ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย

ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย

last updateآخر تحديث : 2025-12-08
بواسطة:  ม่านกู่مستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
49فصول
1.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เพื่อรักษาเกียรติท่านอาจารย์ ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์ของสำนักเซียวเหยา ถูกทรมานจนตาย ภพชาติใหม่นี้นางขอเป็นเพียงมนุษย์เดินดิน มิขอเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์อีก ไยท่านจึงกลับมาพัวพันวาสนาชะตาชีวิตนาง ----------------------

عرض المزيد

الفصل الأول

1

‘ไป๋เหม่ยหลาน ศิษย์ทรยศ!’

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเหล่าศิษยานุศิษย์ดังกึกก้อง แสงจัดจ้าของโซ่แห่งหยางรั้งตรึงข้อมือโชกชุ่มโลหิตของร่างผอมบางในอาภรณ์สง่า ถักทอด้วยลายปักท้องนทีสีคราม ใต้ผ้ารัดเอวห้อยหยกดาราเปล่งประกาย สัญลักษณ์เซียนสตรีผู้บำเพ็ญตน นางมิได้ขัดขืนการจับกุมเพื่อสำเร็จโทษ

‘ไป๋เหม่ยหลาน’ ขยับยิ้ม หวนคิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งนางยังคงอยู่สำนักเซียวเหยา

ครั้งหนึ่งท่านอาจารย์สั่งสอนนางว่า ‘เมื่อกระทำความดี ย่อมได้รับความเคารพนับถือ’

ทว่าหากประพฤติชั่ว เหล่าเซียนมิอาจละวางความรู้สึกชิงชัง พวกเขาต่อต้านความชั่วร้ายและจะรุมประณามนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการผิดประเวณี

ถึงแม้ว่าสหายผู้ยึดมั่นในความดีของไป๋เหม่ยหลาน ออกความเห็นว่าสมควรขับไล่นางไปสถานที่อันห่างไกล เพื่อเห็นแก่ความดีของนาง ในเมื่อนางเคยช่วยเหลือภพภูมิสวรรค์ นางรักษาความสงบสุขให้ผู้บำเพ็ญเพียรอยู่เสมอ ผู้นำสำนักเซียวเหยาไม่เพียงไม่เห็นด้วยเท่านั้น ความผิดอันใหญ่หลวงของนางมิได้รับการละเว้นโทษทัณฑ์ นางถูกทรมานในหุบเหว ให้มารร้ายกัดกินดวงวิญญาณ ตราบจนกว่าร่างทิพย์จะสูญสิ้น

ยามเซินในฤดูวสันต์ใบไม้หลากสีผลิบาน แตกต่างจากเมืองเทพซึ่งนางเคยขยับปลายเท้าวาดวิชากระบี่เคียงข้างท่านอาจารย์ ท่ามกลางพรรณพฤกษาหลากสีสะท้อนแสงระยิบระยับ วิจิตรตระการตา ต้นไม้ทิพย์ไม่มีวันสิ้นสลายหากไม่ถูกทำลาย พวกมันล้วนเป็นวัตถุมีชีวิตอันถาวรนานบนเทวโลก

ใบหน้างดงามอ่อนหวานเศร้าหมอง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของผลส้มงอกเงยเต็มสวนผ่านหน้าต่างไม้เปิดอ้ากว้าง ร่างผอมบางในชุดฮั่นฝู[1]งดงามถีบทะยานขึ้นสู่ยอดไม้สูงใหญ่ สะบัดมือเก็บผลส้มลงตะกร้าในอ้อมแขน

“ไยเจ้าออกตัวแทนพวกเขาอีกแล้ว ลูกสาวข้า...”

