Masukมิรันดาเดินเข้าที่พักแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนแผ่นหลังของเธอถูกไฟลนและรู้ว่าเขมินทร์ยังไม่กลับพอเปิดประตูเข้าไปในที่พักก็รีบปิดประตูอย่างรวดเร็วแล้วยืนพิงประตู
“เฮ้ออ...” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพ้นจากสายตาของเขมินทร์และยอมรับกับตัวเองว่าเธอต้านเสน่ห์เขาไม่อยู่จริงๆและอีกห้าวันที่เหลือเธอจะทำยังไงก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งโซฟาแล้วกดโทรหาเพื่อน
“ตู้ดดๆๆ..”
“ว่าไงนังมี่ จิ้นแกยังอยู่ดีมั้ยยะ ฮ่าๆๆ..” ไรวินถามเพื่อนแล้วหัวเราะชอบใจ
“ยังอยู่ดีซิแก แล้วแกรู้มั้นนังวีน่าว่ามี่เจอใคร”
“แกเจอใครล่ะ ผู้เหรอแกแล้วหล่อมั้ย”
“ผู้แหละ หล่อมากเลย”
“งั้นดักตีหัวลากเข้าห้องเลยแก” ไรวินยุเพื่อนที่ทำหน้ายุ่งขำๆ
“มี่จะได้ถูกผู้หญิงของเขาตามมาตบเอาน่ะสิ”
“ใครกัน เอ้ะ อย่าบอกนะว่าแกเจอคุณคราม” ไรวินนึกขึ้นได้ว่ารีสอร์ทหรูที่เขากับเพื่อนวางแผนไปพักเป็นของเขมินทร์
“อื่อ..” มิรันดาพยักหน้าให้เพื่อน
“ต้ายย..บุเพอาละวาดหรือเปล่าแก”
“บังเอิญมากกว่าน่ะซิ”
“แล้วเป็นไงบ้างเล่ามาซิแก เขาจีบแกหรือเปล่า” ไรวินถามเพื่อนเพราะเซ้นส์ของเขาบอกว่าเขมินทร์ชอบเพื่อนของเขาแต่มิรันดาติดใจที่เขามีผู้หญิงอยู่แล้วจึงไม่อยากยุ่ง
“มี่ดูออกว่าเขาจีบแหละและยังเลี้ยงอาหารต่ำด้วยนะแก” มิรันดาก็เล่าให้เพื่อนรักฟังตั้งแต่เธอเจอเจ้าของรีสอร์ทหรูจนกระทั่งเขามาส่งถึงที่พัก
“มันจะยากอะไรล่ะนังมี่แกก็ลองคุยกับเขาดูสิยะ ถ้าไม่ใช่ก็เป็นเพื่อนกันก็ได้ไม่เห็นเป็นไรนี่แต่ท่าทางเขาเอาจริงนะนั่นเสียดายจังที่ฉันไม่ได้ไปด้วยไม่งั้นจะได้ช่วยแกตีหัวแล้ววลากเข้าบ้าน ฮิฮิๆๆ..”
