Share

4 # มีสาวอยู่ข้างกาย

last update publish date: 2026-09-09 11:25:21

ผมได้ภีมช่วยไว้เยอะระหว่างที่เรียน แม้กระทั่งตอนนี้ที่ใกล้จะจบแล้ว ผมก็วางแผนไว้ว่าจะขอเกาะมันไปเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของครอบครัวมันด้วยคน ไม่อยากไปตระเวนหางานที่อื่นทำแล้ว การต้องเรียนหมอแล้วต้องหาเงินไปด้วยก็ลำบากมากอยู่แล้ว ถ้างานมันหาง่ายๆ ได้ ทำไมผมจะไม่เอาล่ะ

หลังจากเรียนจบ สิ่งที่ผมเคยลงทุนลงแรงไปทั้งหมดก็ยิ่งงอกเงย ผมไม่ต้องใช้เงินกับค่าเล่าเรียนแล้ว แถมพอเริ่มทำงานก็มีรายได้ เงินที่ลงทุนไปก็ยังมีผลตอบแทนมาให้อีกเรื่อยๆ ชีวิตผมสบายขึ้น กลับกลายเป็นว่าผมก็มีผู้หญิงเข้าหามากขึ้นเช่นกัน ผมเริ่มเข้าใจพ่อมากขึ้นก็คราวนี้

หลังจากเรียนจบแพทย์ปี 6 แล้ว ผมตัดสินใจคืนทุนทั้งหมด และไปทำงานที่โรงพยาบาลของบ้านไอ้ภีมแทนการไปทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัดเพื่อใช้ทุน ก่อนที่จะเริ่มงานผมตัดสินใจกลับไปหาพ่อที่บ้านครั้งหนึ่ง อยากให้ท่านรับรู้ว่าผมได้เป็นหมออย่างที่ผมตั้งใจไว้แล้ว

พ่อดูแก่ไปมาก แต่ก็ยังมีสาวอยู่ข้างกาย เป็นคนที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ใช่สิ ก็ผมไม่ได้เจอพ่อเลยตลอดระยะเวลาที่ผมเรียนแพทย์ 6 ปี ผมก็หวังว่าคนนี้จะเป็นคนที่จริงใจและอยากอยู่ดูแลท่านไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตของท่าน ถึงพ่อจะเปลี่ยนผู้หญิงบ่อย แต่ท่านก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ผมซึ่งเป็นลูกก็อยากให้ท่านมีความสุข

“ผมทำงานที่โรงพยาบาล GWH นะครับ ถ้าพ่ออยากตรวจสุขภาพหรือเจ็บป่วยก็ไปที่นั่นได้” ผมบอกพ่อในขณะที่กำลังนั่งกินมื้อเย็นกันอยู่ที่บ้าน โดยยังมีผู้หญิงของพ่ออีกคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผม ซึ่งผมแปลกใจอยู่เหมือนกันที่คนนี้ดูท่าทางเรียบร้อย พูดน้อยกว่าทุกคนที่ผมเคยเจอ

“ดี โรงพยาบาลนี้ดี พ่อก็เคยเข้าไปดีลงานอยู่เหมือนกัน ดีแล้วถ้าแกอยู่ที่นั่นเผื่อจะได้ช่วยดีลงานให้บริษัทเราบ้าง” พ่อยังไงก็ยังเป็นพ่อ ถึงแม้จะทิ้งความโกรธที่ผมหนีไปเรียนหมอไปได้แล้ว แต่ก็ยังไม่วายคิดถึงเรื่องธุรกิจอยู่วันยังค่ำ

“พ่อครับ ผมเป็นหมอ พ่อจะให้ดีลธุรกิจอะไร ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะครับ” ผมพยายามแย้งอย่างใจเย็น “เอาน่าๆ เอาไว้ถึงเวลามันก็มีลู่ทางเอง ถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน” แปลกจริงๆ ที่พ่อไม่โมโหที่ผมแย้งออกไปตรงๆ แบบนั้น หรือพ่อจะเปลี่ยนไปเพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนะ

