Share

บทที่ 5 เคยพบพานแต่ไม่เคยสนทนา

last update Last Updated: 2026-01-10 16:10:28

เช้าวันถัดมาเป่ยเป่ยปลุกนายหญิงของตัวเองให้ตื่นขึ้น เพื่อทานยาที่หมอหลวงสั่งอย่างเคร่งครัด เว่ยเหยาเองก็ตื่นแต่โดยดี และพยายามทำใจให้ชินกับสิ่งที่ตัวเองเป็น

         เป่ยเป่ยมองนายหญิงเหมือนคนปกติ ดวงตานั้นยังกระจ่างใส หากไม่มีรู้ว่ามองไม่เห็นก็ไม่รู้เลยว่านายหญิงเจ็บป่วยอยู่ นางพ่นลมหายใจเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่านายหญิงของตนจะได้ยินชัดนัก

         “เจ้าหนักใจแทนข้าหรือ ถอนหายใจเสียดังลั่น”

         เป่ยเป่ยขมวดคิ้ว นางเพียงพ่นเบา ๆ เหตุใดนายหญิงถึงได้ยินดังนัก

         “แล้วนั่นใครเดินมา...เจ้าไปดูสิ” เป่ยเป่ยมองหาล้วนไม่มีคนเดินมา เพียงแต่เดินมาระยะไกลโน้น แต่ทำไม...

         “นายหญิงได้ยินเสียงคนเดินหรือเจ้าคะ” เป่ยเป่ยถามเพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ บางทีตามองไม่เห็น ประสาทส่วนอื่นอาจจะรับรู้ได้ดีกว่า

         “อื้อ...เสียงดังเพียงนี้เจ้ามิได้ยินหรือ”

         “บ่าวชายเดินอยู่หน้าประตูไกล ๆ โน้นเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ยบอกนายหญิงของตนเอง แล้วนางก็ขมวดคิ้วชนกันทันที

         “หรือว่านายหญิงจะได้ยินเสียงชัดขึ้นใช่ไหมเจ้าคะ”

         เว่ยเหยาคิดตามคำพูดของเป่ยเป่ย การที่นางสูญเสียประสาทบางส่วน แต่ประสาทส่วนอื่นทำงานได้ดีอย่างนั้นหรือ น่าตกใจจริง ๆ

         “ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะลองทดสอบดีหรือไม่นายหญิง”

         เว่ยเหยาพยักหน้า เป่ยเป่ยมองหากระดิ่งลม แล้วเอาไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเรือน ห่างจะเรือนนอนมากอยู่ แล้วนางก็วิ่งเข้ามาถามนายหญิง

         “นายหญิงได้ยินกระดิ่งลมไหมเจ้าคะ” เว่ยเหยานั่งนิ่งสักครู่ก็ยิ้มออกมา

         “ข้าได้ยิน...เจ้าเอาไปวางไกลหรือไม่”

         “ไกลมากเจ้าค่ะ”

         เว่ยเหยาตื่นเต้นกับความสามารถพิเศษที่เพิ่มขึ้นของนาง อย่างน้อยหากผู้ใดคิดร้าย นางได้ยินก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว

         “ดี ดียิ่ง...เจ้ารีบไปเอาข้าวมาให้ข้ากินเร็ว” นางจะทดสอบว่านางได้ยินเสียงเป่ยเป่ยเดินไปถึงตรงไหน แล้วก็พบว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดในเรือนนางได้ยินไม่ขาดตกแม้แต่เสียงเดียว ความประหลาดนี้นับว่าดีต่อนางยิ่ง

         แม้จะสูญเสียดวงตาที่ทำให้มองเห็นไป แต่เหมือนสวรรค์ก็ไม่ใจดำกับนางนักให้ความพิเศษอื่นให้นางได้มีชีวิตต่อไปได้

         วันนี้นางรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที จึงทานอาหารได้มาก โจ๊กที่เป่ยเป่ยยกมานางทานได้หมดเลยทีเดียว ทำให้คนป้อนอย่างเป่ยเป่ยดีใจยิ่งนัก

         “นายหญิงเก่งมากเจ้าค่ะทานได้หมดถ้วยเลย นายหญิงนอนอีกหน่อยนะเจ้าคะ จะได้แข็งแรงเร็ว ๆ” เมื่อนายหญิงใบหน้าแช่มชื่น ความหวังของนางก็มีมากขึ้น ไม่แน่ว่ากินยาขับเลือดที่ขัดขวางการมองเห็นได้ นายหญิงจะกลับมาเป็นปกติ