“นังบ้า ยังกับเขาจะยอมให้ตีหัวง่ายๆแหละ”
“หรือแกยอมให้เขาลากเข้าห้องเขาล่ะ ดีเหมือนกันนะแก ฮิฮิๆๆ..” ไรวินพูดแล้วหัวเราะทำตาวิบวับใส่เพื่อน
“พอๆ มี่ไม่อยากเป็นของเล่นของเขานะ”
“ไม่น่าจะเล่นนะแกเดี๋ยวฉันสืบจากเฮียให้นะแค่นี้แหละเดี๋ยวโทรหาใหม่นะ” ไรวินพูดจบก็ตัดสายจากเพื่อนแล้วโทรหาพี่ชายเพื่อถามเรื่องของเขมินทร์เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนกันถึงจะไม่สนิทแต่ก็ต้องรู้เรื่องบ้าง
มิรันดาก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำอีกครั้งเพราะเหนียวตัวจากลมทะเลจึงนอนแช่ตัวในอ่างจากุชชี่เปิดประตูกระจกก็ได้ยินเสียงคลื่นสาดซัดเข้าฝั่งเกลียวคลื่นสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับสวยงามเพราะอยู่ระดับเดียวกันและเธอไม่ได้เปิดไฟก็คิดว่าไม่น่ามีใครเห็น หญิงสาวเพลิดเพลินกับการแช่น้ำในอ่างจนน้ำเย็นก็ขึ้นจากน้ำแล้วเปลี่ยนชุดนอนบางเบาแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่หนานุ่มหลับไปอย่างมีคามสุขเพราะชีวิตของเธอลงตัวเรื่องหน้าที่การงานไม่มีเรื่องให้ทุกข์ร้อนใจเหมือนเมื่อก่อน
ฝ่ายเขมินทร์ก็แจ้งผู้จัดการว่าให้ดูแลความปลอดภัยของมิรันดาเป็นพิเศษและให้รายงานเขาทุกอย่างว่าหญิงสาวจองทริปไปเที่ยวที่ไหนบ้างจนผู้จัดการแปลกใจที่เจ้านายสนใจผู้หญิงคนนี้เป็นพิเศษและรับคำสั่งของเจ้านาย
ที่ภูเก็ต
ปาริตาโทรหาเขมินทร์แต่คนของเขาบอกว่าเจ้านายติดธุระอยู่ที่กระบี่ยังไม่ได้กลับหญิงสาวก็เลยไปทานอาหารกับเพื่อนด้วยความเซ็ง
“นั่นยัยโอปอลนี่ปอนด์” จินนี่บอกเพื่อนเมื่อเห็นคู่ปรับของปาริตาเดินมาพร้อมกับนายเชษฐพ่อหม้ายหนุ่มวัยสี่สิบปีหน้าตาดีผิวเข้มเจ้าของคลับหรูที่ป่าตองคู่แข่งของเขมินทร์
“มันมากับนายเชษฐได้ยังไงอ่ะ” ปาริตาพูดอย่างสงสัยที่เห็นโอปอลมากับนายเชษฐ
“เพื่อนฉันเห็นหล่อนไปที่คลับนายเชษฐหลายครั้งแล้ว สงสัยพลาดจากคุณครามก็เลยคว้าเอานายเชษฐแทนล่ะสิ” เอิ้กพูดกับเพื่อนเพราะกลุ่มของพวกเธอกับโอปอลไม่ถูกกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
“ก็ครามเขาไม่เอานังโอปอลแล้ว นี่คงไม่มีใครเอาล่ะสิถึงได้เอานายเชษฐไม่รู้หรือไงว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงไว้เป็นสิบ” ปาริตาแบะปากใส่เธอไม่ชอบนายเชษฐเพราะวงในใครๆก็รู้ว่าธุรกิจของเขาไม่ได้ขาวสะอาด
“ก็เขารวยนี่จะเลี้ยงกี่คนก็ได้นี่เธอ”
“ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เอา อย่าไปสนใจเลยดื่มกันดีกว่า” ปาริตาพูดอย่างไม่สนใจตอนนี้เขมินทร์เป็นของเธอแล้วจึงชวนเพื่อนดื่มและคุยกันเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม
โอปอลเดินเข้ามาที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนกับนายเชษฐแล้วเห็นปาริตากับเพื่อนนั่งอยู่ก็ไม่สนใจเพราะไม่ถูกกันถึงปาริตาจะควงกับเขมินทร์เธอก็ไม่อิจฉาเพราะยังไงชายหนุ่มก็แค่สนุกไม่คิดจะจริงจังกับใครไม่งั้นก็ควงกันออกนอกหน้าแล้วส่วนเธอตอนนี้คบกับนายเชษฐอย่างจริงจังไม่สนใจคำเตือนของพ่อแม่เพราะเขามีให้เธอทุกอย่าง
“มีอะไรเหรอโอปอล” เชษฐถามแฟนสาวที่เขาหลงรักเธอมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่กลับมาจากเมืองนอกแต่เธอกลับชอบเขมินทร์คู่แข่งทางธุรกิจของเขาจึงใช้ทุกวิถีทางเพื่อได้เธอสุดท้ายเขาก็ได้โอปอลและเจอกันลับหลังเขมินทร์จนล่าสุดเธอเลือกเขา
“พอดีเจอเพื่อนเก่าค่ะ อย่าสนใจเลยโอปอลหิวแล้วค่ะ” โอปอลชวนนายเชษฐไปกินข้าวไม่อยากให้เขาสนใจเพราะเธอกับปาริตาแข่งขันกันมาตลอดทุกเรื่องไม่เว้นแต่เรื่องผู้ชายและคิดว่าอีกไม่นานเขมินทร์ก็เบื่อปาริตาเหมือนเธอ
“ครับโอปอล” เชษฐก็เลิกสนใจแล้วโอบเอวโอปอลเดินไปโต้ะที่จองไว้ก่อนจะสั่งอาหารและทานอาหารด้วยกัน
แล้วมีเพื่อนของนายเชษฐหลายคนมาทานข้าวที่ร้านเดียวกันจึงนั่งรวมเป็นกลุ่มใหญ่และมีแต่ผู้ชายและปาริตาก็มีหนุ่มๆมานนั่งด้วยแล้วทั้งสองฝ่ายก็เขม่นกันจนเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะวิวาทกันได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายแต่ปาริตากับเพื่อนไม่เป็นไรแต่ต้องไปเป็นพยานหญิงสาวก็โทรหาเขมินทร์เพื่อให้เขาช่วยจัดการให้
บทที่ 4 ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
“คุณครามครับ คุณปอนด์โทรมาครับ” พงษ์บอกเจ้านายเมื่อปาริตาโทรมาพอดี
“บอกไปว่าฉันไม่ว่าง” เขมินทร์บอกคนสนิทแล้วเดินเขาห้องนอนเพื่ออาบน้ำพักผ่อนตอนนี้ดึกแล้ว
“คุณครามเข้านอนแล้วครับคุณปอนด์” พงษ์ตอบคู่ควงของเจ้านาย
“แกก็ไปตามสิไอ้โง่ บอกครามด้วยฉันมีธุระด่วนให้มาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้” ปาริตาตะคอกพงษ์ด้วยความไม่พอใจที่ไม่ให้เธอคุยกับเขมินทร์
