ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน

ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน

last updateDernière mise à jour : 2026-01-01
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
18Chapitres
988Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชิงป๋ายทู่แต่งให้แม่ทัพอูต้าฉง ยังไม่ทันได้เข้าหอ เขาก็ต้องกรีธาทัพจับศึกชายแดนใช้เวลา 2 ปีกว่าชายแดนจะสงบแล้วชิงแผ่นดินแคว้นเจาคืนมาได้ นอกจากจะนำชัยชนะมาสู่แคว้น ยังนำสาวงามทรงโตกลับมาด้วยถึงสอง

Voir plus

Chapitre 1

๑ กระต่ายน้อยคอยรัก  (อาจจะยังนะ) 

๑ กระต่ายน้อยคอยรัก

 (อาจจะยังนะ) 

ทหารเรือนแสนเคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงแคว้นเจา ธงสกุลอูที่นำทัพโดยแม่ทัพอูต้าฉงโบกสะบัดพัดไสวไปตามสายลมหนาว หิมะโปรยปรายย้อมพื้นดินจนไม่เห็นสีดั้งเดิม อากาศยามนี้หนาวเย็นชวนให้นั่งผิงไฟอยู่หน้าเตาเผา 

ทว่าชาวเมืองทั้งหลายกลับเต็มใจรอต้อนรับกองทัพตระกูลอูที่กรำศึกมานานถึงสองปีจนสามารถทวงคืนสามเมืองใหญ่ที่ถูกยึดไปให้หวนคืนสู่แคว้นเจาอีกครั้ง

แคว้นเจารักสงบ ฮ่องเต้เจาเทียนกวังไม่คิดแผ่ขยายอำนาจ สอดมือสาวเท้า สั่งไพร่พลให้ต้องใช้เลือดเนื้อเพื่อความเกรียงไกร ขอเพียงทวงคืนแผ่นดินที่เป็นของบรรพบุรุษกลับมาได้ก็พร้อมสั่งให้ทหารสลัดเสื้อเกราะหยิบจอมเสียมแทนดาบทำนา

เมื่อชายแดนกลับมาสงบอีกครั้งก็ทรงอนุญาตให้ทัพใหญ่ตระกูลอูกลับเมืองหลวง ทิ้งหน้าที่ปกปักรักษาชายแดนให้เป็นของกองทัพอุดรเช่นเดิม

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ขี่ม้าตัวสีดำใส่เสื้อเกราะนำทัพ”

ชิงป๋ายทู่หรี่ตามองตามปลายนิ้วของเสี่ยวเซฺว่ สาวใช้ร่างท้วมของนาง เพราะสายตาสั้นจึงมองเห็นทัพที่กรีธาเข้าเมืองเป็นภาพเลือนราง

“มองไม่เห็น”

ยามนี้ชิงป๋ายทู่กำลังยืนอยู่บนหอคอยหน้าประตูเมืองต้อนรับสามีในนามของนางที่เคยเห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็ตอนที่เข้าห้องหอ ทว่าไม่ได้ร่วมหอกันเนื่องจากวันนั้นเกิดสถานการณ์พิเศษ

มีรายงานจากชายแดนว่าแคว้นต้าหลี่ยึดสามเมืองใหญ่ของแคว้นเจาได้ อูต้าฉงในฐานะแม่ทัพใหญ่จำต้องกรีธาทัพไปช่วยจับศึก ทิ้งฮูหยินน้อยอย่างนางอยู่ที่จวนแม่ทัพ เป็นเจ้านายเพียงคนเดียวของจวน

“บ่าวจะเป็นหูเป็นตาให้คุณหนูเองเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเซฺว่กอดแขนเรียวเล็กของคุณหนูเอาไว้ บรรยายท่วงท่าสง่างามองอาจ เสื้อคลุมอัศวินปลิวไสวในยามที่ควบม้าเหยาะๆ เข้ามา

จนกระทั่งใกล้เข้ามาในระยะสายตาที่นางมองเห็นแล้ว ชิงป๋ายทู่ถึงเห็นว่าเขาดูเย่อหยิ่งมากกว่าที่คิด

“วันนั้นก็ไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กันมากเสียด้วย ตอนนั้นท่าทางเขาเป็นแบบนี้หรือไม่”

ชิงป๋ายทู่เอ่ยกับตัวเองเบา ๆ เอียงคอสำรวจเขาอย่างสงสัย จนกระทั่งอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตากัน ดวงตาคมดุ เย็นชา พร้อมจะแช่แข็งคนที่สบตาได้นั้นทำนางร่างชาวาบจนถอยเท้าหลบเข้ามาด้านในให้พ้นสายตาเขา

“คุณหนูเป็นอันใดเจ้าคะ”

เสี่ยวเซฺว่โอบร่างบางของคุณหนูเอาไว้ น้ำเสียงห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด

“ดุ! ฟูจวินเป็นคนดุเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรหรือไม่”

