บุคคลที่ก้าวเข้ามากลับทำให้ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใด เหล่าทหารกรูเข้ามาจับฮองเฮาไว้ตามคำสั่ง ก่อนประตูตำหนักจะถูกสั่งปิดลงก่อน
“ฝ่าบาททรงจับหม่อมชั้นทำไมเพคะ!?”
“เจ้าถามตัวเองดูเถิด ทหารจับตัวคนก่อเหตุวันนี้ได้แล้ว มันเป็นคนของตระกูลเจ้า!” มือหนาบีบเข้าที่ต้นคอด้วยอารมณ์ที่ปะทุ ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะลงมือรุนแรงต่อสตรีตรงหน้า แต่ตอนนี้ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้
“ว่าอย่างไรนะ!? เจ้าทำหรือฮองเฮา!”
“หม่อมชั้นไม่ทราบเพคะ! แคกๆ ไท่เฮาได้โปรดช่วยหม่อมชั้น หม่อมชั้นไม่รู้จริงๆ เพคะ” ไท่เฮาเข้ามาปรามให้ฮ่องเต้ใจเย็นลงก่อน หากข่าวที่ฮ่องเต้ลงมือต่อฮองเฮาแพร่งพรายไปคงไม่เกิดผลดีแน่
“คนของเจ้าเป็นคนทำ แล้วเจ้าจะไม่เกี่ยวได้อย่างไร!!”
“หม่อมชั้นไม่ทราบจริงๆ เพคะ”
“ยังกล้าโกหกข้ากบท่านแม่อีกหรือ!! เจ้ารู้ไหมหากมันสารภาพ เจ้าจะได้รับผลเช่นไร!!!!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงดังลั่นจนผู้คนในตำหนักพากันหวั่นเกรง เอ่ยปากสั่งให้ทหารนำตัวฮองเฮาไปขังทันทีก่อนเสียงหวานแสนคุ้นหูจะดังขึ้น
“ฝ่าบาทเพคะ…..” คุณหนูเสิ่นเดินเข้ามาทั้งมีอาลี่ประคองอยู่ข้างๆ ฮ่องเต้รุดเข้าไปช่วยประคองในทันทีทั้งยังใช้สายตาดุที่อีกคนกล้าออกมาทั้งที่บาดเจ็บอย่างนี้
“เจ้าออกมาทำไม?”
“ฝ่าบาทอย่าสั่งขังฮองเฮาเลยนะเพคะ”
“เจ้าเกือบตาย เหตุใดยังมาขอร้องแทนนางอีก”
“ถึงแม้คนทำจะเป็นคนของตระกูลฮองเฮา แต่เรื่องนี้ก็ยังสืบไม่แน่ชัด หากสั่งขังฮองเฮาทันทีทั้งที่ไม่ได้สอบสวน เกิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฮองเฮาเลยแม่แต่น้อย ฝ่าบาทจะถูกผู้คนในใต้หล้าครหาเอานะเพคะ”
“จริงด้วย สนมเสิ่นคิดรอบคอบจริงๆ” ไท่เฮาคิดตามสิ่งที่เสิ่นลู่ถิงพูดแล้วเห็นด้วย การลงโทษคนในราชวงศ์ต้องมีเหตุผลและหลักฐานมิเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งตระกูลของฮองเฮาเป็นถึงขุนนางใหญ่ หากมีข้อผิดพลาด บัลลังค์ค์อาจสั่นคลอนได้
“อีกอย่างหม่อมชั้นเชื่อว่าฮองเฮามิกล้าทำหรอกเพคะ”
“ทำไมเจ้าถึงมั่นใจนัก?” ไท่เอาเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“เพราะเท่าที่หม่อมชั้นดู เป้าหมายของมันคือไท่เฮาเพคะ ฮองเฮาทรงรักและภักดีต่อไท่เฮามาก อีกอย่างผู้คนต่างรู้ว่าไท่เฮาสนับสนุนฮองเฮามาตลอด เหตุใดฮองเฮาจะกล้าทำร้ายพระองค์ได้ลง….”
“……..”