หลังจากวันที่ผมกินข้าวกับพ่อได้ไม่นาน ผมก็ได้เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดเรื่องธุรกิจ แต่ครั้งนี้เป็นผมเองที่ต้องเป็นคนดีลธุรกิจให้กับโรงพยาบาล เพราะหลังจากเกิดโรคระบาดใหญ่ ทำให้ทุกคนต่างต้องกักตัวอยู่บ้านตามประกาศของรัฐบาลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ผมกับไอ้ภีม เราสองคนวางแผนงานร่วมกันก่อตั้งศูนย์การแพทย์ออนไลน์ขึ้น โดยให้บริการให้คำแนะนำการรักษาสำหรับผู้ป่วยทางแอปพลิเคชันที่ทำขึ้นใหม่ ภายใต้ชื่อของโรงพยาบาล GWH (Good Health and Wellness Hospital) และไอ้ภีมกับผมเป็นผู้รับผิดชอบโครงการทั้งหมด นั่นจึงทำให้ผมต้องดีลกับธุรกิจด้านไอทีของพ่อเพื่อจัดทำแอปพลิเคชันขึ้นมารองรับโครงการนี้

ช่วงแรกของการก่อตั้งแผนก ผมกับไอ้ภีมร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพราะนอกจากจะเป็นฝ่ายบริหารดำเนินการเองทั้งหมดแล้ว ก็ยังเป็นหมอชุดแรกของโครงการที่ต้องคอยให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่ลงทะเบียนเข้ามาผ่านแอปฯ ทั้งยังต้องคอยตรวจสอบความเสถียรของแอปฯ และวางระบบงานกันเองทั้งหมด มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่ต้องทำคือ การวางเงินลงทุน

แต่ถึงอย่างนั้น 2 ปีของการทำงานกันอย่างหนักก็ทำให้แอปฯหมอออนไลน์ เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นผมกับไอ้ภีมจึงได้กลายเป็นหมอผู้บริหารเต็มตัว สุดท้ายแล้วผมก็หนีการทำธุรกิจไม่พ้นจนได้ เพียงแต่ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผมเต็มใจทำอย่างที่สุด 

หลังจากนั้นไม่นานแผนก Health and Wellness Tech ของเราก็ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการบริหารงานและดูแลแอปฯหมอออนไลน์โดยเฉพาะ แยกออกมาจากการบริหารของโรงพยายาล GWH อย่างชัดเจนแต่ก็ยังอยู่ในเครือโรงพยาบาล ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกของการเป็นผู้บริหารของพวกเรา

ชีวิตผมหลังจากได้เป็นผู้บริหาร หลังจากเสร็จงานในเวลาประจำแล้ว หากไม่มีเคสด่วนอื่นๆ ส่วนใหญ่ผมจะเลือกไปผ่อนคลายตามเลานจ์หรือบาร์ที่จะอยู่ตามโรงแรมหรู ซึ่งผมก็จะมีที่ประจำอยู่ไม่กี่ที่ และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมต้องการไปผ่อนคลายซักหน่อย

“เอ้า...อะไรวะ ออกแชตไปเฉยเลย” ผมตั้งใจจะมาชวนไอ้ภีมไปดื่มด้วยกันชิลๆ แต่พอเปิดประตูห้องทำงานมันเข้าไปก็เจอมันนั่งบ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน

“บ่นอะไรวะ ไอ้หมอภีม” ผมถามด้วยความสงสัย เพราะปกติไอ้ภีมไม่ใช่คนจะมีอาการกับเรื่องอะไรง่ายๆ

“ก็คนไข้ออนไลน์ในแอปฯเราคนนี้สิวะ แชตมาบอกว่าจะตรวจอาการ พอขอให้ส่งรูปมาให้ดูก็ออกจากแชตไปเลย อะไรของเค้าวะ”

