ANMELDENเบื้องหน้า—เธอคือนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง ผู้สร้างแบรนด์หรูที่ครองใจผู้คนทั่วโลก เบื้องหลัง—เธอคือนักฆ่าหญิงผู้ไร้พ่ายในนาม “บุปผาสีชาด” ที่แม้แต่องค์กรลับยังหวาดกลัว แต่โชคชะตากลับเล่นตลก… เมื่อวันหนึ่ง ซูเซียวเหมยถูกหักหลังและสิ้นชีพจากการถูกผลักตกตึกสูง! กระทั่งวิญญาณของเธอหลุดข้ามภพ มาสิงอยู่ในร่าง ซูเยว่ถิง สาวน้อยผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และกำลังจะถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่รัก ใครเล่าจะคาดคิด...ว่านักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งโลกมืด จะฟื้นขึ้นมาในร่างหญิงสาวที่ใคร ๆ มองว่าโง่เขลา? ทว่าครั้งนี้ เธอไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อฆ่าอีกต่อไป เธอจะใช้ความสามารถทั้งหมด เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ สร้างธุรกิจให้รุ่งเรือง เพื่อปกป้องสามีคุณหมอผู้ใจดีที่กลายเป็นกำแพงให้อีกครั้ง และเพื่อตามล่าความจริง...ที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องล่มสลาย!
Mehr anzeigen***
Here I am sitting in a coffee shop sipping a hot matcha latte. Writing my story, telling about my not so Happily Ever After.
This life story happened 10 years ago. Where I got married to a man, who I fell for at my first glance. Little did I know he resent me for 'messing' with his life that's how he told me.
***
• Emily's POV •
I just got back from my vacation in the Mexico. Jetlagged hit me hard I guess. I still don't know why my dad called and asked me to cut my vacation short and come back straight away to the London.
By the way my name is Emily Fransisco, I'm 22 and currently working as a baker and designer for my own clothing line. Well, it was a better choice than being my dad's financial consultant at his company.
"So what happened? Why did you both ask me to cut my vacation?" I asked both of my parents once I stepped in to my dad's office.
My mum stood up from her seat and walked up to me, hugging me. "Come here my baby," my mum said and put her hand on my shoulder leading me to a seat next to her.
I took a seat next to my mum and in front of my dad. Still curious at what my parents need to say to me.
"Emi, the reason why mommy and I ask you to comeback earlier is we will have a family dinner tomorrow. It's about you and your future," my dad said.
I sit, trying to observe it, "mm, my future? Dad? Mum? What do you mean?" I asked.
But they just stay quite. Didn't even have the urge to talk.
To say that I'm confused is an understatement. My parents called me back out of nowhere to talk about my so called future? Well, Aren't I already living my life? I'm 22 years old, having my own bakery and clothing line is how I live my life.
"I don't get it, mum, dad." I said
"You will, tomorrow my kid," my dad said.
My mum then smiled and turn to me, holding my face in both of her hands, "my Amy, believe me, what you dad and I plan for is the best for you," she said.
Then she took a deep breathe like she finally can be happy, "and I know you'll be happy with it too," she said.
"And now you are excused, you can go and sleep," my dad said.
Then I walked out of the room.