บิดาเงยหน้าขึ้นถาม ขณะปลายเท้าของบุตรสาวเหยียบย่างลงบนพสุธาด้วยท่วงท่าสง่างาม

“ระวังเถิด พวกชาวนาชาวไร่จะเคยตัว”

ไป๋เหม่ยหลานยกมือประสานกันอย่างนอบน้อม “ขออภัยท่านพ่อ ข้าเป็นผู้มีเมตตาธรรมสม่ำเสมอ เกรงว่าข้าจะไม่ทำให้พวกเขาแค่เคยตัว ป่านนี้ชาวนาชาวไร่คงยกย่องข้าเป็นเทพธิดา”

“อืม... ลูกสาวข้างดงามปานเทพธิดา จิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม วิทยายุทธล้ำเลิศไม่เป็นรองใคร สำหรับข้าฉางผิง ลูกสาวเป็นหนึ่งในใต้หล้า”

“ท่านพ่อเยินยอข้ามากไป จะอย่างไรก็ดี ข้าขอน้อมรับไว้” เสียงหวานเอ่ยสุภาพ รอยยิ้มบนใบหน้าปรากฏขึ้น กระทั่งในดวงตาเรียวรี

ผู้คนรอบกายไป๋เหม่ยหลานมองว่าใบหน้าขาวผ่องงามหมดจดของนางแลดูเศร้าหมอง บางครั้งนางก็หาได้แสดงอารมณ์ใด ๆ นางเป็นผู้สุขุมเยือกเย็น เฉลียวฉลาดมีความรู้ราวบัณฑิต ผิดจากบุตรสาวผู้สูงศักดิ์คนอื่น

คืนวานนี้เกิดเรื่องราวที่ยังไม่ได้สืบสวนเรื่องราวให้แน่ชัด หากคาดเดาว่าเป็นการทะเลาะวิวาทอันเนื่องมาจากชายพเนจรขี้เมามารบกวนสวนส้ม ไป๋เหม่ยหลานออกตัวรับผิดแทนชาวสวนว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้อง ราวกับสองตาเห็นด้วยตน นางไม่ยอมให้ใครถูกเจ้าของที่นาลงโทษแม้สักคนหนึ่ง

“แม่เฒ่าอาวุโสกล่าวกับข้าว่าคำเชยชมของบิดามารดาเปรียบดังสารประกาศิต พวกท่านเอ่ยอย่างไร บุตรมักเป็นเช่นนั้น”

“จริงอย่างเจ้าว่า ข้าถึงได้ชื่นชมบุตรสาวคนเก่งทุกวัน เจ้าจะได้เป็นไปตามคำของบิดา”

“ขอบคุณท่านพ่อ”

บิดาลูบศีรษะน้อยด้วยแววตาเอ็นดู มิได้เอ่ยว่าบุตรสาวเรื่องการรับผิดชอบแทนผู้อื่น

ธรรมดานางเป็นผู้ชอบทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ชอบออกตัวรับผิดแทนผู้น้อยกว่า แถมพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องให้บิดาหันมาสนใจความพูดของนางได้

‘ฉางผิงโหว’ เคยเอ็ดว่าไป๋เหม่ยหลานไยชอบพูดจาเหลวไหล กระทั่งวันหนึ่งจึงตระหนักได้ว่าบุตรสาวตนอาจเป็นเซียนผู้หวนคืนสู่วัฏสงสาร เมื่อนางมักเล่าเรื่องประหลาด ๆ เกี่ยวกับเทวโลก คติธรรม ไม่มีผู้ใดเคยได้ยิน นางเข้าใจในคำสอนในลัทธิขงจื่อ สามารถอธิบายให้ผู้ใหญ่ฟังได้ว่าคืออะไร ทว่าสตรีไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนปรัชญา แม้กระทั่งวันที่นางสูญเสียมารดาไป เด็กหญิงวัยห้าขวบจะมีความรู้เรื่องโรคร้ายได้อย่างไร

ในวัยเด็กของไป๋เหม่ยหลาน มีสติปัญญาฉลาดเฉลียวเกินเด็ก นางสุขุมเยือกเย็น กิริยาสง่างามดังผู้บำเพ็ญตน นางไม่มีนิสัยซุกซนเหมือนเด็กทั่วไป