“แหม...ไอ้หมอภีม นึกยังไงถึงมาเข้ารับเคสในแอปฯวะ ตั้งแต่เปิดตัวใช้งานแอปฯอย่างเป็นทางการ ไม่เคยเห็นมึงจะเข้าไปรับเคสเลย ถ้าเบื่อถ้าเหงาก็บอกเพื่อนคนนี้สิวะ ไปมะคืนนี้ที่เดิมคลายเหงาซะหน่อย” ได้จังหวะผมเลยถือโอกาสชวนมันซะเลย

“ไม่หว่ะ...ช่วงนี้เบื่อๆ เดี๋ยวกลับละ ฝากปิดห้องด้วยนะเว้ย” ไอ้ภีมรีบออกจากห้องไป จนผมก็เรียกเอาไว้ไม่ทัน เพราะนอกจากจะชวนไปนั่งดื่มแล้ว ยังอยากปรึกษาเรื่องหมอประจำที่กำลังขาดแคลนด้วย เพราะหมอหลายคนไปเรียนต่อเฉพาะทาง

สุดท้ายผมก็ต้องมานั่งที่ผับหรูคนเดียว แต่ถามว่าเหงามั้ย ผมไม่เคยเหงาหรอกครับ เพราะแค่เหล้าแก้วแรกยังไม่ทันหมด ก็มีสาวเข้ามาทักทายผมแล้ว ผมยอมรับเลยว่าผมไม่ใช่คนดีอะไร ผมเที่ยว ผมดื่ม และผมหิ้วสาวกลับห้อง แต่ผมไม่เคยคบใครจริงจัง

มีบ้างบางคนที่ถูกใจและควงกันไปไหนมาไหนบ้าง แต่พวกเธอก็จะรู้กันดีว่าเราไม่มีสิ่งผูกมัดต่อกัน สาวๆ เหล่านั้นชอบที่ผมหน้าตาดี และยังเป็นเพลย์บอยสายเปย์ ควงกับผมพวกเธอจะได้ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ล้วนแต่เป็นแบรนด์เนม แถมไม่ต้องเดินเลือกซื้อให้เมื่อย เพราะผมชอบใช้บริการนักช็อปส่วนตัวมากกว่า

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะครับ ที่ผมจะยอมเปย์ ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ความพึงพอใจของผมในเวลานั้น อย่างวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ผมไม่ได้สนใจอยากจะพาใครกลับไปด้วยกัน สาวๆ ที่เข้ามาทั้งหมดก็จึงทำได้เพียงแค่ทักทาย ชนแก้วกัน พูดคุยกันเล็กน้อยแล้วก็แยกย้าย คืนนี้ผมคงนอนกอดหมอนข้างอีกตามเคย

ถึงจะดื่มจนดึก หรือนอนดึกขนาดไหน ผมก็ยังคงไปทำงานได้ตามปกติ จะเรียกว่ามีความรับผิดชอบก็คงจะไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ประเด็นหลักคือ ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าผมสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพามรดกจากพ่อ ถึงแม้ว่าผมกับพ่อจะคืนดีกันแล้วก็เถอะ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ หมอวัต วันนี้คุณหมอต้องเลี้ยงชานมไข่มุกแล้วล่ะค่ะ” เพียงแค่เดินเข้าประตูกระจกบานเลื่อนที่หน้าแผนก พยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์ก็ยืนขึ้นทักทายผม

“ทำไมครับเกิดอะไรขึ้น”

“ดิฉันเห็นหมอภีมมาแต่เช้าเลยค่ะ”

“อะไรนะครับ หมอภีมเข้ามาแต่เช้า งั้นเดี๋ยวผมไปดูหน่อย คุณสั่งได้เลยชานมเดี๋ยวผมจ่ายเอง” ใช่ครับ ผมเคยพนันกับพวกพยาบาลไว้ว่า ไอ้ภีมไม่มีทางจะมาทำงานก่อนผมได้แน่ๆ แต่วันนี้มันทำเอาผมเสียพนัน