“ที่หม่อมชั้นพูดมานั้น ฮองเฮาเห็นด้วยหรือไม่เพคะ?” แววตาแสนหวาดกลัวนั่นคู่ควรกับท่านเสียจริง แม้ชาติที่แล้วจะไม่ได้มีอะไรติดค้างกัน แต่ความเลวของท่านข้าก็มิอาจปล่อยผ่านได้ หากข้าเผลอทำลายตำแหน่งฮองเฮาของท่าน ท่านก็อย่าได้โทษข้าเลย……
“ถูกปากหรือไม่” เสิ่นลู่ถิงส่ายหัว ช่วงนี้อาหารรสเลิศแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้รู้สึกถึงความอยากอาหารขึ้นมา ยิ่งนับวันอาการแพ้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกที หันไปมองพี่ชายที่เดินเข้ามาแล้วยิ้มให้ ก่อนผู้เป็นพี่จะยื่นลูกแพร์มาให้“ตอนเด็กๆ เจ้าชอบกินมาก ลองดูสิ อย่างน้อยก็ควรมีสิ่งใดตกถึงท้องบ้าง” ฮ่องเต้รับมาแล้วส่งให้เสิ่นลู่ถิง สีหน้าแสนคาดหวังของสองคนทำเอาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ทันทีที่กัดไปรอยยิ้มก็เปื้อนบนใบหน้า รสชาตินี้ทำให้รู้สึกดีมากทีเดียว อร่อยเสียจนอยากกินอีกเยอะๆ เลย“เป็นอย่างไร?”“อร่อยมากเลยเพคะ”“เจ้ากินได้ก็ดีแล้ว” มือหนาลูบหัวเสิ่นลู่ถิงอย่างเห็นใจ เด็กสาวที่กินง่ายอยู่ง่าย บัดนนี้เพราะอุ้มท้องทายาทของฮ่องเต้ถึงได้กลายเป็นคนที่เลือกกินเสียจนบางครั้งก็นึกตำหนิตัวเอง สตรีในคราที่ต้องอุ้มท้องเช่นนี้ ช่างเสียสละมากจริงๆ“พี่ใหญ่เอามาจากที่จวนหรือ? ข้าอยากกินอีก”“ข้าจะให้คนไปซื้อมาให้ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถาม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเสิ่นลู่ถิงก้มหน้าล
“คุณหนูแต่งกายเช่นนี้ สวยจริงๆ เจ้าค่ะ” เสิ่นลู่ถิงยิ้มให้อาลี่หลังได้ยินคำเอ่ยชมไม่ขาดปาก วันนี้แล้วสินะที่จะได้เข้าพิธีแต่งตั้งเสียที หลังจากนี้ข้าก็จะเป็นกุ้ยเฟยของฮ่องเต้อย่างเป็นทางการ เช่นนั้นแล้วสถานะของสนมเอกและฮองเฮาก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ“อาลี่ งานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองหลี่เป็นเช่นไรบ้าง?"“อาลี่เห็นเตรียมงานกันอย่างครึกครื้นเลยเจ้าค่ะ คิดว่าคงต้องกอบกู้หน้าครั้งก่อน"“อย่างนั้นหรือ เจ้าให้คนไปตามอี้ชวนมาที ข้าอยากรู้ความคืบหน้าเสียหน่อย” อาลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดี ทันทีที่กำลังจะก้าวเดินกลับถูกคุณหนูของตนเรียกเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงในครานี้ราวกับคิดสิ่งใดขึ้นมาได้กะทันหัน"เดี๋ยวก่อน....""เจ้าค่ะคุณหนู"“ช่วงนี้เยว่จินเป็นเช่นไร?” เอ่ยปากถามถึงนางในของสนมเอกที่ตนดึงเข้ามาเป็นคนของตัวเอง กว่าจะเล่นละครสำเร็จว่าลงโทษเพียงเล็กน้อยและเห็นใจส่งนางคืนสนมเอกไป แต่ก็ต้องห้คนคอยจับตาว่าจะถูกหักหลังหรือไม่“คอยตามติดสนมเอกและส่งข่าวเป็นระยะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง”“เช่นนั้น….”“พระสนม เยว่จินขอเข้าเฝ้าเพคะ” ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดต่อ คนที่นึกถ