“ข้ามีเรื่องพูดคุยกับเจ้ามากมายทีเดียว ข้าจะเข้าเมืองหลวงไปทำธุระเสียก่อน ค่อยกลับมาพูดคุยกับเจ้าทีหลัง”

“เดินทางปลอดภัยท่านพ่อ มีเรื่องใดให้ข้าช่วยเหลือ ขอให้บอกข้าจะตามไปคุ้มกันท่านพ่อ”

“ข้าไปไม่ไกล อีกเดี๋ยวก็กลับ เจ้าควรใช้เวลาพักผ่อนของเจ้า ลูกสาว”

เสียงหัวเราะเริงร่าของบิดาในวัยสี่สิบลับหายไป พร้อมคำว่าไม่เป็นไร ๆ ลูกสาวไม่ต้องตามมา

-----------------

[1] ฮั่นฝู 漢服 เป็นคำที่เรียกเครื่องแต่งกายของชาวฮั่นในประเทศจีน เครื่องแต่งกายแบบฮั่นฝูแบ่งได้หลายแบบ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
49 فصول
1
‘ไป๋เหม่ยหลาน ศิษย์ทรยศ!’น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเหล่าศิษยานุศิษย์ดังกึกก้อง แสงจัดจ้าของโซ่แห่งหยางรั้งตรึงข้อมือโชกชุ่มโลหิตของร่างผอมบางในอาภรณ์สง่า ถักทอด้วยลายปักท้องนทีสีคราม ใต้ผ้ารัดเอวห้อยหยกดาราเปล่งประกาย สัญลักษณ์เซียนสตรีผู้บำเพ็ญตน นางมิได้ขัดขืนการจับกุมเพื่อสำเร็จโทษ‘ไป๋เหม่ยหลาน’ ขยับยิ้ม หวนคิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งนางยังคงอยู่สำนักเซียวเหยาครั้งหนึ่งท่านอาจารย์สั่งสอนนางว่า ‘เมื่อกระทำความดี ย่อมได้รับความเคารพนับถือ’ทว่าหากประพฤติชั่ว เหล่าเซียนมิอาจละวางความรู้สึกชิงชัง พวกเขาต่อต้านความชั่วร้ายและจะรุมประณามนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการผิดประเวณีถึงแม้ว่าสหายผู้ยึดมั่นในความดีของไป๋เหม่ยหลาน ออกความเห็นว่าสมควรขับไล่นางไปสถานที่อันห่างไกล เพื่อเห็นแก่ความดีของนาง ในเมื่อนางเคยช่วยเหลือภพภูมิสวรรค์ นางรักษาความสงบสุขให้ผู้บำเพ็ญเพียรอยู่เสมอ ผู้นำสำนักเซียวเหยาไม่เพียงไม่เห็นด้วยเท่านั้น ความผิดอันใหญ่หลวงของนางมิได้รับการละเว้นโทษทัณฑ์ นางถูกทรมานในหุบเหว ให้มารร้ายกัดกินดวงวิญญาณ ตราบจนกว่าร่างทิพย์จะสูญสิ้นยามเซินในฤดูวสันต์ใบไม้หลากสีผลิบาน แตกต่างจากเมื
اقرأ المزيد
2
