นักฆ่าสาวเกิดใหม่กลายเป็นภรรยาสุดร้ายกาจ 80s

นักฆ่าสาวเกิดใหม่กลายเป็นภรรยาสุดร้ายกาจ 80s

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-02
Oleh:  Deeda k.Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
34Bab
666Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เบื้องหน้า—เธอคือนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ผู้สร้างแบรนด์หรูที่ครองใจผู้คนทั่วโลก เบื้องหลัง—เธอคือนักฆ่าหญิงผู้ไร้พ่ายในนาม “บุปผาสีชาด” ที่แม้แต่องค์กรลับยังหวาดกลัว แต่โชคชะตากลับเล่นตลก… เมื่อวันหนึ่ง ซูเซียวเหมยถูกหักหลังและสิ้นชีพจากการถูกผลักตกตึกสูง! กระทั่งวิญญาณของเธอหลุดข้ามภพ มาสิงอยู่ในร่าง ซูเยว่ถิง สาวน้อยผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และกำลังจะถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่รัก ใครเล่าจะคาดคิด...ว่านักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งโลกมืด จะฟื้นขึ้นมาในร่างหญิงสาวที่ใคร ๆ มองว่าโง่เขลา? ทว่าครั้งนี้ เธอไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อฆ่าอีกต่อไป เธอจะใช้ความสามารถทั้งหมด เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ สร้างธุรกิจให้รุ่งเรือง เพื่อปกป้องสามีคุณหมอผู้ใจดีที่กลายเป็นกำแพงให้อีกครั้ง และเพื่อตามล่าความจริง...ที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องล่มสลาย!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ถูกบังคับให้แต่งงาน 1.1

ถูกบังคับให้แต่งงาน

ภายในบ้านหลังเล็กที่เงียบสงัด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสงบและเรียบง่าย แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กลงมาบนพื้นไม้ที่ถูกเช็ดจนเงาวับ กลิ่นไม้เก่า ๆ ผสมกับกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะไม้ เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นให้อย่างมาก

ซูเซียวเหมยนอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอนนุ่มในห้อง หายใจเข้าออกแผ่วเบา ใบหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาด ดูแล้วร่างกายน่าจะอยู่ในช่วงที่กำลังอ่อนแอ

ทว่าจู่ ๆ เธอก็รู้สึกตัวขึ้นมา ลมหายใจที่แผ่วเบานั้นถี่ขึ้น และในที่สุดก็ขยับตัวได้ หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมศีรษะของตัวเอง “โอ้ย”

เธอรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แต่พอตั้งสติได้อาการมึนหัวก็หายไป ดีที่ยังพอมีเรี่ยวแรงอยู่บ้าง จึงใช้แขนข้างหนึ่งยันกายตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าเมื่อลืมตาดูดี ๆ ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนในห้องของใครก็ไม่รู้ ห้องนอนนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบ ผนังห้องทาด้วยสีขาวสะอาดตา พื้นไม้สีเข้มขัดมันสะท้อนแสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่านผ้าลินิน

สีอ่อนตรงหน้าต่างบานใหญ่

โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งถูกจัดไว้ชิดผนังอีกด้าน แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดลงบนพื้นผิวที่มีทั้งสมุดบันทึก กระดาษจดบันทึก และอุปกรณ์การแพทย์วางเรียงอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว

มีทั้งเครื่องฟังเสียงหัวใจ เทอร์โมมิเตอร์ กระปุกใส่สำลีแอลกอฮอล์ และเข็มฉีดยาที่ยังไม่ถูกแกะจำนวนไม่น้อย แล้วยังมีกล่องไม้ขนาดเล็กสำหรับเก็บยาแต่ละชนิดวางไว้อย่างเป็นสัดส่วน ข้างโต๊ะมีเก้าอี้ไม้บุผ้านุ่ม

เท่านี้ก็สรุปได้แล้วว่าเจ้าของห้องจะต้องเป็นหมออย่างแน่นอน!