         จวิ้นอ๋องมาเยี่ยมนางในตอนเช้า แต่มาแล้วนางยังหลับอยู่จึงได้สอบถามสาวใช้แทน

         “นางเป็นอย่างไรบ้าง” ปากพูดกับสาวใช้ แต่ว่าดวงตามองไปยังร่างของนางบนเตียงนอน

         “นายหญิงตื่นเช้ามาดื่มยาและทานอาหารแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เพิ่งหลับไปหลังจากทานอาหาร” เป่ยเป่ยไม่ได้บอกว่านายหญิงมีความสามารถใดเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่พูดแค่สิ่งที่ควรจะพูดก็เท่านั้น

         “เช่นนั้นก็ดี เราจะเข้าวังไปเฝ้าฝ่าบาท เจ้าก็ดูแลนางให้ดี ขาดเหลือสิ่งใดก็แจ้งพ่อบ้านหลี่ ข้าจะไม่ให้ใครมารบกวนพวกเจ้า” จวิ้นอ๋องกล่าวแล้วเดินออกไป ที่ไม่ให้ใครมารบกวน กลัวว่านางจะสะเทือนใจไปมากกว่านี้ ให้นางสุขภาพแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน หากใครจะเยี่ยมก็แล้วแต่นางจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

         ถ้อยคำของจวิ้นอ๋อง เว่ยเหยาได้ยินชัดเจน นางอนาถใจนัก เหตุใดเขาเพิ่งมาทำดีกับนางตอนนี้ ทำดีกับนางตอนที่นางมีประโยชน์เช่นนี้ นางทุกข์ใจนัก เมื่อสองเดือนก่อนที่คิดว่าตัดใจจากรักเขาข้างเดียวได้แล้ว ตอนนี้ทุกข์ใจว่าเขาคิดจะหาประโยชน์จากนาง นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเพื่อขึ้นสู่อำนาจอย่างนั้นหรือ

         ในหัวใจของเว่ยเหยารู้สึกปวดร้าวรุนแรง ตอนนางหลับนางฝันถึงพี่อาหง ฝันถึงเรื่องราวตอนเด็ก ฝันถึงท่านแม่ ทุกคนยิ้มให้นาง แต่เมื่อนางเอื้อมมือหมายจะจับพวกเขาไว้ พวกเขาก็หายวับไปกับตา นางยืนร้องไห้เพียงลำพังเท่านั้น

         บางทีการไม่ต้องเติบโตมารับรู้เรื่องอันใดก็ดีกว่าสินะ

         ไฉ่กั๋วกง วันนี้ได้รับคำสั่งให้ไปดูนางยามที่เข้าประชุม หนึ่งคืออยากรู้ว่าหากจวิ้นอ๋องและไท่จื่อไม่อยู่ นางจะได้รับการดูแลดีหรือไม่ ไฉ่เฉินยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก รถม้าของไฉ่เฉินจอดที่หน้าประตูจวนจวิ้นอ๋อง เมื่อคนเฝ้าประตูเห็นป้ายจากฝ่าบาทก็รีบเปิดประตูทันที พ่อบ้านหลี่ไม่กล้าเสียมารยาท ด้วยรู้ว่าบุรุษผู้นี้มาเพื่ออันใด

         “คารวะท่านกั๋วกง มิทราบว่ามีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่” พ่อบ้านหลี่กล่าวอย่างนอบน้อม

         “พาข้าไปเยี่ยมพระชายาก็พอ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ส่งเครื่องบำรุงมาให้พระชายา” เขากล่าวไปตามที่สิ่งได้รับบัญชาจากฝ่าบาทมาไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย พ่อบ้านหลี่จึงนำท่านกั๋วกงไปยังเรือนของพระชายา แต่เมื่อเห็นว่าเป่ยเป่ย สาวใช้ข้างกายของนางกำลังจะออกไปด้านนอกเขาจึงเรียกไว้

         “เจ้าคือสาวใช้ของพระชายาใช่หรือไม่”