บิดาจากไร่ส้มไปสักเค่อหนึ่งกับทหารองครักษ์สามนาย ไป๋เหม่ยหลานยังคงนั่งอยู่บนยอดไม้ต้นที่สูงที่สุด เอนแผ่นหลังพิงพฤกษาพรรณสูงตระหง่าน หลังขจัดความฟุ้งซ่านจากนิมิตในวันวานด้วยการนั่งกินผลส้มชาวนาชาวไร่ไม่ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีเช่นนาง บุตรสาวท่านโหวผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้น ‘โหว[1]’ชาวนาส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่นา พวกเขารับจ้างทำนา นำเงินไปจุนเจือครอบครัว ด้วยความเป็นชนชั้นล่างของสังคมที่ยากจนข้นแค้น ถึงแม้ว่าจะมีฮ่องเต้รวบรวมดินแดนแว่นแคว้นให้กลายเป็นหนึ่งแผ่นดิน ชนชั้นแรงงานกลับมีความเป็นอยู่ย่ำแย่กว่าขุนนางและเหล่าชนชั้นสูงหลายเท่าแม้ในยามที่บ้านเมืองแบ่งแยกอีกครั้งหนึ่ง ก็ยังไม่ต่างไปจากเดิม นางได้ยินว่าชาวบ้านที่อดอยากยากจนต่างพากันหนีลงใต้ หลังจากที่ฮ่องเต้ทำการอวยยศให้แม่ทัพผู้ร่วมกันก่อตั้งราชวงศ์ ให้ครองแคว้นรอบนอกเรียกท่าน ‘อ๋อง[2]’โชคดีของไป๋เหม่ยหลานได้เกิดเป็นสตรีสูงศักดิ์ ถึงนางจำต้องอยู่เงียบ ๆ ในเรือนบิดา ไม่ทำตัวโดดเด่น นางเก็บตัวพอสมควรไม่เข้าสังคมกับบุตรสาวขุนนางทั้งหลาย นางแทบไม่เดินทางไปที่ไหนไกลจากไร่ส้ม อย่างมากนางก็ไปซื้อของในตลาดบ้าง เพราะถึงนางไม
اقرأ المزيد
3
“ท่านอาจารย์ยินเฟิงรักษาพิษเหมันต์จนหายดีแล้ว ท่านแตกหักกับสำนักเซียวเหยา ไปเข้าฝ่ายมารสักระยะ... พวกอสรพิษ...”“เจ้าพูดจาเหลวไหล ท่านเกลียดชังปีศาจยังกับอะไรดี”“ข่าวลือจากแดนจิ้งจอกว่ามีเซียนระดับปรมาจารย์เดินทางไปฝึกวิชามาร เขากลืนลูกแก้วปีศาจอสรพิษเข้าไปจนร่างเซียนสลาย กลายเป็นมารครึ่งหนึ่ง”“...จึงได้เรียกว่าข่าวลือ”“ท่านเรียกเจ้าภรรยา เรียกเจ้าไป่ไป๋ของท่าน...”“ยิ่งฟังดูไม่เข้าท่า มีสัมพันธ์กันเพียงครั้งเดียว ข้าก็เมา ท่านก็เมาพิษปีศาจ จะเป็นสามีภรรยาไปได้อย่างไร?”ไป๋เหม่ยหลานมาจุติบนโลกมนุษย์แม้เพียงสิบแปดปี เทียบเท่าระยะเวลาร่วมเก้าพันปีในเทวโลก นางหรือจะรู้ร้อนรู้หนาว นางลืมเลือนเรื่องราวระหว่างนางและท่านอาจารย์ไปเสียหมด ถึงระลึกขึ้นมาได้โดยบังเอิญและในความฝันมากมายของนาง ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่านางจะลืมมันให้ได้อีกครั้ง“การรับโทษทัณฑ์เพราะผิดประเวณีบนเทวโลก นับว่าถูกต้องสมควร ผู้บำเพ็ญตนล้วนมิใช่มนุษย์ เมื่อมีสัมพันธ์ลึกซึ้งแล้วจึงต้องแต่งงาน”“ไป๋เหม่ยหลาน อันที่จริงเจ้าจะโกรธแค้นพวกเขาบ้างก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่ได้กระทำผิด”“ไยต้องโกรธเคืองกัน ข้าตัดสินใจไปแล้ว สิ่งที่ข้าต้อง
اقرأ المزيد
