ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน

ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-01
โดย:  ซูเมี่ยวหลิงจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
18บท
1.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชิงป๋ายทู่แต่งให้แม่ทัพอูต้าฉง ยังไม่ทันได้เข้าหอ เขาก็ต้องกรีธาทัพจับศึกชายแดนใช้เวลา 2 ปีกว่าชายแดนจะสงบแล้วชิงแผ่นดินแคว้นเจาคืนมาได้ นอกจากจะนำชัยชนะมาสู่แคว้น ยังนำสาวงามทรงโตกลับมาด้วยถึงสอง

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

๑ กระต่ายน้อยคอยรัก  (อาจจะยังนะ) 

اكتشفت ليلى منصور أن زوجها كمال الرشيد يخونها.

كان يخونها مع طالبة جامعية.

في يوم ميلاد كمال، أعدت ليلى مائدة طعام منذ وقت مبكر. وفجأة، "طن"—رن هاتف كمال الذي نسيه في المنزل، فرأت ليلى رسالة من تلك الطالبة الجامعية.

"أصبت نفسي وأنا أحمل الكعكة، أوجعني ذلك، أوووه"

وأرفقت الصورة برسالة.

الصورة لم تظهر وجهها، بل ساقيها فقط.

كانت الفتاة في الصورة ترتدي جوارب بيضاء مرفوعة، وحذاء أسود مدور الرأس، وتنورة جامعية زرقاء وبيضاء مرفوعة قليلا، تكشف عن ساقين مشدودتين ناعمتين بغاية الجمال.

ركبتاها البيضاوان بدتا متورمتين فعلا، وجسدها الشاب المتوهج، مع تلك الكلمات الدلعة، كانت تنضح بإغراء محرم.

يقال إن كبار رجال الأعمال الناجحين يفضلون هذا النوع بالذات حين يختارون عشيقاتهم.

قبضت ليلى على الهاتف بشدة حتى شحب لون أطراف أصابعها.

طن.

وصلت رسالة جديدة من الطالبة الجامعية.

"سيد كمال، نلتقي الليلة في فندق السحاب، سأحتفل بعيد ميلادك~"

اليوم عيد ميلاد كمال، وعشيقته بالخارج تخطط للاحتفال به.

أخذت ليلى حقيبتها وتوجهت مباشرة إلى فندق السحاب.

كانت تريد أن ترى كل شيء بعينيها.

كانت تريد أن تعرف من هي تلك الطالبة الجامعية!

...

وصلت ليلى إلى فندق السحاب، وكانت تنوي الدخول.

لكنها رأت والديها، حازم منصور ونسرين خازن، فتقدمت بدهشة وقالت: "أبي؟ أمي؟ ما الذي تفعلانه هنا؟"

تجمد الاثنان، وتبادلا نظرة سريعة قبل أن يقول حازم بنبرة مترددة: "ليلى، أختك عادت من الخارج، جئنا معها إلى هنا."

جميلة منصور؟

نظرت ليلى من خلال الزجاج اللامع، فرأت جميلة بالداخل، وتجمدت في مكانها.

كانت جميلة ترتدي نفس التنورة الزرقاء والبيضاء التي ظهرت في صورة الرسالة تماما.

إذا، الطالبة الجامعية لم تكن سوى أختها جميلة.

جميلة ولدت جميلة فعلا، تلقب بـ "الوردة الحمراء" في مدينة البحر، والأهم أنها تملك أجمل ساقين في المدينة، كم من الرجال انحنوا أمامهما.

واليوم، استخدمت أختها تلك الساقين لإغواء زوج أختها.

ضحكت ليلى بمرارة، ثم استدارت نحو والديها وقالت: "يبدو أنني آخر من يعلم."

قال حازم بتردد: "ليلى، سيد كمال لم يكن يحبك من الأساس."

وأضافت نسرين: "صحيح، تعلمين كم من النساء في مدينة البحر يطمعن في كمال، فبدل أن تذهب لواحدة غريبة، فلتكن لأختك."

شدت ليلى قبضتيها وقالت: "أنا أيضا ابنتكما!"

ثم استدارت وغادرت دون أن تنظر خلفها.

