Partager

ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้
ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้
Auteur: หวางลี่อิง/มงกุฏดาว

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-01-10 16:06:22

เมื่อ 15 ปีก่อน ชายแดนบูรพาในรัฐเว่ย แคว้นจงโจว มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่ากงซีเป็นที่พักชั่วคราวของฮูหยินแม่ทัพซ่งอัน ซึ่งห่างจากทัพใหญ่บูรพาไม่กี่ลี้ หมู่บ้านนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างไกลความเจริญชนิดสุดกู่ เส้นทางสัญจรไปในหมู่บ้านนั้นมีแต่ทางเดินเท้าของชาวบ้านและทางเกวียนวัว ถ้าจะเดินทางออกไปด้านนอก หากไม่นั่งเกวียนเทียมวัวไปหรือเดินเท้าไป พาหนะที่ดีที่สุดก็คือขี่ม้าไปนั่นเอง

องค์หญิงเกาหยางกงจู่ได้มีทหารกลุ่มหนึ่งพามาพำนักชั่วคราวเนื่องจากในค่ายทหารนั้นลำบากยากแค้น แต่ทว่าไม่กี่วันให้หลังก็มีข่าวแจ้งว่าท่านแม่ทัพซ่งอันรับอนุเข้ากระโจมแม่ทัพ หัวใจคนเป็นแม่มองลูกน้อยวัยสามขวบที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างรู้สึกสงสาร

เดิมทีนางเป็นองค์หญิงปลายแถวอยู่ในวังหลัง ครั้นแม่ทัพชนะศึกเหนือใต้ เสด็จพ่อจึงพระราชทานนางเป็นรางวัล ซึ่งการเกิดเป็นสตรีในวังหลังล้วนไม่มีสิทธิ์เลือก หากแต่ต้องอยู่ใต้เท้าบุรุษเพียงเท่านั้น

การแต่งงานท่ามกลางไฟสงครามยากจะเกิดแล้ว นางเพียงทำพิธียกน้ำชาดื่มเหล้ามงคลแล้วติดตามแม่ทัพซ่งอันออกรบยังชายแดนบูรพาทันทีราวกับเขานั้นกลั่นแกล้งนาง

แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหญิงสาวก็มีครรภ์ การอยู่ในกองทัพท่ามกลางบุรุษนั้นลำบากยากเข็ญ แม่ทัพใหญ่จึงตัดสินใจให้นางมาอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ห่างจากกองทัพนัก การเดินทางจากกองทัพมาที่เรือนรับรองชั่วคราวเพียงควบม้าชั่วเวลาครึ่งชั่วยาม

แต่เมื่อนางคลอดลูกเป็นสตรี ก็ไม่ได้รับความสนใจอีกเลย ภายในใจผู้เป็นแม่อย่างนางได้แต่อดทน จนเมื่อลูกน้อยวัยสามขวบ สตรีนามซูหลันหนี่ว์ก็เข้ามาพัวพันกับแม่ทัพซ่งอัน และตั้งครรภ์เฉกเช่นเดียวกัน

หัวใจผู้เป็นแม่ทุกข์ระทมตรอมตรมเช่นไรก็ต้องหยัดยืนสู้ต่อไปเพื่อลูกสาว จวบจนลูกสาวนางได้ 6 ขวบความวิตกกังวลใจมากจนเกินไปทำให้นางป่วย อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ แม้แต่หมอทหารก็ไร้ทางเยียวยา ทั้งไม่ได้รับความสนใจและความใจร้ายของสามีคือ ใช้ยาเท่าที่จำเป็น

แม่ทัพซ่งอันไม่เคยมีความพิศวาสต่อเกาหยางอยู่แล้ว จึงให้รักษาแบบตามมีตามเกิด ทั้งที่นางเป็นฮูหยินใหญ่จวนแม่ทัพซ่งแท้ ๆ แต่นางก็เก็บความทุกข์ไว้ในใจเท่านั้น ไม่กล้าหลั่งน้ำตาต่อหน้าลูกสาว

เด็กน้อยที่ใช้ชื่อแฝงตัวเป็นชาวบ้านนามว่ากูเทียนมี่วิ่งเล่นไปรอบ ๆ หมู่บ้าน เด็กน้อยท่าทางสะอาดสะอ้านเนื่องจากได้รับการเลี้ยงและดูแลอย่างดีจากบ่าวรับใช้ ที่ทำตัวเหมือนชาวบ้านเช่นเดียวกัน จึงทำให้ใบหน้าหมดจรดงดงามสวยเหมือนลูกหลานขุนนาง เพียงแต่เสื้อผ้านั้นซีดเซียวตามชาวบ้านไม่ได้แต่งงานหรูหราจนเป็นที่สนใจ