เครื่องแต่งกายสำหรับเข้าพิธีแต่งตั้งและแก้วแหวนเงินทองที่ฮ่องเต้และไท่เฮาประทานให้ถูกส่งเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน นิ้วเรียวไล้ไปตามเครื่องแต่งกายนั้นทั้งรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หลังจากช่วยชีวิตไท่เฮาแล้ว สิ่งที่ข้าได้มาคือตำแหน่งกุ้ยเฟย แม้จะไม่เทียบเท่าสนมเอกและฮองเฮา แต่ก็ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น“อาลี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่างานสมรสของท่านอ๋องกับคุณหนูรองตระกูลหลี่จะจัดขึ้นอีกเมื่อใด?”“หลังพิธีแต่งตั้งของคุณหนูสามวันเพคะ”“หึ ดีเสียจริง” ข้าจะไปแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วยตำแหน่งที่สูงส่งกว่ามาก อย่างไรเสียก็โปรดจงค่อยๆ ลิ้มรสความเจ็บปวดกันทีละนิดเถิด ข้ายังไม่หยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้หรอก“เจ้าไปตามอี้ชวนมา ข้ามีการใหญ่บางอย่างต้องทำเสียหน่อย”“เจ้าค่ะ”คุณหนูเสิ่นยังคงนั่งมองดูแก้วแหวนเงินทางมากมายด้วยใจเป็นสุข มือเล็กหยิบมันแบ่งใส่ถุงผ้าเล็กๆ ให้เท่ากับจำนวนนางในและขันทีในตำหนัก ในทุกครั้งได้รับการประทานบางสิ่งให้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณหนูเสิ่นจะหลงลืมคนที่อยู่ข้างกายเพราะชาติก่อนข้าเคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผู้คนที่รักและหวังดีต่อข้ามีน้อยแทบจะนับจำนวนได้ ดังนั้นชาตินี้ไม่ว่าใครที่ดีต
ความเจ็บปวดที่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ทั้งหมดถูกถาโถมเข้าใส่ ก้มมองลูกธนูที่ปักเข้าอกข้างซ้าย แค่เพียงอีกนิดเดียวอาจโดนหัวใจนั้นแล้วทรุดตัวลง เสิ่นลู่ถึงพึ่งได้รู้ตัวในตอนนี้ว่ากะระยะผิดพลาดไปเสียงเอ่ยเรียกชื่อข้าดังกึกก้องอยู่ในหัว เวลาใกล้ความตายแล้วมีผู้คนห่วงใยมันรู้สึกดีมากกว่าที่ข้าเคยต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนนัก กายเล็กกำลังจะเอนล้มลงสู่พื้นกับถูกโอบประคองเอาไว้แล้วกอดแน่นราวกับไม่ต้องการให้หายจากกันไป“ฝะ ฝ่าบาท….”“ถิงถิง!! ตามหมอหลวง!! ตามหมอหลวง!!!”ไท่เฮานั่งลงข้างกายทั้งใช้มือข้างหนึ่งพยายามกดห้ามมิให้หยดโลหิตสีแดงไหลออกมาเพิ่มอีก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แววตาแสนขอบคุณจากไท่เฮานั้นบ่งอกความสำเร็จในครั้งนี้ สิ่งต่อไปเพียงแค่ภาวนาไม่ให้ข้าตายไปก่อนก็เท่านั้น“ฝ่าบาท ให้กระหม่อมพาเสิ่นลู่ถิงไปที่ห้องรับแขกก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ยั้งมือคนที่ถือวิสาสะจะมาอุ้มคุณหนูเสิ่นออกไปจากอ้อมกอดแล้วผลักเต็มแรง ก่อนจะโอบอุ้มกายบางขึ้นเองแล้วพาไปที่ห้องรับแขกทั้งมีไท่เฮาเดินตามข้างกายไม่ห่างหมอหลวงวิ่งเข้าออกจวนอ๋องวุ่นวายตลอดคืน ทั้งมีฮ่องเต้เดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่
