Share

5 # มีเจ้าของแล้ว

last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 11:25:54

ฟ้าภายนอกมืดมิด แต่ในเมืองใหญ่แห่งนี้ยังคงมีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่ทุกหนแห่ง คืนนี้ฉันมาร่วมงานปาร์ตี้ปิดกล้องละครของผู้กำกับมือทองซึ่งเป็นพ่อของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันเอง ภายในร้านอาหารกึ่งผับถูกเหมาปิดร้านเพื่อฉลองกัน เหล่านักแสดง และทีมงานต่างพากันกินดื่มอย่างสนุกสนาน

ฉันไม่ได้มีปัญหากับการมาร่วมงานปาร์ตี้เหมือนกับเพื่อนสนิทฉันซึ่งเป็นผู้เขียนบทละครเรื่องนี้ แต่อาจจะมีปัญหานิดหน่อยตรงที่ นักแสดงนำหนุ่มหล่อในเรื่องอีกคนที่มาร่วมงานคืนนี้ด้วย พี่แมนรับบทเป็นน้องชายนางเอกในเรื่อง

ซึ่งระหว่างการทำงานร่วมกันระยะเวลาถ่ายทำเกือบ 4 เดือน เหมือนเขาพยายามจะตามจีบฉัน และเหล่าช่างแต่งหน้า ทำผมสาวสองทั้งหลายก็ต่างเชียร์ให้ฉันเปิดใจกับเขา เพราะนอกจากหน้าตาดีแล้ว ยังสุภาพพูดจาดี มีของขนมของฝากมาแจกคนในกองถ่ายอยู่เป็นประจำ แถมเขายังจีบฉันอย่างเปิดเผย แต่สุดท้ายวันนี้ เขากลับพาแฟนสาวมาเปิดตัว ‘อะไรกันวะเนี่ย’

“โอเคมั้ย นิต้า นี่ถ้าเจ้รู้นะ เจ้จะไม่เชียร์เธอเด็ดขาด” เจ้สาวสองที่สนิทกับฉัน มานั่งลงข้างๆ กระซิบอยู่ที่ข้างหูฉันทันทีที่เห็นหนุ่มคนดีของพวกเธอพาสาวมาแนะนำให้ผู้กำกับรู้จักว่าเป็นแฟนที่กำลังคบอยู่

“แหม ไม่โอเคได้เหรอเจ้ ก็มาเปิดตัวขนาดนี้ ฮ่าๆๆ เจ้ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ นิต้ายังไม่ได้อะไรกับเค้าซะหน่อย”

“ได้ยินแบบนี้เจ้ก็ค่อยโล่งใจ คนเดี๋ยวนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เนอะ เห็นมาตามจีบหนูในกองแบบเปิดเผยซะขนาดนั้น พวกเราก็คิดว่าจริงจังจริงใจ ที่ไหนได้ล่ะ เห็นพวกเราเป็นอะไรเนอะ โชคดีที่เรายังไม่หลวมตัว” เจ้บ่นไป เอามือลูบที่หลังฉันไปเหมือนเป็นการปลอบใจ ที่ฉันถูกผู้ชายเท ซึ่งจะบอกว่าเสียใจเหรอ ฉันไม่ได้เสียใจหรอก เพียงแต่รู้สึกเสียหน้านิดหน่อยเท่านั้น

“นิต้า ขอไปห้องน้ำก่อนนะคะเจ้” ฉันนั่งมองคู่รักพากันแนะนำตัวได้อยู่ซักพัก ก็รู้สึกเริ่มทนเสียหน้าไม่ไหวแล้ว นี่ถ้าเขาไม่จีบฉันออกหน้าออกตาจนคนทั้งกองถ่ายรู้กันไปทั่ว ฉันคงไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้ ระหว่างที่สองคนนั้นกำลังจะเดินมาทางที่พวกฉันนั่งกันอยู่ ฉันรีบบอกเจ้ข้างๆ เพื่อจะหลบหน้าไปก่อน ห้องน้ำคงเป็นทางเลือกที่ดีที่หนึ่ง