“เจ้า...เจ้ามีซาลาเปา...เอามาให้ข้า” เด็กชายเกเรคนหนึ่งผู้หิวโหยไม่เพียงไม่ขอดี ๆ ยังเข้ามายื้อแย่งซาลาเปาไส้เนื้อของกูเทียนมี่เอาไป

“เจ้า...นั่นมันของข้า”

“ของเจ้าก็ต้องอยู่ในมือเจ้าสิ...อยู่ในมือข้าแสดงว่าของข้า” เสียงเด็กชายเกเรผู้นั้นกล่าวขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะ แต่ทว่า...

หมับ!

ห่อซาลาเปาห่อนั้นถูกยื้อแย่งโดยเด็กชายที่โตกว่าท่าทางของเขาบาดเจ็บแต่เมื่อเห็นเด็กน้อยโดนรังแก เขาก็ไม่อาจจะนิ่งดูดาย ปล่อยเช่นนั้นไปได้

“เจ้า! เอาซาลาเปาของข้าคืนมานะ” เด็กชายอันธพาลผู้นั้นยิ้มค้างทั้งชี้หน้าเมื่อในมือที่มีห่อซาลาเปานั้นถูกยื้อแย่งไปโดยง่ายดาย

“เจ้าพูดเองมิใช่...ซาลาเปาอยู่ในมือใครก็ของคนนั้น” หงจื่อติดตามบิดาออกรบจนโดนข้าศึกตีแตกแยกกันคนละทิศคนละทาง เขาจึงหลบเข้ามาที่หมู่บ้านนี้เพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วก็พบว่าเด็กน้อยโดนรังแก

“เจ้า...นั่นมันของข้า”

“ของข้าต่างหากเจ้าอย่ามาขี้ตู่” กูเทียนมี่เถียงขาดใจ พร้อมทั้งยืนด้านหลังชายผู้นั้นที่เสื้อผ้าเปื้อนเลือด หากเลือกได้ซาลาเปานางอยากแบ่งให้เขามากกว่าเจ้าคนอันธพาลนั่นเสียอีก

“เจ้า!”

ฟิ้ง!!!

เสียงชักกระบี่ของเด็กหนุ่มนั้นทำให้เด็กอันธพาลวัย 6 หนาววิ่งกระเจิงไป แล้วหงจื่อยื่นห่อผ้าที่ภายในมีซาลาเปาด้วยกัน 4 ลูกให้กับเด็กหญิงตรงหน้า เมื่อเปิดห่อออกควันจาง ๆ ที่ลอยออกมากับกลิ่นหอมของซาลาเปาทำให้เขารู้สึกหิว ท้องเริ่มร้องประท้วงเพราะตั้งแต่เมื่อคืนก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่จะให้มาแย่งเด็กหญิงน่ารักตรงหน้าก็กระไรอยู่

“พี่ชาย...ท่านหิวหรือไม่...กูเทียนมี่กินไม่หมด...แบ่งท่านสองลูก” เด็กน้อยนั่งลงทำให้เขาทรุดนั่งลงใต้ต้นไม้ริมลำธารด้วยเช่นเดียวกัน นางบิซาลาเปาออกกลิ่นหอมพร้อมกับควันจาง ๆ มันยั่วน้ำลายเขาจริง ๆ แต่เขาก็ยังไม่กล้ากินอยู่ดีจนนางยื่นมือเล็ก ๆ มาป้อนให้กับเขาถึงปาก นั่นเป็นซาลาเปาที่เขารู้สึกอร่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมาจน 13 หนาว

“แม่เจ้าทำให้รึ” เขาเคี้ยวไปอย่างเอร็ดอร่อย และหมดภายในพริบตา แล้วนางก็ยื่นลูกถัดมาให้เขาอีกลูก ส่วนนางกินยังไม่หมดเพียงครึ่งลูกด้วยซ้ำ

“ใช่เจ้าค่ะ...แม่ของกูเทียนมี่ทำให้ ท่านแม่ไม่ค่อยสบายกูเทียนมี่เลยมาเล่นข้างนอกคนเดียว” เด็กน้อยไม่ชอบกลิ่นยาในห้องท่านแม่ จึงขอออกมานั่งเล่นริมลำธาร แต่ก็เจออันธพาลเข้าให้ ที่จริงวันนี้นางต้องหัดเขียนอักษรแล้ว แต่ทว่าแม่ไม่ว่างสอน จึงเป็นเวลาที่นางออกมาเที่ยวเล่นลำพังได้

