Share

บทที่ 5

หลิวเวยไม่รอช้า นางคิดว่าหากจะทำให้พวกเขาเห็นก็จะต้องเริ่มจากการให้มีของกินมายืนยันเสียก่อน ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยเรียกพี่ชายทั้งสองพร้อมกับทำท่าทางเป็นมีลับลมคมใน

“พี่สี่ พี่ห้า” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและลึกลับ “เมื่อสักครู่ข้าสัมผัสได้ว่าในจวนของเรานั้นมีเถามันเทศป่าอยู่ติดกับริมกำแพงจวนตรงนั้นเจ้าค่ะ และยังมีพุทรามากมายข้างเรือนเก็บฟืนทางทิศใต้ด้วย พวกเราไปเก็บมากินดีหรือไม่” เด็กแฝดทั้งสองต่างจ้องมองนางเป็นตาเดียว และเมื่อพูดถึงของกินจู่ ๆ เสียงโครก... ก็ดังออกมาจากท้องเล็ก ๆ ของเสิ่นจื้อคัง

และเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดนี้ก็ได้ทำลายความเงียบและความลึกลับของสถานการณ์ลงทันที... เสิ่นจื้อคังผู้เป็นเจ้าของเสียงถึงกับหน้าแดงก่ำ เขารีบยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองด้วยความอับอาย ส่วนเสิ่นจื้ออันผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดก็พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นรวมถึงเสี่ยวชิงด้วย

“พี่ห้าหิวหรือเจ้าคะ?” หลิวเวยถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดู แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ขะ... ข้าเปล่าเสียหน่อย!” เสิ่นจื้อคังเถียงเสียงอ่อย แต่ท้องของเขากลับส่งเสียงประท้วงดังขึ้นอีกครั้งเป็นการยืนยัน

จื้ออันเลิกกลั้นหัวเราะแล้วหันไปมองหลิวเวยด้วยดวงตาเป็นประกาย ความสงสัยในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยม “น้องเล็ก... ที่เจ้าพูดเมื่อครู่... เรื่องมันเทศป่ากับพุทรา... มันจริงหรือ?”

“จริงแท้แน่นอนสิเจ้าคะ!” หลิวเวยยืดอกเล็ก ๆ ตอบอย่างมั่นใจ “ท่านเทพเซินหนงเพิ่งกระซิบข้าเมื่อครู่นี้เอง ท่านบอกว่าเถามันเทศตรงนั้นกำลังรอให้พวกเราไปเก็บเกี่ยวอยู่พอดี!”

“คุณหนูเทพเซินหนงคือใครหรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงถามขึ้นด้วยความใคร่รู้ เช่นเดียวกับฝาแฝดสองคนที่กำลังมองนางตาแป๋วอย่างสงสัยเช่นกัน

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนที่ข้าสลบไปนั่นแหละเจ้าค่ะ” เสิ่นหลิวเวยเกริ่นด้วยท่าทางจริงจัง “คือในตอนที่ข้าหลับไป... ข้าได้ฝันถึงท่านปู่คนหนึ่ง” หลิวเวยแสร้งทำตาโตราวกับยังตื่นเต้นกับความฝันไม่หาย

“แต่ท่านปู่คนนั้นไม่เหมือนคนธรรมดาอย่างเรา ๆ นะเจ้าคะ! บนศีรษะของท่านมีเขาเล็ก ๆ งอกออกมาเหมือนกับลูกวัว! เส้นผมกับเคราของท่านก็ยาวรุงรังไปหมดเลย แล้วเสื้อผ้าที่ท่านใส่ก็ไม่ได้ทำมาจากผ้า แต่ทำมาจากใบไม้สีเขียวสดทั้งนั้นเลย เจ้าค่ะ!”