“นิต้า ใช่มั้ย” ระหว่างที่เดินออกจากห้องน้ำ ฉันได้ยินเสียงหวานเสียงหนึ่งเรียกชื่อฉัน และเมื่อหันไปตามเสียง ก็เจอกับหญิงสาวตัวเล็ก หน้าตาดี ยืนพิงกำแพงอยู่ที่ข้างประตูห้องน้ำ ฉันจำได้ทันที เพราะเธอคืนคนที่ฉันนั่งมองอยู่ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับพี่แมน

“ใช่ค่ะ มีอะไรคะ” ฉันตอบกลับแบบไม่แสดงความเป็นมิตรแต่ก็ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่รู้เรื่องที่ก่อนหน้านี้แฟนของเธอตามจีบฉันอยู่ก็ได้

“ชั้นเชอร์รี่ เป็นแฟนพี่แมน เราคบกันมาเกือบปีแล้ว” ฉันรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเธอบอกมาแบบนั้น นี่แสดงว่าเธอจงใจจะมาประกาศความสัมพันธ์ของเธอให้ฉันรู้สินะ แถมตอกย้ำให้ฉันได้รู้ว่า ตลอดเวลาที่พี่แมนตามจีบฉันอยู่ คือเขามีแฟนอยู่แล้ว นี่เธอกำลังกล่าวหาว่าฉันเป็นมือที่สามเหรอ

“เหรอคะ แล้วเกี่ยวอะไรกับชั้นมิทราบ” ใครจะยอมเสียหน้าล่ะ โชคดีที่ตอนอยู่ในกองถ่าย ฉันไม่ได้แสดงท่าทีกับพี่แมนจนเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีความรู้สึกดีที่เขามาคอยตามเอาใจก็เถอะ ฉันเพียงแต่รอคอยให้จบงาน เพื่อจะดูความจริงใจของเขา เพราะถ้าหาหลังปิดกองแล้ว เขายังคงมาตามจีบฉันอยู่ ฉันจึงจะรับพิจารณา

“ได้ข่าวมาว่า พี่แมนตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งในกองถ่าย เธอพอจะรู้มั้ยว่าเป็นใคร ถ้ารู้ฉันขอฝากไปบอกหน่อยนะ ว่าพี่แมนเค้ามีเจ้าของแล้ว อย่าแค่เห็นว่าเค้าหน้าตาดี เริ่มมีชื่อเสียงแล้วจะมาเกาะเค้าน่ะ ดูตัวเองซะบ้างว่าเป็นใคร อย่ามาสะเออะเทียบชั้น”

“เหรอคะ แล้ววันนี้เธอมาทำไมคะ ไม่ใช่ทีมงาน ไม่ใช่นักแสดงในกองนี้นี่ มาเปิดตัว มาแนะนำตัว หรือมาฝากตัวเหรอ อยากตามแฟนมาดังเหรอ แต่ระวังหน่อยนะ ถ้าไม่ดูตาม้าตาเรือ ระวังนอกจากจะไม่ดังแล้ว อาจจะได้พากันดับไปทั้งผัวทั้งเมีย”

ฉันไม่ได้อยากมีปัญหาจึงเลือกจะหลบหน้ามาเข้าห้องน้ำ แล้วคิดจะกลับบ้านทันที แต่เจออีกฝ่ายมาหาเรื่องแบบนี้ ฉันก็ต้องลองใส่ไปดูซะบ้าง “กรี๊ดดดดดด..”

“อ๊ะ จุ๊ๆๆ อย่ากรี๊ดเสียงดังสิคะ คนดีๆ เค้าไม่กรี๊ดในร้านอาหารแบบนี้กันหรอกนะ” อยากมาหาเรื่องฉันก่อนดีนัก ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาดูถูกกันได้ง่ายๆ หรอกนะ ไม่รอให้ใครมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันเลี่ยงเดินออกมากลับไปที่โต๊ะเพื่อหยิบกระเป๋าและเดินออกจากร้านโดยไม่สนใจกลุ่มคนด้านในอีกเลย

“อุ๊ย!!!...ขอโทษค่ะ” ออกมาหน้าร้าน กำลังจะรีบเดินไปที่รถ ฉันไม่ทันระวัง เดินชนคนที่กำลังเดินผ่านเข้ามา แต่ฉันอยากรีบไปจากตรงนี้จึงไม่ทันได้สนใจ รีบขอโทษ รีบเดินไปที่รถ เข้ารถแล้วรีบขับออกมามุ่งหน้ากลับคอนโด