“อร่อยยิ่งนัก” เขายิ้มให้เด็กน้อยแก้มป่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก กับดวงตาที่มองเขามีประกายความบริสุทธิ์ทำให้เขามองนางอย่างเพลินตา

ซาลาเปาหมดลงพร้อมกับเขาที่ต้องแยกกับนางเนื่องจากเริ่มมีทหารเข้ามาตามหาเขาแล้ว หากผู้ใดรู้ว่าเขาเป็นใคร ข้าศึกอาจจะมาทำลายหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้ได้

เขารีบหลบออกไปแต่ก็มีเด็กน้อยที่วิ่งตามมา

“พี่ชายท่านชื่ออะไร” กูเทียนมี่รู้สึกถูกชะตากับเขายิ่งนัก นางไม่อยากลืมชื่อเขา

“เรียกข้าว่าอาหงก็แล้วกัน” แน่นอนว่าเขาปกปิดชื่อแซ่ไม่อยากให้ใครล่วงรู้

“ข้าจะรอพี่อาหงที่ลำธารนะเจ้าคะ”

เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสมองพี่อาหงของนางเดินจากไป

หงจื่อไม่รู้ว่าทำไมต้องคิดคำนึกถึงคำพูดเด็กน้อย แล้วเขาก็มาพบนางตามที่สัญญา ทุกเจ็ดวัน แต่มีช่วงหนึ่งนางไม่ได้มาด้วยตัวเอง เพียงแต่ฝากจดหมายกับคนผู้หนึ่งมาให้เขา จากนั้นก็เกิดสงครามใหญ่หมู่บ้านแห่งนั้นก็โดนพิษสงครามเล่นงาน ทั้งโดนเผาวอดวาย ในใจหงจื่อเจ็บแค้นฆ่าพวกมันจนสิ้นแล้วตามหานาง แต่แม้แต่ข่าวคราวหรือศพก็ไม่พบจนแต่ไม่ทำให้เขาล้มเลิกที่จะตามหานาง

ร่างองอาจนั่งดื่มเหล้าในสวนใกล้เรือนพักส่วนตัวในจวนจวิ้นอ๋อง ผ่านงานมงคลของเขามาหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทว่าเขากลับไม่เคยไปเยี่ยมเยียนเรือนจวิ้นหวังเฟยเลยแม้แต่น้อย มีเพียงน้องสาวของจวิ้นหวังเฟยที่ดูเหมือนอยากทำหน้าที่แทนพี่สาวเข้ามาหาทุกค่ำเช้า

“ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ หลินเหยาทำน้ำแกงบำรุงร่างกายให้ลองดื่มเพคะ”

ซ่งหลินเหยาที่ไม่ได้แต่งเข้าจวนจวิ้นอ๋อง แต่ทว่าอยากตามพี่สาวออกเรือนมาด้วย คนนอกมองอย่างไรก็รู้ว่าลูกของอดีตอนุหรือฮูหยินเอกซ่งปัจจุบันต้องการทำสิ่งใด แม้แต่หงจื่อเองก็รับรู้ได้เช่นเดียวกัน หากแต่เขาไม่อยากเปิดเผยให้อับอาย เนื่องจากมารดาของนางเป็นญาติห่าง ๆ ของเสด็จแม่ ถึงต้องจำใจรับไว้เพื่อเป็นไมตรีจิตระหว่างตระกูลซู

เขาหรือจะต้องการมีเมียหลายคน เพียงหนึ่งเดียวที่เขาอยากพบและอยากแต่งงานด้วยมีเพียงกูเทียนมี่เท่านั้น หากนางยังอยู่ เขาก็อยากจะพบนางสักครั้ง

“ออกไป!” ดวงตาแดงก่ำใบหน้าเครียดขรึมมองปราดไปยังผู้ที่มารบกวนความสงบใจ ทั้งมองหน้าฝูเฉินองครักษ์ที่สั่งห้ามผู้ใดรบกวน กลับทำหน้าที่บกพร่อง แต่สีหน้าก็รู้ว่าซ่งหลินเหยานั้นดื้อดึงเพียงใด

“ขออภัยเพคะท่านอ๋อง เพียงแต่หลินเหยาอยากช่วยพี่หญิงดูแลท่านอ๋อง ดื่มเหล้ามากนักจะไม่ดีต่อสุขภาพ หลินเหยากังวลใจแทนพี่หญิง นางแต่งงานเข้าจวนจวิ้นอ๋องก็ช่างกระไร ไม่รู้จักดูแลท่าน” ใบหน้าเสแสร้งแกล้งทำดีต่อหน้าจวิ้นอ๋องนั้นมีความต้องการแทนที่ หาได้ห่วงใยแทนไม่