         “คารวะท่านกั๋วกง เป็นข้าน้อยเองเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ย กล่าวอย่างนอบน้อมเช่นกันวันนี้ท่านกั๋วกงมาเพียงลำพัง ดังนั้นนางจึงต้องรั้งอยู่ก่อน มิสามารถออกไปด้านนอกอย่างที่ใจคิดได้แล้ว

         “แล้วเจ้าจะไปที่ใด”

         เป่ยเป่ยมองเหลือบตาไปที่พ่อบ้านแล้วก็ก้มหน้า เท่านั้นกั๋วกงก็เข้าใจดีว่า คงจะไปทำบางสิ่งที่บอกใครไม่ได้กระมัง จึงอำนวยความสะดวกให้นาง

         “ท่านพ่อบ้านหลี่ ช่วยไปแจ้งห้องครัวของท่านจัดเครื่องบำรุงของฝ่าบาทมาให้พระชายาด้วย” เขาให้คนยกของที่นำมาส่งให้พ่อบ้านหลี่

         เป่ยเป่ยรับรู้ทันทีว่าท่านกั๋วกงคงอ่านใจนางออก การออกไปครั้งนี้นางไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ เมื่อท่านพ่อบ้านออกไปแล้ว เขาจึงเริ่มถามขึ้น

         “บอกข้าได้หรือไม่เจ้าจะไปที่ใด”

         “เรียนท่านกั๋วกง...เอ่อ...ข้า...” เป่ยเป่ยไม่รู้ว่าจะบอกคนผู้นี้ได้ไหม แล้วก็ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ที่มาด้วย

         “บอกมาเถิดข้ามิใช่คนของผู้ใด ฝ่าบาทเพียงห่วงใยนายเจ้าด้วยใจจริง ส่งข้ามาดูทุกวันไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว”

         เมื่อได้ฟังแล้วก็ทราบทันทีว่าท่านกั๋วกงไม่ใช่คนของใครในตำหนักหรือขององค์รัชทายาท จึงกล้าพูดออกมา

         “เอ่อ...ท่านกั๋วกง นายหญิงให้ข้าไปหาสาวใช้ที่ไว้ใจได้มาเพิ่มอีกเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะไปรับน้องสาว”

         ไฉ่เฉินฟังเท่านั้นก็รับรู้แล้วว่า มีบางอย่างที่ไม่ถูกนักในจวนแห่งนี้ นางคงไม่สะดวกใจจะใช้คนของจวิ้นอ๋องกระมัง เช่นนั้นควรเป็นเขาที่หาให้นางเองจะดีกว่า

         “เจ้าอย่าลำบาก ข้าจะให้สาวใช้ของข้ามารับใช้นายเจ้ามิต้องเป็นห่วง” เขาหันไปพยักหน้ากับคนของตัวเอง แล้วก็จากไป เหลือเพียงกั๋วกงที่ยังอยู่ที่เรือนแห่งนี้ เขาอยากพบหน้านางสักนิด อยากดูให้แน่ใจว่านางไม่เป็นอันใด

         เว่ยเหยาลืมตาขึ้นนางยังคงไม่เห็นเช่นเดิม แต่ได้ยินสิ่งที่เป่ยเป่ยพูดกับชายคนหนึ่ง นางไม่เคยได้ยินเสียงมาก่อน จึงเดินลงมาใช้มือปัดป่ายจับอากาศแล้วก็มาถึงประตูห้องนอน

         “เป่ยเป่ยเจ้าคุยกับผู้ใด”

         เสียงของนายหญิงทำให้เป่ยเป่ยหันกลับมาตาโต นายหญิงมองไม่เห็นมายืนอยู่ตรงหน้าประตูอันตรายยิ่ง

         “นายหญิงอยู่นิ่ง ๆ เจ้าค่ะ เป่ยเป่ยจะไปเดี๋ยวนี้” เป่ยเป่ยรีบวิ่งเข้าไปหานาง แต่ทว่าช้ากว่าคนที่คุยด้วยกันเมื่อครู่ เขาก้าวเพียงสองสามก้าวราวกับบินได้ไปถึงตัวของนายหญิงแล้ว

         “ออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ยังไม่หายดี” เสียงดุของเขาทำให้เว่ยเหยาไม่แน่ใจว่าคนที่มาคือผู้ใด

         “ท่าน...ท่านคือผู้ใด” นางหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินขมวดคิ้วเป็นปม จำได้ว่าจวิ้นอ๋องจะไม่ให้ผู้ใดมารบกวน