หลังเลิกงานวันนี้ผมอยากมาดื่มเผื่อผ่อนคลายซักหน่อย หลังจากต้องประชุมเครียดเกือบทั้งวัน เพราะหมอที่แผนกกำลังขาดคน ผมต้องเร่งมือประชุมกับทีมฝ่ายบุคคลเพื่อหาหมอที่มีฝีมือมาประจำเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ หลังเสร็จประชุม ผมเคลียร์งานเอกสารที่เหลืออีกเล็กน้อย และขับรถออกมาที่ร้านประจำที่ไม่ได้มาหลายวันแล้ว

“เอ้ย คุณ..” ก่อนจะเดินเข้าร้านผมถูกผู้หญิงผมสั้นหุ่นดีคนหนึ่งชนเข้าอย่างจัง แต่แทนที่เธอจะเงยหน้ามองว่าชนใคร เธอกลับก้มหน้าก้มตา เอ่ยขอโทษแบบขอไปที แล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไปอย่างไว 

ผมที่ตอนนี้เพียงอยากผ่อนคลาย จึงเลือกที่จะเลิกสนใจแล้วหันหน้ากลับเดินเข้าร้าน แต่ก็เพิ่งจะได้รู้ว่า ร้านถูกกองถ่ายละครเหมาไปซะแล้ว สุดท้ายผมทำได้เพียงกลับคอนโดอย่างเซงๆ หยิบเครื่องดื่มที่พอจะมีเก็บไว้บ้าง รินใส่แก้วแล้วมานั่งจิบที่โซฟายาว เหยียดขายาว หลังเอนพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง

ไม่นานนัก มือถือที่วางอยู่ข้างตัวก็แผดเสียงขึ้นมา ผมหยิบพลิกขึ้นมามองที่หน้าจอ ก่อนจะกดรับสาย

“ว่าไงคะ น้องเชอร์รี่” ผมกรอกเสียงผ่านสายไปถึงคนที่โทรเข้ามา เธอคือสาวสวยคนหนึ่งที่ผมเจอในผับของโรงแรมแห่งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน แล้วเราก็ติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราว

(พี่วัตคะ เชอร์รี่คิดถึงพี่วัตจังเลยค่ะ วันหยุดนี้พี่วัตมารับเชอร์รี่ไปทานข้าวได้มั้ยคะ) ผมรู้ดีว่าเธอหมายความว่าอย่างไร รับไปทานข้าว ไม่ได้หมายความว่าทานข้าวอย่างเดียว แต่ในเมื่อผมก็อยากผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานอยู่พอดี จึงตอบตกลงกลับไป 

“ได้สิคะ งั้นเชอร์รี่แต่งตัวสวยๆ รอพี่นะ ไว้พี่จะไปรับนะคะ”

(ดีใจจังเลย แล้วเชอร์รี่จะรอนะคะพี่วัต จุ๊บๆ)

หลังจากวางสายจากเชอร์รี่ ผมกระดกเครื่องดื่มที่เหลือในแก้ว แล้วค่อยลุกขึ้นไปอาบน้ำนอน

วันหยุดสุดสัปดาห์ ผมไปรับน้องเชอร์รี่ที่คอนโดของเธอในช่วงสาย พาเธอไปทานอาหารมื้อกลางวันที่ห้างดังใจกลางเมือง ระหว่างรออาหารผมโทรคุยกับนักช็อปส่วนตัวที่ผมเรียกใช้งานเป็นประจำ แต่ได้คำตอบมาว่าเธอไม่สะดวกมาให้บริการผมวันนี้ได้ จึงติดต่อให้นักช็อปอีกคนที่เชื่อใจได้มาแทน ซึ่งผมก็ไม่ซีเรียสอะไร

ผมวางแผนเอาไว้ว่า หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว จะพาน้องเชอร์รี่ไปช็อปปิงกระเป๋า เสื้อผ้า หรือรองเท้าให้เธอซักชิ้นสองชิ้น หลังจากนั้นค่อยพากันไปเปิดห้องพัก เป็นเรื่องที่พวกผมทำกันเป็นปกติทุกครั้งที่นัดเจอกัน