“อะไรวะ ไอ้คุณหมอภีม กูเห็นพยาบาลด้านหน้าบอกมึงมาแต่เช้า ท่าทางช่วงนี้จะเหงามากเหรอวะ” เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานไอ้ภีม ก็เห็นเจ้าของห้องยืนคุมพนักงานที่น่าจะมาจากแผนกไอทีซึ่งกำลังหน้าเครียดอยู่กับจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ

“กูมีเคสสำคัญ” มันตอบผมทั้งๆ ที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ ผมได้แต่นั่งลงที่โซฟาและมองมันอย่างสงสัย ผ่านไปไม่นานเลขาหน้าห้องเพื่อนผมก็เอาของบางอย่างเข้ามาส่งให้ ของสิ่งนั้นอยู่ในถุงของโรงพยาบาล ผมอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นไปเปิดดูของที่อยู่ด้านใน

“เฮ้ย นี่มึงไปรับเคสอะไรมาถึงขั้นต้องใช้ชุดตรวจ DNA” ผมตกใจตาโต อดถามไม่ได้เมื่อเห็นว่าในถุงนั้นบรรจุกล่องชุดตรวจ DNA เอาไว้ ซึ่งชุดตรวจนี้ราคาค่อนข้างสูง และหมอออนไลน์ไม่เคยมีใครกล้าที่จะแนะนำชุดตรวจนี้ให้คนไข้ของตน

“เออ กูไปก่อนนะ ฝากทางนี้ด้วย”

“เอ้า ไอ้หมอภีม หมอภีม ไอ้ภีมม จะรีบไปไหนวะ” ไอ้ภีม ไม่ตอบคำถามผม ทั้งยังรีบออกจากห้องไปอีกครั้ง เหมือนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานไม่มีผิดเลย ‘อะไรของมันวะ แบบนี้น่าเป็นห่วงนะเนี่ย’

ในเมื่อไม่สามารถถามจากเจ้าตัวได้ ผมก็ต้องลองไปถามจากคนที่เป็นคนเอาของชิ้นนั้นมาส่งให้ เผื่อว่าจะได้ความอะไรบ้าง “หมอภีมเค้าเอาชุดตรวจไปให้ใครครับ มีเคสพิเศษเหรอ” เมื่อเปิดประตูตามออกมาจากห้อง ผมตรงเข้าไปถามเลขาหน้าห้องไอ้ภีมทันที

“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ คุณหมอวัต หมอภีมไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ แค่ให้ดิฉันไปรับของมาให้เท่านั้นเอง” เลขาสาวที่กำลังท้องอ่อนๆ ตอบกลับผมมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิดที่ไม่สามารถไขข้อข้องใจให้ผมได้ ผมจึงได้แต่ยิ้มตอบกลับไปให้เธอสบายใจขึ้น ผู้หญิงกำลังท้องช่างอ่อนไหวซะเหลือเกิน “ไม่เป็นไรครับ ไว้คุณรู้เรื่องอะไรมาคุณต้องบอกผมด้วยนะ”

ไม่ทันได้รอให้เธอตอบกลับมา ผมรีบไปที่ห้องทำงานของตัวเอง เพื่อเคลียร์งานเอกสารให้เสร็จ ถ้าเพื่อนมันไม่อยากให้รู้ว่าทำอะไรอยู่ ผมก็ไม่เซ้าซี้ เอาไว้เมื่อถึงเวลาที่มันพร้อมมันคงจะมาบอกผมเอง ผมก็แค่รอคอยซัปพอร์ตมันก็เท่านั้นเอง นี่แหละครับหน้าที่เพื่อนของผม

แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องทั้งหมดที่ไอ้ภีมทำอยู่นั้น ก็กลับมาเข้าหูผมอีกอยู่ดี นอกจากเบิกชุดตรวจ DNA แล้ว ยังมีเรื่องใช้ชุดพนักงานและมอเตอร์ไซค์ส่งของของโรงพยาบาล แถมยังให้โปรแกรมเมอร์แก้ไขการจัดการแอปฯให้ต้องเข้ารหัสเคสคนไข้เคสหนึ่ง ซึ่งผมแน่ใจว่าต้องเป็นเคสที่มันบ่นเมื่อวานแน่ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   27.2 # หมอบ้าเอ้ย