ชิงป๋ายทู่เอามือทาบอกไว้ สองปีในจวนแม่ทัพของนางอิสระกว่าตอนอยู่บ้านเดิมนัก

จวนแม่ทัพไม่มีฮูหยินผู้เฒ่าหรือนายท่านผู้เฒ่า นางจึงเป็นเจ้านายเพียงคนเดียวที่จัดการดูแลจวนแทนสามี ชีวิตนับว่าอิสระ อยากนอนตอนไหนก็ได้นอน อยากออกมานั่งผิงไฟเล่นด้านนอก เล่นดนตรี วาดภาพ ก็ไม่ต้องให้ความเกรงใจใคร แต่พอเจ้าของจวนที่แท้จริงกำลังกลับมา

นางเริ่มกังวลว่ายังจะมีชีวิตอิสระเหมือนเดิมหรือไม่ ยิ่งกังวลเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสายตาคมดุคู่นั้น

“บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพเคร่งในระเบียบวินัยนัก แต่นั่นก็เป็นกับเหล่าทหาร คุณหนูในฐานะฮูหยินท่านแม่ทัพอาจจะได้รับการยกเว้นเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเซฺว่ทราบว่าคุณหนูของนางไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ ท่าทางคล้ายเรียบร้อยเชื่อฟังแต่กลับดื้อรั้น นางจึงปลอบเจ้านายเช่นนี้แม้ในใจจะไม่มั่นใจเลยสักนิด

“อาจจะ แปลว่า ไม่แน่ใจ”

ชิงป๋ายทู่กลั้นใจยื่นหน้าไปมองด้านล่างอีกครั้งก็เห็นว่าขันทีประจำพระองค์กำลังกล่าวต้อนรับกองทัพแทนฮ่องเต้เจาเทียนกวังอยู่

นางเบาใจที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจนางแล้วจึงได้เลื่อนสายตาไปสำรวจกองทัพ ในตอนนั้นเองที่นางสะดุดตาเข้ากับรถม้าคันใหญ่ด้านหลังองครักษ์เกราะดำทั้งหลาย ตอนแรกนางคิดว่าเป็นรถม้าขนย้ายสัมภาระ

จนกระทั่งเห็นเล็บมือปลอมยื่นออกมาเปิดม่านหน้าต่างรถม้าดูเหตุการณ์ด้านนอก นางถึงเห็นว่าเป็นสาวงามที่ดูมีเสน่ห์แม้แต่กับสตรีเพศด้วยกันเอง

“สตรี! ท่านแม่ทัพพาสตรีมาด้วยหรือเจ้าคะคุณหนู”

ชิงป๋ายทู่ใช้สายตาพิจารณาหญิงสาวคนนั้นอย่างละเอียดขึ้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีสตรีที่ดูอ่อนเยาว์กว่าสตรีเล็บยาว หน้าขาว ปากแดงเมื่อครู่ยื่นหน้าออกมาดูสถานการณ์ด้านนอกด้วยอีกคน

จบกัน ข้าไม่ได้ต้องรับมือท่านแม่ทัพแค่คนเดียวแล้ว

“คุณหนู…บางที บางทีอาจจะเป็นแค่สตรีที่ติดรถมาด้วยก็ได้เจ้าค่ะ อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด”

ชิงป๋ายทู่ยื่นมือไปลูบแก้มอิ่มของเสี่ยวเซฺว่เบา ๆ ไม่ให้นางต้องมาเคร่งเครียดแทนตน

“อย่าหลอกตัวเองเลย พวกนางนั่งรถม้า มีองครักษ์คุ้มกันด้วยเช่นนี้ย่อมเป็นสตรีคนสำคัญของท่านแม่ทัพ เรากลับจวนไปตั้งหลักก่อนเถอะ”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

สองสาวจับมือกันเดินไปที่บันไดเพื่อลงจากประตูหอคอย ที่นางสองคนขึ้นมาบนนี้ได้เป็นเพราะได้รับป้ายอนุญาตจากไท่จื่อหรือรัชทายาทหนุ่มซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง 

เสด็จป้าของนางคือฮองเฮาแห่งแคว้นเจา พระนามว่า…ชิงมู่หราน!

“ทู่ทู่”

ชิงป๋ายทู่ชะงักเท้าอยู่เพียงเท่านั้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

นางหมุนตัวหันไปมองเขาแล้วย่อกายลงทำความเคารพบุรุษสูงศักดิ์ ท่วงท่าสง่างามเช่นเดียวกับใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

“ไท่จื่อเกอเกอ”

ทั้งสองอายุห่างกันเกือบสิบปี ตั้งแต่จำความได้ ชิงป๋ายทู่ก็เรียกอีกฝ่ายว่าเกอเกอติดปาก ซึ่งอีกฝ่ายก็เต็มใจให้นางเรียกเช่นนี้ด้วย

 “เจ้าจะไปไหน เพิ่งลงมาจากหอคอยมิใช่หรือ”