คำบรรยายที่แปลกประหลาดนั้นทำให้เด็กแฝดทั้งสองตาโตด้วยความทึ่ง... รวมถึงเสี่ยวชิงด้วย ทว่าพวกเขาก็ยังคงนิ่งฟังคำพูดของเด็กหญิงต่อไปอย่างตั้งใจ

“แล้วก็... ที่ท้องของท่านมันก็ยังแปลกมาก” หลิวเวยทำเสียงตื่นเต้นขึ้นมากกว่าเดิม “มันใสมาก! ใสจนข้ามองเห็นสมุนไพรที่ท่านเพิ่งกินเข้าไปกำลังทำงานอยู่ในท้องของท่านเลยและในมือของท่านก็ยังถือแส้สีแดงทำมาจากดินเส้นหนึ่ง พอท่านเอาแส้ไปแตะที่ต้นไม้ใบหญ้า ข้าก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าต้นไหนกินได้ ต้นไหนเป็นยา แล้วต้นไหนมีพิษ! มันวิเศษมากเลยจริง ๆ นะเจ้าคะ”

“จริงหรือ!?” ครั้งนี้เป็นเสียงร้องของจื้อคัง... เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเช่นนี้มาก่อน

หลิวเวยพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง “จริงสิเจ้าคะ ท่านปู่ผู้นั้นบอกว่าท่านคือเทพเซินหนง ท่านสงสารที่เห็นพวกเรามีของกินน้อย ท่านก็เลยสอนทุกอย่างเกี่ยวกับพืชพรรณให้ข้า... แต่ท่านมีข้อแลกเปลี่ยน...”

“ข้อแม้อันใดหรือเจ้าคะ คุณหนู” เสี่ยวชิงอดไม่ได้ที่จะถามแทรกขึ้นมา

“ท่านสั่งว่า... ห้ามข้าเก็บความรู้นี้ไว้คนเดียวอย่างเด็ดขาด ต้องนำไปช่วยเหลือผู้อื่นด้วย! ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ข้ารู้จะหายไป”

เด็กทั้งสามต่างพากันเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้ ยกเว้นก็แต่ภูตน้อยที่กำลังยกมือปิดปากของตนทว่าแววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความขบขัน

‘นายท่าน เรื่องราวของท่านนั้นสุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ’ คำพูดของนางได้เรียกค้อนวงใหญ่จากเสิ่นหลิวเวยทีเดียว

‘หากข้าไม่อ้างเช่นนี้พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไร หรือจะให้บอกว่าข้ามีภูตเรืองแสงพูดได้มาอยู่ด้วย และข้าเป็นวิญญาณมาจากอีกโลกเช่นนั้นหรือ หากพูดออกไปเช่นนี้มิแคล้วข้าจะได้ถูกหาว่าบ้ากันพอดี... เพราะข้าคิดว่าเรื่องราวของข้านั้นน่าเชื่อน้อยกว่าเรื่องของเทพเจ้าเสียอีก’ เสิ่นหลิวเวยเอ่ยตามจริงอย่างที่ใจคิด

‘ข้าน้อยก็คิดเห็นเช่นเดียวกับนายท่านเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าน้อยไม่คิดว่านายท่านจะสามารถแต่งนิทานเช่นนี้ออกมาได้ด้วย’ ชุนหยาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างร่าเริง

‘ข้ายังมีนิทานอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว แต่เรื่องนี้จะว่าไปก็ไม่นับว่าเป็นนิทานของข้าหรอกนะเพราะเป็นความเชื่อมาตั้งแต่ครั้งโบร่ำโบราณแล้วต่างหาก’ เสิ่นหลิวเวยแย้งก่อนที่นางจะหันมาสนใจลูกพี่ลูกน้องของตนกับเสี่ยวชิงต่อ

“ว่าอย่างไรเจ้าคะ พวกท่านสนใจจะไปขุดมันเทศป่ากับข้าหรือไม่” คำถามของนางทำให้เด็กต่างวัยทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้ารับ

“ถ้าเช่นนั้นเราจะรออะไรอยู่เล่า!” จื้อคังร้องขึ้นเป็นคนแรก “รีบไปกันเถอะ!”