การช็อปปิงของผม ไม่ใช่การเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ในห้างเหมือนคนทั่วๆ ไปทำกัน มันคงจะเป็นเรื่องวุ่นวายกระอักกระอ่วนหากเจอคนรู้จัก เพราะเขาอาจจะเห็นว่าวันนี้ผมอยู่กับผู้หญิงคนนี้ แต่ในอีกเดือนหนึ่งข้างหน้าผมอาจจะอยู่กับผู้หญิงอีกคน ผมไม่ต้องการมานั่งตอบคำถามว่า ผู้หญิงที่ผมควงและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั้น พวกเธออยู่ในสถานะอะไร

ตั้งแต่เมื่อคืน ฉันยังรู้สึกเซงไม่หาย วันนี้เลยตั้งใจอยากจะไปเข้าร้านนวดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ซะหน่อย แต่ระหว่างทางฉันกลับถูกขัดจังหวะจากรุ่นพี่ในวงการนักช็อปส่วนตัว ให้ช่วยไปรับลูกค้าประจำแทนตัวเอง ที่ไม่ว่างเพราะติดผู้ชายอยู่ต่างจังหวัด

ช่วงที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ฉันได้เจอกับพี่แพตตี้ซึ่งเธอเป็นรุ่นพี่ที่ยังรักการเรียน คือเรียนไม่จบ 4 ปีนั่นเอง เลยได้มาเรียนร่วมกับรุ่นน้องอย่างฉัน เราสนิทกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีสไตล์ด้านแฟชั่นคล้ายๆ กัน “หล่อนนี่ตาถึงเหมือนชั้นเลยนะยะ” นี่คือประโยคแรกที่พี่แพตตี้พูดกับฉัน ตอนร่วมงานกลุ่มกันครั้งแรก และหลังจากนั้น พี่แพตตี้ก็ตามติดฉันให้ไปช่วยงานตลอด

และนั่นก็ทำให้ฉันได้รู้จักอาชีพนักช็อปส่วนตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งการเป็นนักช็อปส่วนตัว ฉันรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับงานนี้มาก การได้ช็อปปิง ได้หยิบจับ ได้เลือกของใช้แบรนด์เนมดังๆ บางรุ่นก็เป็นรุ่นหายาก ฉันต้องไปเฝ้ารอ ไปตีสนิทเหล่า SA* ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อจะได้อัปเดตคอลเลกชันใหม่ๆ และให้ช่วยหารุ่นหายากให้หากลูกค้าต้องการ

*SA ย่อมาจาก Sales Associate พนักงานที่อยู่ในตำแหน่งนี้ จะต้องทำหน้าที่เสนอขายสินค้าให้กับลูกค้า โดยพนักงานจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับตัวสินค้าและแบรนด์เป็นอย่างดี เพราะต้องแนะนำสินค้า ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโปรดักส์ต่าง ๆ ของแบรนด์กับลูกค้าได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังต้องพยายามพรีเซนต์สินค้าในแง่ดีให้มากที่สุด และต้องพูดความจริงอยู่เสมอ ห้ามโกหกลูกค้าเป็นเด็ดขาด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.2 # ตอบสนอง

    “โถ่คุณมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอไง” ถึงผมจะบอกเธอออกไปแบบนั้น แต่ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเหมือนกันเลยซักนิด ผมไม่ได้หลงเธอเพราะเรื่องบนเตียง แต่ผมหลงเธอที่เป็นทั้งหมดของเธอต่างหาก“เชอะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ แค่เรื่องบนเตียงแค่นั้น และห้ามคนอื่นรู้เรื่องเด็ดขาด” นิต้าลุกขึ้นพันผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่รอบตัวเอง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่สนใจจะมองสีหน้าผมตอนนี้เลยซักนิดเธอไม่ได้เห็นสีหน้าผมหลังจากฟังเธอพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปจากอ้อมแขนผม และผมก็คิดว่าการที่เธอไม่เห็นความเจ็บปวดเสียใจบนใบหน้าของผมนั้นคงจะดีกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้มากกว่า ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดไปจริงความเสียใจจากคำพูดของเธอ โจมตีทำร้ายผมได้ไม่นานหรอก เพราะไม่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นหรือไม่ ยังไงซะ ผมก็จะทำให้เธอยอมเปลี่ยนใจอยากจะอยู่กับผมทั้งตัวทั้งใจให้ได้ซักวันเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะต้องทำให้เธอเปลี่ยนใจให้ได้ ผมเลยตัดสินใจลุกจากที่นอนออกไปที่ห้องรับแขก ในขณะที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.1 # ตอบสนอง