ซูเซียวเหมยยังคงสังเกตทุกอย่างรอบตัวอย่างละเอียดด้วยความเคยชิน จนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนอนราบอยู่กับพื้นในมุมหนึ่งของห้อง

เนื่องจากเขาหนุนหมอนใบเล็กและนอนหลับอยู่เงียบ ๆ

บ่งบอกว่าได้สละเตียงนอนนุ่ม ๆ ให้กับเธอจนตัวเองต้องแอบไปนอนบนพื้นแข็ง ๆ

“เอ่อ” เธอกำลังจะอ้าปากถามว่าเขาเป็นใคร ทว่าจู่ ๆ

ในหัวก็ปรากฏภาพความทรงจำมากมายไหลเข้ามา

ในยุคสมัยที่จีนเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน การจัดการทางการตลาดและสังคมในยุคนั้นก็กำลังคึกคัก ร้านค้าเล็กใหญ่เริ่มผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามเมืองต่าง ๆ ผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และเพราะการค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงความเจริญก้าวหน้าที่กำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วทั้งแผ่นดิน

“ซูเยว่ถิง” ลูกสาวเจ้าของร้านขายเทียนไขธรรมดา เป็นหนึ่งในหญิงสาวที่ต้องตกอยู่ในวังวนของการเปลี่ยนแปลงของสังคมตามแบบฉบับของคนสมัยนั้น