“ไปเลย! ไปเลย!” จื้ออันสนับสนุนทันควัน

“ดีมาก! ถ้าเช่นนั้นกองทัพพิทักษ์ปฐพี... เคลื่อนพลได้!” หลิวเวยตะโกนสั่งการอย่างสนุกสนานประหนึ่งว่านางเป็นเช่นเด็กน้อยคนหนึ่งจริง ๆ

“กองทัพพิทักษ์ปฐพีเช่นนั้นหรือ” หรงจื้ออันแฝดพี่เอ่ยทวนอย่างสนใจ “เจ้าค่ะ ต่อไปนี้ข้าจะเป็นแม่ทัพ ส่วนพี่สี่กับพี่ห้าจะเป็นรองแม่ทัพ และเสี่ยวชิงก็เป็นนายกองดีหรือไม่เจ้าคะ พวกเราจะเป็นผู้พิทักษ์ผืนดิน”

“น่าสนใจ เอา ๆ พี่เอาด้วยตกลงตามนี้” เสียงของหรงจื้อคังที่มีความซุกซนมากกว่าคนเป็นพี่ตะโกนเสริมเสียงดัง

“บ่าวก็ตกลงเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเองก็ส่งเสียงออกมาบ้าง

“แล้วพี่สี่ล่ะเจ้าคะ ว่าเช่นไร” เสิ่นหลิวเวยหันไปถามพี่ชายแฝดพี่ของพี่ชายคนที่ห้าอย่างคาดหวังเล็ก ๆ

“ตกลง ถ้าเช่นนั้นท่านแม่ทัพต้องการให้พวกเราทำอันใดก็ว่ามาได้เลยขอรับ” จบคำพูดนี้ของเขา... เสียงหัวเราะอย่างร่าเริงอันสดใสของเด็ก ๆ ก็พลันดังลั่นไปทั่วจวน

“ถ้าอย่างนั้นภารกิจแรกของเราก็คือ... ไปขุดมันเทศป่ากันเจ้าค่ะ”

“ได้เลยขอรับ/เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” จบคำพูดของพวกเขาทั้งสามคน

เสิ่นหลิวเวยก็ได้ออกตัวนำโดยมีชุนหยาที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากนางเป็นผู้นำทาง ‘ทางนี้เจ้าค่ะ นายท่านตามมาดี ๆ นะเจ้าคะ’ ชุนหยาไม่วายเอ่ยเตือนโดยนางได้ใช้อำนาจของตนขับไล่สัตว์มีพิษต่าง ๆ ไปด้วย

ส่วนเด็กแฝดทั้งสองกับเสี่ยวชิงพวกเขาต่างก็รีบวิ่งตามน้องสาวกับคุณหนูของตนไปอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนักคณะสำรวจตัวน้อยก็มาถึงบริเวณกำแพงจวนด้านที่รกร้างมากที่สุด

หลิวเวยแสร้งทำเป็นมองซ้ายมองขวา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้หนาทึบแล้วประกาศออกมาเสียงดัง “ตรงนั้นเจ้าค่ะ! ท่านเทพเซินหนงบอกข้ามาเช่นนี้”

เด็ก ๆ ทั้งสามช่วยกันแหวกพงหญ้าตามนิ้วเรียวเล็กของนางเข้าไป ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความดีใจ เมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเถามันเทศป่าที่เลื้อยพันกันอยู่เป็นบริเวณกว้างจริง ๆ

“มีจริง ๆ ด้วย!” เสิ่นจื้ออันร้องอย่างตื่นเต้น

“เช่นนั้นพวกเรารีบเก็บกันเถอะ!” จื้อคังกล่าวพลางมองหาไม้แข็ง ๆ มาเตรียมขุดดินทันที