نادتها نسرين من خلفها فجأة: "ليلى، أخبريني، هل لمسك كمال من قبل؟"

توقفت خطوات ليلى فجأة.

تدخل حازم بنبرة صارمة: "لا تعتقدي أننا ظلمناك. في الماضي، كان كمال وجميلة يعتبران الثنائي المثالي، لكن بعد الحادث الذي جعله في غيبوبة، اضطررنا لجعلك تتزوجينه بدلا منها."

نظرت نسرين إلى ليلى بازدراء وقالت: "انظري لنفسك، خلال ثلاث سنوات من الزواج كنت مجرد ربة منزل تدورين حول زوجك، بينما أصبحت جميلة راقصة باليه رئيسية. إنها البجعة البيضاء وأنت البطة القبيحة. بماذا تنافسينها؟ أعيدي كمال إليها فورا!"

كانت كلماتهم كالسكاكين تغرس في قلب ليلى، فغادرت ودموعها تلمع في عينيها.

...

عادت ليلى إلى الفيلا، وكان الظلام قد حل. كانت قد منحت الخادمة أمينة إجازة، فبقيت وحيدة في المنزل، دون أن تشعل أي ضوء، وسط صمت قاتم وبرودة موحشة.

جلست وحدها في الظلام عند مائدة الطعام.

كانت المائدة مليئة بالطعام الذي أصبح باردا، وبجانبه كعكة من صنع يديها، كتب عليها: "زوجي العزيز، عيد ميلاد سعيد."

بدت تلك الكلمات مؤلمة في عينيها، تماما مثلها هي، مجرد نكتة تافهة.

كان كمال وجميلة يعرفان في الوسط بأنهما الثنائي المثالي. الجميع يعلم أن الوردة الحمراء، جميلة، كانت معشوقته، لكن بعد حادث مفاجئ قبل ثلاث سنوات جعله في غيبوبة، اختفت جميلة تماما.

حينها، أعادتها عائلة منصور من الريف وأجبروها على الزواج بكمال بدلا من أختها.

وعندما علمت أنه كمال، الرجل الذي أحبته طوال حياتها، وافقت بقلب راض.

طوال ثلاث سنوات من الزواج، ظل كمال في غيبوبة، وبقيت ليلى ترعاه دون توقف، لا تخرج، لا تخالط الناس، كرست نفسها لعلاجه، وتحولت إلى ربة منزل لا تعرف سوى خدمته، حتى استعاد وعيه أخيرا.

أخرجت ليلى ولاعة وأشعلت الشموع.

في وهج الضوء الخافت، رأت انعكاس نفسها في المرآة المقابلة: امرأة بملابس منزلية رمادية باهتة، رتيبة، بلا أي لمسة أنوثة أو بهجة.

أما جميلة، فقد أصبحت خلال هذه السنوات راقصة باليه أولى، مليئة بالحياة، مشرقة، فاتنة.

هي كانت البطة القبيحة.

وجميلة هي البجعة البيضاء.

وبعد أن استعاد كمال وعيه، عاد ليمشي من جديد مع البجعة البيضاء، تاركا خلفه تلك البطة القبيحة.

هاه، كل ما عاشته خلال تلك السنوات لم يكن سوى قصة وهمية من طرف واحد.

كمال لم يحبها أبدا، أما هي، فكانت تحبه بكل كيانها.

يقولون إن من يقع في الحب أولا، هو الخاسر دائما، واليوم، جعلها كمال تخسر كل شيء.

امتلأت عينا ليلى بالدموع، ثم أطفأت الشموع.

وعادت الفيلا لتغرق مجددا في ظلام مطبق.

وفي تلك اللحظة، سطع ضوء قوي من الخارج—سيارة رولز رويس فانتوم اندفعت بسرعة وتوقفت على العشب، إنها سيارة كمال.

ارتجفت أهداب ليلى، لم تصدق أنه عاد.

كانت تظن أنه لن يعود إلى المنزل الليلة.

فتح باب الفيلا، ودخلت من خلاله قامة طويلة، أنيقة، مكسوة ببرودة الليل، لقد عاد كمال.