         “ไฉ่กั๋วกง” เขาตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความนัก

         “เป็นท่านกั๋วกง เว่ยเหยาคารวะท่านกั๋วกง” นางเป็นผู้น้อยจึงค้อมกายคารวะ แม้ว่าพระชายาจวิ้นอ๋องตำแหน่งเหมือนดูน่าเคารพแต่นั่นเป็นเพียงหน้ากากที่นางสวม เพราะเมื่อหน้ากากนี้ถูกเปลี่ยนมือให้กับผู้อื่น นางก็เป็นเพียงแค่สตรีแต่งงานแล้วนามว่าเว่ยเหยาเท่านั้น

         “ท่านอย่าคารวะข้าเช่นนี้ ข้าต่ำต้อยกว่าท่าน”

         เว่ยเหยายิ้มให้กับความใจดีของท่านกั๋วกง ท่านคงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีสินะ

         “น่าเสียดายที่ข้ามองไม่เห็น ท่านผิดกับเหล่าขุนนางอื่นที่อวดเบ่งอำนาจนัก แต่ข้าจะจดจำท่านไว้”

         “ข้าเคยพบท่านแล้ว แต่ไม่เคยสนทนา ไม่คิดว่าพบกันอีกครั้ง ท่านก็ไม่อาจมองเห็นข้าเสียแล้ว” ไฉ่เฉินจำแววตาเศร้าคู่นั้นได้ดี นางสวดมนต์เพียงลำพัง แม้ไม่ยิ้มแย้มแต่ทำให้เขารู้สึกว่าละสายตาจากนางได้ยากยิ่งนัก

         “พบที่ใดอย่างนั้นหรือ ตัวท่านมีกลิ่นของเหม่ยฮวา ในจวนท่านปลูกใช่หรือไม่” แม้กลิ่นจะจาง ๆ แต่นางก็รับรู้ได้นี่คงเป็นอีกอย่างกระมังที่นางได้มาหลังจากตาบอด

         “เจ้าได้กลิ่นด้วยหรือ”

         “อื้อ...” นางพยักหน้า แล้วรู้สึกว่าการสนทนากับบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ก็ไม่เลวนัก มันทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

         “เจ้าชอบดอกเหม่ยฮวาหรือ” เขาถามเมื่อช่วยเป่ยเป่ยพยุงนางให้นั่งที่เก้าอี้

         “ไม่ข้าไม่ได้ชอบ เพียงแต่ได้กลิ่น ข้าชอบกลิ่นของโม่ลี่ฮวา มันหอมชื่นใจกว่า” นางชอบดอกไม้เพียงบางชนิด แม้ว่าโมลี่ฮวาจะเป็นดอกไม้สีขาว แต่นางกลับชอบกลิ่นของมันยิ่งนัก

         “เอาไว้คราวหน้าข้าจะเอามาฝาก” อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่านางชอบดอกอะไร

         “ท่านเป็นคนของฝ่าบาทใช่หรือไม่” เป่ยเป่ยเล่าให้นางฟังแล้วว่ามีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่าบาททรงมีเมตตานัก ยังคิดถึงนางซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับราชวงศ์แล้วด้วยซ้ำ

         “แน่นอนว่าฝ่าบาทใส่ใจทุกคน” หากแต่นางไม่รู้ว่าฝ่าบาทใส่ใจไม่เพราะนางเป็นบุตรสาวขององค์หญิงเกาหยางเท่านั้น เพียงตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทุกคนในราชวงศ์ว่าคิดก่อการอันใดหรือไม่

         “ช่างเป็นฝ่าบาทที่ใส่ใจคนตัวเล็ก ๆ อย่างข้านัก ฝากท่านขอบพระทัยแทนข้าด้วย”

         “มีสิ่งใดขาดอีกหรือไม่ ข้าจะได้นำมาให้ในคราวหน้า” นอกจากสาวใช้เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่กันนะ

         “ย่อมไม่มี อื่นใดล้วนมีพร้อม ขาดก็แต่...” เมื่อคิดว่าตัวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ก็กัดกินหัวใจขึ้นมาดื้อ ๆ นางพยายามหักห้ามใจแล้ว แต่ทว่ากลับห้ามดวงตาไม่ให้มันเอ่อไหลน้ำใส ๆ ออกมาได้