ซ่งหลินเหยาแต่เล็กถูกปลูกฝังเรื่องเอาชนะซ่งเว่ยเหยามาโดยตลอด นางมิเคยเห็นอีกฝ่ายเป็นพี่สาว เพียงแต่เป็นศัตรูผู้หนึ่ง ยิ่งชาติกำเนิดมารดาที่เป็นฮูหยินใหญ่และยังมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงของอดีตจักรพรรดิ ทำให้นางถูกกดให้อยู่ใต้เท้าของพี่สาวผู้นี้ไปอีกหลายขุม ต่อให้นางไม่เคยมาระรานก็ตาม

แต่นับว่านางยังพอมีวาสนา ที่ไท่จื่อเฟยเสด็จแม่ของหงจื่อจวิ้นอ๋องยังเมตตานางกับแม่ จึงให้เข้าจวนมาชวนดูแลปรนนิบัติจวิ้นอ๋องได้ แต่ต่อให้ไม่โปรดพี่สาว ท่านอ๋องก็ไม่โปรดนางเช่นกัน แม้แต่ตำแหน่งเซ่อเหริน หรือชายารองเรียกแบบภาษาชาวบ้านคืออนุนั่นเอง ก็ไม่คิดจะยกนางขึ้นมา ทั้งที่อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมาก

“จุ้นจ้านวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง เรือนพักของข้าเจ้าก็เข้านอกออกในได้ตามอำเภอใจรึ!” วาจาไม่รักษาน้ำใจไม่พอ เสียงกร้าวที่ตวาดลั่นออกมานั้นทำให้รู้ว่าผู้เป็นใหญ่ในจวน

จวิ้นอ๋องอยู่ในอารมณ์ใด

เสียงที่ดังออกไปด้านนอก ทำให้คนที่เพิ่งมาถึงสะดุ้ง ซ่งเว่ยเหยาได้รับการเตือนจากเป่ยเป่ย ว่าจวิ้นอ๋องดื่มเหล้าทุกวัน มิค่อยได้เสวยอาหารดีนักจึงลงครัวทำอาหารมาให้ แต่เมื่อมาถึงหน้าประตู กลับเห็นน้องสาวของนางกำลังทำให้อารมณ์ของสามีนางขุ่นเคือง

“ฮึก...ท่านอ๋อง” หลินเหยาบีบน้ำตาต่อหน้าเขา เขาเกลียดนักสตรีที่ทำเป็นอ่อนแอต่อหน้า ความเสแสร้งนี้ถ่ายทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษหรืออย่างไร ถึงกล้าทำได้แนบเนียนเช่นนี้ แต่เมื่อเหลือบมองไปยังหน้าประตู เห็นสตรีที่เขารังเกียจตั้งแต่แต่งเข้ายืนแข็งค้างไม่ก้าวเท้าเข้ามา ในใจก็พลันหงุดหงิดขึ้นไปอีกเท่าตัว

“เจ้าก็เหมือนกัน มิรู้จักอบรมสั่งสอนน้องสาว หากคิดอยากเข้าหาบุรุษนัก ข้าจะให้ฝูเฉินสงเคราะห์ให้สักคราดีหรือไม่”

วาจาน่าเกลียดเสียดแทงกระทบไปยังนางผู้เป็นพี่สาวทำให้รู้สึกสะอึกในอก และอับอายแทบแทรกแผ่นดินกับพฤติกรรมของน้องสาว ยิ่งทำให้ตระกูลซ่งโดนดูแคลนเช่นกัน

เดิมหลินเหยาก็ไม่เคยรักใคร่ปรองดองกับนาง แต่ทว่ากลับมาพะเน้าพะนอออดอ้อนสามีนางทุกวัน ครั้นจะผลักไสไล่กลับจวนเสนาบดีกลาโหม นางก็หน้าทนเหลือแสน แต่ไม่ว่านางทำผิดใดตนที่เป็นพี่สาวก็ต้องยอมทนรับคำเสียดแทงไปด้วยทุกครั้ง

“ขอประทานอภัยท่านอ๋อง...ข้าจะอบรมนางให้ดี พรุ่งนี้จะให้รถม้าไปส่งนางที่จวนท่านพ่อ ไม่ให้นางมารบกวนจวิ้นอ๋องอีก”

