Share

บทที่ 4

‘ตกลง...ข้าจะลองดู’

หลังกล่าวจบเสิ่นหลิวเวยจึงได้ลืมตาขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง นางยังคงนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหลิวเช่นเดิม ทุกอย่างรอบตัวยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ร่างเล็ก ๆ ของนางสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเพ่งสมาธิไปที่พื้นที่ว่างเปล่าข้างกาย พร้อมกับนึกในใจว่า ‘ชุนหยา...ออกมาสิ’

ทันใดนั้นเอง ประกายแสงสีเขียวอ่อน ๆ ก็ได้รวมตัวกันกลางอากาศ ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นร่างของภูตน้อยชุนหยาที่นางเพิ่งเห็นในมโนสำนึกไม่ผิดเพี้ยน!

ร่างของภูตน้อยโปร่งแสงเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจนพอที่จะมองเห็นชุดใบไผ่และศีรษะรูปหน่อไม้ที่น่ารักน่าเอ็นดูของนาง

‘ข้าตื่นเต้นมากเลยนายท่าน... ข้าอยู่ในพู่หยกมานานมากไม่เคยได้ออกมาด้านนอกเลย’ ภูตน้อยพูดพลางบินวนรอบตัวของหลิวเวยอย่างร่าเริง พร้อมกันนั้นเสียงเล็กใสของนางก็ดังขึ้นในหัวของเด็กหญิงโดยตรง

หลิวเวยมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็ว เสี่ยวชิงยังคงยืนรออยู่ห่าง ๆ และดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เลย

‘ไม่มีใครเห็นเจ้าจริง ๆ สินะ’ หลิวเวยเอ่ยขึ้นเพื่อความมั่นใจ

‘แน่นอนเจ้าค่ะ! มีแค่นายท่านคนเดียวเท่านั้น!’

เมื่อมีเพื่อนคู่คิด... เอ่อ... ภูตคู่ใจปรากฏตัวอยู่เคียงข้างแล้ว ลำดับต่อมาสิ่งที่หลิวเวยคิดจะทำก็คือการสำรวจจวน แต่การที่นางจะเดินสำรวจไปทั่วแล้วพูดคุยกับอากาศอันว่างเปล่าย่อมเป็นเรื่องที่น่าสงสัยเกินไป ดังนั้นนางคิดว่าจำเป็นจะต้องมีผู้ช่วย

และแล้วสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดที่ยังคงนั่งเล่นกันอยู่อย่างเงียบ ๆ ก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบของตน... หลิวเวยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังเด็กแฝดทั้งสองทันที

“ท่านพี่สี่ ท่านพี่ห้า” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส “ข้าเพิ่งหายป่วยข้าอยากเดินเล่นสักหน่อย พวกท่านช่วยพาข้าเดินเล่นได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้าอยากจะเดินให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น”

จื้ออันและจื้อคังผู้เงียบขรึมมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย การได้ทำหน้าที่เป็นพี่ชายปกป้องดูแลลูกพี่ ลูกน้องตัวน้อยก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับพวกเขา

เมื่อได้แนวร่วมแล้ว หลิวเวยก็จูงมือพี่ชายทั้งสองเดินไปขออนุญาตท่านแม่และท่านอาสะใภ้รอง ซึ่งพวกนางก็เอ่ยอนุญาตอย่างง่ายดายโดยไม่ลืมกำชับให้เสี่ยวชิงคอยดูแลคุณหนูเล็กไม่ให้คลาดสายตา

ไม่นานหลังจากนั้นภารกิจเก็บข้อมูลภาคสนามที่มีฉากหน้าเป็นการเดินเล่นของเด็ก ๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีภูตน้อยชุนหยาที่มองไม่เห็นบินตามมาอย่างตื่นเต้น

เสิ่นหลิวเวยจงใจเดินพาพวกเขาไปยังทิศทางของโรงครัวก่อนเป็นอันดับแรก นางแสร้งทำเป็นเดินชมดอกไม้ไปเรื่อย ๆ แต่สายตากลับลอบชำเลืองมองเข้าไปในครัวที่เปิดโล่งอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิดทำทีเป็นได้กลิ่นหอมของอาหาร

“พี่เสี่ยวชิง วันนี้มื้อกลางวันมีอะไรกินหรือเจ้าคะ?” นางหันไปถามบ่าวรับใช้ตัวน้อยที่เดินตามอยู่ไม่ห่าง

“มื้อกลางวัน?” เสี่ยวชิงทำหน้างง

“คุณหนูพวกเราเพิ่งรับข้าวเช้ากันไป ท่านหิวแล้วหรือเจ้าคะ แล้วมื้อกลางวันเป็นแบบใดเจ้าคะ ปกติพวกเราจะรับข้าวกันเพียงสองเวลาคือยามสายกับยามเย็นเจ้าค่ะ” คำตอบของนางทำให้หลิวเวยตกใจจนหน้าซีด