 “ทู่ทู่จะกลับจวนเพคะ ได้มาหน้าเมืองก็ถือว่ามาต้อนรับแล้ว ในฐานะฮูหยินของเขา เท่านี้ก็เพียงพอแล้วกระมัง” ชิงป๋ายทู่หลุบตาลงต่ำ ไม่บอกไท่จื่อหนุ่มว่าเห็นสตรีที่สามีของนางพากลับมาด้วย

“ท่าทางเหมือนกระต่ายน้อยกำลังหลบภัยของเจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด…ว่ามา! เพิ่งประสบพบเจอเรื่องอันใดมาเล่า”

ชิงป๋ายทู่ไม่ตอบ เสี่ยวเซฺว่ทนไม่ได้จึงเป็นปากเป็นเสียงให้คุณหนู

“ท่านแม่ทัพพาสตรีกลับมาด้วยเพคะไท่จื่อเตี้ยนเซี่ย หากเป็นเชลยไม่มีทางได้นั่งรถม้าอย่างดีแบบนี้แน่ คุณหนูของบ่าวเสียใจนัก อย่างไรก็ต้องกลับไปพักใจที่จวนก่อน”

ชิงป๋ายทู่ยื่นมือไปบีบแก้มของสาวใช้ในทันที

“ใครบอกว่าข้าเสียใจ กล่าวอันใดระวังคำพูดด้วย”

ชิงป๋ายทู่ตั้งใจจะดุสาวใช้อย่างจริงจัง แต่ด้วยแก้มที่ป่องของนางทำให้ไม่ดูน่ากลัวเลยสักนิด

ไท่จื่อเจาฮั่นหลินเห็นเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอย่างไรระหว่างเอ็นดูกับเห็นใจ

“ที่จริงเกอเกอควรบอกเรื่องนี้เจ้าตั้งแต่แรก สายของเกอเกอรายงานมานานแล้วว่าอูต้าฉงรับอนุสองคนไว้ปรนนิบัติที่ค่ายชายแดนจริง ๆ แต่เจ้าวางใจ สถานะของพวกนางต่ำศักดิ์นัก จะเทียบกับพระนัดดาของฮองเฮาเช่นเจ้ายังห่างชั้นกันเกินไป”

ชิงป๋ายทู่ถอนหายใจ แอบตำหนิพี่ชายในใจว่า…

แล้วก็ไม่บอกข้าตั้งแต่แรกจะได้ทำใจ

“นี่เป็นเรื่องของท่านแม่ทัพ ทู่ทู่ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย ท่านแม่ทัพยังหนุุ่มยังแน่น จะมีสตรีไว้คอยปรนนิบัติสักคนสองคน ทู่ทู่ก็เข้าใจเพคะ”

“เสี่ยวทู่ทู่ฟังเกอเกอ เจ้าเป็นภรรยาเอก สามีจะรับสตรีสักคนเข้าจวนต้องไว้หน้าเจ้าถึงสามส่วน…จำไว้! เจ้าคือสตรีที่แต่งอย่างถูกต้องมีสักขีพยาน ห้ามทำตัวหงอ อย่าให้สตรีสองคนนั้นข้ามหัวเจ้าเป็นอันขาด”

ชิงป๋ายทู่หัวใจอุ่นวาบเมื่อได้รับกำลังใจจากญาติสนิท นางส่งยิ้มมุมปากให้เขาน้อย ๆ แล้วขอตัวนั่งรถม้ากลับจวนแม่ทัพ

ใช้เวลาราวครึ่งเค่อรถม้าถึงแล่นมาจอดหน้าจวนแม่ทัพ เสี่ยวเซฺว่ลงจากรถม้าก่อนเพื่อช่วยพยุงคุณหนูของนางลงมา หน้าจวนแม่ทัพมีองครักษ์ พ่อบ้านและบ่าวรับใช้ชายหญิงทั้งจวนมารอต้อนรับท่านแม่ทัพกลับจวน

“ฮูหยิน ท่านแม่ทัพถึงหรือยังขอรับ”

เก่ออินองครักษ์คนสนิทของอูต้าฉงที่ประจำอยู่จวนแม่ทัพไม่ได้ไปร่วมศึกกับเจ้านายด้วยถามชิงป๋ายทู่อย่างตื่นเต้นเพราะไม่ได้เห็นหน้าเจ้านายและสหายที่ร่วมฝึกกันมาเกือบสองปีแล้ว

“ถึงหน้าเมืองแล้ว เดี๋ยวต้องเข้าวังไปถวายรายงานฝ่าบาทก่อนคงต้องรออีกสักพักใหญ่”

ว่าแล้วก็หันหน้าไปทางพ่อบ้านเหมา

“เรื่องที่ต้องเตรียมเรือนไว้ให้คนสนิทของท่านแม่ทัพ คาดว่าเก่ออินคงบอกพ่อบ้านเหมาแล้ว เรื่องต้อนรับทุกคนฝากพ่อบ้านเหมาจัดการด้วย เลยเวลานอนของข้าแล้ว” “ฮูหยิน คือว่า…”