4
ทว่านางไม่เคยเสียใจที่ยอมรับความผิดเพื่อรักษาเกียรติของท่านอาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีท่านโดยไม่สนว่าใครจะมองนางด้วยสายตารังเกียจชิงชัง แม้นท่านอาจารย์ประกาศกร้าวต่อทั่วเทวโลกว่าไป๋เหม่ยหลานมิใช่ศิษย์สำนักเซียวเหยา มิใช่ศิษย์ของหลิวยินเฟิงอีกต่อไป นางเป็นหญิงสกปรกคิดทรยศต่ออาจารย์ นางใช้พิษกามารมณ์ของปีศาจอสรพิษหยดใส่ชาเพื่อมอมเมาอาจารย์ยินเฟิงให้สานสัมพันธ์สวาทกับนาง“เจ้าจะไปหรือยัง? ข้ารอนานแล้วนะ เจ้าสางผมจนจะหมดหัวของเจ้าแล้ว”ไป๋เหม่ยหลานไม่ได้สางผมแต่ยืนมองกระจกด้วยแววตาเหม่อลอยจนอี้เจ๋อบินเข้ามาทางหน้าต่าง“วันนี้ข้าเป็นหญิงโสด หน้าตาสะสวย บิดาร่ำรวย มีอำนาจและเงินทอง ข้าจะซื้อของทั้งตลาด ย่อมไม่ใช่ปัญหา เงินบิดาเปรียบเหมือนเงินข้า”ไป๋เหม่ยหลานแสร้งทำเป็นไม่สนใจอี้เจ๋อ นางเดินนำหน้าไป ถุงกำมะหยี่สีแดงในกระเป๋าผ้าห้อยอยู่บนเรียวแขน สวมชุดเปิดอกนวลเนียนตามยุคสมัย เกล้าผมด้วยปิ่นสีทอง ดูอย่างไรก็เป็นเศรษฐินี อี้เจ๋อเตรียมหีบเวทใบเล็กมาใส่ของในตลาดด้วย แม้เป็นเซียนก็ยังชื่นชมงานฝีมือของมวลมนุษย์“ถ้าหากว่าข้าไม่ช่วยเจ้า คงได้ไปเกิดเป็นนางบำเรอในสนามรบตามโทษแห่งกามารมณ์ของเจ้า”“เจ้าท
اقرأ المزيد
5
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านเลี้ยงดูข้ามาเป็นอย่างดี ข้ามิให้ท่านเดือดร้อนเป็นอันขาด” นางตอบรับบิดาด้วยใจยินดี รู้หน้าที่ตนในฐานะบุตรผู้มีคุณธรรม เป็นหญิงก็ต้องมีสามีแต่งงานเมื่ออายุสิบห้าปีแล้วด้วยซ้ำ ถึงกระนั้นก็ตาม ด้วยความงามของนางมีผู้มาทาบทามให้ไปคัดเลือกนางสนม เป็นเพราะบารมีของบิดา นางจึงได้ทำตัวเปล่าประโยชน์ไปวัน ๆ“... ข้าไม่อาจมีข้อโต้แย้งเรื่องออกเรือน หากท่านพ่อเห็นสมควร ข้าเชื่อใจท่าน ย่อมเลือกชายที่ดีที่สุดให้ลูกสาว แต่ข้าขอเสียมารยาทถามหน่อยเถิด เหตุใดเจ้าบ่าวข้าถึงได้รีบร้อนมาสู่ขอ ข้าเคยพบหน้าเขามาก่อนหรือไม่เจ้าคะ?”“ท่านอ๋องกลัวจะพลาดฤกษ์งามยามดี สมควรจัดการตบแต่งให้เร็วที่สุด ท่านโหราในราชสำนักทำนายว่าเป็นปีมังกรทอง ฤกษ์งามยามดี แต่งงานมีบุตรได้ในปีนี้ ก็ยิ่งดี”ถึงอยู่แต่ในเรือน ไป๋เหม่ยหลานได้ยินเรื่องการตบแต่งของผู้ดีในระยะนี้ บ่าวรับใช้กระซิบนินทากันว่าบุตรสาวบ้านไหนจะตบแต่งกับใคร ถึงนางไม่รู้จักใคร ก็อาศัยลอบฟังเอา นางรู้ตนว่าอายุครบสิบแปดปี ล่วงเลยเวลาแต่งงานมามาก นางควรแต่งงานตั้งแต่อายุสิบห้าปี นางลุกขึ้นไปรินชาใส่ลงในถ้วยให้บิดาอย่างกุลสตรี ด้วยกิริยาเรียบร้อยอ่อน