“สนมเสิ่นเป็นภัยจริงๆ ถึงขั้นทำให้ฝ่าบาทเกือบฆ่าท่านอ๋อง เป็นอย่างนี้ปล่อยไว้จะดีหรือเพคะไท่เฮา”“ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยนางปีศาจนี่ไว้หรอก แต่จะจัดการตอนนี้ไม่ได้ ฮ่องเต้กำลังโปรดนาง รอไปก่อน”ฮองเฮาได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกขัดใจ ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเสิ่นลู่ถิงตั้งแต่เข้าวังแต่ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นคนโปรดมากมายเพียงนี้ ถึงขนาดทำให้คนโปรดอย่างสนมเอกถูกลงโทษ ไหนจะท่านอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงรักนักรักหนายังเกือบถูกบั่นคอทิ้ง เจ้ามันมีดีมาจากที่ใดกัน เห็นทีคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้“เป็นเช่นนี้ฝ่าบาทก็คงมิทรงโปรดหม่อมชั้นมากขึ้นไปอีก”“ฮองเฮาอย่ากังวล ข้าอยู่ที่นี่ เอาไว้ข้าจะสั่งให้ฝ่าบาทมาหาเจ้าบ้างดีหรือไม่”นางแก่นี่พูดมากน่ารำคาญ หากบารมีของเจ้าช่วยข้าได้ ป่านนี้ข้าจะยังกลายเป็นฮองเฮาที่ถูกผู้คนกล่าวนินทากันว่าฝ่าบาทไม่ทรงโปรดหรือ ถึงแม้จะมีบุญคุณที่หนุนหลังให้ข้าได้เป็นฮองเฮา แต่ก็มีประโยชน์เพียงแค่นั้นเองจะว่าไปแม้ฝ่าบาทจะสั่งลงโทษสนมเอก แต่ข้าได้ยินมาว่ายังส่งอาหารอย่างดีไปให้ แสดงว่าต่อให้ข้ากำจัดเสิ่นลู่ถิงได้ ก็ยังเหลือสนมเอกอีกคนที่เป็นหนามยอกอกข้า เช่นนั้นข้าจะหาวิธีให้ฝ่าบาทและไท
“คุณหนูของอาลี่โชคดีจริงๆ เจ้าค่ะ เข้ามาอยู่ในวังแค่ไม่นาน แก้วแหวนเงินทองก็เต็มตำหนักไปหมด ฮ่องเต้ทรงโปรดคุณหนูมากแน่ๆ”“หึ”“ว่าแต่คืนนั้นระหว่างคุณหนูกับฮ่องเต้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือเจ้าคะ? คุณหนูไม่น่าปล่อยให้โอกาสนั้นพลาดไปเลย”“ข้าย่อมไม่ยอมให้ตัวเองเสียโอกาสอยู่แล้ว”คุณหนูเสิ่นขำให้ใบหน้าไม่เข้าใจของอาลี่ บุรุษลุ่มหลงสิ่งใดได้ก็ย่อมเลิกลุ่มหลงได้เช่นกัน สิ่งใดได้มายากก็ยิ่งต้องการ แต่หากยากเกินไปก็ดูน่ารำคาญ ดังนั้นแค่ทำมันอย่างพอดี นั่นและถึงจะดูมีค่าเสิ่นลู่ถิงหยิบปิ่นแสนธรรมดาขึ้นมาปักผมแทนที่จะเป็นปิ่นที่มีราคาสูง ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาย่อมน่าค้นหามากกว่าเสมอ แม้เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของข้าจะไม่มีค่าเท่าของพระสนมเอกหรือฮองเฮา แต่ตัวข้ามีค่ากว่าพวกนางแน่นอน“เสิ่นลู่ถิง!”“ท่านอ๋อง! ท่านเข้ามาโดยพลการเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”“เป็นแค่บ่าวกล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า”“พระสนมกระหม่อมพยายามห้ามแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า…”“ช่างเถิด ไม่เป็นไรหรอก พวกเจ้าออกไปก่อน”อาลี่แสดงสีหน้าไม่สบายใจนักที่จะปล่อยให้อยู่ในตำหนักกันสองต่อสองหลังจากได้ยินว่าคุณหนูของตนสั่งให้ขันทีของตำหนักออกไปห




![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