“น้องสาวเจ้าหิวหรือ” เสียงของแฝดคนพี่ถามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะตามมาด้วยแฝดน้อง “หากเจ้าหิว พี่ว่าพวกเราลองไปดูในห้องเก็บอาหารว่าพอจะมีมันเทศดีหรือไม่ จะได้เอามาย่างให้เจ้ากินรองท้อง”

คำพูดที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยอย่างใสซื่อของเสิ่นจื้อคัง ทำให้หัวใจของหลิวเวยกระตุกวูบ

นางไม่ได้ตกใจแค่เรื่องที่คนในยุคนี้กินข้าวกันเพียงสองมื้อ... แต่นางตกใจกับความจริงที่ว่า เด็ก ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างพี่ชายทั้งห้าคนของนาง ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยอาหารเพียงสองมื้อต่อวันมาโดยตลอด!

มิน่าเล่า ร่างกายของเด็ก ๆ ในจวนถึงได้ดูผอมบางกันทุกคน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจน... แต่มันคือภาวะทุพโภชนาการที่ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของร่างกายและสมอง!

และในตอนนี้เป้าหมายของเสิ่นหลิวเวยไม่ใช่การปฏิวัติครัวเรือนแค่เรื่องความอยากกินของอร่อยอีกต่อไปแล้ว แต่มันได้กลายเป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อสุขภาพและอนาคตของครอบครัวนี้!

หลิวเวยส่ายหน้าช้า ๆ มองลูกพี่ลูกน้องทั้งสองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... จากความเอ็นดูแบบผู้ใหญ่มองเด็ก กลายเป็นความรู้สึกปกป้องอย่างแรงกล้า

“ขอบคุณท่านพี่สี่ ท่านพี่ห้า... แต่ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่หิวเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเกินวัย “แต่ในอนาคตข้าสัญญาว่าจะหาของอร่อยมาให้พวกเราทั้งครอบครัวได้กิน”

เด็กแฝดทั้งสองมองหน้ากันอย่างงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกพี่ลูกน้องตัวน้อย แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแน่วแน่ในแววตาคู่นั้น จึงได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงหนัก

“พวกเราเชื่อเจ้า!”

เมื่อพันธมิตรได้ถูกก่อตั้งขึ้น ปฏิบัติการเก็บข้อมูลภาคสนามก็ดำเนินต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

‘ชุนหยา!’ หลิวเวยเรียกหาภูตน้อยในใจอย่างเร่งร้อน ‘รอบ ๆ จวนนี้ มีพืชป่าอะไรที่กินได้และให้พลังงานสูงบ้างหรือไม่!?’

‘มีสิเจ้าคะนายท่าน!’ ชุนหยาบินวนไปรอบ ๆ ด้วยท่าทางดีใจ ‘ทางกำแพงด้านโน้นมีเถามันเทศป่าซ่อนอยู่เจ้าค่ะ! แม้ว่าหัวของมันจะเล็กกว่าที่คนปลูก แต่รับรองว่าหวานอร่อยมาก! แล้วก็มีต้นพุทราป่าอยู่ใกล้เรือนเก็บฟืนทางทิศใต้ด้วยนะเจ้าคะ! ไม่เพียงแค่นั้นข้ายังเห็นต้นถู่โต้ว/มันฝรั่ง ด้วยเจ้าค่ะ แต่ว่าคนที่นี่มักเรียกมันว่าพืชพิษจึงทำให้ไม่มีใครกล้ากิน’

คำพูดของชุนหยาทำให้สมองของเสิ่นหลิวเวยสว่างวาบขึ้นมาทันที! มันเทศป่ากับพุทราป่าน่ะหรือ? นั่นเป็นเพียงอาหารว่างเท่านั้น แต่ถู่โต้ว... นั้นต่างออกไปเพราะมันฝรั่ง... มันคือสุดยอดอาหารหลักที่สามารถให้ผลผลิตได้สูงและปลูกได้แม้ในดินที่ไม่สมบูรณ์!

หากนางสามารถนำมันฝรั่งมาเผยแพร่ในยุคนี้ได้ ปัญหาเรื่องความอดอยากของครอบครัว... ไม่สิ... ของคนทั้งอำเภอ ซีซานก็อาจจะถูกแก้ไขได้เลย!

ทว่าความตื่นเต้นนี้อยู่ได้เพียงชั่วครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความหนักใจที่ใหญ่หลวงกว่า... แต่นางจะทำให้ทุกคนเชื่อได้อย่างไรว่าพืชพิษที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องนั้น แท้จริงแล้วคืออาหารชั้นเลิศ?