اقرأ المزيد
6
เก้าพันปีที่แล้ว...‘นางเป็นกระดูกไปแล้ว เหลือเพียงซากกระดูก... ฮ่า ๆ’เสียงแหลมเล็กของนางมารหัวเราะเหยียดหยันฝ่าไอหยิน ปีศาจอสรพิษลอยไปมาผ่านไอวิญญาณสีดำสนิทนับล้านตนในหุบเหวแท้จริงแล้วเป็นแผนการของเผ่าปีศาจ ตั้งใจมาแย่งชิงหินศิลาซึ่งซุกซ่อนอยู่ในสำนักเซียวเหยา จึงเฝ้ารอการตัดสินโทษของอาจารย์ยินเฟิง เพื่อขจัดเสี้ยนหนามตัวฉกาจให้พ้นทางไปเสียก่อน ค่อยกลับมานำของสำคัญในภายหลังเมื่อไม่มีผู้ขัดขวางแผนการชั่วร้ายของปีศาจไม่อาจสำเร็จลุล่วง เมื่อไป๋เหม่ยหลานทรยศสำนักเซียวเหยาด้วยคำสารภาพของนาง ทำให้ท่านอาจารย์เป็นผู้บริสุทธิ์ รอดพ้นทุกข้อกล่าวหาหากไป๋เหม่ยหลานไม่ยอมรับผิดเพียงฝ่ายเดียว เหล่าเซียนอาวุโสขอให้มีการไต่สวนความจริง นางและอาจารย์ยินเฟิงจะถูกขังในห้องใต้ดินเป็นอันดับแรกด้วยร่างกายของยินเฟิงซึ่งถูกพิษเหมันต์ ตอนรับหน้าที่จากผู้อาวุโส ให้ไปนำของวิเศษจากปีศาจราตรีกลับคืนเทวโลก นับว่าหนักหนาสาหัสในสถานที่คุมขัง เขาจำเป็นต้องอยู่ใกล้เตาไฟ ขจัดลมปราณเย็นออกจากร่างกายทุกเช้าค่า เมื่อใดไร้ความอบอุ่น เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานสาหัส ความหนาวเย็นกัดกินผิวกาย แม้ในกระแสโลหิตก็เต็มไปด้วยละอองเหมั
اقرأ المزيد
7
“คารวะท่านอาจารย์” สตรีร่างบอบบางในอาภรณ์สีนิลก้มศีรษะทำความเคารพ เหลือบตามองบุรุษร่างกำยำ อาภรณ์งดงามนั้นถักทอด้วยด้ายทองคำราวผู้สูงศักดิ์บนเมืองมนุษย์ ทว่านัยน์ตาสีชาดและน้ำเสียงก้าวร้าวต่อว่า“เจ้ามาช้าไป...”“ขออภัยที่ให้ท่านต้องรอ ท่านอาจารย์ พวกข้าพบบุรุษเทพแปลกหน้าระหว่างการเดินทาง เขาผู้นั้นมีฝีมือร้ายกาจมาก”“ของที่ข้าให้ไป ใช้ไม่ได้หรือ?”“ไม่ได้ผลดีนัก...”งานอดิเรกของยินเฟิงคือการเสกสร้างสรรพาวุธ เขาสามารถทำได้แม้การผสมยาพิษใส่ไว้ในลูกแก้วเล็กกลมเพื่อใช้จัดการกับเทพที่ชอบเข้ามาขวางทางใช่แล้ว... เทพ... เซียนผู้บำเพ็ญตนช่างลวงโลก โสมม คลั่งระเบียบวินัย พวกนั้นทำร้ายไป๋เหม่ยหลาน เท่ากับเป็นศัตรูของยินเฟิง!