لطالما كانت عائلة الرشيد من أرقى العائلات في مدينة البحر، وكان كمال ولي عهدها الذهبي. منذ صغره أظهر موهبة مذهلة في عالم الأعمال، حصل على شهادتين ماجستير من هارفارد في سن السادسة عشرة، وأطلق شركته الأولى في وول ستريت محققا نجاحا مدويا، ثم عاد إلى الوطن ليتسلم إدارة مجموعة الرشيد ويعتلي مكانة أغنى رجل في مدينة البحر.

دخل كمال بخطوات واثقة، وصوته العميق الممزوج بالبرود سأل: "لماذا الظلام؟"

"طقطق."

مد يده وأشعل مصباح الحائط.

أجبرها الضوء الساطع على إغماض عينيها للحظة، ثم فتحتها لتنظر إليه.

كان كمال يرتدي بدلة سوداء مصممة خصيصا له، وسامته المثالية، وتناسق جسده، وتلك الهالة النبيلة الباردة التي تحيط به، جعلت منه حلما للكثيرات من بنات الطبقة الراقية.

نظرت ليلى إليه وقالت: "اليوم عيد ميلادك."

لم يظهر على وجه كمال الوسيم أي تعبير، فقط رمق المائدة بنظرة فاترة وقال: "لا تضيعي وقتك مرة أخرى، لا أحتفل بهذه الأشياء."

ابتسمت ليلى بسخرية خفيفة وسألت: "لا تحتفل بها، أم أنك لا تريد الاحتفال معي؟"

نظر إليها كمال، لكن نظرته كانت باهتة، وكأنه لا يرى جدوى من النقاش، وقال: "كما تشائين."

قالها ثم صعد إلى الطابق العلوي دون تردد.

كان دائما هكذا معها.

لم تستطع يوما تدفئة قلبه البارد مهما فعلت.

وقفت ليلى ونظرت إلى ظهره المتجهم وقالت: "اليوم عيد ميلادك، أردت أن أقدم لك هدية."

لم يتوقف كمال، ولم يلتفت، فقط قال: "لا حاجة لي بها."

ابتسمت ليلى، ورفعت شفتيها بهدوء وقالت: "كمال الرشيد، دعنا نطلق."

كان كمال قد وضع قدمه على الدرجة الأولى من السلم، لكنه توقف فجأة، واستدار لينظر إليها بعينيه السوداوين العميقتين، مركزا نظراته عليها.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