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
34 Bab
ถูกบังคับให้แต่งงาน 1.1
ถูกบังคับให้แต่งงานภายในบ้านหลังเล็กที่เงียบสงัด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสงบและเรียบง่าย แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กลงมาบนพื้นไม้ที่ถูกเช็ดจนเงาวับ กลิ่นไม้เก่า ๆ ผสมกับกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะไม้ เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นให้อย่างมากซูเซียวเหมยนอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอนนุ่มในห้อง หายใจเข้าออกแผ่วเบา ใบหน้าซีดขาวไร้เลือดฝาด ดูแล้วร่างกายน่าจะอยู่ในช่วงที่กำลังอ่อนแอทว่าจู่ ๆ เธอก็รู้สึกตัวขึ้นมา ลมหายใจที่แผ่วเบานั้นถี่ขึ้น และในที่สุดก็ขยับตัวได้ หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมศีรษะของตัวเอง “โอ้ย”เธอรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แต่พอตั้งสติได้อาการมึนหัวก็หายไป ดีที่ยังพอมีเรี่ยวแรงอยู่บ้าง จึงใช้แขนข้างหนึ่งยันกายตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าเมื่อลืมตาดูดี ๆ ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนในห้องของใครก็ไม่รู้ ห้องนอนนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบ ผนังห้องทาด้วยสีขาวสะอาดตา พื้นไม้สีเข้มขัดมันสะท้อนแสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่านผ้าลินินสีอ่อนตรงหน้าต่างบานใหญ่โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งถูกจัดไว้ชิดผนังอีกด้าน แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดลงบนพื้นผิวที่มีทั้งสมุดบันทึก ก
Baca selengkapnya
ถูกบังคับให้แต่งงาน 1.2
แม้เธอจะเป็นเพียงหญิงสาวจากครอบครัวชนชั้นกลางแต่ด้วยใบหน้าหวานละมุน ผิวพรรณผุดผ่องสวยงาม และท่าทีอ่อนหวานที่เป็นสมบัติของหญิงสาวที่ดี ทำให้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งตลาด ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อบิดามารดาของเธอหวนกลับไปยึดค่านิยมเดิม ๆ มองว่าการแต่งงานคือการประสานผลประโยชน์ทางการค้า จึงบังคับให้เธอแต่งงานกับลูกชายเจ้าของร้านขายเนื้อหมูที่อยู่ถัดไปเพียงสามคูหาหญิงสาวในวัยแตกเนื้อสาว ทำใจไม่ได้ที่ต้องแต่งงานกับชายผู้มีรูปร่างอ้วนตุ๊ต๊ะ กลิ่นตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเนื้อดิบ และสำเนียงหยาบกระด้าง เธอไม่อาจหลอกตัวเองได้ว่าเขาเป็นคนดี เพราะเพียงสบตาครั้งแรกหัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความขยะแขยงในคืนหนึ่ง ขณะเธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างมองแสงตะเกียงสลัวไหวไปตามสายลม ความรู้สึกอัดอั้นแล่นวาบขึ้นมาจนต้องกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ซูเยว่ถิงไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตของหญิงสาวเช่นเธอต้องถูกตัดสินด้วยคำว่า “ผลประโยชน์” โดยไม่มีใครถามถึงหัวใจของเธอสักคำ“มานั่งทำอะไรตรงนี้ ต่อให้ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ สิ่งที่พ่อกับแม่เลือกให้แกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”ซูจ้าว พ่อของซูเยว่ถิงพูดอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าลูกส
Baca selengkapnya
ตัดสินใจจบชีวิต1.1