“คุณปอนด์มีอะไรก็ฝากผมไว้ได้ครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะแจ้งเจ้านายครับ” พงษ์ยังใจเย็นเพราะเขาเจอมามากกว่านี้แต่ไม่สนใจหากเจ้านายบอกว่าไม่ก็คือไม่ยกเว้นเรื่องปู่และพ่อเท่านั้นที่ติดต่อเขมินทร์ได้โดยตรงและปาริตาคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้ให้เขมินทร์มาคุยด้วย
“แกเป็นแค่ลูกน้องของคุณครามจะช่วยอะไรได้ ไปตามคุณครามมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้” สาวสวยวางอำนาจใส่พงษ์พูดอย่างไม่ให้เกียรติ
“ก็ได้ครับ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่ามาว่าผมไม่เตือนนะครับ” พงษ์ถือโทรศัพท์เดินไปเคาะประตูห้องของเจ้านายแล้วเปิดเข้าไปเอามือปิดลำโพงไว้
“มีอะไรอีกพงษ์” เขมินทร์หันไปมองคนสนิทหลังจากผูกปมผ้าขนหนู
“คุณปอนจะคุยกับคุณครามให้ได้ครับ” พงษ์ตอบเจ้านายและรู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
“เอามาฉันคุยเอง” เขมินทร์บอกคนสนิทแล้วรับโทรศัพท์ของเขาอีกเครื่องที่เอาไว้สำหรับคุยงานที่ทุกคนต้องติดต่อเขาผ่านพงษกับทัตติ “มีอะไรทำไมไม่บอกพงษ์เดี๋ยวเขาจะจัดการให้เอง” เสียงห้าวถามห้วนๆด้วยความไม่พอใจที่ถูกรบกวนเพราะเขากำลังจะพักผ่อน
“คุณครามคะ ช่วยปอนด์ด้วยค่ะ”
“เดี๋ยวบอกพงษ์ละกันนะปอนด์ผมอยากพักผ่อน” เขมินทร์พูดจบก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้พงษ์เพราะเขาบอกปาริตาแล้วเธอไม่กล้าใส่พงษ์หากต้องการความช่วยเหลือและเขาก็เบื่อแล้วที่ปาริตามักจะมีแต่เรื่องน่ารำคาญ
“คุณครามคะ คราม” ปาริตามองโทรศัพท์ด้วยความไม่พอใจ
“คุณปอนด์มีอะไรก็บอกผมได้เลยครับ” พงษ์รับโทรศัพท์มาจากเจ้านายแล้วถามปาริตาเสียงเรียบ
“ตอนนี้ฉันอยู่โรงพักมาช่วยด้วย” ปาริตาจำต้องบอกพงษ์ให้มาช่วยเธอ
“คุณปอนด์ถูกจับเรื่องอะไรครับ” พงษ์ถามคู่ควงของเจ้านายที่บอกให้เขาไปช่วยแต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
“ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายที่ร้านอาหารริมทะเทและฉันอยู่ในเหตุการณ์ก็เลยโดนด้วยเพราะฝ่ายโน้นบาดเจ็บสาหัส” ปาริตาตอบคนสนิทของเขมินทร์
“งั้นเดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องไปจัดการให้นะครับ”
“เร็วๆด้วยล่ะ” ปาริตาเร่งพงษ์เพราะเธออยู่ในเหตุการณ์ทำให้ถูกเหมารวมว่าร่วมก่อเหตุด้วยทั้งที่ตอนแรกบอกว่าเธอเป็นแค่พยานและเธอรู้ว่าเขมินทร์อยู่กระบี่แต่เขาสามารถช่วยเธอได้เพราะไม่อยากถูกพ่อด่าจึงไม่บอกท่านให้ท่านรู้ทีหลังจะดีกว่า
“ครับ” พงษ์วางสายจากปาริตา
“มีเรื่องอีกล่ะ”
“ทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารแล้วฝ่ายคู่กรณีบาดเจ็บครับ”
“ให้คนไปช่วยซะแล้วต่อไปถ้าโทรมาหาอีกก็บอกไปเลยว่าผมไม่ว่าง ฝากด้วยนะ” เขมินทร์บอกคนสนิทแล้วเดินไปที่เตียง
“ครับคุณคราม” พงษ์เดินออกไปจากห้องนอนของเจ้านายแล้วโทรหาคนของเขาที่ภูเก็ตให้ไปช่วยดูปาริตาที่สถานีตำรวจอำเภอกระทู้และให้โทรมาบอกเขาก่อนว่าเรื่องราวเป็นยังไง
ฝ่ายปาริตาก็นั่งอยู่บนโรงพักไม่กล้าโทรหาพ่อจึงโทรหาเขมินทร์แต่เขาโยนไปให้ลูกน้องจัดการซึ่งเหมือนทุกครั้ง เขาช่วยเธอก็จริงแต่สั่งลูกน้องเวลาโทรหาก็ต้องผ่านลูกน้องเขาตลอดทำเหมือนเธอไม่มีความสำคัญ แต่มันก็จริงเพราะเธอกับเขาตกลงกันไว้ว่าต่างคนต่างสชนุกไม่ผูกพัน
“คุณครามว่ายังไงปอนด์”
“เดี๋ยวคนของเขามา”ปาริตาพูดสะบัดเสียงใส่เพื่อนด้วยความหงุดหงิด
“เร่งหน่อยสิปอนด์ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อ่ะ” เอิ้กบอกปาริตาเพราะเขมินทร์ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนมีอิทธิพลพอสมควรและมีแบล็คอย่างนายหัวเข้ม นายหัวคิดปู่และพ่อของเขาแค่ยกโทรศัพท์โทรกริ้งเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อย
“อย่ามาเร่งฉันได้มั้ยเอิ้ก แค่นี้ก็ปวดหัวมากพอแล้วรู้อย่างนี้ฉันไม่มากินข้าวกับพวกเธอดีกว่า” ปาริตาพูดกับเพื่อนด้วยความโมโหที่ถูกเซ้าซี้เพราะเธอกำลังโกรธเขมินทร์ที่ไม่สนใจเธอ
“นี่ปอนด์ฉันแค่บอกดีๆนะ เธอเห็นมั้ยตอนนี้มีนักข่าวมากันแล้วฉันไม่อยากเป็นข่าวนะถ้าคุณครามไม่ช่วยฉันเดี๋ยวฉันโทรบอกพ่อก็ได้ยอมโดนด่าดีกว่ารออยู่ที่นี่” เอิ้กพูดอย่างไม่พอใจก่อนโทรหาพ่อของเธอและบอกให้ท่านมาช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะอยากกลับบ้านแล้วส่วนผู้ชายทั้งหลายที่มีเรื่องกันก็ยังเคลียร์กันไม่จบและไม่มีใครคิดจะสนใจพวกเธอคิดแล้วไม่น่าไปยุ่งกับพวกนี้เลยแลปาริตายังมาว่าเพราะพวกเธออีก
“ไหนว่าคุณครามเขาหลงแกไงปอนด์ เรื่องแค่นี้เขาโทรหาผู้กำกับกริ้งเดียวก็จบแล้วนี่อะไรให้ลูกน้องมาแทนรู้อย่างนี้ฉันโทรหาพ่อนานแล้ว” จินนี่พูดซ้ำอีกครั้งด้วยความไม่พอใจเช่นกันที่ปาริตาโทษว่าเพราะมาทานข้ากับพวกเธอ
“งั้นก็ช่วยเหลือตัวเองก็แล้วกัน” ปาริตาพูดกับเพื่อนด้วยความไม่พอใจเพราะต่างก็โทษกันไปมา