ชิงป๋ายทู่ไม่รอฟังสิ่งที่เก่ออินจะพูด เดินด้วยจังหวะปรกติเข้าไปในจวน ตรงไปที่เรือนของตนเองเพื่อจะนอนกลางวันอย่างที่กล่าวเอาไว้

เก่ออินที่ยืนอยู่ที่เดิมถึงกับยกมือขึ้นลูบหน้า ทั้งรู้สึกผิดกับฮูหยินที่ปิดบังเรื่องนี้ ทั้งยุ่งยากใจแทนท่านแม่ทัพตนที่กลับเมืองหลวงวันแรกก็โดนฮูหยินน้อยหมางเมินเสียแล้ว 

เขาหันไปมองพ่อบ้านเหมา

“ฮูหยินทราบเรื่องแล้ว คราวนี้ไม่ต้องจัดการอย่างเงียบ ๆ แล้ว”

พ่อบ้านเหมาบุรุษวัยกลางคนถอนหายใจแรง ใช้ชีวิตร่วมกับฮูหยินน้อยมาสองปีเขาย่อมใจเอนเอียงไปที่นาง

ทั้งยังเผลอรู้สึกไม่พอใจอูต้าฉงที่แอบซุกอนุเอาไว้ที่ค่ายชายแดนไม่พอยังพากลับมาที่จวนแม่ทัพที่เมืองหลวงอีก

“ฮูหยินน้อยใสซื่อไร้พิษสง จากนี้ก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้นาง อย่าให้สตรีทั้งสองนั้นมาแอบกระทำการลับหลังใด เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ/ขอรับพ่อบ้านเหมา”

สาวใช้และบ่าวชายรับคำอย่างแข็งขัน

แม้แต่เก่ออินที่เป็นคนของอูต้าฉงยังเผลอพยักหน้ารับไปด้วย ไม่รู้ว่าหากอูต้าฉงกลับมาจวนแม่ทัพแล้วทราบว่าคนเก่าแก่ของจวนถูกชิงป๋ายทู่ซื้อใจไว้หมดแล้ว…

จะรู้สึกอย่างไร!

