Beranda / รักโบราณ / ชายาเคียงบัลลังก์ / คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

Share

คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

Penulis: Selena
last update Tanggal publikasi: 2026-10-01 13:10:20

ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวัน

กระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อน

ทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลง

เอี๊ยด!

รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนน

ผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

ร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไหวไปด้วยประกายแห่งความปิติยินดีและความคิดถึงอันลึกซึ้งที่เอ่อล้นอยู่ในอก

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาจมอยู่กับความทุกข์ทรมาน นั่งคิดนอนคิดจนเหม่อลอยว่าจะทำอย่างไรให้ผิงอันยอมลดทอนความโกรธและยกโทษให้ ทว่ายิ่งคิดก็ยิ่งเจอแต่ทางตัน ยิ่งพยายามเว้นระยะห่าง ความคิดถึงอันแรงกล้าก็ยิ่งเผากระพือหัวใจจนไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป...

คืนนี้เขาจึงตัดสินใจบุกชิงตัวนางกลางทางเช่นนี้

"เสี่ยว... องค์ชายใหญ่!!"

ผิงอันเบิ่งตากว้าง เบียดกายดิ้นรนออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างตื่นตระหนก "ปล่อยข้านะ! นี้ท่านกำลังจะทำอะไร"

ถางถาง สาวใช้คนสนิทที่เพิ่งได้สติจากความตกตะลึง รีบโผเข้ามาหมายจะช่วยเจ้านาย แต่บ่าวตัวเล็กๆ มีหรือจะสู้แรงของอ๋องผู้สูงศักดิ์ได้ นางเอ่ยเสียงสั่นระริกด้วยความกลัวทว่าพยายามยกผู้เป็นนายใหญ่มาข่มขวัญ

"องค์ชายใหญ่! ทรงปล่อยคุณหนูสามเถิดเจ้าค่ะ!"

ถางถางร้องห้ามเสียงสั่น

"หากใต้เท้าเชี่ยทราบเรื่องเข้าว่าพระองค์ทรงดักฉุดคุณหนูสามกลางถนนยามวิกาลเช่นนี้ ใต้เท้าเชี่ยต้องไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ"

เฉินจื่อหลานปรายสายตามองสาวใช้ตัวเล็กเบื้องหน้าอย่างเย็นชา มิได้มีความเกรงกลัวต่อคำขู่ถึงผู้นำตระกูลเชี่ยเลยแม้แต่น้อย เขายกยิ้มทรงอำนาจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบทว่าเด็ดขาด

"ดี... เช่นนั้นเจ้าก็จงกลับไปรายงานใต้เท้าเชี่ยเสีย"

องค์ชายใหญ่กระชับอ้อมกอดที่รัดร่างผิงอันไว้แน่นขึ้น ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน

"บอกเขาว่า... คุณหนูสามถูกข้า 'ฉุด' ไปแล้ว หากตระกูลเชี่ยคิดจะเอาเรื่องหรือทวงคืนบุตรสาว ก็จงเดินทางมารับ 'สินสอด' ที่จวนของข้าได้ทุกเมื่อ “

"ปล่อยข้า! ข้าไม่ไปกับท่าน! ปล่อยนะ!"

ผิงอันทุบอกแกร่งและดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าความโกรธขมขื่นเรื่องที่เขาปิดบังตัวตนล่อลวงนาง ยิ่งทำให้นางสบสายตาเขาด้วยความห่างเหิน

"คนหลอกลวงเช่นท่าน อย่ามาแตะต้องตัวข้า!"

เฉินจื่อหลานไม่ฟังเสียงร้องประท้วง เขาอุ้มร่างบางของคุณหนูสามขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ก่อนจะพาตัวทะยานออกจากรถม้าตระกูลเชี่ย แล้วก้าวขึ้นไปบนรถม้าหรูหราประจำตำแหน่งองค์ชายใหญ่ที่จอดรออยู่ข้างๆ ทันที

ปัง!

ประตูรถม้าหรูหราปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถม้าขององค์ชายใหญ่จะเคลื่อนตัวออกไปในความมืด มุ่งหน้ากลับจวนทิ้งให้ถางถางและคนขับรถม้ายืนขวัญเสียอยู่กลางถนนเย็นเยียบเพียงลำพัง

ภายในรถม้าอันกว้างขวางและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมบางเบาของกฤษณา ผิงอันพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต มือเรียวเล็กยกขึ้นผลักดันอกแกร่งขององค์ชายใหญ่ที่โอบกอดก่ายรัดเรือนร่างของนางไว้แน่นอย่างไม่ยินยอม

"ปล่อยข้านะ! องค์ชายใหญ่ ทรงทำบ้าอะไรเช่นนี้?!"

