Partager

บทที่ 7

Auteur: จิ้งเยี่ยน
ทันทีที่ร่างกายของตงฟางจิ่งโงนเงน ก็ล้มลงบนที่นอน

ความหนาวเย็นกลุ่มหนึ่งแผ่ซ่านออกมา นางหนาวจนตัวสั่นระริก

เฟิ่งเชียนอวี่แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่แท้ก็พิษเหมันต์กำเริบ มิน่าล่ะถึงได้มีท่าทางเหมือนจะตายแบบนั้น ทำให้นางคิดไปเองว่าเจอผี

เสื้อชั้นในของตงฟางจิ่งได้เปียกชุ่มไปหมด จนแนบเนื้อ จากสายตาของเฟิ่งเชียนอวี่มองไป จึงสามารถมองเห็นเค้าโครงแผ่นหลังที่แข็งแกร่งและเรียบเนียนได้

นางตาสว่างทันที กระแอมเบา ๆ พยุงเขาขึ้นมาด้วยท่าทางที่ไม่รู้ไม่ชี้ ฉวยโอกาสใช้มือลูบขึ้นลงแอบแต๊ะอั๋งเขา

ตงฟางจิ่งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายไม่มีความรู้สึก ใบหน้าอันหล่อเหลาแข็งทื่อ กัดฟัน กล่าวอย่างลำบาก

“เจ้า บังอาจ”

เฟิ่งเชียนอวี่กลอกตาใส่ ไม่ใส่ใจ ตงฟางจิ่งตอนที่พิษกำเริบก็เป็นเหมือนกับเสือกระดาษ นางจะกลัวทำไม

“หื่นกระหายอะไร ท่านพิษเหมันต์กำเริบ พูดจาให้น้อยที่สุด ไม่กลัวเหนื่อยตายหรือไร”

หลังจากที่นางสัมผัสจนพอใจแล้ว ทันทีที่พลิกข้อมือ ยาเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ เฟิ่งเชียนอวี่ยัดเข้าไปในปากของเขาทันที ในเวลาเดียวกันก็สงสัย

“พิษเหมันต์ของท่านเพิ่งจะกำเริบเมื่อวาน เหตุใดวันนี้ถึงกำเริบอีกแล้วละ?” แบบนี้มันจะบ่อยเกินไปแล้ว

ตงฟางจิ่งหลับตาไม่สนใจนาง แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้ง เวลาที่พิษกำเริบยิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ หมายความว่าพิษเหมันต์ภายในร่างกายใกล้จะระงับเอาไว้ไม่อยู่แล้ว

สำหรับเขาแล้ว ไม่ใช่ข่าวดีอย่างแน่นอน

ถูกเขามองข้าม เฟิ่งเชียนอวี่ก็ไม่สนใจเช่นกัน กำลังลูบกล้ามเนื้อที่ยังคงเย็นเฉียบและแข็งปังของเขา อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ดูท่าฤทธิ์ของยาตัวนี้มีจำกัด

ถ้าไม่อยากให้พิษกำเริบอีก ยังไงก็ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอของพิษชนิดนี้ถึงจะได้

เฟิ่งเชียนอวี่กำลังครุ่นคิด อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ กล่าวพึมพำ “ท่านห้ามตายเป็นอันขาด”

ตงฟางจิ่งได้ยิน สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย นับว่าผู้หญิงคนนี้ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง ผลปรากฏว่าครู่ต่อมา คำพูดของเฟิ่งเชียนอวี่ทำให้สีหน้าของเขาเย็นชากลับไปเป็นภูเขาน้ำแข็งอีกครั้ง

“อย่างน้อยก็อย่าเพิ่งตายตอนนี้...” นางยังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังไม่ชัดเจน

สีหน้าของตงฟางจิ่งดูแย่มาก เต็มไปด้วยความอึมครึม ถ้าหากไม่ใช่ว่าเป็นเพราะตอนนี้ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เขาคงจะต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้ดี ๆเสียหน่อย

......

เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิ่งเชียนอวี่ตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ก็เรียกสาวใช้ที่ชื่อหลิวซูที่อยู่ด้านข้างมาหา

เฟิ่งเชียนอวี่แต่งเข้ามา ทางจวนอ๋องได้จัดเตรียมสาวใช้ที่ชื่อหลิวซูกับอิ้งเยว่จำนวนสองคนเอาไว้คอยรับใช้นางในเรือนชิงหลาน สาวใช้ขั้นสองจำนวนสี่คน สาวใช้ขั้นสามจำนวนสิบสองคน ยังมีสาวใช้สูงวัยที่ทำงานหยาบและสาวใช้ที่ร่างกายบึกบึนอีกหลายคน

“พระชายา” หลิวซูคำนับอย่างนอบน้อม

เฟิ่งเชียนอวี่กล่าวถาม “ที่นี่มีหนังสืออะไรที่น่าอ่านบ้างหรือไม่ ข้าไม่มีอะไรทำ อยากจะหาอะไรฆ่าเวลาเสียหน่อย”

“มีเจ้าค่ะ บ่าวจะไปนำมาให้ท่าน”

ในไม่ช้า หลิวซูก็ยกลังไม้ที่ประณีตลังหนึ่งเดินเข้ามา

ทันทีที่นางเปิดดู มุมปากก็กระตุก

ด้านในนี้ทั้งหมดเป็นหนังสือจริง ๆ แถมยังมีไม่น้อยอีกด้วย แต่เมื่อลองพลิกดู ทั้งหมดเป็นคัมภีร์กตัญญูคุณธรรมของสตรี ข้อห้ามของสตรี คำสั่งสอนของสตรี คัมภีร์กตัญญู แม้แต่คัมภีร์พระไตรปิฎกก็ยังมีอยู่หลายเล่ม

ลึกลงไปด้านล่างอีก ก็คือบทละครพื้นบ้าน ชีวประวัติ นิยายจำพวกเวอร์ชันโบราณบางส่วน ตอนที่ไม่มีอะไรทำก็สามารถเอามาอ่านได้

แต่ตอนนี้ของที่นางอยากได้ ไม่ใช่ของพวกนี้

เฟิ่งเชียนอวี่หันไปมองหลิวซู “ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่ อย่างเช่น หนังสือประวัติศาสตร์ จือจื้อทงเจี้ยน กฎหมายจำพวกนี้?”

หลิวซูตกตะลึง ไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง “พระชายา ท่านอยากจะอ่านหนังสือพวกนี้หรือเจ้าคะ? มีแต่ผู้ชายถึงจะอ่านหนังสือพวกนี้นะเจ้าคะ”

พระชายาเป็นผู้หญิง ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องสอบเพื่อเข้ารับราชการเหมือนผู้ชาย จะอ่านหนังสือพวกนี้ไปทำไมกัน?

เฟิ่งเชียนอวี่มองบนในใจ แน่นอนว่านางอยากจะอ่านหนังสือพวกนี้ โดยเฉพาะหนังสือประวัติศาสตร์กับกฎหมาย ทันทีที่นางหลับตาก็ข้ามมิติมายังที่นี่ ยังไงก็ควรจะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่

ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางรู้เพียงแค่ว่าประเทศที่นางอยู่มีชื่อว่าตงเยว่ ชื่อรัชสมัยตอนนี้คือเทียนหยวน พระสมัญญานามของจักรพรรดิคือฮ่องเต้เทียนหยวน ตอนนี้แคว้นตงเยว่เทียนหยวนปีที่สามสิบหก จักรพรรดิครองราชย์มายี่สิบสองปี

พระโอรสและพระธิดาของฮ่องเต้เทียนหยวนค่อนข้างมาก มีองค์ชายเก้าองค์ องค์หญิงห้าองค์ ถือเป็นผู้ที่มีทายาทมากมาย

นอกจากข้อมูลพื้นฐานพวกนี้แล้ว ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก็ขุดคุ้ยหาข้อมูลที่มีประโยชน์อะไรไม่ได้อีก

ใครใช้ให้เจ้าของร่างเดิมถูกกักขังอยู่ภายในเรือนใหญ่ส่วนลึกของจวนอัครเสนาบดี ได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้าย ตั้งแต่เด็กจนโต มีโอกาสออกนอกจวนอย่างนับครั้งได้

ต่อให้ออกมาได้ ก็นั่งอยู่บนรถม้า เปิดผ้าม่านมองดูด้านนอก ประกอบกับภรรยาเอกที่ใจร้าย ตอนที่เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กแม้แต่ตัวหนังสือก็รู้เพียงแค่ไม่กี่ตัว พอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง

จิ เด็กผู้หญิงสมัยโบราณน่าสงสารมากเกินไปแล้ว

เฟิ่งเชียนอวี่โบกมือ “ข้าก็แค่อยากจะอ่านดูไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น เจ้าบอกมาว่าจะหาหนังสือพวกนี้ได้หรือไม่ก็พอ”

หลิวซูพยักหน้าอย่างลังเล “สามารถหาซื้อได้ในร้านหนังสือที่ตลาดเจ้าค่ะ”

นางพอใจ “ดีมาก เรื่องนี้ก็มอบหมายให้เจ้าไปจัดการก็แล้วกัน หนังสือทุกเล่มก็ซื้อมาอย่างละนิดละหน่อย ไม่ต้องซื้อเยอะ แต่พยายามซื้อให้หลากหลายครบถ้วน”

“เจ้าค่ะ”

ถึงแม้ว่าหลิวซูจะสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามมาก รับภารกิจแล้วก็ออกไปดำเนินการจัดซื้อ

ชุ่ยเตี๋ยที่ปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ มองเฟิ่งเชียนอวี่แวบหนึ่ง แล้วก็ผลุบตาลงด้วยความระมัดระวังอย่างรวดเร็ว

สำหรับเรื่องนี้ เฟิ่งเชียนอวี่มองเห็นแล้ว แต่กลับทำเป็นไม่สนใจ

ชุ่ยเตี๋ยเป็นสาวใช้ที่ติดตามนางมาจากจวนอัครเสนาบดีตอนแต่งงาน แต่กลับเป็นฮูหยินใหญ่นังแก่คนนั่นยัดเข้ามา พูดให้ดูสวยหรูก็คือเพื่อให้มาปรนนิบัตินาง หากพูดตรง ๆก็คือการจับตาดู

เฟิ่งเชียนอวี่ใช้ชุ่ยเตี๋ยได้สิถึงน่าแปลก

ทางที่ดีอย่าถูกนางจับจุดอ่อนได้ ไม่อย่างนั้นจะช้าหรือเร็วสาวใช้คนนี้ก็ต้องถูกส่งกลับไป

ความสามารถในการทำงานของหลิวซูว่องไวมาก หาซื้อหนังสือที่เฟิ่งเชียนอวี่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว มีความหลากหลายมาก กองเต็มพื้น

นางเลือกหนังสือมาสิบกว่าเล่ม ตามชื่อหนังสือและประเภท ส่วนที่เหลือก็ให้บรรดาสาวใช้ยกไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของจากนั้นสั่งให้ทุกคน ให้ขังตัวอยู่ในห้องแล้วอ่านหนังสือ

ตลอดทั้งช่วงบ่าย นางเอาแต่อ่านหนังสือพวกนี้ จากการอ่านบันทึกประวัติศาสตร์ ในที่สุดนางก็เข้าใจสถานที่แห่งนี้แล้ว

ที่นี่ไม่ใช่รัชสมัยหนึ่งใดที่อยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบันเลย แต่เป็นยุคสมัยที่สร้างขึ้นมาลอย ๆ

แต่ว่าการแต่งกายของชาวแคว้นตงเยว่ ค่อนข้างคล้ายกับสมัยราชวงศ์ชิงฮั่น ผู้ชายสวมชุดยาวและกวานหยก ผู้หญิงสวมชุดกระโปรงหรู่

แผ่นดินในตอนนี้ สร้างขึ้นเป็นตง หนาน ซี เป่ยสี่แคว้น แบ่งออกเป็นแคว้นตงเยว่ แคว้นหนานทง แคว้นซีเหลียงและแคว้นเป่ยชาง

พื้นที่บริเวณรอบ ๆ ของแต่ละแคว้น ยังมีแคว้นบริวารเล็ก ๆอีกไม่น้อย แล้วยังประกอบไปด้วยแคว้นนอกทะเล พวกคนป่าเถื่อนแห่งทุ่งหญ้าเป็นต้น

กำลังทางการทหารของทั้งสี่แคว้นใหญ่สูสีกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของตงเยว่ดีกว่าเล็กน้อย การติดต่อค้าขายระหว่างทิศใต้กับทิศเหนือ ลักษณะพื้นภูมิเจริญรุ่งเรือง