///เชิงอรรถ///

1. ฟูจวิน หมายถึง สามี

2. เกอเกอ หมายถึง พี่ชาย

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
18
๑ กระต่ายน้อยคอยรัก  (อาจจะยังนะ) 
๑ กระต่ายน้อยคอยรัก (อาจจะยังนะ) ทหารเรือนแสนเคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงแคว้นเจา ธงสกุลอูที่นำทัพโดยแม่ทัพอูต้าฉงโบกสะบัดพัดไสวไปตามสายลมหนาว หิมะโปรยปรายย้อมพื้นดินจนไม่เห็นสีดั้งเดิม อากาศยามนี้หนาวเย็นชวนให้นั่งผิงไฟอยู่หน้าเตาเผา ทว่าชาวเมืองทั้งหลายกลับเต็มใจรอต้อนรับกองทัพตระกูลอูที่กรำศึกมานานถึงสองปีจนสามารถทวงคืนสามเมืองใหญ่ที่ถูกยึดไปให้หวนคืนสู่แคว้นเจาอีกครั้งแคว้นเจารักสงบ ฮ่องเต้เจาเทียนกวังไม่คิดแผ่ขยายอำนาจ สอดมือสาวเท้า สั่งไพร่พลให้ต้องใช้เลือดเนื้อเพื่อความเกรียงไกร ขอเพียงทวงคืนแผ่นดินที่เป็นของบรรพบุรุษกลับมาได้ก็พร้อมสั่งให้ทหารสลัดเสื้อเกราะหยิบจอมเสียมแทนดาบทำนาเมื่อชายแดนกลับมาสงบอีกครั้งก็ทรงอนุญาตให้ทัพใหญ่ตระกูลอูกลับเมืองหลวง ทิ้งหน้าที่ปกปักรักษาชายแดนให้เป็นของกองทัพอุดรเช่นเดิม“คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ขี่ม้าตัวสีดำใส่เสื้อเกราะนำทัพ”ชิงป๋ายทู่หรี่ตามองตามปลายนิ้วของเสี่ยวเซฺว่ สาวใช้ร่างท้วมของนาง เพราะสายตาสั้นจึงมองเห็นทัพที่กรีธาเข้าเมืองเป็นภาพเลือนราง“มองไม่เห็น”ยามนี้ชิงป๋ายทู่กำลังยืนอยู่บนหอคอยหน้าประตูเมืองต้อนรับสามีในนา
Read More
๒ เสี่ยวทู่ทู่โดนแทรกแซงกิจกรรมโปรด
๒เสี่ยวทู่ทู่โดนแทรกแซงกิจกรรมโปรดอูต้าฉงกลับมาจากถวายรายงานที่ท้องพระโรงแล้วโดยให้รถม้าที่โดยสารอนุทั้งสองกลับมารอที่จวนแม่ทัพก่อน เสร็จจากถวายรายงานแล้วถึงขี่ม้ากลับจวนพร้อมกับองครักษ์อีกสองนายนามว่าอูไน่และอูตูทั้งสองได้ร่วมแซ่อูเพราะเป็นเด็กกำพร้าไม่ทราบที่มาที่ไปของตน นายท่านผู้เฒ่าอูที่จากไปหลายปีแล้วรับอุปการะทั้งสองและให้ร่วมแซ่ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เข้าผังทำเนียบตระกูล“หยุด~”อูต้าฉงดึงบังเหียนม้าเมื่อมาถึงหน้าประตูจวน เขากวาดสายตามองหาบางอย่าง ทว่าก็เห็นเพียงบ่าวรับใช้และองครักษ์เท่านั้นที่มาต้อนรับตน“ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่กลับจวน”อูต้าฉงมีน้องสาวร่วมสายเลือดหนึ่งคนแต่ออกเรือนไปก่อนที่เขาจะแต่งงาน พอกลับสู่จวนแม่ทัพก็ได้รับการเรียกขานเช่นเดิมอีกครั้ง“ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่เถอะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”ทุกคนทยอยกันเข้าไปในจวนทำหน้าที่ของตนเอง เท้าใหญ่รั้งท้ายบ่าวไพร่ ดวงตายังคงกวาดมองโดยรอบคล้ายกำลังหาอะไรอยู่พ่อบ้านเหมาเห็นเช่นนั้นก็โค้งตังลงให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยตอบ“แม่นางทั้งสองถูกจัดแจงเข้าเรือนที่จะให้พักเรียบร้อยแล้วขอรับคุณชาย”อูต้าฉงหยุดสายตาที่
Read More
๓ ในเมื่อฟูจวินชอบทรง (โต) นี้ข้าก็ต้านไม่ได้
๓ในเมื่อฟูจวินชอบทรง (โต) นี้ข้าก็ต้านไม่ได้ลานกิจกรรมโปรดของชิงป๋ายทู่ยามนี้เหลือเพียงนางกับคนที่เข้ามาแทรกแซงกิจกรรมโปรดเท่านั้น เขาใช้มือเปล่ากลับด้านไข่และเผือกมันโดยไม่ต้องใช้ที่คีบ สร้างความตะลึงให้หญิงสาวจนนางมองมือเขาสลับกับใบหน้าตาแป๋ว“ฟูจวินไม่ร้อนหรือเจ้าคะ”ใจจริงหญิงสาวอยากถามเขาว่า ‘เจ้าร้อนหรือแกล้งไม่ร้อนกันแน่’ ดีว่าชนะเสียงในหัวได้จึงถามไปเช่นนี้“ความร้อนเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอันใด ฟูจวินเจ้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่จะมาพ่ายแพ้ให้กับความร้อนบนเปลือกไข่ เปลือกมันได้อย่างไร”ชิงป๋ายทู่ไม่พูดอะไรนอกจากอมลมเข้าปากบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า พยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ด้านชายหนุ่มเห็นหญิงสาวมองของกินไม่ละสายตาก็หยิบอันที่คิดว่าสุกแล้วมาปอกให้นาง“รับไป”ชิงป๋ายทู่ยิ้ม กำลังจะยื่นมือไปรับแต่ชายหนุ่มชักมือหนีเสียก่อน“ไม่ต้องจับเอง มันร้อน”เขาหมายถึงจะป้อนใช่หรือไม่ชิงป๋ายทู่ไม่คิดอะไรมาก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มือเขาแล้วเป่าลมเบา ๆ ให้มันหวานเย็นตัวลงถึงค่อยอ้าปากจะกัดกิน ชายหนุ่มละสายตาไปมองทางอื่นแล้วพูดเสียงเบา“ข้าหมายถึงให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยจับ”กึก!ชิงป๋ายทู่ชะ
Read More
๔ ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บ
๔ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บกระต่ายดูเป็นสัตว์ไร้พิษสง แต่ใครว่ากระต่ายจะไม่มีกรงเล็บ ยิ่งเป็นกระต่ายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่ให้ต้องใช้เล็บขุดดิน เล็บยิ่งยาวกว่ากระต่ายป่าหากดื้อรั้นขึ้นมาเสือก็ยังต้องยอมแพ้!“ข้ารู้เจ้าค่ะว่าจวนแห่งนี้เป็นของฟูจวิน แต่ในเมื่อเรือนผิงอันถูกจัดสรรให้เป็นเรือนส่วนตัวของข้าแล้ว ฟูจวินก็ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของข้าโดยการนอนตั่ง ข้าในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องนอนเตียง”ชิงป๋ายทู่กอดอกชี้แจงอย่างจริงจัง นางปฏิเสธครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้าแล้ว!หากเขาดื้อรั้นจะนอนเตียงเดียวกับนางให้ได้ ไม่แคล้วถูกนางต่อว่าว่าใช้กำลังบังคับฝืนใจกัน สุดท้ายคืนนี้เขาก็ต้องระเห็จตัวเองมานอนที่ตั่งโดยนางหาที่นอนมาให้…ส่วนเขาเป็นคนปูที่นอนเอง!“ฟูจวินก็เห็นว่าข้าแรงน้อย จะฆ่าไก่สักตัวยังไม่ได้เลยเจ้าค่ะ เรื่องปูที่นอนฟูจวินต้องลงแรงเองแล้ว”อูต้าฉงปูที่นอนเองโดยไม่เรียกสาวใช้หรือองครักษ์ให้เข้ามาช่วย ทั้งยังไม่ให้หญิงสาวทำเพราะเอ็นดูที่นางตัวเล็กบางเพียงเท่านี้“หากฟูจวินไม่ใช่แม่ทัพที่ผ่านการนอนกลางดินกินกลางทรายมาแล้ว คงต้องพูดประโยคนี้ ข้าก็คุณชายเจ้าก็คุณหนูแล้ว ใครปูที่นอน”ชิ
Read More
๕ ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้
๕ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้ชิงป๋ายทู่ดีใจที่ฟูจวินของนางไม่ได้มาทานอาหารเที่ยงด้วยกันเพราะติดงานในกองทัพ นางจึงผลัดเปลี่ยนไปใส่ชุดผ้าลื่น อาศัยช่วงเวลาที่เป็นเจ้าของห้องเพียงคนเดียวนอนอย่างสบายในชุดเบาสบายตัวบาง“…คุณหนูเจ้าคะ”การนอนที่แสนสบายของชิงป๋ายทู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกของเสี่ยวเซฺว่ทักษะการนอนของชิงป๋ายทู่ไม่ธรรมดา ทักษะการปลุกของเสี่ยวเซฺว่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันนางอาศัยว่าตัวเองตัวใหญ่กว่าชิงป๋ายทู่ อุ้มนางขึ้นจากเตียงแล้วพานางไปหลังฉากบังลมเพื่อแต่งตัวอุ้มกันขนาดนี้แล้ว ชิงป๋ายทู่ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น นางอำนวยความสะดวกให้สาวใช้ทุกอย่างยืนนิ่ง ๆ ยื่นแขนให้นางสวมชุดชั้นสามและสี่ให้ตามด้วยเสื้อคลุมกันหนาว บิดผ้าที่อยู่ในถังน้ำอุ่นให้หมาดแล้วส่งผ้าให้ชิงป๋ายทู่เช็ดหน้าเอง“เสี่ยวเซฺว่ เราจะไปไหนกันหรือ ถึงต้องแต่งตัวด้วยชุดหลายชั้นขนาดนี้”“ไปทานข้าวที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกลับมาจากค่ายทหารแล้ว”ชิงป๋ายทู่ตื่นเต็มตาในทันที“ไปทานข้าวเรือนใหญ่!”“เจ้าค่ะ บ่าวเห็นอนุของท่านแม่ทัพวนเวียนอยู่แถวเรือนใหญ่ ไม่แน่ว่าอยากมาสำรวจคู่ต่อสู้ คุณหนูจะแพ้ไม่ได้นะเจ้าคะ”เส