    ฉันผลักเขาให้ออกห่างเพื่อจะหลุดออกจากวงแขนที่กำลังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้ ต้องโวยวายใส่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องผลตรวจที่กำลังรออยู่แทน ไม่อยากให้เขารู้ว่า ประโยคที่เขาเพิ่งพูดทีเล่นทีจริงออกมานั้นกำลังทำให้ฉันเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะเคยมีอะไรกันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็เถอะ แต่ท่าทีแบบนั้นของเขา การกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กระซิบคำพูดที่เสนอตัวเองให้ฉัน แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมาจนอยู่นิ่งไม่ได้“ไปครับ เราออกไปเอา……ผลตรวจของคุณกัน” อีตาบ้าหมอวัตยังคงไม่เลิกที่จะพูดสองแง่สองง่ามใส่ฉัน จนฉันมองตาแข็งใส่เข้าให้ถึงจะลดลงไปบ้างหลังจากเขาพาฉันไปรับผลตรวจร่างกายเรียบร้อย แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้กลับคอนโดของตัวเอง แต่เขากลับทั้งหว่านล้อม จนถึงกระทั่งข่มขู่จะเปิดเผยความลับ ทำให้ฉันต้องตามเขากลับมาที่คอนโดอีกจนได้“นี่นายเดี๋ยวก่อน ไปหิวมาจากไหนเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย” เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าประตูคอนโด ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ รวบเอวหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มืออีกข้างคว

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.2 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    “ใช่ ผมยุ่งจนไม่มีเวลา ดังนั้นผมจะเลือกใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญเท่านั้นไงล่ะ” หมอวัต พูดกับผู้หญิงคนนั้น ในท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูสุขุมจริงจัง ทิ้งมาดผู้ชายกวนๆ ขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นไปโดยสิ้นเชิง‘นี่ตกลงเค้าเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ตัวตนของเขาคือคนไหนกัน หรือเป็นพวกหลายบุคลิกเหรอ แต่ท่าทางแบบนี้ของเค้าก็ทำเอาชั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเค้าใหม่’“นี่ แกหมายความว่าเรื่องของชั้นไม่สำคัญสินะ ไอ้หมอวัต แกคิดว่าแค่แกไม่เซ็นต์อนุมัติแล้วจะขวางชั้นได้เหรอ” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหมอวัต และพูดกับเขาเสียงเบาลงเหมือนพยายามไม่ให้คนอื่นได้ยิน แต่ฉันกลับได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ“อ้อ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยนะที่มินท์มารบกวนเวลาของพวกคุณ พอดีมินท์ก็มีเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาล ที่รอหมอวัตทำให้อยู่น่ะคะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เค้าบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลา มินท์เลยแปลกใจว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ได้” คราวนี้เธอจงใจพูดกับฉัน ท่าทางเหมือนจะเป็นมิตรนะ แต่คำพ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.1 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยอัยย์นั่งเอนตัวพิงหัวเตียง ในมือยังคงกำมือถือเอาไว้แน่น เมื่อมองใบหน้านั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาตลอดคืนแน่นอนเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันยิ่งไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว จึงพยายามชักชวนจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ แทบจะเป็นการบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน เพราะฉันมีนัดตรวจสุขภาพสุดท้ายแล้ว เราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลในช่วงสายแล้ว การตรวจร่างกายของฉันใช้เวลาไม่นาน แต่หากจะรอผลต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราทั้งคู่ตัดสินใจจะออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงร้าน ฉันเห็นแผนกหมอออนไลน์จึงเรียกให้ยัยอัยย์ดูโดยที่ฉันไม่ทันได้คาดคิด เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก เห็นหมอภีมที่กำลังคุยอยู่กับหมอท่านอื่นอยู่ตรงนั้น และกำลังจะเดินออกมา “คราวนี้เธอจะเอายังไงดี ยัยอัยย์” ฉันถามยัยอัยย์ทันที เพราะตั้งแต่เช้าที่ฉันเห็นอัยย์พยายามติดต่อหมอภีม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยก่อนที่ยัยอัยย์จะทันได้ตอบอะไรฉันกลับมา เหมือนหมอภีมจะหันมาเห็นเราสองคนและเขารีบเร่งฝีเท้าตรง