มีแผนที่แผ่นใหญ่มากแผ่นหนึ่งกางอยู่ตรงหน้าของเฟิ่งเชียนอวี่ ที่แห่งนี้เรียกว่า ‘ภาพฐาน’ เมื่อมองอย่างชัดเจน ก็มีความมั่นใจขึ้นมาแล้ว

นางกำลังเท้าคาง ทำท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่

ตนยอมแต่งงานแทน ก็เพราะอยากจะกระโดดออกมาจากกองเพลิงอย่างจวนอัครเสนาบดีนั่น ยังหวังว่าท่านอ๋องหกจะเป็นคนขี้โรคที่จะตายได้ทุกเมื่อ นางก็จะได้กลายเป็นแม่หม้ายที่ร่ำรวย

ผลปรากฏว่าจินตนาการเต็มไปด้วยความสวยงาม แต่ความเป็นจริงกลับทุเรศทุรัง

เท้าซ้ายก้าวออกมาจากกองเพลิงได้สำเร็จแล้ว แต่สิ่งเท้าขวาข้ามมา ก็ไม่ใช่สถานที่ดีงามอะไร แล้วท่านอ๋องหกนั่นก็ไม่ใช่คนขี้โรค แถมยังเป็นไอ้ก้อนน้ำแข็งอีกต่างหาก

นางเพิ่งจะแต่งเข้ามาวันแรกก็เจอเข้ากับการลอบสังหารแล้ว วันที่สองก็เกือบถูกส่งไปลงนรก แถมยังต้องเผชิญหน้ากับไอ้หน้าตายที่เดี๋ยวคุ้มดีเดี๋ยวคุ้มร้ายอย่างตงฟางจิ่งอีก เรียกได้ว่าไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

_________________

[1] จือจื้อทงเจี้ยน คือ หนังสือที่เกี่ยวกับการเมือง การทหาร และความสัมพันธ์ระดับชาติ ทั้งยังกล่าวถึงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 212

    “ฮือ ฮือ...”ตงฟางหล่างหน้าซีดด้วยความหวาดผวา พร้อมส่ายหน้าอย่างแรง ไม่ใช่นะเสด็จพ่อ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทว่าฮ่องเต้เทียนหยวนกลับเชื่อไปเจ็ดแปดส่วนแล้วเพราะมือสังหารพูดอย่างมีเหตุมีผล หากตงฟางจิ่งลอบสังหารเขาจริง เหตุผลล่ะ?ตงฟางจิ่งร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก น้อยมากที่จะออกจากจวนอ๋อง ไม่มีเหตุผลในการลอบปลงพระชนม์แม้แต่น้อย เพราะต่อให้ทำสำเร็จ แล้วเขาจะทำอะไรได้?ทว่ารัชทายาทไม่เหมือนกันหากฮ่องเต้เทียนหยวนตาย รัชทายาทจะเป็นฮ่องเต้ตงเยว่คนต่อไป ถือเป็นผลประโยชน์มหาศาลสำหรับเขา จึงค่อนข้างเข้าใจได้ ฮ่องเต้เทียนหยวนเป็นฮ่องเต้ที่เห็นแก่ตัวและรักอำนาจ คำพูดของมือสังหารแต่ละคำกระแทกเข้าไปในใจเขา ราวกับรุกล้ำขีดจำกัดของเขา ทำให้เขาโกรธจนถึงขีดสุด“ทหาร มาลากตัวมือสังหารผู้นี้ลงไปประหารซะ”“ยังมีรัชทายาท คนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เนรคุณอกตัญญู ช่างน่าโมโหยิ่งนัก มาลากตัวไปรอรับโทษที่คุกหลวง”ฮ่องเต้เทียนหยวนโมโหมาก หลังจากสั่งเสร็จจึงจากไปทันทีเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว ตงฟางจิ่งถูกปล่อยออกจากวังอย่างปลอดภัย ส่วนรัชทายาทถูกนำไปคุมขังที่คุกหลวงรัชทายาทคงไม่นึกไม่ฝัน เมื