Read More
๖ ฟูจวินไม่ได้รักพวกนางคนที่ฟูจวินรักคือ…
๖ฟูจวินไม่ได้รักพวกนางคนที่ฟูจวินรักคือ…ชิงป๋ายทู่อารมณ์ดีเพราะได้ทานอาหารที่ตนอยากทาน นางจิ้มน้ำจิ้มซื่อชวนเล็กน้อยเพราะทานเผ็ดมากไม่ได้ ฟูจวินของนางไม่ได้บริการเฉพาะแกะกุ้งให้เท่านั้น แต่ยังช่วยเลาะก้างปลาให้โดยที่เนื้อไม่เหลือก้างปลาติดมาเลยแม้แต่น้อยทักษะอันยอดเยี่ยมทั้งสองเพิ่มความน่าชื่นชมในสายตาชิงป๋ายทู่ในเวลาที่มองเขามากขึ้นกึ่งหนึ่ง ซึ่งนี่ก็ทำให้คนตัวโตหัวใจชุ่มฉ่ำ ต่อให้ไม่ค่อยได้ทานแต่ก็ยังอิ่มใจ“อิ่มหรือไม่”อูต้าฉงเอ่ยถามในยามที่เห็นนางวางตะเกียบลงแล้ว คำถามนี้ต่อให้นางไม่ตอบ อูต้าฉงก็ทราบความในใจ เพราะนอกจากนางจะทานกุ้งและปลาที่เขาปอกเปลือกเลาะเนื้อให้จนหมดแล้ว ข้าวต้มผักก็ยังหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำ“อิ่มเจ้าค่ะ ฟูจวินไม่หิวตอนเที่ยงหรือเจ้าคะ หรือเป็นเพราะว่าทานตอนเช้ามากแล้ว”อูต้าฉงไม่ตอบแต่มองไปที่เปลือกกุ้ง ชิงป๋ายทู่เห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มแห้งให้เขาในทันที“ที่แท้ก็มัวแต่แกะกุ้งให้ข้าอยู่นั่นเอง ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้น ข้าตักเคาหยกให้ฟูจวินแล้วกัน”ว่าแล้วนางก็ยื่นมือไปหยิบตะเกียบของเขาแล้วคีบเนื้อหมูสามชั้นให้ทั้งแผ่น นางไม่ชอบทานสามชั้นแต่ชอบทานผักที่ต้มลง
Read More
๗ สิ่งที่เจ้ามีนางก็มีแต่สิ่งที่เจ้าไม่มีนางมีทุกอย่าง
๗สิ่งที่เจ้ามีนางก็มีแต่สิ่งที่เจ้าไม่มีนางมีทุกอย่างอูต้าฉงเดินอย่างล่องลอยกลับมาที่เรือนใหญ่ของตน คำพูดของนางยังคงลอยวนอยู่ในหัว‘...เรื่องที่ฟูจวินจะให้ข้าทำหน้าที่แทนเจี่ยเจียทั้งสองนั้น เกรงว่าร่างกายของข้าจะทนรับสัมผัสร่วมแบบนั้นไม่ได้’“ใช่หมายความว่านางรังเกียจที่ข้าคว้าสตรีไร้หัวนอนปลายเท้ากับนางคณิกามาร่วมคืนสวาทหรือไม่”มือหนากำหมัดเข้าหากันเพราะหัวใจคล้ายถูกบีบรัด“ที่บอกว่าไม่ชอบให้ใครมาแย่งพื้นที่ส่วนตัวใช่หมายความว่าไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปในหัวใจนางหรือไม่”ยิ่งได้เห็นสีหน้าได้ยินเสียงของนางที่เอ่ยคำพูดเหล่านี้เหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป อูต้าฉงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจจนต้องยกมือบีบหน้าอกเอาไว้ในหัวนึกถึงวันที่ได้รับสมรสพระราชทาน…‘แม่ทัพอู เปิ่นกงดีใจกับเจ้าด้วย’มือหนายื่นมือไปรับสมรสพระราชทานสีเหลืองทองจากมือเรียวยาวของไท่จื่อเจาฮั่นหลิน สหายร่วมเรียนสูงศักดิ์ของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเก็บรอยยิ้มดีใจไว้ไม่มิด ในหัวคาดเดาไปแล้วว่านางจะแสดงออกอย่างไรหลังจากได้รับสมรสพระราชทานครั้งนี้‘ขอบพระทัยไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ’‘เสี่ยวทู่ทู่เหมือนกระต่ายน้อยไร้พิษสงแต่มีความคิดเป็นของตัวเองสูง
Read More
๘ บุรุษที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของกระต่ายน้อยเช่นข้าช้ำใจยิ่ง
๘บุรุษที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของกระต่ายน้อยเช่นข้าช้ำใจยิ่งณ งานเลี้ยงในวังหลวงสามวันต่อมาเพื่อฉลองในชัยชนะของศึกในครั้งนี้ วังหลวงจึงจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นชิงป๋ายทู่ในฐานะที่เป็นฮูหยินของอูต้าฉงย่อมมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วยแขกในงานเลี้ยงวันนี้มาเป็นคู่ ส่วนใหญ่เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่มาร่วมงานด้วยนอกจากเสนาบดีประจำกระทรวงอื่น