    ผมมองตามคนไข้ของตัวเอง พยายามเดินกะเผลกโดยใช้ไม้พยุงจนสามารถพาตัวเองออกไปจากเต็นท์ได้ ในใจยังนึกขำ เธอคนนี้ไม่ยอมลงให้ผมเลยจริงๆ อยากจะเอาชนะไปซะทุกเรื่องเลยเมื่อเห็นเงาเธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าเต็นท์ ผมจัดการรีบเก็บของเข้าที่ จัดยาที่จะให้เธอเอาไปกินบางส่วน แต่ระหว่างที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อย กำลังจะตามเธอออกไป กลับมีเสียงจากด้านนอกเต็นท์เรียกตามตัวผมผมพอจะจำได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงผู้ช่วยของพยาบาลที่เป็นพยาบาลผู้ช่วยประจำตัวผมในค่ายนี้ หากให้ผู้ช่วยมาเรียกแบบนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีเรื่องด่วนอะไรซักอย่าง จึงรีบวิ่งออกไปจากเต็นท์ทันที แต่ก็ยังทันได้เห็นเหงาของคนไข้ตัวเองเลียงหลบเพื่อไม่ให้ผมเห็นตัวเธอแม้ว่าจะสามารถหันไปหาเธอได้ก่อนจะไปตามเสียงเรียก แต่ผมเลือกที่จะให้เธอเข้าใจว่า ผมไม่เห็นว่าเธอพยายามแอบผม ‘หึ ลงทุนขนาดนี้แล้ว ก็ยอมให้หน่อยแล้วกัน เอาไว้แก้เคสด่วนตรงนั้นก่อนค่อยกลับมาจัดการ’“หมอวัตค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีหมอภีมออกไปนอกค่ายค่ะ หัวหน้าเลยต้องให้มาตามคุณหมอแทน” ผู้ช่วยพยาบาลรีบบอกผมอย่างร้อนรน&ldq

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   27.1 # หมอ้าเอ้ย

    ตลอดเวลาที่นั่งเงียบให้เขาช่วยทำแผลให้ ฉันรู้สึกอึดอัดมาก จริงๆ มือเขาก็เบาอยู่นะ เพียงแต่ฉันว่าแผลฉันวันนี้ระบมมากกว่าเมื่อวานอีก แค่แตะนิดหน่อยหรือเพียงแค่ฉันขยับขาเยอะก็รู้สึกเจ็บแล้วช่วงแรกที่ฉันยอมจะอดทนนั่งนิ่งๆ อยู่เงียบๆ ไม่ร้องโวยวายออกมา เพราะฉันอยากให้เขารีบทำแผลให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้ไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ต่อ แต่ยังมีอีกเหตุผลคือฉันเกรงใจคุณแม่ที่ต้องมายืนรออยู่ที่นี่ด้วย“โอ้ย เจ็บนะ เบาหน่อยสิ นี่มือหรืออะไร” ทันทีที่คุณหมอภีมพาแม่ออกไปจากเต็นท์ เพื่อไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ที่บ้านพัก ฉันก็หมดความอดทน เริ่มร้องโวยวายบ่นให้เขาได้รับรู้ได้ซักทีว่าฉันเจ็บแผล“แหมคุณ คนไข้ของผมเมื่อกี้นี้หายไปไหนแล้วครับ นี่ใครมาเข้าสิงอีกเนี่ย” ได้ยินเขาท้วงมาแบบนั้น ฉันจึงเลือกจะเชิดหน้าใส่มากกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกลับไปอีก ‘คนไข้ของนายเนี่ยนะ ชิ’“นี่คุณ ยังไงซะ ผมก็เป็นลูกค้าคุณนะครับ” น้ำเสียงเขาเริ่มทุ้มต่ำราบเรียบจนฉันรู้สึกได้ถึงความจริงจัง“เอ่อ ขอโทษค่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจนะคะ คุณอย่าถือสาเลยนะ ก็ชั