“ใจแข็งได้ที่ไหนล่ะครับพี่พงษ์ แต่วันนี้วันเกิดน้องเพิร์ลป๊าวินกับป๊านีโอก็เตรียมของขวัญให้น้องเพิร์ลส่วนของน้องอันดา น้องคีรี น้องโอเชี่ยนต้องรอให้ถึงวันเกิดก่อนนะครับ” ไรวินบอกหลานชายทั้งสามแต่เขาก็ซื้อของเล่นมาฝากหลานๆทุกคนด้วยแค่ยังไม่ให้ตอนนี้ต้องรอให้ผ่านวันเกิดของน้องเพิร์ลก่อน“โอเคค้าบ/ค้าบป๊าวิน/ค้าบ” สามหนุ่มพยักหน้าและตอบพร้อมกันทำให้ทุกคนมองอย่างเอ็นดู“พี่เวฟมาแล้ว” น้องคีรีเห็นพี่เวฟเดินมากับน้องปรางและน้องวายุก็ร้องบอกทุกคนก่อนจะวิ่งไปหา“พี่เวฟไปเล่นกันค้าบ”“คุณแม่ครับ เวฟไปเล่นกับน้องๆนะครับ” น้องเวฟถามแม่เพราะชอบเล่นกับน้องผู้ชายมากกว่าแต่กับน้องสาวเขาก็เล่นด้วย“อย่าพาน้องๆซนนะคะลูก ฝากด้วยนะคะพี่พงษ์ พี่ทัต” วิมวิภาบอกลูกชายแล้วฝากให้คนสนิทของเขมินทร์ดูแล“ไปนั่งที่โต้ะกันเถอหนูวิม พ่อปก พ่อวิน พ่อนีโอ” ตาเมืองพูดกับเพื่อนของลูกสาวลูกเขย“คุณแม่ขา น้องปรางไปเล่นกับพี่เวฟพี่แฝดได้มั้ยคะ” น้องปรางวัยสี่ขวบถามแม่เพราะอยากวิ่งเล่นกับพี่ๆ“น้องปรางใส่ชุดสวยแบบนี้จะไปวิ่งกับพี่ๆได้ยังไงคะลูกเดี๋ยวล้มหัวทิ่มหมดสวยกันพอดี น้องปรางเล่นกับน้องวายุน้องเพิร์ลก่อนนะคะลูก ” วิ
“อ้าา มันแน่นอึดอัดค่ะพี่บอย อ่า อู้วว ซี๊ดด อา อ้ะ อ้า..” เธอบอกเขาด้วยสีหน้าแหยเก๋อย่างเสียวสยิวเมื่อกลีบสาวของเธอกลืนกินท่อนเอ็นลำใหญ่เข้าไปเกินกว่าครึ่งลำยาวใหญ่จึงขยับลุกขึ้นแนบหน้าท้องแบนราบกับแผงอกแกร่ง สินทรกุมท่อนเอ็นลำยาวของเขาตั้งรับกลีบสาวที่กลืนกินมันเข้าไปทีละนิดจนกระทั่งมันหายเข้าไปกลางกลีบสาวทั้งลำยาว“โอ้วว อื้มม../ อ้ะ ซี๊ดด อ่า..” สอหนุ่มสาวร้องครางออกมาพร้อมกันด้วยความเสียวซ่านกระสันเมื่อกลืนกินกันและกันอย่างแนบแน่น“พี่จะขยับแล้วนะครับทูนหัว อ่าส์ อื้มม..” เสียงห้าวหอบกระเส่าจับเอวบางยกขึ้นลงช้าๆและทับทิมก็ทำตามอย่างว่าง่ายส่ายเอวบางหมุนวนซ้ายขวาช้าๆเอนตัวไปด้านหลังวางมือบนไหล่หนายึดไว้แล้วยกสะโพกขึ้นลงใส่ท่อนเอ็นลำใหญ่เร็วขึ้นจนสองเต้าอวบใหญ่เด้งไปมาเขาก็อ้าปากงับแล้วดูดดื่มยอดอกของเธออย่าแรง“อ้ะ อู้ยย พี่บอยขาลูกละคะ อ่ะ อ้าอ่า..” ทับทิมนึกถึงลูกว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่าหากเธอกับสามีรักกันแบบนี้“เราทำกันเบาๆไม่เป็นไรครับทูนหัว อื้มม อ่าส์..” เขาศึกษาจากในเว็บไซต์มาแล้วว่าไม่ได้ทำท่าพิสดารและรุนแรงก็ไม่มีอันตรายเขาเองก็เป็นห่วงทั้งลูกและเมียเช่นกันจึงปล่อยให้เธอคว