P JR
P JR
น่ารักมาก เอ็นดูทั้งพอ. นอ. อ่านไปยิ้มไป
2026-09-05 11:52:17
0
0
18
๑ กระต่ายน้อยคอยรัก  (อาจจะยังนะ) 
๑ กระต่ายน้อยคอยรัก (อาจจะยังนะ) ทหารเรือนแสนเคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงแคว้นเจา ธงสกุลอูที่นำทัพโดยแม่ทัพอูต้าฉงโบกสะบัดพัดไสวไปตามสายลมหนาว หิมะโปรยปรายย้อมพื้นดินจนไม่เห็นสีดั้งเดิม อากาศยามนี้หนาวเย็นชวนให้นั่งผิงไฟอยู่หน้าเตาเผา ทว่าชาวเมืองทั้งหลายกลับเต็มใจรอต้อนรับกองทัพตระกูลอูที่กรำศึกมานานถึงสองปีจนสามารถทวงคืนสามเมืองใหญ่ที่ถูกยึดไปให้หวนคืนสู่แคว้นเจาอีกครั้งแคว้นเจารักสงบ ฮ่องเต้เจาเทียนกวังไม่คิดแผ่ขยายอำนาจ สอดมือสาวเท้า สั่งไพร่พลให้ต้องใช้เลือดเนื้อเพื่อความเกรียงไกร ขอเพียงทวงคืนแผ่นดินที่เป็นของบรรพบุรุษกลับมาได้ก็พร้อมสั่งให้ทหารสลัดเสื้อเกราะหยิบจอมเสียมแทนดาบทำนาเมื่อชายแดนกลับมาสงบอีกครั้งก็ทรงอนุญาตให้ทัพใหญ่ตระกูลอูกลับเมืองหลวง ทิ้งหน้าที่ปกปักรักษาชายแดนให้เป็นของกองทัพอุดรเช่นเดิม“คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ขี่ม้าตัวสีดำใส่เสื้อเกราะนำทัพ”ชิงป๋ายทู่หรี่ตามองตามปลายนิ้วของเสี่ยวเซฺว่ สาวใช้ร่างท้วมของนาง เพราะสายตาสั้นจึงมองเห็นทัพที่กรีธาเข้าเมืองเป็นภาพเลือนราง“มองไม่เห็น”ยามนี้ชิงป๋ายทู่กำลังยืนอยู่บนหอคอยหน้าประตูเมืองต้อนรับสามีในนา
อ่านเพิ่มเติม
๒ เสี่ยวทู่ทู่โดนแทรกแซงกิจกรรมโปรด
๒เสี่ยวทู่ทู่โดนแทรกแซงกิจกรรมโปรดอูต้าฉงกลับมาจากถวายรายงานที่ท้องพระโรงแล้วโดยให้รถม้าที่โดยสารอนุทั้งสองกลับมารอที่จวนแม่ทัพก่อน เสร็จจากถวายรายงานแล้วถึงขี่ม้ากลับจวนพร้อมกับองครักษ์อีกสองนายนามว่าอูไน่และอูตูทั้งสองได้ร่วมแซ่อูเพราะเป็นเด็กกำพร้าไม่ทราบที่มาที่ไปของตน นายท่านผู้เฒ่าอูที่จากไปหลายปีแล้วรับอุปการะทั้งสองและให้ร่วมแซ่ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เข้าผังทำเนียบตระกูล“หยุด~”อูต้าฉงดึงบังเหียนม้าเมื่อมาถึงหน้าประตูจวน เขากวาดสายตามองหาบางอย่าง ทว่าก็เห็นเพียงบ่าวรับใช้และองครักษ์เท่านั้นที่มาต้อนรับตน“ยินดีต้อนรับคุณชายใหญ่กลับจวน”อูต้าฉงมีน้องสาวร่วมสายเลือดหนึ่งคนแต่ออกเรือนไปก่อนที่เขาจะแต่งงาน พอกลับสู่จวนแม่ทัพก็ได้รับการเรียกขานเช่นเดิมอีกครั้ง“ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่เถอะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”ทุกคนทยอยกันเข้าไปในจวนทำหน้าที่ของตนเอง เท้าใหญ่รั้งท้ายบ่าวไพร่ ดวงตายังคงกวาดมองโดยรอบคล้ายกำลังหาอะไรอยู่พ่อบ้านเหมาเห็นเช่นนั้นก็โค้งตังลงให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยตอบ“แม่นางทั้งสองถูกจัดแจงเข้าเรือนที่จะให้พักเรียบร้อยแล้วขอรับคุณชาย”อูต้าฉงหยุดสายตาที่
อ่านเพิ่มเติม
๓ ในเมื่อฟูจวินชอบทรง (โต) นี้ข้าก็ต้านไม่ได้