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนางใช้ไม่ได้ผลในโลกใบนี้แน่ การจะให้เด็กสี่ขวบไปอธิบายเรื่องสารโซลานีน[1] ในส่วนที่เป็นสีเขียวและประโยชน์ของแป้งในหัวมันนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี

แต่ถ้าหากนางดึงดันที่จะกินมันเข้าไป... ก็มีหวังคงถูกท่านแม่จับตัวไว้แล้วตามหมอมาดูอาการอย่างแน่นอน

(ไม่ได้การ) หลิวเวยคิดในใจอย่างจริงจัง (หากจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าคงจะต้องแนะนำผู้คนอีกมากถึงสิ่งที่กินได้และกินไม่ได้... การกระทำที่ดูเหมือนปาฏิหาริย์เหล่านี้ จำเป็นต้องมีข้ออ้างที่น่าเหลือเชื่อและทรงพลังมารองรับ... ข้ออ้างที่จะทำให้ทุกคน...โดยเฉพาะท่านปู่ผู้เป็นบัณฑิตและท่านพ่อผู้เป็นขุนนาง... ยอมรับได้อย่างไม่มีข้อกังขา)

เด็กหญิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และแล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของนาง... ในเมื่อโลกนี้ยังเชื่อเรื่องเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์... และตระกูลเสิ่นก็เป็นตระกูลบัณฑิตที่ให้ความเคารพต่อปราชญ์ในอดีต...

(ใช่แล้ว!) หลิวเวยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ (ในเมื่อท่านปู่เป็นถึงอาจารย์ เช่นนั้นข้าก็จะขอยืมบารมีของปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาใช้เสียเลย!)

ไวเท่าความคิดเมื่อนางได้ร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว... นั่นก็คือเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงที่นางนอนหมดสติไปนั่นเอง! เมื่อวางแผนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลิวเวยก็คิดว่าควรจะเริ่มลงมือจากลูกพี่ลูกน้อยของนางนี่แหละให้เขาเชื่อเสียก่อน

[1] สารโซลานีน (Solanine) เป็นสารพิษตามธรรมชาติประเภทไกลโคอัลคาลอยด์ (glycoalkaloid) ที่พบในพืชวงศ์ Solanaceae/ โซ-ละ-เน-ซี-อี เช่น มันฝรั่ง มะเขือเทศ และมะเขือยาว โดยในมันฝรั่งสารโซลานีนมักพบในส่วนที่มีสีเขียว หน่อ หรือผิวที่สัมผัสแสงแดด เนื่องจากแสงแดดกระตุ้นการผลิตสารนี้เพื่อป้องกันพืชจากศัตรู เช่น แมลงหรือเชื้อรา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 155

    “ข้าเข้าใจความมุ่งมั่นของเจ้าแล้ว... ท่านที่ปรึกษาลับ” กู้หวายอี้พยักหน้ารับช้า ๆ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพในความคิดของเด็กน้อย“แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก... ข้ามิอาจตัดสินใจโดยพลการ ดังนั้นข้าจำต้องนำความนี้ขึ้นกราบทูลฝ่าบาทเพื่อขอพระบรม ราชานุญาตเสียก่อน”หลังกล่าวจบเขาก็ได้หันไปสั่งการทห

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 153

    รุ่งเช้าของวันต่อมา... ที่ทำการกรมการเกษตร บรรยากาศภายในห้องปรึกษากำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กู้หวายอี้ในชุดขุนนางเต็มยศนั่งอยู่ในตำแหน่งหลักด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขากวาดตามองเหล่าขุนนางอาวุโสในสังกัด... ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขุนนางเก่าที่รอดพ้นจากการล้างกระดานมาได้“พวกท่านคงทราบถ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 152

    ฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหยางทอดพระเนตรเด็กหญิงวัยหกขวบตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย “เวยเวย... เจ้าคือของขวัญที่สวรรค์ส่งมาให้ต้าเฉิงจริง ๆ”หลังกล่าวชมเด็กหญิงเพียงหนึ่งเดียว... พระองค์ก็ตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด“ข้า... ขอแต่งตั้งให้เจ้า... ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกรมการเกษตรมีอ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 151

    หลังจากการทดลองปืนใหญ่ประสบความสำเร็จไปด้วยดีเสิ่นหลิวเวยก็คิดว่าภารกิจเร่งด่วนของนางที่เมืองหลวงคงจะเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งแบบร่างอาวุธ สูตรดินปืน และแผนการสร้างถนน... นางได้มอบทุกอย่างให้หุ้นส่วนของนางไปจนหมดสิ้นตลอดระยะเวลาครึ่งปี จนตอนนี้นางอายุเข้าหกปี... เสิ่นหลิวเวยในวัยหกขวบเต็มกำลังง่วนอยู่กั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status