“ผมรักมี่ครับ” เขมินทร์บอกรักเมียคืนนี้เขามีความสุขมากที่สุด เขาเลือกแม่ของลูกไม่ผิดจริงๆมิรันดาได้แค่ใส่ใจแค่เขาคนเดียวเธอยังดูแลปู่และยังทำให้เขากับพ่อเข้าใจกันและยังทำให้เขาเปิดใจให้ปานวาดกับธัญวราและยังมีน้ำใจต่อบริวารในบ้านให้เกียรติผู้อาวุโสกว่าต้องผู้หญิงคนนี้เท่านั้นที่คู่ควรเป็นนายหญิงของตระกูลธนกิตติศักดิ์“มี่รักคุณครามค่ะ” เสียงหวานบอกรักสามีอย่างไม่มีเบื่อหน่ายและเธอชอบฟังเขาบอกรักเช่นกันและเชื่อใจเขมินทร์ว่าเขาจะรักเธอกับลูกๆไม่มีวันเสื่อมคลาย“อุ๊แว้ๆๆ../แอ้ะๆๆ แอ้ๆๆ..” สองแฝดร้องดังขึ้นเพราะเปียกฉี่และก็หิวพร้อมกันทำให้พ่อแม่ที่กำลังสวีทกันสะดุ้ง“ลูกตื่นแล้วค่ะ/ตาหนูตื่นครับ”“ฮ่าๆๆ/คริๆๆ..” ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกันแล้วมองสบตากันหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คุณครามไปจัดการอุ่นนมให้ตาหนูแฝดเลยค่ะ มี่จะไปดูตาหนูแฝดค่ะ” มิรันดาบอกสามีแล้วผลักแผงอกแกร่งออกห่างกวาดสายตามองกายแกร่งแว่บหนึ่งแล้วล้างมือหยิบผ้าขนหนูมาพันอกอวบซึ่งตอนนี้ไม่มีน้ำนมเหลือให้ลูกชายทั้งสองแล้วเพราะพ่อช่วยกินแทนไปแล้วเรียบร้อย“ครับที่รัก” ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูมาพันเอวสอบแล้วเดินตามเมียรักออกไปจากห้องน้ำเพื่ออุ
“ไม่ให้ปั๊มครับ ผมจะช่วยกินแทนลูกเองครับที่รัก” เขมินทร์ดันร่างอวบอิ่มเอนกายไปจนแผ่นหลังแนบติดเบาะโซฟาแล้วกอบกุมทรวงอกกลมกลึงที่ล้นมือเขาก้มลงไปตวัดปลายลิ้นปัดป่ายยอดถันไปมาแผ่วเบาจนร่างบางขนลุกหวามหวิวเสียวสยิวในช่องท้องกลางใจสาวเต้นระริกหยาดน้ำหวานซึมออกมาชุ่มฉ่ำ“ฮืมม..คุณครามขาดูดเบาๆนะคะ อ๊ะ..” มิรันดาครางเบาๆมือนุ่มลูบไล้ลำคอแกร่งกดใบหน้าหล่อให้แนบติดก้อนเนื้อนุ่มของเธอด้วยความเสียวซ่านวาบหวาม“แผล่บๆๆ..จุ๊บบๆ..” ปลายลิ้นร้อนไล้เลียยอดถันอย่างเชื่องช้าส่งคลื่นความร้อนจากปลายลิ้นสู่ยอดถันสีน้ำตาลเข้มเล็กน้อยแล้วงับยอดถันเข้าปากดูดดื่มเบาๆลิ้มรสชาติอาหารของลูกที่รสชาติจืดๆประแล่มแล้วดูดดื่มแรงขึ้นอย่างหิวโหยไม่ต่างจากลูกชายทั้งสองเวลาหิวก็ดูดเอาดูดเอา“อ๊ะ อา ซี๊ดด อ่า..” เสียงหวานร้องครวญครางอกมาด้วยความเสียวซ่านจนกายสาวร้อนรุ่มด้วยเพลิงพิศวาสลุกเป็นไฟเร่าร้อนลามเลียกระจายไปทั่วกายสาว มือบางขยุ้มผมนุ่มไว้แน่นตรึงใบหน้าหล่อแอ่นอกดันก้อนเนื้อนุ่มเข้าปากสามีด้วยความเสียวสยิวร้อนรุ่มราวเปลวไฟแผดเผาแผ่กระจายไปทั่วกายสาว“แผล่บๆๆ จุ๊บบๆๆ..” เขมินทร์ไล่เลียดูดกลืนยอดถันแหล่งอาหารอันสมบู