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 211

    “รัชทายาท...”น้ำเสียงเย็นเยือกของฮ่องเต้เทียนหยวนทำให้ใจของตงฟางหล่างบีบรัด“เสด็จพ่อ ลูกถูกปรักปรำพ่ะย่ะค่ะ ไม่รู้ว่ามือสังหารผู้นี้ได้รับคำสั่งจากใคร ถึงได้ใส่ความลูกเช่นนี้”“ก่อนหน้านี้เขาซัดทอดน้องหกก่อน ตอนนี้ซัดทอดลูก เห็นได้ชัดว่ามีเงื่อนงำ ความภักดีที่ลูกมีต่อเสด็จพ่อ ฟ้าดินเป็นพยานได้ ไม่กล้าลบหลู่พระองค์แม้แต่น้อย”“เสด็จพ่อ นี่เป็นแผนการ ขอจงทรงตรวจสอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ”สีหน้าฮ่องเต้เทียนหยวนบรรยายไม่ถูก แต่ไม่ดีแน่นอน สายตาของพระองค์หันมองตงฟางจิ่ง“เจ้าหก เรื่องนี้เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”ตงฟางจิ่งเอ่ยเสียงเรียบ “ลูกไม่มีความเห็น มีเพียงประโยคเดียวเท่านั้น ลูกเป็นผู้บริสุทธิ์พ่ะย่ะค่ะ”ตงฟางหล่างกัดฟันกรอด แล้วถลึงตาใส่เขา เจ้าบริสุทธิ์หรือ? ดังนั้นคนที่มีปัญหาคือเขางั้นหรือ?เขาอดแค่นหัวเราะไม่ได้ “น้องหกพูดอย่างไม่เดือดร้อน ครั้งที่แล้วมือสังหารซัดทอดเจ้า คราวนี้กลับเปลี่ยนคำให้การกะทันหัน ช่างบังเอิญเสียจริง”ตงฟางจิ่งส่ายหน้าเชื่องช้า “มือสังหารชี้แจงสาเหตุแล้วไม่ใช่หรือ”“ท่านสังหารน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา คนเป็นพี่ชายอย่างเขาไม่ยินดีถวายชีวิตให้ท่านอีกแล้ว เรื่

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 210

    “เมื่อครู่เจ้าบอกว่ารัชทายาทสั่งการเจ้าหรือ?”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่กล้าโป้ปด ทุกอย่างเป็นคำสั่งขององค์รัชทายาท”ตงฟางหล่างที่อยู่อีกด้านกำหมัดแน่น มองดูมือสังหารด้วยแววตาอำมหิต แทบอยากจะเข้าไปแทงอีกฝ่ายให้ตายคามือเขากล้าได้อย่างไร...“ฮึ เจ้านึกว่าเราจะเชื่อเจ้าหรือ?”“ครั้งที่แล้วเจ้าซัดทอดอ๋องหก ครั้งนี้ซัดทอดรัชทายาท เจ้ากำลังปั่นหัวเราเหมือนคนโง่หรือ?”มือสังหารรีบกล่าว “กระหม่อมไม่กล้า”“เราว่าเจ้าใจกล้ามาก ในเมื่อเจ้าซัดทอดรัชทายาท เราจะถามเจ้าอีกครั้ง เหตุใดครั้งแรกเจ้าซัดทอดอ๋องหก แล้วตอนนี้ถึงเปลี่ยนคำให้การอีกครั้ง?”“หากเจ้าไม่มีเหตุผล เราจะให้เจ้าได้ลิ้มรสสุดยอดของเครื่องทรมาน” ฮ่องเต้เทียนหยวนทรงพลังดูน่าเกรงขามมือสังหารกัดฟันกรอก แล้วจ้องไปที่รัชทายาท ในดวงตามีความโกรธแค้นที่รุนแรงความโกรธแค้นนั้นเสมือนจริงมากตงฟางหล่างถูกเขาจ้องจนชะงักไป“กระหม่อมเป็นข้ารับใช้ขององค์รัชทายาทมาตลอด ทำงานให้องค์รัชทายาทด้วยความจงรักภักดี”“การลอบปลงพระชนม์ในครั้งนี้ เดิมทีกระหม่อมตั้งใจแน่วแน่ว่าจะตาย เพราะองค์รัชทายาทเคยบอกว่าหากกระหม่อมเกิดเรื่อง จะช่วยดูแลน้องสาวเพียง