สิ้นคำพูดใบหน้าของหลินเหยาเรียบตึง นางหันขวับมองพี่สาวยามนี้ที่เป็นจวิ้นหวังเฟย ย่อมมีสิทธิ์ในการรับชายารองหรือสตรีอุ่นเตียง หากท่านอ๋องไม่พอพระทัยย่อมขับไล่ออกไปได้ แต่มีหรือนางจะยอม ได้อยู่จวนจวิ้นอ๋องแล้ว นางไม่ยอมกลับออกไปเด็ดขาด

“ให้ดี พวกเจ้าออกไปให้หมด ออกไปทั้งคู่อย่าให้ข้าเห็นหน้าพวกเจ้าอีกหากไม่จำเป็น”

“เพคะ” เว่ยเหยาออกจากเรือนพักของจวิ้นอ๋องพร้อมกับให้คนไปพยุงน้องสาวหน้าไม่อายผู้นั้นออกมาด้วย

น้ำเสียงจริงจังกับใบหน้าขึงขังบอกให้รู้ว่าท่านอ๋องมีความประสงค์เช่นนั้นจริง ๆ คนที่รักเขาเช่นนางก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย นางยอมหลับหูหลับตาเป็นคนโง่เขลาอยู่กับความหวังเลือนรางที่วันหนึ่งเขาจะรักนางเหมือนที่นางรักบ้าง แต่ไม่เคยเลยที่จะมองนางในแง่ดี

นางทำอาหารให้เขา แต่เมื่อเขารู้ว่านางเป็นคนทำ อาหารเหล่านั้นก็ถูกยกออกจากโต๊ะเสวยทันที นางเย็บเสื้อผ้าให้เขา เมื่อเขารู้ว่าเป็นฝีมือนาง เสื้อผ้าเหล่านั้นก็ถูกให้นำไปเก็บ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนดูเหมือนมันยังไม่มากพอให้เขาหันมารักมาสนใจนางเลยสักนิดเดียว

ยิ่งน้องสาวต่างมารดาน่ารังเกียจผู้นี้ทำเรื่องน่าอับอายครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำหนักของนางในใจจวิ้นอ๋องก็เบาบางดุจปุยฝ้ายไปทุกที นางไม่เคยปรารถนายศตำแหน่ง หากเพียงแต่ความรักเท่านั้นที่นางอยากได้รับ

หรือแท้ที่จริงนางควรพอสักที!
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 41

    หลังจากขึ้นจากน้ำ คนหวงเมียก็เดินนำหน้า เพราะตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ แล้วเสื้อผ้าของนางก็แนบลู่เข้ากับเนื้อสาวจนทำให้นึกหงุดหงิด ดีที่บ้านของนางอยู่ช่วงท้ายหมู่บ้านแล้ว คนที่สัญจรไปมาไม่ได้มีมากนัก แต่กระนั้นเขาก็ยังหวงอยู่ดี “เจ้าขวางข้าทำไม” กูเทียนมี่ชักหงุดหงิด ที่เจ้าบ้านี่เดินล้อมหน้าล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 23

    “เห็นบอกพ่อบ้านว่าไท่จื่อเฟยเรียกให้ไปพบเจ้าค่ะ” ฟังคำตอบแล้วก็รู้ว่าต้องเตรียมรับมือกับการวางแผนของแม่ผัวกับน้องสาวอีกแล้วสินะ คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้ นางเหนื่อยจริง ๆ จนบางครั้งอยากปล่อยไปให้หมด จวิ้นอ๋องกลับมาที่จวนรีบเข้าไปหานางทันที ยิ่งเห็นนางอยู่เรือนตัวเองยิ่งชอบใจนัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 21

    “จวิ้นอ๋อง...ที่นี่ไม่ใช่เรือนของข้า...” “เจ้ามองเห็นงั้นหรือ” จวิ้นอ๋องอมยิ้ม ไม่คิดว่านางจะรู้ และพูดขึ้นมาเขาสั่งให้คนอื่นห้ามบอกนางว่าอยู่เรือนของเขา เหตุใดจึงจับได้เร็วนัก แบบนี้ก็ไม่สนุก “กลิ่นย่อมไม่เหมือนกัน” “เจ้ารู้แล้วก็กินเถิด ที่นี่เรือนข้า” “ไม่ให้ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 18

    “เอ่อ...จวิ้นอ๋องเพคะ...ข้าอยากไปไหว้พระที่อารามหย่งเล่อ” นางพูดออกมาเสียงพร่า จนทำให้คนที่ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอยากถอดมันทิ้งแล้วไปกอดรัดนางอีกรอบ ให้รู้แล้วรู้รอดไป ยั่วนัก! เขารู้ว่านางไม่ได้ตั้งใจ แต่มันทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ “ก็ได้ ข้าจะให้ทหารไปคอยดูแลด้วย เจ้าเอาส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status