๓ในเมื่อฟูจวินชอบทรง (โต) นี้ข้าก็ต้านไม่ได้ลานกิจกรรมโปรดของชิงป๋ายทู่ยามนี้เหลือเพียงนางกับคนที่เข้ามาแทรกแซงกิจกรรมโปรดเท่านั้น เขาใช้มือเปล่ากลับด้านไข่และเผือกมันโดยไม่ต้องใช้ที่คีบ สร้างความตะลึงให้หญิงสาวจนนางมองมือเขาสลับกับใบหน้าตาแป๋ว“ฟูจวินไม่ร้อนหรือเจ้าคะ”ใจจริงหญิงสาวอยากถามเขาว่า ‘เจ้าร้อนหรือแกล้งไม่ร้อนกันแน่’ ดีว่าชนะเสียงในหัวได้จึงถามไปเช่นนี้“ความร้อนเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอันใด ฟูจวินเจ้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่จะมาพ่ายแพ้ให้กับความร้อนบนเปลือกไข่ เปลือกมันได้อย่างไร”ชิงป๋ายทู่ไม่พูดอะไรนอกจากอมลมเข้าปากบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า พยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ด้านชายหนุ่มเห็นหญิงสาวมองของกินไม่ละสายตาก็หยิบอันที่คิดว่าสุกแล้วมาปอกให้นาง“รับไป”ชิงป๋ายทู่ยิ้ม กำลังจะยื่นมือไปรับแต่ชายหนุ่มชักมือหนีเสียก่อน“ไม่ต้องจับเอง มันร้อน”เขาหมายถึงจะป้อนใช่หรือไม่ชิงป๋ายทู่ไม่คิดอะไรมาก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มือเขาแล้วเป่าลมเบา ๆ ให้มันหวานเย็นตัวลงถึงค่อยอ้าปากจะกัดกิน ชายหนุ่มละสายตาไปมองทางอื่นแล้วพูดเสียงเบา“ข้าหมายถึงให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยจับ”กึก!ชิงป๋ายทู่ชะ
อ่านเพิ่มเติม
๔ ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บ
๔ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บกระต่ายดูเป็นสัตว์ไร้พิษสง แต่ใครว่ากระต่ายจะไม่มีกรงเล็บ ยิ่งเป็นกระต่ายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่ให้ต้องใช้เล็บขุดดิน เล็บยิ่งยาวกว่ากระต่ายป่าหากดื้อรั้นขึ้นมาเสือก็ยังต้องยอมแพ้!“ข้ารู้เจ้าค่ะว่าจวนแห่งนี้เป็นของฟูจวิน แต่ในเมื่อเรือนผิงอันถูกจัดสรรให้เป็นเรือนส่วนตัวของข้าแล้ว ฟูจวินก็ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของข้าโดยการนอนตั่ง ข้าในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องนอนเตียง”ชิงป๋ายทู่กอดอกชี้แจงอย่างจริงจัง นางปฏิเสธครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้าแล้ว!หากเขาดื้อรั้นจะนอนเตียงเดียวกับนางให้ได้ ไม่แคล้วถูกนางต่อว่าว่าใช้กำลังบังคับฝืนใจกัน สุดท้ายคืนนี้เขาก็ต้องระเห็จตัวเองมานอนที่ตั่งโดยนางหาที่นอนมาให้…ส่วนเขาเป็นคนปูที่นอนเอง!“ฟูจวินก็เห็นว่าข้าแรงน้อย จะฆ่าไก่สักตัวยังไม่ได้เลยเจ้าค่ะ เรื่องปูที่นอนฟูจวินต้องลงแรงเองแล้ว”อูต้าฉงปูที่นอนเองโดยไม่เรียกสาวใช้หรือองครักษ์ให้เข้ามาช่วย ทั้งยังไม่ให้หญิงสาวทำเพราะเอ็นดูที่นางตัวเล็กบางเพียงเท่านี้“หากฟูจวินไม่ใช่แม่ทัพที่ผ่านการนอนกลางดินกินกลางทรายมาแล้ว คงต้องพูดประโยคนี้ ข้าก็คุณชายเจ้าก็คุณหนูแล้ว ใครปูที่นอน”ชิ