ๆ แล้วยังมีรองเสนาบดีกระทรวงการคลัง หรืออีกฐานะหนึ่งก็คือพี่ชายของชิงป๋ายทู่ชิงชางยังไม่ได้แต่งฮูหยินเอก เรือนหลังไร้อนุ วันนี้เขาจึงเดินเคียงคู่มาร่วมงานกับน้องชายคนรอง ส่วนมารดาเขานั้นย่อมเดินเคียงคู่กันเข้างานพร้อมเสนาบดีชิง“ฟูจวิน ครอบครัวข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”ชิงป๋ายทู่สะกิดสามีเบา ๆอูต้าฉงไม่ได้ตื่นเต้นกับการเผชิญหน้าครอบครัวภรรยาเท่ากับได้รับการแตะเนื้อต้องตัวจากนาง การนอนคนเดียวที่เรือนใหญ่สามคืนที่ผ่านมานี้เทียบไม่ได้เลยกับสัมผัสเบา ๆ เมื่อครู่“เรายืนต้อนรับหน่อยดีหรือไม่”ชิงป๋ายทู่พยักหน้ารับ นางยันกายลุกขึ้นพร้อมได้รับการพยุงจากสามีจางอวิ๋นผู้เป็นมารดาของกระต่ายน้อยเห็นความอ่อนโยนที่สามีของบุตรสาวแสดงออกมาก็เผลอยิ้มหวานถูกใจในการกระทำของ
Read More
๙ องค์ชายห้าน่าตายกล้าใช้สายตาเช่นนี้มองภรรยาผู้อื่น
๙องค์ชายห้าน่าตายกล้าใช้สายตาเช่นนี้มองภรรยาผู้อื่น“ฮูหยิน เจ้าดื่มได้มากเพียงนี้เชียวหรือ”หลังจากกลับมานั่งที่โต๊ะ แม่ทัพหนุ่มก็กระซิบถามฮูหยินเสียงแผ่ว สายตาที่เขามองนางยังคงหวานเยิ้ม ขัดตาผู้ที่ลอบมองนางยิ่งแล้ว“หึ! ยังมีหน้ามองนางด้วยสายตาหวานหยดแบบนี้อีกหรือ ทำทีเป็นไล่อนุออกจากจวนทั้งที่พาพวกนางเข้าเมืองหลวงมาแล้ว คงหวังจะพาพวกนางกลับเข้าจวนสักวันล่ะสิ แสดงละครตบคนอื่นได้แต่คิดหรือว่าจะตบตาข้าได้”ไท่จื่อตวัดสายตามององค์ชายห้าเจาจ้วนฉือที่นั่งถัดจากเขาต่ำกว่าหนึ่งขั้นคำพูดเหล่านี้สื่อชัด ไม่ต้องใช้ความคิดหนัก ไท่จื่อหนุ่มก็ทราบว่าน้องชายต่างมารดาสื่อถึงใคร“น้องห้า เจ้าคิดว่าเขาแสดงละครเช่นนั้นหรือ”องค์ชายห้าชะงักไปทันทีเพราะไม่คิดว่าไท่จื่อจะได้ยินคำพูดของตนด้วยแต่เมื่อได้เผลอแสดงความรู้สึกนึกคิดออกไปแล้ว องค์ชายห้าก็ไม่เก็บงำความคิดของตนเองอีกต่อไป“อยู่ชายแดนห่างไกลภรรยาก็ว่าไปเถิด แต่นี่ยังพาพวกนางกลับเมืองหลวงมาด้วย กล่าวตามจริงเสด็จพี่จะให้อนุนั่งรถม้ามาเหยียบหน้าภรรยาหลวงหรือไม่”ยิ่งพูดองค์ชายห้ายิ่งมีอารมณ์ สายตาจ้องอูต้าฉงไม่พอใจชัดเจนจนคนถูกจับจ้องยังรู้สึกได้
Read More
๑๐ คืนหนึ่งของจุดเริ่มต้นแห่งความผิดพลาด
๑๐คืนหนึ่งของจุดเริ่มต้นแห่งความผิดพลาดคืนแห่งการสดุดีครั้งแรกเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพตระกูลอูสามารถยึดเมืองหน้าด่านคืนมาได้หนึ่งเมืองพลทหารเข้าป่าล่าสัตว์มาแกล้มสุราดื่มพร้อมกันทั้งกองทัพ ทว่าด้วยกฎของกองทัพทุกคนจึงดื่มเพียงคนละจอกเพื่อให้มีสติสามารถที่จะรับมือการศึกจากแคว้นต้าหลี่ได้นั่นเป็นข้อยกเว้นของพลทหาร!เพราะในฐานะแม่ทัพอย่างอูต้าฉงกลับถูกเหล่านายกองเข้ามาคารวะชนจอกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาที่ไม่ได้คอทองแดงและไม่ได้ติดสุรา เพียงห้าจอกเท่านั้นก็ทำให้เขามึนเมาได้แล้ว“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวพยุงไปที่กระโจมนะเจ้าคะ”เสี่ยวหลินเข้ามาพยุงอูต้าฉงเมื่อเห็นเขาเดินโซซัดโซเซกำลังไปที่กระโจมใหญ่“ข้าเดินเองได้”อูต้าฉงดันตัวเสี่ยวหลินออกไป ในตอนนั้นเองที่อูไน่กับอูตูรีบเข้ามาพยุงเจ้านายแทนเสี่ยวหลิน อูไน่หันมามองด้านหลังแล้วออกคำสั่งกับนางว่า“เตรียมน้ำอุ่นกับผ้าเช็ดหน้าที”“เจ้าค่ะท่านรองแม่ทัพ”เสี่ยวหลินรีบไปหาผ้าตามคำสั่งรองแม่ทัพ ตอนที่นางถือถังน้ำเข้ามาก็เห็นเพียงอูต้าฉงอยู่ในกระโจมคนเดียวเห็นอีกฝ่ายขยับปากเบา ๆ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาจนนางอยากได้ยินว่าเขากล่าวอันใด เดินเข้าไปใกล
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status