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   26.2 # ยัยตัวดี

    “สวัสดีค่ะ คุณหมอมาทำแผลใช่มั้ยคะ”“เอ่อ สวัสดีครับ มากับคุณนิต้าเหรอครับ” ผมหันไปถามเธอ ระหว่างที่ตัวเองก็เดินไปประจำที่เพื่อเตรียมล้างแผลให้นิต้า“นี่แม่ของยัยอัยย์ค่ะ คุณหมอ พอดียัยอัยย์ไม่สบาย คุณช่วยให้หมอไปตรวจให้หน่อยได้มั้ยคะ” กลับเป็นนิต้าที่บอกผมกลับมาด้วยความร้อนรน เหมือนเธอจะร้อนใจและเป็นห่วงเพื่อนของเธอมาก“เพื่อนคุณไม่สบายเหรอ มีอาการอะไรบ้าง” ผมเริ่มแกะผ้าที่พันแผลเอาไว้ พร้อมกันกับการเริ่มสอบถามอาการของเพื่อนเธอ“ชั้นจับตัวเธอแล้วตัวร้อนจี๋เลย ชั้นว่าเมื่อคืนคงตากน้ำค้างมาแน่ๆ” น้ำเสียงเธอร้อนใจมาก น่าจะเป็นห่วงเพื่อนมากจริงๆ“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมทำแผลให้คุณก่อน เสร็จแล้วเราไปตรวจเพื่อนคุณกัน”“ให้หมอคนอื่นกลับไปกับแม่ก่อนไม่ได้เหรอคะ ชั้นเป็นห่วงเพื่อน ตัวเธอร้อนมากเลยนะ”“หมอที่ค่ายจะอยู่อีกแค่สองวันเองคุณ คุณก็เห็นข้างนอกชาวบ้านยังรอกันอีกตั้งหลายแถว”“ยัยอัยย์ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกนิต้า รอหน่อยก็ได้ แม่ให้

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   26.1 # ยัยตัวดี

    “อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหมอ วันนี้มาเร็วจังคะ” พยาบาลผู้ช่วยที่กำลังกินมื้อเช้าอยู่ที่เต็นท์รับรองอยู่แล้ว ทักขึ้นเมื่อเห็นพวกผมเดินเข้ามาในเต็นท์ที่จัดไว้เป็นที่สำหรับกินอาหารทั้งสามมื้อ“พอดีไอ้เพื่อนผมมันกลัวเคสหายน่ะครับ เลยรีบมารอ ฮ่าๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะแซวไอ้เพื่อนตัวดี ที่ปลุกผมมาแต่งเช้าขนาดนี้ตลอดเวลากินมื้อเช้า ผมไม่เห็นไอ้ภีมจะกินอะไรซักเท่าไหร่ มันเอาแต่นั่งเหมอเหมือนคนคิดไม่ตก บ้างก็คอยมองเวลาที่นาฬิกาบนข้อมือ บางทีก็ชะเง้อมองออกไปที่ด้านหน้าค่าย ผมยิ่งมั่นใจว่ามันต้องรีบมารอสาวของมันแน่ๆพวกผมมาที่เต็นท์สำหรับตรวจคนไข้ ยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้น คนไข้ก็มารอคิวกันแล้ว ผมได้มองแล้วก็ต้องถอนหายใจ นี่ขนาดตรวจกันมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้มารอคิวอยู่เลย เวลาอีกไม่กี่วันนี้คงต้องเร่งมือแล้วคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาทำให้ฉันนอนหลับสนิททั้งคืน จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็ยังเห็นยัยอัยย์ ยังคงนอนอยู่ที่ที่นอนของเธอ ‘เมื่อคืนนอนดึกแน่ๆ เลยยัยอัยย์ เดี๋ยวถ้าไม่สบายจะตีให้’ฉันปล่อยให้ยัยอัยย์นอนไปก่อนโดยยั