         “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายหญิง ข้าจะเป็นตาให้ท่านเอง” เป่ยเป่ยเห็นดวงตาของนายหญิงเศร้าเช่นนี้ก็อดที่จะน้ำตาไหลไม่ได้ ร้อยวันพันปีจวิ้นอ๋องไม่เคยเสด็จมายังเรือนของเจ้านาย มิรู้อะไรดลใจเขาให้มาทำร้ายนายของตน

         “ขออภัยท่านกั๋วกง เสียมารยาทแล้ว” นางยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วก็ยิ้มให้

         ‘นางมองมายังเขาตรง ๆ เช่นนี้ทำเอาเขาใจสั่น เขาอยากให้นางมองเห็นเขาบ้างจัง จะมีวันนั้นไหมนะ...’

         “มิเป็นอันใด สาวใช้ข้าจะจัดมาให้เจ้าอย่าห่วง และพวกนางไว้ใจได้” แน่นอนว่าเป็นสาวใช้ขั้น 1 ในจวนของกั๋วกง และย่อมรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับเขาฟังเช่นกัน

         “ขอบคุณท่านกั๋วกง หากไม่รบกวนช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้”

         “ย่อมได้” เขารับปากนาง เมื่อพ่อบ้านนำขบวนสาวใช้ยกของบำรุงมาวางเรียงราย เขาก็ขอตัวกลับทันที เพราะมารั้งอยู่ที่นี่นานแล้ว

         “สมควรแก่เวลาแล้ว ข้ากลับก่อน ไว้ทูลฝ่าบาทให้ทราบถึงอาการท่าน หากมีคำสั่งฝ่าบาทข้าจะมาเยี่ยมใหม่” เขาอ้างคำของฝ่าบาทเพื่อให้พ่อบ้านที่ใบหน้าสงสัยครามครันคลายใจ

         “ลำบากท่านกั๋วกงแล้ว ข้าคงส่งท่านมิได้ขอให้เดินทางปลอดภัย” เว่ยเหยากล่าวด้วยความสุขภาพ เมื่อมีคนอื่นนางก็รักษาระยะห่างกับท่านกั๋วกง ไม่รู้ว่าเขาไว้ใจได้ไหม แต่หัวใจนางสั่งว่าเขาเป็นคนดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 30 จุดจบสายแข็ง (ตอนจบ)

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา” “เจ้า...!” สายตาของบุรุษทั้งสองส่งกันไปมาราวกับจะวางมวยจนเดือดร้อนคนท้องอย่างนางต้องห้ามทัพ “ท่านรีบไปเถิดสายแล้วจะร้อนเอาได้ ขอให้ท่านมีชัยกลับมา” “เจ้าอยู่ทางนี้ก็รักษาสุขภาพด้วย” เขามีแต่ความหวังดีให้กับนาง แม้ครั้งหนึ่งเคยคิดอยากได้นางมาครอบครองก็ตาม “พอแล้วจะไปก็รีบไป เดือดร้อนเมียข้าต้องลำบากมายืนส่ง” เขาไม่ชอบใจนักที่นางใส่ใจคนอื่นแต่รังเกียจเดียดฉันท์เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น “หึ...พูดให้มันดี ๆ” นางส่งสายตาอำมหิตกลับมาทำให้คนที่ปากดีเมื่อครู่สะดุ้งแล้วยิ้มเจื่อนทันที “ขอโทษจ้ะ...เมียจ๋าอย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวลูกอารมณ์ไม่ดี” เขาเดินเข้ามาหมายจะลูบท้องนาง แต่นางเดินหนีเขาอย่างเคย “ไม่ต้องตามข้าจะพักผ่อนเหม็นเจ้านัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 29 เมียท้อง