ตัดสินใจจบชีวิตถังโหรวที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำแต่เด็ดขาด “เยว่ถิง! นี่แกกำลังเถียงพ่อกับแม่อยู่เหรอ ทำไมถึงเป็นลูกไม่รักดีแบบนี้”"แล้วแม่คิดว่ามันยุติธรรมไหมล่ะ" หญิงสาวก้าวไปข้างหน้า เสียงของเธอแฝงไปด้วยความเจ็บปวด“พ่อกับแม่ไม่เคยถามฉันเลยสักคำว่าฉันคิดยังไง รู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงที่ต้องไปแต่งกับคนที่ไม่รัก ไม่แม้แต่จะชอบหน้าเขาด้วยซ้ำ”ซูจ้าวฟังคำพูดของลูกสาวแล้วขมวดคิ้ว “พ่อทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเรา เยว่ถิง เหลียงหลุนไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก พ่อเขามีร้านใหญ่และตั้งใจจะขยายไปเปิดโรงเชือดด้วย แกแต่งไปแล้วจะไม่อดตาย อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนให้ร้านขายเทียนไขเล็ก ๆ ของพวกเรา เวลาที่ยามขัดสน เราจะขอความช่วยเหลือจากพ่อของเหลียงหลุนได้”ซูเยว่ถิงหัวเราะเยาะทั้งน้ำตา “เพราะกลัวอดตายใช่ไหม ถึงได้ขายลูกสาวให้คนขายหมู”“แกนี่มัน” ซูจ้าวลุกขึ้น มือทุบโต๊ะดังปัง“แกเป็นผู้หญิง จะเลือกมากอะไรนักหนา เป็นลูกต้องเชื่อฟังคำของพ่อแม่ ไม่ใช่มาทำตัวอกตัญญูแบบนี้”“ฉันไม่ใช่เทียนไขในร้านที่พ่อจะวางไว้ตรงไหนก็ได้” เสียงของเยว่ถิงแข็งกร้าวฉันไม่อยากตื่นเช้ามาแล้วต้องเห็นตั
Baca selengkapnya
ตัดสินใจจบชีวิต1.2
แต่สิ่งที่ซูเยว่ถิงทำนั้นไม่เป็นอย่างที่ซูจ้าวคิด วันต่อมาสาวน้อยวัยยี่สิบปีผู้นี้ตัดสินใจจบชีวิตหนีว่าที่สามีด้วยการดื่มยาพิษหลังร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อหวังใช้การตายของตัวเองทำให้เกิดอาถรรพ์ ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่ที่ปฏิบัติกับเธอเหมือนไม่ใช่ลูกเป็นครั้งสุดท้ายแต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ซูเยว่ถิงคาดไว้ ทันทีที่วิญญาณเธอหลุดออก วิญญาณนักฆ่าสาวจากอีกโลกก็เข้ามาแทนที่ ซูเซียวเหมยยังคงนำความสามารถพิเศษจากภพเก่าติดตัวมาด้วยดังนั้นยาพิษในร่างของซูเยว่ถิงจึงทำอะไรเธอไม่ได้ ทำได้แค่ทำให้เธอหมดสติและหลับลึก“นี่ชีวิตเธอช่างน่าสงสารจริง” ซูเซียวเหมยพูดเสียงเบาหลังภาพนั้นตัดไป ซูเซียวเหมยนึกถึงเหตุการณ์ที่นำเธอมาที่นี่ เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ถูกผลักตกจากตึก แต่ก่อนจะถึงพื้น เธอก็ตื่นขึ้นมาก่อนพอตื่นขึ้นมาก็กลับมาอยู่ในห้องนอนของหมอหนุ่มคนนี้“ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของซูเยว่ถิงงั้นสินะ”เธอพึมพำกับตัวเองในโลกก่อน ซูเซียวเหมยเป็นนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง มีแบรนด์น้ำหอมติดตลาดระดับโลก แต่เบื้องหลังเธอซ่อนความลับอันตรายไว้ ในองค์กรนักฆ่าเธอรู้จักในนาม 'บุปผาสีชาด' นักฆ่าอันดับหนึ่
Baca selengkapnya
คุณหมอหนุ่มช่วยชีวิต1.1
คุณหมอหนุ่มช่วยชีวิตซูเซียวเหมยได้สติขึ้นมาอีกครั้งเมื่อร่างกายของเธอกำลังถูกจับพลิกไปมาจากมือของคุณหมอหนุ่ม ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังสำรวจหาบาดแผลบนตัวของเธอ แม้ซูเยว่ถิงจะอยากสะบัดเขาออกสักเพียงใดก็ทำไม่ได้ นอนนิ่งให้เขาจับพลิกไปพลิกมา ผ่านไปครู่ใหญ่คุณหมอจึงปล่อยให้เธอได้เอนลงอย่างผ่อนคลาย“รอบกายไม่มีแผลชัดเจน คงเป็นเพียงการหมดสติชั่วคราว” หมอหนุ่มพึมพำหลังตรวจร่างกายเสร็จ หมอหนุ่มก็เช็ดตัวให้หญิงสาวอย่างสุภาพและนุ่มนวล ผ้าเปียกชื้นแนบลงบนผิวถูกเช็ดผ่านทีละส่วนอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าแรงสัมผัสเพียงน้อยนิดจะทำให้เธอเจ็บซูเซียวเหมยรับรู้ทุกสิ่ง แม้ร่างกายจะนิ่งดุจไร้สติ แต่ความคิด ความรู้สึก และสติของเธอกลับชัดเจนในทุกสัมผัส มือของเขาไม่ได้ล่วงเกิน กลับให้ความอุ่นใจและความน่าเชื่อถือ แตกต่างจากสิ่งที่เธอหวาดระแวงมาตลอดเธอเคยคิดว่าเขาอาจมีเจตนาร้ายหรือหวังผลบางอย่าง แต่เมื่อสัมผัสการกระทำและความเอาใจใส่ของเขา เธอก็รู้ได้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอหวาดระแวงอาจเพราะเจ้าของร่างนี้ช่างอ่อนแอ ไร้ค่า และไม่มีอะไรน่าปรารถนา จึงไม่น่าเป็นเหตุผลให้ผู้ชายคนนี้ลงแรงเพียงเพื่อหวังผลใด ๆ จากเธอ