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.2 # หมกมุ่น

    หลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว ผมจึงค่อยๆ เดินไปทางห้องนอน แต่ไม่ได้เข้าไปด้านในนั้น แต่อยู่ที่ด้านหน้าห้องก็ยังได้ยินสองเสียงคุยกันถึงเรื่องอาการของคนบนเตียง“เรากำลังคุยกันอยู่ว่าสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้อาการกำเริบวันนี้เกิดจากอะไร เท่าที่อัยย์เล่ามาให้ผมฟัง ผมคิดว่าอาการน่าจะเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นจุดสนใจของคนจำนวนหนึ่ง” ไอ้ภีม บอกข้อสันนิษฐานของมันเพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุต่อ“มันยังไงกันคะคุณหมอ อาการกำเริบเพราะเป็นจุดสนใจเหรอ อ้อเดี๋ยวนะ ชั้นว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะครั้งล่าสุด คือตอนไปงานประกาศรางวัลกับพ่อแม่เธอ แล้วเธอก็เริ่มมีอาการหนักตอนยื่นถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่แบ็กดร็อป” นิต้าช่วยเสริมข้อมูลขึ้นมาอีกคน“ถ้างั้นแล้วครั้งแรกล่ะครับ พอจะจำได้มั้ยว่าเกิดขึ้นได้ยังไง” ผมยืนพิงที่ประตูห้องนอนไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสนอความเห็นของตัวเอง ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของคุณอัยย์“ใช่ๆ ยัยอัยย์ ครั้งแรกที่เธอเป็นคือตอนไหนนะ ชั้นยังไม่เจอกับเธอเลยใช่มั้ย” จากที่นิต้าตอ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.1 # หมกมุ่น

    “ใครโทรมาตอนนี้วะ”ในจังหวะที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินหมอวัตสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เขายันตัวเองลุกขึ้นจากตัวฉัน ซึ่งแขนฉันที่คล้องเกี่ยวคอของเขาไว้ก็ปล่อยให้ร่วงหล่นลงบนที่นอนแบบไร้แรงต้านทาน“คงไม่ใช่น้องคนไหนของคุณโทรมาตามใช่มั้ยคะ” ฉันเอ่ยถามเขาออกไป พยายามไม่ให้เสียงดังจนเกินไปจนเข้าไปในสายให้ฝั่งตรงข้ามได้ยินเมื่อฉันลุกขึ้นใส่ชุดคลุมแล้วเดินตามเขาออกมาที่ห้องรับแขก เห็นเขาแนบมือถือที่หูแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่ยื่นนิ่งเงียบ แต่เพราะเขายืนหันหลังให้ฉัน ฉันจึงไม่ทันได้เห็นสีหน้าเขา เลยเดาไม่ถูกว่าปลายสายนั้นโทรมาด้วยเรื่องดีหรือร้ายอย่างไรกันแน่“เอ่อ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ แล้วก็ เฮ้อ แต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเราต้องออกไปกันแล้ว” หลังจากคำถามฉันจบเพียงไม่นาน หมอวัตวางสายแล้วจึงหันกลับมาคุยกับฉันด้วยท่าทีสงบ แต่เหมือนฉันจะมองออกว่า ความสงบนั้นเป็นเพียงท่าทีที่เขาพยายามแสดงออกมาเพื่อปกปิดอะไรไว้บางอย่างฉันไม่ได้ทำตามที่เขาบอกในทันที เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขมวดคิ้วมอง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status