นานแล้วเคยฝักใฝ่เหล่าเทพ ศิษย์ผู้บำเพ็ญตน มุ่งสู่การเป็นเซียนในแดนสวรรค์ หากไม่ค้นพบว่าสถานที่แห่งนี้ช่างเหมาะสมกับเขามากกว่าใบหน้าเคร่งขรึมมองเศษซากลูกแก้วกลมที่ศิษย์สตรีส่งกลับคืนให้เขาไปจัดการมันต่อ มันแตกกระจายเป็นเศษเสี้ยว“ข้าจะสกัดมันขึ้นใหม่ เจ้าไปนำสมุนไพรมาตามที่ข้าบอก ไปตามฉางฟู่มาพบข้าด้วย”“รับทราบ ท่านอาจารย์” ศิษย์สตรีกำลังจะเดินเลี่ยงออกไปจากเรือนกว้างขวาง
اقرأ المزيد
8
“โธ่... ข้าก็เป็นเช่นนี้ ท่านอาจารย์ยังไม่ชินอีกหรือ ท่านอย่าถือโทษโกรธเคืองข้าเลย” ฉางฟู่ทำหน้าตาน่าสงสาร กลับร่างเป็นสุนัขปีศาจเขี้ยวแหลมคมกลิ้งไปมาแลดูน่าเอ็นดู ก่อนคืนร่างบุรุษ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แลดูเป็นผู้ชั่วร้าย “หากท่านอารมณ์ไม่ดี จะทำโทษข้าก็ได้...”“ทำโทษเจ้า?” ยินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นถาม พูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “พวกเจ้ามีแต่จะยิ่งได้ใจ เฆี่ยนตีเท่าไรก็ยิ่งชอบ โดยเฉพาะเจ้าผู้โปรดปรานหลงใหลความเจ็บปวด ฉางฟู่ เจ้าไปให้ปีศาจสตรีเฆี่ยนเจ้าแล้วกัน ข้าเบื่อจะตีเจ้า...”ในเทือกเขาลับแลนี้มีเรื่องประหลาด ๆ อีกมาก นอกเสียจากศิษย์บางคนโปรดปรานให้เฆี่ยนตี ยิ่งเจ็บปวดทรมานมากเท่าไรพวกเขายิ่งมีความสุข ยินเฟิงมาอยู่เทือกเขาแห่งวิถีมารใหม่ ๆ เห็นศิษย์ถูกตีถูกเผาด้วยไฟร้อน พวกเขาดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด พอหายจากพิษไฟก็เฝ้าร้องขอให้อาจารย์ทำร้ายพวกเขาอีกใช่เพียงเท่านั้น ทั้งอาจารย์และศิษย์ปีศาจทุกผู้ตนต่างไร้จรรยาบรรณ ไม่สนใจเรื่องศีลธรรม หลงใหลในกามารมณ์ ใช้หวายเฆี่ยนตีกัน สานสัมพันธ์สวาทไม่สนใจใครเป็นใคร ต่างล้วนทำตามใจจนกลายเป็นกิจวัตรยินเฟิงรู้แก่ใจดีว่าศิษย์คนโปรดมักสอดแนมเรื่องส่วน
اقرأ المزيد
9
มือเรียวสะบัดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ไม่รอให้เจ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้านางแม้รู้ดีว่าไม่ควรกระทำนัยน์ตาคู่สวยสั่นไหวสบประสานแววตาน่าหลงใหล นางตกใจจนมือสั่นปากสั่น“ทะ... ท่านอาจารย์...”