Baca selengkapnya
คุณหมอหนุ่มช่วยชีวิต1.2
“ดีครับ ถ้ารู้สึกดีขึ้นก็ดีแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นหมอ ผมขอถามข้อมูลเล็กน้อยนะ คุณสะดวกไหม” หมอหนุ่มถาม เลิกคิ้วมองหญิงสาวด้วยความตั้งใจ“ได้ค่ะ”“ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมหลีฉีเฟิง เรียกผมว่าหมอหลีได้ครับ ผมประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐในเมือง” ชายหนุ่มให้ข้อมูลตัวเองเพื่อทำให้หญิงสาวตรงหน้าอบอุ่นใจ“แล้วคุณชื่ออะไรครับ มาจากที่ไหน” หญิงสาวพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ยังอ่อนแรง หมอหนุ่มเข้ามาช่วยพยุงให้เธอนั่งพิงหัวเตียง“ฉันชื่อซูเยว่ถิงค่ะ เป็นลูกสาวจากร้านขายเทียนไขที่อยู่ถนนถัดไป” ด้วยความไม่ไว้ใจ เธอให้ข้อมูลแค่นี้ แต่จริง ๆ ข้อมูลนี้ไม่สำคัญนัก เพราะเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับบ้านพ่อแม่ซูเยว่ถิง“ผมตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดแล้ว พบว่าคุณอ่อนแอมาก ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ไปทำอะไรมา” หมอหนุ่มถาม มองใบหน้าเธออีกครั้ง เมื่อเห็นสีหน้าเธอดีขึ้นก็ผ่อนคลายขึ้น“ไม่ ไม่ได้ทำอะไรค่ะ” หญิงสาวอ้ำอึ้ง พูดคำโกหกออกมา“คุณแน่ใจหรือครับ ผมเท่าที่ตรวจเห็นว่าร่างกายคุณได้รับความเสียหายหลายจุด หากไม่ใช่จากการใช้งานหนัก น่าจะเป็นเพราะได้รับสารพิษบางชนิด” หมอหนุ่มยืนยันสิ่งที่ตรวจพบ แต่สังเกตจากท่าทีของซูเย
Baca selengkapnya
เสื้อผ้า ยา และหัวใจ1.1
เสื้อผ้า ยา และหัวใจอยู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามในสิ่งที่เธอกำลังคิดพอดี “แล้วคุณจะเอายังไงต่อครับ”“ฉันขอพักที่นี่สักพัก พอรู้สึกดีขึ้นแล้วฉันจะกลับบ้านเองค่ะ” หญิงสาวบอกกับชายหนุ่ม“คุณอยู่ที่นี่ได้ตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจถ้าต้องการอะไรก็บอกผมได้ เดี๋ยวผมจัดการให้” หมอหนุ่มกล่าวพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เขามักจะเป็นเช่นนี้กับคนไข้ของเขาเสมอ“ขอบคุณคุณหมออีกครั้งนะคะ”“เอาละ ในเมื่อคุณดีขึ้นแล้วผมก็ต้องขอให้คุณกินยาสักหน่อยเพื่อที่จะบำรุงร่างกาย คุณอาจจะต้องกินยาต่อไปอีกระยะจนกว่าผมจะมั่นใจแล้วว่าร่างกายของคุณนะฟื้นตัวเต็มที่แล้วจริง ๆ” หลีฉีเฟิงกล่าว เขายื่นแก้วเล็ก ๆ ใบหนึ่งที่มีสองสามเม็ดให้หญิงสาว“ค่ะ” ซูเย่ถิงรับยานั่นมากินโดยดีเพื่อไม่ให้เขาสงสัย ความจริงแล้วร่างกายของเธอสามารถต้านพิษได้อยู่แล้ว ต่อให้ไม่กินยาของเขาเธอก็สามารถฟื้นตัวเองได้ แต่ว่าตอนนี้อยู่ต่อหน้าหมอหนุ่มทั้งยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ จึงจำต้องกินยาแบบไหลไปตามน้ำ“แล้วคุณอยากให้ผมช่วยอะไรไหม อย่างเช่นไปบอกกล่าวกับครอบครัวของคุณว่าคุณรับการรักษาอยู่ที่นี่”ชายหนุ่มเองก็เป็นห่วงอยู่ไม่น้อยว่าทาง
Baca selengkapnya
เสื้อผ้า ยา และหัวใจ1.2
“รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมทำให้” ว่าแล้วหมอหนุ่มก็เข้าครัวลงมือต้มโจ๊กใส่ไข่อย่างง่ายให้ซูเยว่ถิงถ้วยหนึ่ง โจ๊กใช้เวลาต้มไม่นานก็ยกเข้ามาเสิร์ฟถึงเตียงนอน“กินเองไหวไหมครับ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมป้อนให้” เขาพูด มือข้างหนึ่งถือถ้วยโจ๊กมืออีกข้างหนึ่งใช้ช้อนตักโจ๊กขึ้นมาแล้วเป่าให้คลายร้อน“ฉันกินไหวค่ะ ไม่รบกวนคุณหมอดีกว่า”เพื่อทำตามคำพูดของซูเยว่ถิงหลีฉีเฟิงจึงวางถ้วยโจ๊กลงที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อให้หญิงสาวลงมือกินเอง