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   25.2 # เขินจนหน้าแดง

    ยัยอัยย์ ยังคงเงียบไม่ยอมตอบคำถามฉันอีกเหมือนเดิม แต่ฉันดูจากสีหน้าของเธอแล้ว เหมือนเธอมีความกังวลอะไรอยู่ เธอยังคงก้มหน้าก้มตาไม่เลิก จนฉันทนไม่ได้อยากรู้ความจริง“เงียบ ทำเงียบ นี่เธอเขินเค้าจนไม่กล้าคุย หรือว่าเค้าไม่ใช่สเปกอย่างที่คิดไว้เหรอ แต่เค้าก็หน้าตาหล่อไม่เบาเลยน้า” ฉันอยากหยอกให้เธอคลายความกังวลใจนั้นซักหน่อย ก็คงจะมีเพียงเรื่องหน้าตาของหมอภีมนั่นแหละมั้ง ที่พอจะเอามาใช้หยอกเธอได้“นั่นไง เขินแน่ๆ ยัยอัยย์ หน้าเธอแดงไปยันหูแล้วรู้ตัวป่ะเนี่ย” สิ่งที่ฉันคิดถูกต้อง เพราะหลังจากยัยอัยย์ได้ยินที่ฉันพูดชื่นชมถึงหน้าตาของหมอ เธอก็เริ่มหน้าแดงไปจนกระทั่งถึงใบหู“ฮะ อะไร เขินที่ไหน ไม่..!! เป็นไปไม่ได้หรอก”ฉันขำจนหัวเราะลั่นออกมา เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนสาวที่เขินจนหน้าแดง และยังคงปากแข็งบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ยิ่งฉันหัวเราะใส่เธอ เธอก็ยิ่งเขินมากขึ้นอีก ฉันล่ะนึกเอ็นดูเธอเสียจริงพอถามเธอจนรู้เรื่องราวต่างๆ แล้ว ฉันจึงไปจัดการตัวเองเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอนเสียที เพราะเริ่มจะต้านทานฤทธิ์ของยาที่กินเข้า

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   25.1 # เขินจนหน้าแดง

    “งั้นคนไข้ VIP ของมึงก็คือ คนที่เป็นคนหักอกมึง เอ้ย รักแรกของมึงอะนะ” เมื่อผมได้รู้ความจริงว่าคนที่ทำให้ไอ้ภีมว้าวุ่นใจไม่ใช่นิต้า แต่มันกลับไม่ยอมบอกรายละเอียดให้แน่ชัด ทำให้ผมเข้าใจผิดอยู่นาน จึงขอใช้คำพูดแกล้งตอกกลับมันให้สะใจซักหน่อยมันไม่ยอมตอบอะไรผม เพียงแต่พยักหน้ายอมรับเท่านั้น ด้วยสีหน้าของมันที่ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าจะทำอะไรผมหรอก เพราะผมรู้ว่าครั้งนี้มันต้องขอให้ผมช่วยแน่นอน“แล้วยังไงวะ ได้คุยกันยัง กูเห็นมึงวิ่งตามไปนี่”“ยังหว่ะ เค้าไม่ยอมคุยกับกู เหมือนเค้ายังโกรธกูอยู่เลยหว่ะ” เห็นสีหน้าไอ้ภีมที่ตอบผมกลับมาแบบนั้นก็นึกสงสาร แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแกล้งมันต่ออีกซักหน่อย“อ่าว แบบนี้ก็งานยากแล้วดิเพื่อน”“ก็แบบนี้ไงวะ กูเลยอยากให้มึงช่วยกูหน่อย” คิดไว้ไม่มีผิด ในที่สุด ไอ้ภีมก็เอ่ยปากขอให้ผมช่วยจนได้“ช่วย!!! กูจะช่วยอะไรมึงได้วะ” ในใจผมคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องช่วยมันให้เต็มที่ ไม่ว่าจะอย่างไรเธอคน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status