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 209

    ถูกต้อง หากไม่มีตราประทับนั่น แค่คำให้การของมือสังหาร คงไม่มีน้ำหนักมากพออ๋องทุกคนล้วนมีตราประทับเฉพาะของทุกคน เพื่อแสดงสถานะของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหรือฝีมือแกะสลักล้วนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งยากจะเลียนแบบทว่าตราประทับนั่นกลับอยู่บนตัวมือสังหาร หนำซ้ำหลังผ่านการพิสูจน์ มันเป็นของจริงนี่จึงเป็นสาเหตุให้ฮ่องเต้เทียนหยวนสงสัยตงฟางจิ่งสีหน้าฮ่องเต้เทียนหยวนไม่สู้ดีนัก เขาหันมองตงฟางจิ่ง “เจ้าหก เจ้าเป็นลูกที่เรารักและเอ็นดูมาโดยตลอด หากเจ้ายอมรับตอนนี้ เราจะลงโทษสถานเบา”“ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าเราไม่ให้โอกาสเจ้า”เมื่อรัชทายาทได้ยิน แววตามีความไม่สบอารมณ์แวบผ่านตงฟางจิ่งสีหน้าเรียบเฉย “ลูกไม่มีความผิดพ่ะย่ะค่ะ”“ดี นำตัวเข้ามาเดี๋ยวนี้” ฮ่องเต้เทียนหยวนเอ่ยเสียงฮึดฮัดในไม่ช้า มือสังหารที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำกรมราชทัณฑ์ถูกคุมตัวเข้ามามือสังหารหมอบกราบอยู่บนพื้น ไม่มีปฏิกิริยาใดทั้งสิ้นฮ่องเต้เทียนหยวนมองเขาเยือกเย็น “เจ้าลองบอกเราอีกครั้งสิ คืนนั้นที่เจ้าลอบสังหารเรา ได้รับคำสั่งจากใครกันแน่?”“ทางที่ดีจงพูดความจริง หากกล้าโป้ปดแม้แต่น้อย เราจะเฉือนเจ้าท

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 208

    “พระชายา ตกลงท่านทำอะไรลงไป?”เฟิ่งเชียนอวี่เท้าคางพร้อมโบกมือ “บอกไปพวกเจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”นางหันมองเว่ยเซิงกับเว่ยชิว “พวกเจ้าสองคนมีวิธีทำให้ฮ่องเต้ไต่สวนคดีของตงฟางจิ่งอีกครั้งหรือไม่?”“จำไว้ ทางที่ดีต้องไต่สวนต่อหน้าเหล่าขุนนาง โดยเฉพาะสามารถไต่สวนในท้องพระโรง สอบสวนมือสังหารคนนั้นต่อหน้าทุกคน”“ไม่ได้นะขอรับพระชายา หากมือสังหารคนนั้นซัดทอดท่านอ๋องอีกครั้ง เช่นนั้นข้อหานี้ จะไม่มีวันรอดไปได้อีกเลย”สีหน้าเว่ยเซิงเคร่งเครียดมากเฟิ่งเชียนอวี่กลอกตามองเขา “เรื่องนี้ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? วางใจเถอะ หากอยากให้ท่านอ๋องของพวกเจ้าออกมาจากคุกหลวงอย่างปลอดภัย ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”“นี่มัน...”เว่ยเซิงเอ่ยอย่างลังเล “พระชายา ท่านมั่นใจหรือ?”“มั่นใจแน่นอน”“งั้น...ก็ดี ข้าน้อยเข้าใจแล้ว” เว่ยเซิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำความเคารพคดีลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้เทียนหยวน แม้จะถูกมือสังหารซัดทอด แต่ในทางความผิด ตงฟางจิ่งยังไม่ยอมรับแม้ภายนอกตงฟางจิ่งจะเป็นอ๋องที่อ่อนแอขี้โรค ไม่สนใจเรื่องภายนอก ทว่าหลายปีมานี้ แอบวางแผนอยู่เบื้องหลังไม่น้อยเรื่องลอบปลงพระชนม์ เป็นความผิดที่ใส่ร้