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไยดี แต่ทว่าเขาก็ไม่ถือโทษโกรธนาง เพราะตัวเองทำผิดไว้มากจริง ๆ “ข้าไม่อยากทำบุญร่วมกับท่านออกไป ข้าจะไหว้พระ” “ห้ามกันได้ที่ไหนทำบุญร่วมกัน อย่างไรเจ้ากับข้าก็ต้องได้เกิดเป็นคู่ทุกภพชาติอยู่แล้ว” นอกจากหน้าหนาแล้วเขาก็ยังหน้ามึนอีกต่างหาก ง้อไปเรื่อย ๆ จนกว่านางจะให้อภัย เว่ยเหยาพยายามทำใจให้เย็น ใจให้เป็นกุศลที่สุด วันนี้มาทำบุญหลังจากผ่านเคราะห์กรรมมาแล้ว นางรอดชีวิตมาได้นับว่าโชคดี จากนี้คิดว่าจะทำกุศลให้หนักหน่อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นมารขัดขวางบุญที่นางจะทำเสียนี่ นางจึงไม่สนใจเขาแล้วเข้าไปไหว้พระขอพรจากพระด้านใน นางนั่งสวดภาวนาราวหนึ่งเค่อ แล้วก็ออกมาด้านนอก ด้านบนอารามร่มรื่นนักจนนางไม่อยากกลับด้วยซ้ำ หากไม่เพราะว่ามีคนที่ไม่ได้อยากให้ม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 28 ยอมหย่าก็โง่เต็มที

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้าก็อยากเจอที่ดีของเจ้าสักแค่ไหน” ไฉ่เฉินอยากทรมานมันให้ถึงที่สุด ดูสิจะหอนขนาดไหน สมน้ำหน้าแล้ว “เจ้าคนชั่ว” “ขอบคุณที่ชม” สุดท้ายก็ไม่อาจทำให้มันโอนอ่อนได้ จึงได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจแล้วรายงานต่อเสด็จปู่เรื่องที่เจอมาก่อน หลังจากหารือแล้วส่งทหารลงไปแทรกซึมพร้อมจัดการให้สิ้นซาก ก็ถึงเวลาแยกย้าย แต่ทว่าไท่หวงจื่อเรียกหลานชายให้อยู่ก่อน “หงจื่อ...เจ้าไม่คิดจะรับตำแหน่งคืนจริง ๆ หรือ ปู่ว่าอย่างน้อยเป็นหน้าเป็นตากับภรรยาเจ้าไม่ดีหรือ” เขาอายุขนาดนี้แล้ว เรื่องอำนาจใดล้วนไม่อยากมีแล้ว ส่งต่อให้ลูกหลานจนสิ้นจะดีกว่า อีกไม่เกินสามปีคิดจะสละบัลลังก์ให้กับลู่จื่อขึ้นแทน เขานั่งมานานแล้วบัลลังก์มังกร มันเหนื่อย “เห้อ...ทูลเสด็จปู่หลานก็ไม่ใช่ไ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 27 รู้ว่าโดนหลอก

    “เดี๋ยวปล่อย...ปล่อยข้า...ปล่อยข้า...อื้อ...!” ไฉ่เฉินรู้ว่ากำลังจะโดนนำตัวไปขึ้นเขียงก็ร้องโวยวายไปตลอดทาง เขาโดนมัดมือไม่พอยังโดนมัดขาอีก เมื่อเข้าไปในกระโจมที่มีผ้าแดงคลุมราวกับนี่จะเป็นคืนเข้าหอของเขาก็ไม่ปาน แต่ทว่ากลับไม่ได้เป็นการเข้าหอแบบปกตินี่สิ นี่มันข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้าชัด ๆ ข้าจะไม่ยอมโดนปล้ำเด็ดขาด! ต่อให้ดิ้นรนปานใด แต่ทว่ากลับสู้แรงของสมุนนางโจรพวกนี้ไม่ได้เลย ตอนทำพิธีเขาเห็นนางผ่านแพรผืนบางที่ปิดหน้าปิดตาอยู่ ก็ไม่คิดว่านางจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวคิดปลุกปล้ำบุรุษเช่นนี้ “เอาผ้าอุดปาก ข้ารำคาญไม่อยากให้มันร้องเหมือนบุรุษผู้นั้น” เหล่าสมุนของเขาบอกว่าคู่สามีภรรยาเข้าหอกันราวกับหมูป่าถูกเชือด แต่นางเป็นถึงหน้าโจรย่อมไม่ให้บุรุษใดพรากพรหมจรรย์ได้ นอกจากนางจะเป็นคนขึ้นเอง นี่เป็นการสืบทอดการทำทายาทมารุ่นต่อรุ่น “จับขามัดให้แน่นกับเตียงอ้าให้กว้าง แขนด้วย” สตรีที่มีใบหน้างดงามล่มเมืองสั่งสมุนของตน แล้วที่เขาต้องตกใจคือ นางสั่งให้คนเหล่านั้นเปลื้องผ้าให้หมดจนเหลือเพียงชั้นในบดบังของสงวนเท่านั้น บัดซบ! ‘นี่เขาต้องถูกสตรีปล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 26 พร้อมเป็นบิดาให้กับลูกเจ้า