***
เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน เธอก็พบกับจ้าวเจียงเฟิงนั่งอยู่บนโซฟากับสามี ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังคุยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อย่างออกรส พอเห็นซูเยว่ถิงกับหลีฉีเฟิงเดินเข้ามา สีหน้าของจ้าวเจียงเฟิงก็ปรับเป็นยิ้มเสแสร้งทันที“อ้าว หลานชายหลานสะใภ้กลับมากันแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง วันนี้ทำงานเหนื่อยไหม” เสียงของนางเต็มไปด้วยความแหลมคมที่ฟังดูไม่จริงใจนัก“ก็เหมือนทุกวันครับ” หลีฉีเฟิงตอบแบบไม่เต็มใจเท่าไหร่ซูเยว่ถิงยกกล่องขึ้นเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ สดชื่นกว่าทุกวันด้วยซ้ำ”“หมายความว่ายังไง สดชื่นกว่าทุกวัน” เซียวชุนถามออกไปด้วยความสงสัย“วันนี้กิจการที่ร้านไปได้ดีขึ้นหน่อย เลยอยากเอาสินค้าใหม่มาให้ป้ากับลุงได้ลองใช้ดู เป็นน้ำหอมอโรม่าพร้อมเตาเผา กำลังเป็นที่นิยม ลูกค้าต่างชื่นชอบมาก” ซูเยว่ถิงตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พอได้ยินว่าเป็นของฟรี แววตาของจ้าวเจียงเฟิงกับเซียวชุนก็เปล่งประกายความโลภทันที จ้าวเจียงเฟิงรีบลุกขึ้นมารับกล่องไปจากมือซูเยว่ถิง ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่ปิดบัง“ของใหม่เชียวเหรอ ช่วงนี้ป้าเองก็กำลังหาของตกแต่งบ้านพอดี อันนี้ดูใช้ได้เลย ขอบใจมากนะ”สามีของนางก็หัวเ
คืนที่คฤหาสน์หลับใหลกิจการของซูเยว่ถิงกำลังไปได้สวย วันแล้ววันเล่า ร้านเล็ก ๆ ที่เธอลงแรงจัดการด้วยตัวเองคึกคักเป็นอย่างมาก น้ำหอมอโรม่าที่เธอคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่กลายเป็นที่สนใจของผู้คนในเมืองอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมละมุนช่วยผ่อนคลายความเครียดหลังวันทำงานอันเหน็ดเหนื่อย ทำให้ลูกค้าหลายคนกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อกันปากต่อปากเช้าวันหยุด หลังจากจัดเรียงสินค้าเรียบร้อย ซูเยว่ถิงเดินไปเช็ดโต๊ะวางเทียนหอมที่หน้าร้าน พลางหันไปถามหลีฉีเฟิงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์“คุณหมอว่าไงบ้างคะ น้ำหอมอโรม่าแบบใหม่นี้ฉันตั้งใจผสมเป็นพิเศษ หวังว่าจะถูกใจลูกค้า”หลีฉีเฟิงวางหนังสือลง ยิ้มบาง ๆ “หอมจริง ๆ นะ กลิ่นนี้ไม่แรงเกินไป แต่ติดจมูกดี เหมาะจะจุดในห้องทำงานหรือห้องนอน ผมว่าต้องดีแน่นอน”ยังไม่ทันจบประโยค ลูกค้ากลุ่มแรกก็เข้ามาในร้าน หญิงสาวสองคนยืนดมขวดทดลองแล้วหันมาถามด้วยความสนใจ“นี่คืออะไรคะ หอมจังเลย กลิ่นมันไม่เหมือนน้ำหอมทั่วไปเลย”ซูเยว่ถิงรีบเข้าไปอธิบายด้วยรอยยิ้ม “นี่คือน้ำหอมอโรม่าค่ะ ใช้คู่กับเตาเผาเล็ก ๆ ของร้านเรา จุดเทียนใต้เตา กลิ่นหอมจะค่อย ๆ ลอยออกมา ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะส
จู่ ๆ ลูกค้าคนหนึ่งกลับเหลือบตามองซูเยว่ถิงกับหลีฉีเฟิงด้วยสายตาที่ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด จะว่าสงสัยก็ใช่ จะว่ายินดีก็ใช่ หรือจะเป็นสายตาที่ชื่นชมก็ไม่ผิดนัก แต่ความหลากหลายในแววตานั้นก็ทำให้ซูเยว่ถิงถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจว่าลูกค้าคิดอะไรอยู่กันแน่“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ซูเยว่ถิงถามด้วยความสงสัย น้ำเสียงไม่แข็งแต่ก็แฝงไปด้วยการจับสังเกต“อ้อ...ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เพียงแต่ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้หมอหลีกับคุณซูดูสดใสขึ้นมากจริง ๆ ดูเหมือนมีความสุขกว่าแต่ก่อนเยอะเลย โดยเฉพาะหมอหลี หลายเดือนก่อนที่ฉันเจอเขาที่โรงพยาบาลยังไม่เห็นเขาสดใสเท่านี้เลยนะคะ” ลูกค้าสาวพูดพร้อมรอยยิ้ม“จะยังไงซะอีกล่ะคะ ก็เพราะหมอหลีได้ภรรยาดีอย่างไรเล่า ถึงได้มีชีวิตที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” ลูกค้าอีกคนเสริม น้ำเสียงแซว ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจคำพูดเหล่านั้นทำเอาหลีฉีเฟิงถึงกับหน้าแดงราวกับไฟวาบขึ้นมาที่ปลายหู ความเขินอายแล่นวูบเข้ามาในอกจนไม่รู้จะหลบสายตาใครอย่างไรดี ทว่าในขณะที่เขากำลังว้าวุ่น ซูเยว่ถิงกลับยิ้มบาง ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเพียงหันไปตอบลูกค้าด้วยท่าทีเรียบง่าย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเสี
จุดเริ่มต้นของการทวงสิทธิ์หลีฉีเฟิงยืนจ้องกุญแจรถในมืออยู่นาน แววตาเขาสั่นสะท้อนด้วยความปลาบปลื้ม ราวกับหัวใจที่แห้งผากมานานได้รับน้ำหล่อเลี้ยงเสียที เขาหันกลับไปมองหญิงสาวที่นั่งสงบอยู่บนเก้าอี้ ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อท้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ทันใดนั้น เขาก้าวเข้าไปคว้าร่างซูเยว่ถิงมากอดแน่น “เยว่ถิง… ขอบคุณมากนะ” เสียงของเขาเบาแต่สั่นสะท้านด้วยความจริงใจทั้งชีวิตที่ผ่านมา หลีฉีเฟิงคุ้นชินเพียงการถูกทอดทิ้ง ถูกกดขี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีใครยืนอยู่ข้างเขา ไม่มีใครเคยคิดจะปกป้องเขาสักครั้ง กระทั่งวันนี้… วันที่ซูเยว่ถิงเข้ามาในชีวิต และทำในสิ่งที่เขาไม่กล้าลงมือ นั่นคือการทวงสิทธิ์อันชอบธรรมกลับคืนมาซูเยว่ถิงปล่อยให้เขากอดโดยไม่ผลักไส แต่ก็ไม่ยกมือกอดตอบเช่นกัน แววตาของเธอเย็นนิ่ง เธอไม่ได้ทำไปเพราะความรัก หากแต่เพราะความไม่พอใจต่อความอยุติธรรมที่ครอบครัวจ้าวเจียงเฟิงยัดเยียดให้ชายตรงหน้า“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก รถคันนี้มันควรเป็นของคุณตั้งแต่แรกแล้ว ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง… ฉันไม่ชอบให้ใครรังแกหรือเอาเปรียบเท่านั้น” ซูเยว่ถิงเอ่ยเรียบเสียงพลางดันร่างเขาออกเล็กน้อยเพ
แต่ซูเยว่ถิงกลับส่ายหัวทันที แววตาเธอฉายความเด็ดเดี่ยว “ไม่ได้ค่ะ คฤหาสน์หลังนั้นเป็นของตระกูลหลี และคุณคือทายาทโดยตรง คุณไม่มีสิทธิ์ทิ้งมันไปง่าย ๆ อีกอย่าง…ฉันสัมผัสได้ว่าพวกญาติของคุณมีอะไรไม่ชอบมาพากล คุณไม่ควรหนี คุณควรเผชิญหน้า”หลีฉีเฟิงถอนหายใจ แต่แล้วก็วางตะเกียบลง สีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิ
หัวใจที่ถูกปลุกให้สู้ทั้งสองไปจดทะเบียนสมรสกันในวันนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายและเงียบสงบ ถึงแม้จะไม่มีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายไปเป็นสักขีพยาน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของตระกูล ไม่ใช่พิธีที่หวังให้ใครมาร่วมรับรู้ หากเป็นการแต่งงานเพื่อรักษาเกียรติของหญิงสาว และ
แม้เธอจะเป็นเพียงหญิงสาวจากครอบครัวชนชั้นกลางแต่ด้วยใบหน้าหวานละมุน ผิวพรรณผุดผ่องสวยงาม และท่าทีอ่อนหวานที่เป็นสมบัติของหญิงสาวที่ดี ทำให้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งตลาด ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อบิดามารดาของเธอหวนกลับไปยึดค่านิยมเดิม ๆ มองว่าการแต่งงานคือการประสานผลประโยชน์ทางการค้า จึงบังคั
ถูกบังคับให้แต่งงานภายในบ้านหลังเล็กที่เงียบสงัด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสงบและเรียบง่าย แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กลงมาบนพื้นไม้ที่ถูกเช็ดจนเงาวับ กลิ่นไม้เก่า ๆ ผสมกับกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะไม้ เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นให้อย่างมากซูเซียวเหมยนอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอนนุ่มในห้อง หายใจ