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 207

    บ่าวทางซ้ายมือเข้าใจทันที จึงก้าวไปหนึ่งก้าวแล้วทำให้เหยียนความสลบเขาวางเหยียนควานไว้บนพื้น แล้วหันไปมองอีกคน “พระชายา ท่านเก่งกาจเหลือเกินขอรับ”นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะเข้ามาอย่างง่ายดาย หนำซ้ำยังไม่มีใครขัดขวางที่แท้บ่าวรับใช้ทั้งสองคน คือเฟิ่งเชียนอวี่และเว่ยเซิงส่วนเหลิ่งหานและเว่ยชิว ทั้งสองคนรออยู่ด้านนอก“เจ้าเฝ้าเขาให้ดี ข้าจะไปพบมือสังหารคนนั้น”“ไม่ได้ขอรับพระชายา ให้ข้าน้อยไปเป็นเพื่อนเถอะ ท่านเข้าไปคนเดียวอันตรายมาก”“วางใจเถอะ ข้ารู้จักประมาณตน ไม่ต้องพูดมาก”หลังจากเฟิ่งเชียนอวี่เอากุญแจมาจากมือเหยียนควาน ในไม่ช้าก็หาห้องขังของมือสังหารคนนั้นเจอพื้นที่บริเวณนี้เป็นส่วนที่ลึกมาก ห้องขังรอบด้านล้วนว่างเปล่า มีเพียงหนึ่งห้องที่คุมขังคนเอาไว้ จึงหาได้ง่ายมากนางเปิดประตูห้องขัง แล้วเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้ามือสังหารที่เดิมทีนอนพักสายตาอยู่บนเตียงลืมตาโพลง แล้วระมัดระวังตัวมาก “เจ้าคือใคร? เข้ามาได้อย่างไร?”เฟิ่งเชียนอวี่มองสำรวจอีกฝ่ายสักครู่ ใบหน้าดำคล้ำ หน้าตาธรรมดา เป็นคนที่หน้าตากลืนหายเข้าไปในฝูงชนนางเลิกคิ้ว เดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า จากนั้นนั่งลงบนเก้าอี

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 3

    ตงฟางจิ่งกำผ้ามงคลไว้ เผยอมุมปากหัวเราะอย่างเย็นชา “ที่แท้เป็นเจ้า”ใบหน้าเล็กเฟิ่งเชียนอวี่แดงทันทีร้องตะโกนในใจ : ข้าไม่ใช่! ข้าเปล่า! พูดเหลวไหล!!ขากรรไกรล่างถูกเขาบีบฉับพลันเฟิ่งเชียนอวี่ถูกบังคับให้จ้องตาเขา ตงฟางจิ่งก้มมองนาง ดวงตาที่เยือกเย็นลึกไม่อาจหยั่ง “เจ้าคือเฟิ่งหลิงหลงจริงหรือ?

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 2

    เพียงแต่น่าเสียดายมาก ในความทรงจำของเจ้าของร่าง ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหน้าตาของท่านอ๋องหกคนนี้ ท่านอ๋องที่ไม่มีอำนาจอย่างเขา เฟิ่งหลิงหลงไม่มองข่าวลือบอกว่าท่านอ๋องหกคนนี้เกิดมาก็มีความบกพร่องโดยกำเนิด ต้องกินยาตลอดปี งานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ในวังก็ไม่เคยเข้าร่วม เฟิ่งเชียนอวี่ครุ่นคิดอย่างตาเป็นประก

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 1

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”“คุณหนูสามตามพวกเรากลับไปเถอะ!!”เฟิ่งเชียนอวี่ตกใจจนฝีเท้าเคลื่อนไหวเร็วขึ้น “ข้าไม่กลับ!! ข้าไม่แต่งกับท่านอ๋องหก!!”หนังสือสัญญาแต่งงานของฝ่าบาทระบุอย่างชัดเจน ให้พี่สาวของนางแต่งงานกับท่านอ๋องหก แล้วตอนนี้พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาบังคับนางแต่งงานแทน?“อ๊ะ!...”ทันใดนั้นเท้าลื

  • ชายาแพทย์เสด็จ : ท่านอ๋องควรดื่มยาแล้ว   บทที่ 52

    เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เฟิ่งเชียนอวี่กลับเหมือนได้ระบายออกมา ทันใดนั้นอารมณ์ก็เปลี่ยนไปดีขึ้นมา แล้วเริ่มทานอาหารอย่างมีความสุขตงฟางจิ่งหลับตาลง ลอบพูดกับตนเองในใจว่า หญิงสาวคนนี้ช่างแปลกประหลาดนัก หากว่ามาโมโหนางก็คงจะไม่คู่ควร เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่โมโหก็มีเพียงแค่ตนเองเท่านั้นทันใดนั้น ปลายจมู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status