อ่านเพิ่มเติม
๕ ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้
๕ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้ชิงป๋ายทู่ดีใจที่ฟูจวินของนางไม่ได้มาทานอาหารเที่ยงด้วยกันเพราะติดงานในกองทัพ นางจึงผลัดเปลี่ยนไปใส่ชุดผ้าลื่น อาศัยช่วงเวลาที่เป็นเจ้าของห้องเพียงคนเดียวนอนอย่างสบายในชุดเบาสบายตัวบาง“…คุณหนูเจ้าคะ”การนอนที่แสนสบายของชิงป๋ายทู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกของเสี่ยวเซฺว่ทักษะการนอนของชิงป๋ายทู่ไม่ธรรมดา ทักษะการปลุกของเสี่ยวเซฺว่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันนางอาศัยว่าตัวเองตัวใหญ่กว่าชิงป๋ายทู่ อุ้มนางขึ้นจากเตียงแล้วพานางไปหลังฉากบังลมเพื่อแต่งตัวอุ้มกันขนาดนี้แล้ว ชิงป๋ายทู่ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น นางอำนวยความสะดวกให้สาวใช้ทุกอย่างยืนนิ่ง ๆ ยื่นแขนให้นางสวมชุดชั้นสามและสี่ให้ตามด้วยเสื้อคลุมกันหนาว บิดผ้าที่อยู่ในถังน้ำอุ่นให้หมาดแล้วส่งผ้าให้ชิงป๋ายทู่เช็ดหน้าเอง“เสี่ยวเซฺว่ เราจะไปไหนกันหรือ ถึงต้องแต่งตัวด้วยชุดหลายชั้นขนาดนี้”“ไปทานข้าวที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกลับมาจากค่ายทหารแล้ว”ชิงป๋ายทู่ตื่นเต็มตาในทันที“ไปทานข้าวเรือนใหญ่!”“เจ้าค่ะ บ่าวเห็นอนุของท่านแม่ทัพวนเวียนอยู่แถวเรือนใหญ่ ไม่แน่ว่าอยากมาสำรวจคู่ต่อสู้ คุณหนูจะแพ้ไม่ได้นะเจ้าคะ”เส
อ่านเพิ่มเติม
๖ ฟูจวินไม่ได้รักพวกนางคนที่ฟูจวินรักคือ…
๖ฟูจวินไม่ได้รักพวกนางคนที่ฟูจวินรักคือ…ชิงป๋ายทู่อารมณ์ดีเพราะได้ทานอาหารที่ตนอยากทาน นางจิ้มน้ำจิ้มซื่อชวนเล็กน้อยเพราะทานเผ็ดมากไม่ได้ ฟูจวินของนางไม่ได้บริการเฉพาะแกะกุ้งให้เท่านั้น แต่ยังช่วยเลาะก้างปลาให้โดยที่เนื้อไม่เหลือก้างปลาติดมาเลยแม้แต่น้อยทักษะอันยอดเยี่ยมทั้งสองเพิ่มความน่าชื่นชมในสายตาชิงป๋ายทู่ในเวลาที่มองเขามากขึ้นกึ่งหนึ่ง ซึ่งนี่ก็ทำให้คนตัวโตหัวใจชุ่มฉ่ำ ต่อให้ไม่ค่อยได้ทานแต่ก็ยังอิ่มใจ“อิ่มหรือไม่”อูต้าฉงเอ่ยถามในยามที่เห็นนางวางตะเกียบลงแล้ว คำถามนี้ต่อให้นางไม่ตอบ อูต้าฉงก็ทราบความในใจ เพราะนอกจากนางจะทานกุ้งและปลาที่เขาปอกเปลือกเลาะเนื้อให้จนหมดแล้ว ข้าวต้มผักก็ยังหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำ“อิ่มเจ้าค่ะ ฟูจวินไม่หิวตอนเที่ยงหรือเจ้าคะ หรือเป็นเพราะว่าทานตอนเช้ามากแล้ว”อูต้าฉงไม่ตอบแต่มองไปที่เปลือกกุ้ง ชิงป๋ายทู่เห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มแห้งให้เขาในทันที“ที่แท้ก็มัวแต่แกะกุ้งให้ข้าอยู่นั่นเอง ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้น ข้าตักเคาหยกให้ฟูจวินแล้วกัน”ว่าแล้วนางก็ยื่นมือไปหยิบตะเกียบของเขาแล้วคีบเนื้อหมูสามชั้นให้ทั้งแผ่น นางไม่ชอบทานสามชั้นแต่ชอบทานผักที่ต้มลง
อ่านเพิ่มเติม