    หมับ! เว่ยเหยาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ เขาใช้สองมือกอบกุมสองเต้าอวบของนางเอาไว้แล้วบีบเคล้นคลึงขยำจนร่างเล็กรู้สึกว่ามันเจ็บปวด“ดะ...เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพี่” เสียงเรียกหวานกระเส่าปลายเสียงเมื่อเขาขยับร่างที่เปล่าเปลือยเช่นเดียวกับนางทาบทับ หัวใจสาวสั่นหวิวเมื่อรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของส่วนกลางกายของเขา แม้ว่านางจะรั้งเขาไว้ แต่เสียงนั้นเหมือนดังเติมเชื้อไฟสวาทให้กับเขาก็เท่านั้น มือหนาไม่ได้ลดความแรงในการบีบนวดลงเลยสักนิด สองเต้าอวบของนางช่างเต็มไม้เต็มมือยิ่งนัก ครั้นได้ลองจูบและซุกไซ้ลำคอของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกโม่ลี่ฮวา ที่เป็นกลิ่นประจำตัวนางโชยออกมาก็ยิ่งทำให้เขาหลงใหล “อะ...อื้อ...ท่านพี่...อื้อ...พี่หง...อื้อ” ไม่ว่าริมฝีปากของสามีของนางจะเคลื่อนไปที่ใด นางรู้สึกวาบหวามใจไปทุกที่ที่กลีบปากของเขาได้สัมผัส จนเมื่อริมฝีปากของเขาหยุดอยู่ตรงป้านรอบเต้าอวบโดยมีจุดกึ่งกลางแข็งชูชันขึ้นเป็นไต รอคอยให้เขาไปหยอกเย้าด้วยปลายลิ้น หัวใจชายหนุ่มก็รู้สึกสั่นระริกอยากเข้าไปกลืนกินนางทันที นางมองตามการเคลื่อนไหวริมฝีปากของเขา เมื่อมันหยุดที่ยอดป

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 25 หนทางกำจัดศัตรู

    “เอาเขาสองคนไปอาบน้ำ เตรียมเข้าพิธีบูชา” เสียงกร้าวของหัวหน้าโจรสาวสั่งการอย่างมีอำนาจ เหล่าพี่น้องโจรนั้นก็รับคำอย่างแข็งขัน “พิธีบูชา...บูชาอันใดไฉ่เฉิน” หงจื่อเริ่มหวั่นวิตก เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เมียจะเป็นเช่นไรบ้างนึกเป็นห่วงนางเหลือเกิน แต่ทว่าก็ไม่อาจจะหลุดจากการคุมขังของคนพวกนี้ได้ เขาจะทำเช่นไรดีเล่า “ข้าก็โดนจับมากับเจ้าจะรู้ได้เช่นไรกันล่ะ” ไฉ่เฉินเจ็บใจนัก หัวหน้าโจรเป็นสตรีรู้ถึงไหนอายถึงนั้น แพ้ให้กับสตรีเช่นนี้ “พวกเจ้ากระซิบกระซาบอันใดกัน” “ปะเปล่า...เพียงอยากรู้ว่าพิธีอันใดที่ข้าต้องเข้าร่วม” “ก็แต่งงานกับท่านหัวหน้าของพวกเรา แล้วก็เข้าพิธีบูชาเพื่อส่งให้ทายาทของหัวหน้ามาเกิดในท้องของนายหญิง คืนนี้จันทร์เต็มดวงพอดี นับว่าฤกษ์ดีนัก” หนึ่งในกลุ่มนางข้ารับใช้หญิงกล่าว “ข้าเป็นชายแต่งงานแล้วมีราคี สวรรค์คงไม่โปรด เจ้าเอาเขาเลยรับรองว่านายหญิงของเจ้าจะได้รับบุตรที่ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่กว่าใครในใต้หล้า เหมาะสมสืบทอดอำนาจชุมโจรพวกเจ้าแน่นอน เขาทั้งองอาจชาตินักรบ ส่วนข้าเป็นคนขี้ขลาด” หงจื่อตัดช่องน้อยแต่พอตัว โยนหน้าที่อันสูงส่งใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status