ผิงอันตวาดเสียงสั่น พยายามเบียดกายหนี

"ข้าบอกให้ปล่อยอย่างไรเล่า!"

เฉินจื่อหลานที่ทนต่อการขัดขืนดิ้นรนของสตรีตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไป นัยน์ตาคู่คมวูบไหวด้วยความปรารถนาและอารมณ์อันคุกรุ่น ร่างสูงตัดสินใจกดประคองร่างบางของคุณหนูสามลงกับพื้นรถม้าอันนุ่มนิ่ม ก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบนอย่างรวดเร็วและทับรวบสองมือของนางไว้เหนือศีรษะ!

"องค์ชายใหญ่!"

ผิงอันเบิ่งตากว้าง หัวใจเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน

เฉินจื่อหลานก้มลงมองสตรีใต้ร่าง นัยน์ตาทอประกายลึกล้ำทว่าแฝงความเว้าวอน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานบาดลึกที่ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งกาย

"หากเจ้ายิ่งส่งเสียงโวยวาย หรือดิ้นรนไม่เลิกราเช่นนี้..."

เฉินจื่อหลานเลื่อนสายตาต่ำลงมองริมฝีปากบางจิ้มจิ้มสีชาด

"...ข้าจะจูบเจ้าเสียตรงนี้จริงๆ ผิงอัน"

สีหน้าเข้มงวด นัยน์ตาคู่คมที่ทอดมองมา และบารมีขององค์ชายผู้ทรงอำนาจ ทำให้คุณหนูสามรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ภาพความทรงจำในค่ำคืนอันหนาวเหน็บภายในถ้ำยามที่เขาบาดเจ็บ... คืนที่นางเผลอใจยื่นหน้าเข้าไปจูบประทับริมฝีปากกับ 'เสี่ยวถัง' พลันแล่นกลับเข้ามาในหัวสมองอย่างเด่นชัด

ความนึกคิดนั้นดั่งน้ำร้อนที่ราดลงบนใบหน้า นวลแก้มขาวเนียนของคุณหนูสามพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงปลั่งดั่งผลอิงถาว ซึมซาบไปถึงใบหูอย่างหักห้ามไม่ได้

เฉินจื่อหลานที่ก้มมองอยู่ใกล้ชิดสังเกตเห็นอาการเขินอายและความทรงจำที่ฉายชัดในนัยน์ตาหวาน ชายหนุ่มยกยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ แววตาที่เคยฉายความตึงเครียดบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและรักใคร่อย่างเปิดเผย

"จำคืนนั้นได้แล้วหรือ?"

องค์ชายใหญ่เอ่ยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าและลึกล้ำ

"คืนที่เจ้าจูบข้า... ผิงอัน"

จวนตระกูลเชี่ย

ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนตระกูลเชี่ยยามวิกาล เสียงร้องไห้โฮสะอึกสะอื้นของถางถางดังระงมไปทั่วบริเวณ สาวใช้ตัวน้อยคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความขวัญเสีย ขณะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลางทางให้ผู้เป็นนายใหญ่ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ฮือ... ใต้เท้าเจ้าคะ ช่วยคุณหนูสามด้วยเจ้าค่ะ"

ถางถางละล่ำละลักยกมือขึ้นไหว้อ้อนวอน

"องค์ชายใหญ่... องค์ชายใหญ่ทรงดักฉุดคุณหนูสามไปจากรถม้ากลางทางเจ้าค่ะ! พระองค์... พระองค์ทรงอุ้มคุณหนูขึ้นรถม้าของพระองค์ไป แล้วยังบอกอีกว่า... หากใต้เท้าต้องการเอาเรื่อง ก็ให้เดินทางไปรับสินสอดที่จวนเจ้าค่ะ ฮือ... ใต้เท้าได้โปรดช่วยคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ"

ฮูหยินผู้เฒ่า ที่นั่งฟังอยู่บนเก้าอี้ตั่งพลันสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างแรง หญิงชราใช้ไม้เท้าเคาะพื้นดัง กึก! ด้วยความว้าวุ่นใจและกังวลถึงเกียรติยศของตระกูล

"เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือ"

ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงสั่น พลางหันไปมองบุตรชาย

"เราจะปล่อยให้องค์ชายใหญ่ทำตามใจชอบเช่นนี้ไม่ได้นะ สตรีที่มีสัญญาหมั้นหมายและยังไม่แต่งงาน ถูกฉุดตัวไปยามวิกาลเช่นนี้ หากเรื่องแพร่งพรายออกไป ตระกูลเชี่ยเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เราควรรีบเขียนฎีกาถวายฟ้องต่อองค์ฮ่องเต้ในพระราชวังหลวงยามเช้า เพื่อขอความยุติธรรมให้ผิงอัน"

ใต้เท้าเชี่ยฟังคำแนะของมารดาแล้วได้แต่ยืนหน้าซีดเผือด กุมขมับแน่นพลางถอนหายใจยาวอย่างขมขื่นและอึดอัดแน่นอก... คำเสนอให้เขียนฎีกาถวายฮ่องเต้นั้น พูดน่ะง่าย แต่ยามปฏิบัติจริงกลับเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"เขียนฎีกาหรือท่านแม่? ทำเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด!"

ใต้เท้าเชี่ยเค้นเสียงเอ่ยด้วยความเครียดจัด

"เรื่องนี้เราไม่อาจเปิดเผยให้คนภายนอก หรือแม้แต่ในราชสำนักรู้ได้แม้แต่คำเดียว"

"เพราะเหตุใดกันเล่า"

ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ

"ก็เพราะ องค์ชายสาม อย่างไรเล่า"

ใต้เท้าเชี่ยถูมือไปมาด้วยความลุกลี้ลุกลน

"องค์ชายสามทรงแสดงออกชัดเจนว่าหมายตาผิงอันไว้ และเราก็เป็นคนขององค์ชายสาม หากข้าไปร้องเรียนเรื่องที่ผิงอันถูกองค์ชายใหญ่พาตัวไป มีหรือที่องค์ชายสามจะไม่ทรงทราบเรื่อง แล้วหากพระองค์ทรงรู้ว่าลูกสาวของข้าเคยไปมีความผูกพันมอบของแทนใจให้องค์ชายใหญ่ ซ้ำยังถูกพาเข้าจวนไปยามวิกาลเช่นนี้... พระองค์ย่อมทรงกริ้วจัด ถึงยามนั้น ไม่เพียงแต่ผิงอันที่จะหมดอนาคต แต่ตระกูลเชี่ยของพวกเราทั้งหมดก็น่ากลัวว่าจะต้องพังพินาศเพราะความโกรธขององค์ชายสามไปด้วย"

ผู้นำตระกูลเชี่ยเดินงกๆ เงินๆ กลับไปกลับมาอยู่กลางห้องโถงดั่งคนไร้ทางออก ความตึงเครียดบีบคั้นจนเขาอดไม่ได้ที่จะหลุดปากบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนโกรธแค้น

"เฮ้อ! นางลูกคนนี้จริงเชียว... ใบหน้าและรูปร่างสวยงดงามปานงาดำแล้วอย่างไรกัน สวยงามเกินไปจนนำพาแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายมาให้ตระกูลไม่เว้นแต่ละวัน"

ใต้เท้าเชี่ยเค้นเสียงตวาดอย่างหัวเสีย "ทั้งองค์ชายใหญ่ ทั้งองค์ชายสาม ต่างก็มารบราแย่งชิงนางจนตระกูลเชี่ยตกอยู่กลางศึกสองคมดาบเช่นนี้ ข้าจะหาทางออกได้อย่างไรกัน"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

    ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวันกระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อนทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลงเอี๊ยด!รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนนผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไห

  • ชายาเคียงบัลลังก์   สงครามขนาดเล็กขององค์ชาย

    ตลอดหลายวันที่ผิงอันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน บาดแผลถูกโบยที่แผ่นหลังบอบบางค่อยๆ ทุเลาลงจนหายดี สิ่งที่แปลกไปคือบรรยากาศภายในจวนตระกูลเชี่ยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ... ไม่ว่าจะเป็นใต้เท้าเชี่ย พี่หญิงใหญ่ หรือ พี่หญิงรอง ต่างก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาเค้นคอถามความจริงหรือวุ่นวายกับนางอีกเลย ทุกคนในจวนปฏิบัติต่อนางด้วยความเกรงอกเกรงใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งผิงอันเองก็รู้สึกยินดีและผ่อนคลายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ยินเสียงจิกหัวด่าทอหรือเรื่องกวนใจเหล่านั้นยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจที่สุดคือ บิดายินยอมให้เปิดกิจการโรงน้ำชาหลิวหยุนต่อได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยแอบปีนกำแพงหรือปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป...ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังความอารีและคำอนุญาตอันง่ายดายนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากองค์ชายใหญ่ที่ข่มขู่ใต้เท้าเชี่ยไว้ และกำชับหนักหนาว่าห้ามแพร่งพรายให้ผิงอันรู้อย่างเด็ดขาดวันนี้ เมื่อร่างกายหายดีแล้ว ผิงอันจึงเดินทางกลับมาเปิดโรงน้ำชาอีกครั้งด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น แต่... บรรยากาศของโรงน้ำชาที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน กลับเงียบเหงาและเย็นเยือกจน

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เขาก็แค่คนหลอกลวง

    เพียะ! เพียะ!เสียงไม้หวายเส้นหนากระแทกฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามติดต่อกันอีกสองสามที ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันทนทานไม่ไหว ร่างบางฟุบล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอันเย็นเชียบ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าเวทนาทว่า... ก่อนที่ไม้ฟาดที่สี่จะทันได้ตลบแหวกอากาศลงมากลางหลังโครม!บานประตูใหญ่หน้าจวนตระกูลเชี่ยพลันถูกถีบออกอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเรือนกายสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ ในชุดผ้าไหมทรงสบายๆ ทว่าแฝงความหรูหราสูงศักดิ์ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาภายในลานลงอาญาด้วยท่วงท่าทรงบารมี โดยมีองครักษ์คนสนิทอีกสองนายเดินตามหลังมาติดๆคนในจวนตระกูลเชี่ยต่างตกตะลึงจนตาค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทันตั้งตัวหรือถวายบังคม ร่างสูงของเฉินจื่อหลานก็ตรงเข้ามาทรุดกายลง ประคองอุ้มร่างอันสั่นเทาของคุณหนูสามขึ้นมาไว้แนบกายในอ้อมแขนอันอบอุ่นแน่นดั่งทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ผิงอันที่บอบช้ำและกำลังจะสูญเสียสติ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามเอียงใบหน้าซบลงกับอกแกร่ง พลางปรือตาเงยหน้ามองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้... นัยน์ตาหวานสั่นระริกด้

  • ชายาเคียงบัลลังก์   องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

    กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสามทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงฟู่...ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิงเพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยา

  • ชายาเคียงบัลลังก์   การแสดงที่สมจริง

    ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด คืนหนึ่งหลังจากที่ผิงอันถูกกักบริเวณไว้ภายในจวนตระกูลเชี่ย อาซาที่ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางอันใดเลย ก็ได้ใช้วานให้ เสี่ยวถังนำชาไปส่งยังจุดหมายปลายทางกลางป่าทางทิศตะวันตกตามที่มีลูกค้านัดหมายจองไว้ล่วงหน้าทว่า อาซากลับไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า การส่งชาในป่าลึกยามวิกาลครั้งนี้ ไม่ใช่การค้าขายตามปกติ... หากแต่เป็น กับดักอันแยบยวน ที่มู่หลิงเชียว วางไว้เพื่อล่อเสี่ยวถังให้ออกมาจากเกราะคุ้มกันของโรงน้ำชาและสายตาของคุณหนูสามเมื่อก้าวเท้าลึกเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมพัดใบไผ่สีกระทบกันดังหวีดหวิว และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด ชักดาบคู่กายออกมากระชับแน่น ปิดล้อมองค์ชายใหญ่ไว้ทุกทิศทางทว่า เฉินจื่อหลานกลับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยทันใดนั้น เสียงฝีเท้าซ้ายม้าศึกก็ดังขึ้นช้าๆ บุรุษผู้สง่างามในชุดสีดำสนิทควบม้าฝ่าเงามืดออกมา เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าหรือนัยน์ตาแม้แต่น้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์อันทรงอำนาจของ มู่หลิงเชียว อย่างเปิดเผยม

  • ชายาเคียงบัลลังก์   แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

    เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอกดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสามทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status