๗ สิ่งที่เจ้ามีนางก็มีแต่สิ่งที่เจ้าไม่มีนางมีทุกอย่าง
๗สิ่งที่เจ้ามีนางก็มีแต่สิ่งที่เจ้าไม่มีนางมีทุกอย่างอูต้าฉงเดินอย่างล่องลอยกลับมาที่เรือนใหญ่ของตน คำพูดของนางยังคงลอยวนอยู่ในหัว‘...เรื่องที่ฟูจวินจะให้ข้าทำหน้าที่แทนเจี่ยเจียทั้งสองนั้น เกรงว่าร่างกายของข้าจะทนรับสัมผัสร่วมแบบนั้นไม่ได้’“ใช่หมายความว่านางรังเกียจที่ข้าคว้าสตรีไร้หัวนอนปลายเท้ากับนางคณิกามาร่วมคืนสวาทหรือไม่”มือหนากำหมัดเข้าหากันเพราะหัวใจคล้ายถูกบีบรัด“ที่บอกว่าไม่ชอบให้ใครมาแย่งพื้นที่ส่วนตัวใช่หมายความว่าไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปในหัวใจนางหรือไม่”ยิ่งได้เห็นสีหน้าได้ยินเสียงของนางที่เอ่ยคำพูดเหล่านี้เหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป อูต้าฉงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจจนต้องยกมือบีบหน้าอกเอาไว้ในหัวนึกถึงวันที่ได้รับสมรสพระราชทาน…‘แม่ทัพอู เปิ่นกงดีใจกับเจ้าด้วย’มือหนายื่นมือไปรับสมรสพระราชทานสีเหลืองทองจากมือเรียวยาวของไท่จื่อเจาฮั่นหลิน สหายร่วมเรียนสูงศักดิ์ของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเก็บรอยยิ้มดีใจไว้ไม่มิด ในหัวคาดเดาไปแล้วว่านางจะแสดงออกอย่างไรหลังจากได้รับสมรสพระราชทานครั้งนี้‘ขอบพระทัยไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ’‘เสี่ยวทู่ทู่เหมือนกระต่ายน้อยไร้พิษสงแต่มีความคิดเป็นของตัวเองสูง
อ่านเพิ่มเติม
๘ บุรุษที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของกระต่ายน้อยเช่นข้าช้ำใจยิ่ง
๘บุรุษที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของกระต่ายน้อยเช่นข้าช้ำใจยิ่งณ งานเลี้ยงในวังหลวงสามวันต่อมาเพื่อฉลองในชัยชนะของศึกในครั้งนี้ วังหลวงจึงจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นชิงป๋ายทู่ในฐานะที่เป็นฮูหยินของอูต้าฉงย่อมมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วยแขกในงานเลี้ยงวันนี้มาเป็นคู่ ส่วนใหญ่เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่มาร่วมงานด้วยนอกจากเสนาบดีประจำกระทรวงอื่น ๆ แล้วยังมีรองเสนาบดีกระทรวงการคลัง หรืออีกฐานะหนึ่งก็คือพี่ชายของชิงป๋ายทู่ชิงชางยังไม่ได้แต่งฮูหยินเอก เรือนหลังไร้อนุ วันนี้เขาจึงเดินเคียงคู่มาร่วมงานกับน้องชายคนรอง ส่วนมารดาเขานั้นย่อมเดินเคียงคู่กันเข้างานพร้อมเสนาบดีชิง“ฟูจวิน ครอบครัวข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”ชิงป๋ายทู่สะกิดสามีเบา ๆอูต้าฉงไม่ได้ตื่นเต้นกับการเผชิญหน้าครอบครัวภรรยาเท่ากับได้รับการแตะเนื้อต้องตัวจากนาง การนอนคนเดียวที่เรือนใหญ่สามคืนที่ผ่านมานี้เทียบไม่ได้เลยกับสัมผัสเบา ๆ เมื่อครู่“เรายืนต้อนรับหน่อยดีหรือไม่”ชิงป๋ายทู่พยักหน้ารับ นางยันกายลุกขึ้นพร้อมได้รับการพยุงจากสามีจางอวิ๋นผู้เป็นมารดาของกระต่ายน้อยเห็นความอ่อนโยนที่สามีของบุตรสาวแสดงออกมาก็เผลอยิ้มหวานถูกใจในการกระทำของ