ความสำเร็จเล็ก ๆ ก้าวแรกนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าให้กับเด็ก ๆ ทั้งสาม... และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการปฏิวัติครัวเรือนของเสิ่นหลิวเวยเท่านั้นเอง

ในขณะที่เด็กทั้งสี่คนกำลังช่วยกันขุดมันเทศป่าอยู่นั้น หญิงชราผู้ไม่เห็นหน้าหลานชายหลานสาวหลังจากเดินออกมาจากห้องก็รู้สึกประหลาดใจ

“เจ้าสี่ เจ้าห้า เวยเอ๋อเล่า” คำถามของนางทำให้หญิงสาวที่กำลังทำงานเย็บปักอย่างเพลิดเพลินต่างพากันหยุดมือ

“เวยเอ๋อชวนไปเดินเล่นเจ้าค่ะ” หลิวซูซินเป็นผู้ตอบ ก่อนที่จะมีเสียงของจางชุนฮวาเอ่ยเสริม “จะว่าไปพวกเด็ก ๆ ก็หายไปกันนานแล้วนะเจ้าคะ”

“นานแล้ว! ไม่ได้การเหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ออกไปดู” น้ำเสียงร้อนใจของหญิงชราดังขึ้น
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 102

    “ข้ายังไม่แพ้!” นางตอบกลับเสียงดัง “นี่เพิ่งจะข้อที่สอง! ยังเหลือข้อสุดท้าย! ท่านอาจารย์... ได้โปรด...ตั้งโจทย์ข้อต่อไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ”หยางซือเจ๋อลูบเคราของตนเองอย่างพึงพอใจ “ดีมาก! มีน้ำอดน้ำทน!” เขายิ้มกว้าง “เช่นนั้น... จงฟังโจทย์ข้อสุดท้ายให้ดี ข้อนี้... จะตัดสินทุกสิ่ง”บรรยากาศในโรงอาหารตึงเค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 101

    ความเงียบเข้าปกคลุมโรงอาหาร สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปทางเขาเป็นตาเดียว “จงฟังให้ดี... พ่อค้าผู้หนึ่งมีไข่ไก่ในตะกร้าสิบแปดฟอง เขาเดินไปที่ตลาด ซื้อไข่ไก่เพิ่มมาอีกหกสิบเจ็ดฟอง แต่ระหว่างทางกลับบ้านเกิดสะดุดล้ม ทำไข่แตกไปสามสิบสองฟองขอถามว่า... บัดนี้พ่อค้าผู้นี้เหลือไข่ไก่อยู่กี่ฟอง!”โจทย์บวกลบที่ถ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 99

    ‘นายท่านเจ้าขา... อาหารพวกนี้... ชุนหยาทนดูไม่ได้ จริง ๆ เจ้าค่ะ! ทั้งมันฝรั่งที่ต้มจนเละไม่เป็นท่า! ทั้งมะเขือเทศที่ถูกผัดจนสีซีด! พวกเขาทำลายคุณค่าของวัตถุดิบดี ๆ ไปหมดแล้ว!’ ชุนหยาที่ลอยอยู่ไม่ไกลกรีดร้องโหยหวนอยู่ในมโนสำนึกของนาง‘ใจเย็นก่อนเถอะชุนหยา ข้าเองก็ทนไม่ได้เหมือนกันกับเจ้านั่นแหละ แ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 81

    องค์รัชทายาทจ้าวหมิงเซวียนกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตากลับฉายประกายเย็นเยียบ เขาวางสมุดบัญชีเล่มนั้นลงบนโต๊ะ“หลักฐานมัดตัวถึงเพียงนี้... เราจะรอช้าไม่ได้”พระองค์ไม่ได้สั่งการบุกจับในทันที แต่กลับวางแผนอย่างแยบยลและรัดกุมสมกับเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ “ซูเหวิน! เจ้าจงไปประสานงานกับกองกำลังของเราที่มากั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status