ซูเยว่ถิงกินโจ๊กเข้าไปหลายคำในที่สุดก็วางช้อนลงแล้วกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง“เอาล่ะ เดี๋ยวผมจะหาเสื้อผ้าให้คุณเปลี่ยนนะจะได้พักผ่อนได้สบายขึ้น คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับถ้าผมจะให้คุณใส่ ชุดของผม”ท่าทางของเขาดูไม่สบายใจเล็กน้อยเพราะกลัวหญิงสาวจะไม่สะดวกซูเยว่ถิงไม่ได้มีทีท่ากระอักกระอ่วนอะไร ทั้งยังตอบตกลง “ได้ค่ะ”“งั้นรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้”พูดจบก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าจากนั้นก็เลือกเสื้อกับกางเกงที่ตัวเล็กหน่อยมาให้หญิงสาวอย่างละตัวเป็นเพราะเกรงใจหญิงสาวและไม่กล้าอยู่ร่วมห้องด้วยในขณะที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเอาเสื้อผ้ามาให้แล้วเขาก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหลบในห้องน้ำ แต่ว
Baca selengkapnya
ช่วยฟังกันบ้างสิ 1.1
ช่วยฟังกันบ้างสิทว่าตอนที่เขาอุ้มเธอเข้าไปนั้น คนงานในบ้านที่เป็นคนของจ้าวเจียงเฟิงดันเห็นเข้าพอดี ก่อนจะรีบเอาเรื่องไปฟ้องเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็ทำเป็นหาพยานแล้วบุกเข้าเรือนเล็กของหมอฉีอย่างเอิกเกริก ราวกับกำลังจับคนทำผิดคาหนังคาเขาเหตุผลแท้จริงที่พวกเขาต้องการเล่นงานหลีฉีเฟิงนั้นก็เพราะความอิจฉาล้วน ๆ พวกเขาพยายามทุกวิถีทางให้เขาเสียหาย เพื่อกีดกันไม่ให้ชายหนุ่มมีโอกาสแต่งงานกับบุตรสาวโรงงานทอผ้าที่บิดามารดาของเขาเคยหมั้นหมายไว้แต่เยาว์วัยหลีฉีเฟิงหมั้นหมายกับหยางเยี่ยนหลีตั้งแต่อายุเพียงห้าขวบ เวลานั้นครอบครัวของทั้งสองยังร่วมทำธุรกิจด้วยกันบ้านหยางเปิดโรงงานทอผ้า ส่วนพ่อแม่ของหลีฉีเฟิงเปิดร้านตัดเสื้อ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นจนกระทั่งทั้งสองครอบครัวแทบจะไปมาหาสู่กันทุกวัน เขาเองในวัยเด็กก็เติบโตมากับการเล่นหัวกับเยี่ยนหลีอยู่เสมอแต่แล้วเมื่อบิดามารดาของเขาจากไปกะทันหัน ร้านตัดเสื้อก็ไม่อาจดำเนินต่อ กิจการต้องปิดตัวลง ความสัมพันธ์ที่เคยใกล้ชิดก็เลือนหายตามกาลเวลา เขากับคนบ้านหยางจึงห่างเหินกันไปโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงตรงกันข้าม จ้าวเจียงเฟิงกลับเป็นฝ่ายพยายามสานสัมพันธ์ต่อ นางหวังให
Baca selengkapnya
ช่วยฟังกันบ้างสิ1.2
“ป้าครับ!” คราวนี้เสียงของหลีฉีเฟิงดังก้องไปทั้งห้อง ทำให้จ้าวเจียงเฟิงถึงกับผงะ เพราะตลอดมา หลานชายคนนี้ไม่เคยยกเสียงใส่นางเลยแม้สักครั้งเขาไม่ได้ต้องการแข็งขืน หากแต่เพราะป้าไม่ยอมฟังเหตุผลเลย เขาจึงจำต้องใช้เสียงดังเพื่อบังคับให้นางหยุดสักครู่“ป้าฟังผมให้ชัดนะครับเธอคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับผมทั้งนั้น เธอเป็นเพียงคนไข้ที่ผมพบโดยบังเอิญ ผมถึงได้พามารักษาที่นี่”“โกหก! คิดว่าฉันจะเชื่องั้นรึ แล้วที่ถอดเสื้อกันเมื่อกี้หมายความว่าอะไร ผู้หญิงคนนี้มันจงใจยั่วยวนแกน่ะสิ! ฉันพูดเพราะหวังดีกับแกแท้ ๆ ระวังจะถูกต้มจนโงหัวไม่ขึ้น!”จ้าวเจียงเฟิงกระแทกเสียง ก่อนจะแสยะยิ้มเยาะใส่ซูเยว่ถิงด้วยสายตาดูแคลนซูเยว่ถิงเลือกที่จะนิ่ง ไม่ตอบโต้ เพราะหากเธออ้าปากแม้เพียงคำเดียวก็ยิ่งถูกมองว่าแก้ตัว สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือเฝ้าสังเกตและอดทน หากถึงคราวจนตรอกจริง ๆ เธอจึงจะลงมือเอง“ป้าครับ ได้โปรดเข้าใจผมเถอะ มันไม่ได้มีอะไรอย่างที่ป้าคิดจริง ๆ” หลีฉีเฟิงยังคงยืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่นแต่แทนที่อีกฝ่ายจะอ่อนลง จ้าวเจียงเฟิงกลับยิ่งกดดันมากขึ้น “คอยดูเถอะ เรื่องนี้ฉันจะให้ถึงหูบ้านหยาง จะไม่มีว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status