“เรียกข้าสามี...” ในน้ำเสียงประกาศิต ยินเฟิงตัดสินใจเปิดเผยตัวตนกับนาง มือหนาโบกไปมาในอากาศ นัยน์ตาลุ่มลึกอย่างมนุษย์พลันกลับกลายเป็นสีชาดกาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ในเทวโลกคงมากกว่าเก้าพันปี ไป๋เหม่ยหลานหาได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านอาจารย์ เหตุใดเขาไม่เคยตามหานาง ทำไมดวงตาของเขาเป็นเช่นเดียวกับพวกปีศาจ ใบหน้าหล่อเหลาแลดูดุดัน มิใช่บุรุษเทพผู้เปรียบเสมือนแสงตะวัน นางเคยพบแสงสว่างปรากฏรอบกายท่านอาจารย์เสมอ บัดนี้ตัวเขากลับปกคลุมด้วยความมืดมนหม่นหมอง“ท่านหายจากพิษเหมันต์แล้วหรือ ทำไมท่านเพิ่งมาพบข้า?”“หายดี ราวกับได้ชีวิตใหม่”ได้ยินเท่านั้น ไปเหม่ยหลานปล่อยให้หยาดน้ำตามากมายรินไหลผ่านกระบอกตาร้อนผ่าว นางยกมือป้องปากอย่างไม่เชื่อสายตาตนนางตัดขาดจากชายผู้นี้ไปแล้วแท้ ๆ เหตุใดเขากลับมาปรากฏตัวต่อหน้านาง“ทำไมเจ้ามัวแต่คร่ำครวญ เจ้าแต่งงานมาเพื่อทำหน้าที่ของเจ้าหรือไม่... ไปไป๋...”“เจ้าค่ะ...” ในน้ำ
اقرأ المزيد
10
“ข้ารู้...”ยินเฟิงรู้ดีกว่านางเสียอีก นางสลายไปเพียงสองเค่อ ในขณะที่ปรมาจารย์เซียนสามารถฝืนทนในหุบเหวมารกว่าห้าร้อยปี“ธรรมดาหุบเหวมารมิใช่ที่ที่เซียนจะไปเหยียบเยือน นับประสาอะไรกับศิษย์ผู้บำเพ็ญตนไม่กี่หมื่นปี เจ้าถูกพันธนาการด้วยโซ่แห่งหยาง ฉนวนล่อปีศาจชั้นดี ร่างทิพย์ถูกกัดกร่อนด้วยไอปีศาจ”เบ้าตาแสบร้อนของยินเฟิงปรากฏความเคียดแค้นสาหัส ต่างจากนางผู้หวาดกลัวไป๋เหม่ยหลานไม่อยากนึกถึงฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนนางในทุกค่ำคืน ความเจ็บปวดทรมานสุดคณานับเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นในอดีตของนาง แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักเท่าไร นางรู้สึกว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน“ท่านอาจารย์... ข้ากลัว... ข้าเจ็บเหลือเกิน”นางเริ่มร้องไห้คร่ำครวญ ร้องขอให้ชายร่างกำยำกอดปลอบนาง ริมฝีปากหนาหยักได้รูปจึงประทับจุมพิตโหยหาบนเรียวปากสีชาดที่สั่นระริกยินเฟิงมอบจุมพิตให้นางจนนางคลายหายจากความเศร้าหมอง ปลายลิ้นที่แทรกเข้าโพรงปากรสชาติหอมหวาน ตะกละตะกลาม กระหวัดลิ้นน้อยมาชื่นชม เขาสอนนางให้รู้จักรสจูบ ให้นางลืมเลือนเรื่องราวอันเลวร้ายสักชั่วครู่หนึ่ง เมื่อนางแสนอ่อนแอในร่างมนุษย์กระนั้นไป๋เหม่ยหลานจดจำประสบการณ์ของนาง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status