อ่านเพิ่มเติม
๙ องค์ชายห้าน่าตายกล้าใช้สายตาเช่นนี้มองภรรยาผู้อื่น
๙องค์ชายห้าน่าตายกล้าใช้สายตาเช่นนี้มองภรรยาผู้อื่น“ฮูหยิน เจ้าดื่มได้มากเพียงนี้เชียวหรือ”หลังจากกลับมานั่งที่โต๊ะ แม่ทัพหนุ่มก็กระซิบถามฮูหยินเสียงแผ่ว สายตาที่เขามองนางยังคงหวานเยิ้ม ขัดตาผู้ที่ลอบมองนางยิ่งแล้ว“หึ! ยังมีหน้ามองนางด้วยสายตาหวานหยดแบบนี้อีกหรือ ทำทีเป็นไล่อนุออกจากจวนทั้งที่พาพวกนางเข้าเมืองหลวงมาแล้ว คงหวังจะพาพวกนางกลับเข้าจวนสักวันล่ะสิ แสดงละครตบคนอื่นได้แต่คิดหรือว่าจะตบตาข้าได้”ไท่จื่อตวัดสายตามององค์ชายห้าเจาจ้วนฉือที่นั่งถัดจากเขาต่ำกว่าหนึ่งขั้นคำพูดเหล่านี้สื่อชัด ไม่ต้องใช้ความคิดหนัก ไท่จื่อหนุ่มก็ทราบว่าน้องชายต่างมารดาสื่อถึงใคร“น้องห้า เจ้าคิดว่าเขาแสดงละครเช่นนั้นหรือ”องค์ชายห้าชะงักไปทันทีเพราะไม่คิดว่าไท่จื่อจะได้ยินคำพูดของตนด้วยแต่เมื่อได้เผลอแสดงความรู้สึกนึกคิดออกไปแล้ว องค์ชายห้าก็ไม่เก็บงำความคิดของตนเองอีกต่อไป“อยู่ชายแดนห่างไกลภรรยาก็ว่าไปเถิด แต่นี่ยังพาพวกนางกลับเมืองหลวงมาด้วย กล่าวตามจริงเสด็จพี่จะให้อนุนั่งรถม้ามาเหยียบหน้าภรรยาหลวงหรือไม่”ยิ่งพูดองค์ชายห้ายิ่งมีอารมณ์ สายตาจ้องอูต้าฉงไม่พอใจชัดเจนจนคนถูกจับจ้องยังรู้สึกได้
อ่านเพิ่มเติม
๑๐ คืนหนึ่งของจุดเริ่มต้นแห่งความผิดพลาด
๑๐คืนหนึ่งของจุดเริ่มต้นแห่งความผิดพลาดคืนแห่งการสดุดีครั้งแรกเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพตระกูลอูสามารถยึดเมืองหน้าด่านคืนมาได้หนึ่งเมืองพลทหารเข้าป่าล่าสัตว์มาแกล้มสุราดื่มพร้อมกันทั้งกองทัพ ทว่าด้วยกฎของกองทัพทุกคนจึงดื่มเพียงคนละจอกเพื่อให้มีสติสามารถที่จะรับมือการศึกจากแคว้นต้าหลี่ได้นั่นเป็นข้อยกเว้นของพลทหาร!เพราะในฐานะแม่ทัพอย่างอูต้าฉงกลับถูกเหล่านายกองเข้ามาคารวะชนจอกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาที่ไม่ได้คอทองแดงและไม่ได้ติดสุรา เพียงห้าจอกเท่านั้นก็ทำให้เขามึนเมาได้แล้ว“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวพยุงไปที่กระโจมนะเจ้าคะ”เสี่ยวหลินเข้ามาพยุงอูต้าฉงเมื่อเห็นเขาเดินโซซัดโซเซกำลังไปที่กระโจมใหญ่“ข้าเดินเองได้”อูต้าฉงดันตัวเสี่ยวหลินออกไป ในตอนนั้นเองที่อูไน่กับอูตูรีบเข้ามาพยุงเจ้านายแทนเสี่ยวหลิน อูไน่หันมามองด้านหลังแล้วออกคำสั่งกับนางว่า“เตรียมน้ำอุ่นกับผ้าเช็ดหน้าที”“เจ้าค่ะท่านรองแม่ทัพ”เสี่ยวหลินรีบไปหาผ้าตามคำสั่งรองแม่ทัพ ตอนที่นางถือถังน้ำเข้ามาก็เห็นเพียงอูต้าฉงอยู่ในกระโจมคนเดียวเห็นอีกฝ่ายขยับปากเบา ๆ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาจนนางอยากได้ยินว่าเขากล่าวอันใด เดินเข้าไปใกล
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status