“ดูแต่ตามืออย่าแตะต้องนะค้าเจ้าบ่าว ถ้าเลือกผิดไม่ได้เข้าห้องหอนะค้า คิกกๆๆ..” เจ้ติ้งอดขำไม่ได้เมื่อเห็นเจ้าบ่าวที่ยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อเห็นแต่สะโพกของสาวๆที่ใส่กางเกงยีนส์สีเข้มเหมือนกันหมด“งานนี้ตัวใครตัวมันเว้ยเพื่อน” เขมินทร์ออกตัวก่อนใครตบไหล่เจ้าบ่าวเบาๆ“เออๆ..ของเมียกูยังไงกูก็จำได้” สินทรพูดจบก็ปลายตามองสะโพกของสาวๆแล้วมองเพื่อนแต่ละคนที่รวมหัวกันแกล้งเขา“งั้นจะรอช้าอยู่ใยครับเพื่อน กูเองก็จำได้แต่ของเมียเหมือนกันครับ หึหึๆๆ..” พนมกรมองเจ้าบ่าวอย่างท้าทายว่าจะจำสะโพกของเมียตัวเองได้หรือเปล่า“ว่าไงคะเจ้าบ่าว ทุกคนรอดื่มรอแดนซ์กันอยู่นะคะ” เจ้ติ้งเร่งหลานเขย“ให้เวลามันจินตนาการก่อนครับเจ้ เกิดพลาดมาคืนนี้มันจะไม่ได้เข้าหอนะครับ” ภูริแซวเจ้าบ่าวขำๆทุกคนก็หัวเราะขำ“โอเคๆ คืนนี้กูจะต้องได้เข้าหอ” สินทรพูดจบก็หลับตาลงคิดถึงตอนเขาแอบมองสะโพกเมียเด็กตอนที่ทับทิมใส่กางเกงยีนส์และเวลาเขาสัมผัสมันประมาณไหนก่อนจะลืมตาขึ้นมองทุกคนที่ลุ้นเขา“ว่าไงคะเจ้าบ่าว พร้อมหรือยังคะ” เจ้ติ้งถามหลานเขยยิ้มให้อย่างเยาะเย้ยคิดว่าเดาไม่ถูกแน่เพราะเธอคัดสาวๆที่สะโพกเอวไซส์เดียวกับหลานสาวกับมือและมอ
“เป็นอะไรครับที่รัก” เขมินทร์ถามเมียรักที่ดูอึดอัด“คัดนมค่ะ” มิรันดาตอบสามีตอนนี้ได้เวลาปั๊มนมให้ลูกชายทั้งสอง“ไปที่ห้องกันครับ กว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวส่งแขกเสร็จที่รักก็ปั๊มนมและเปลี่ยนชุดเสร็จพอดีครับ มึงเปลี่ยนชุดเสร็จไปก่อนกุเลยนะไอ้ภู” เขมินทร์บอกเพื่อนว่าเขาจะตามไปเพราะช้าตรงที่รอเมียรักปั๊มนมให้ลูกๆและเปลี่ยนชุดด้วย“แน่ใจนะไอ้คราม ไม่ใช่ว่าหายหัวจ้อยนะมึง” ภูริว่าเพื่อนที่มองเมียของมันราวกับจะกลืนกิน“เมียกูเพิ่งคลอดลูกนะมึง” คุณพ่อน้องแฝดบอกเพื่อนถ้าไม่ติดว่าเมียเพิ่งคลอดลูกเขาก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกันแต่คุณหมอบอกว่าสี่อาทิตย์ถึงหกอาทิตย์หากมดลูกเข้าอู่ก้สามารถทำกิจกรรมระหว่าสามีภรรยาได้เหมือนเดิมและวันก่อนภรรยาของเขาก็ไปหาหมอมาแล้วแต่เธอไม่ได้พูดอะไรและเขาก็ไม่ได้ถามแค่เห็นเธอเลี้ยงลูกๆก็เหนื่อยแล้ว“งั้นไปกันเลยแบมก็จะไปปั้มนมให้ลูกเหมือนกันจ” พนมกรก็จะพาเมียไปปั๊มนมให้ลูกเช่นกันและจะได้เปลี่ยนชุดด้วยเพราะคืนนี้อาฟเตอร์ปาร์ตี้ธีมคาวบอยแอนด์คาวเกิร์ล“เออๆ..รีบไปรีบมาล่ะเดี๋ยวกูไปเปลี่ยนชุดก่อนก่อนล่ะกัน” ภูริบอกเพื่อนแล้วควงแขนภรรายสุดที่รักเดินตามเพื่อนทุกคนไปที่ห้องแต่งตัวเพื







