LOGINเมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เดินออกมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงโถงหน้าห้องของฉัน เพียงแต่สถานที่ที่ควรว่างเป
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครคิดจะสนใจ เราทั้งสองคนยังคงทำแค่เพียงดื่ม ดื่ม และดื่ม จากไวน์ที่มีอยู่ในตู้ทั้งหมดสองขวด เริ่มรู้สึกว่าไม่น่าจะเพียงพอ ฉันเริ่มหยิบวิสกี้ที่แอบเก็บเอาไว้มาเปิดไม่รู้ว่าเพราะวันนี้ฉันรู้สึกเหมือนเจอเรื่องหนักมา หรือเพราะว่าคนที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนอยู่ตอนนี้ เขาดื่มเก่งจนฉันไม่อยากจะยอมแพ้ ไวน์หมดขวดแล้วแต่เขาไม่มีอาการมึนเบาแม้แต่น้อย ยังคงมีสติเต็มร้อย ส่วนฉันนั้นกลับเริ่มนั่งตัวตรงไม่ได้แล้วเมื่อรับวิสกี้ไปอีกสองหรือสามแก้ว ฉันก็จำไม่ได้แล้ว รู้แค่ว่ารู้สึกเหมือนร่างกายเริ่มหนัก ไม่อยากจะลืมตา มือหนักจนไม่มีแม้แรงจะยกแก้วขึ้นจรดปากดื่มน้ำสีอำพันในนั้นเพิ่มอีก ก้นที่เคยนั่งอยู่ที่โซฟาไถลลงมากองอยู่ที่พื้นนานแล้ว ฉันคงเหนื่อยจากการเดินทาง ‘ชั้นขอพักสายตาแป๊บเดียวนะ’“แม่คะ แม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ แม่อยู่กับแดดดี้ให้มีความสุข หนูอยู่ที่นี่หนูมีเพื่อนดีค่ะ หนูไม่มีหรอกแฟนน่ะไม่น่าสนุกเลยซักนิด ผู้ชายพวกนั้นมีแต่พวกหลอกลวง มักม
หลังจากใส่ยาให้ผมเสร็จ นิต้า รีบลุกขึ้นจากพื้นข้างโซฟา เธอคงจะ รีบไปถาม รปภ. ที่ชั้นล่าง เรื่องที่ทำไมปล่อยไอ้นั่นขึ้นมารอถึงหน้าห้องเธอได้ อย่างที่เธอเพิ่งบอกผมเมื่อครู่ “โอ้ย คุณระวังหน่อย” คงเพราะรีบลุก ตัวเธอจึงเสียหลักเซก้าวมาเหยียบเท้าผมเข้าเต็มๆ“อุ๊ย ชั้นขอโทษ ว๊าย” ด้วยความเงอะงะของฉัน พอฉันรีบลุกขึ้นจากพื้นข้างโซฟา โดยไม่รู้ตัวว่าตอนที่นั่งทำแผลให้หมอวัตอยู่นั้น ฉันนั่งทับขาตัวเองจนทำให้เป็นเหน็บชา พอรีบลุกฉันก็เซไปเหยียบเท้าเขาเต็มๆ เท้า ยิ่งพอฉันตกใจยกเท้าขึ้น ฉันเองก็ยืนไม่อยู่จนเกือบจะหงายท้องไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลังจากฉันหลับตาเตรียมใจยอมรับสภาพตัวเอง ว่าต้องเซล้มลงก้นกระแทกพื้น แต่กลับรู้สึกเหมือนมีแรงกระชากที่เอวฉัน ให้เซล้มลงกลับไปด้านหน้าแทน‘ถ้าใครเห็นก็ต้องบอกว่า นี่มันฉากพระนางในละครชัดๆ เลยนะ นางเอกเซจะล้ม แต่พระเอกช่วยดึงเอาไว้ แต่สุดท้ายเพราะแรงเหวี่ยงทำให้นางเอกล้มทับบนตัวพระเอก แล้วถ้าอย่างนั้นจุดจบของฉากนี้ก็ต้องเป็นปากของทั้งพระเอกนางเอกก็ชนกันนะสิ’เพียงแต่นี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่ในละคร
เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เดินออกมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงโถงหน้าห้องของฉัน เพียงแต่สถานที่ที่ควรว่างเปล่า กลับมีชายตัวสูงผิวเข้มคนหนึ่งยืนพิงอยู่ที่หน้าประตู “นิต้า เธอหายไปไหนมา เรามารอตั้งนาน”เพียงแค่ได้ยินเสียงคนมาถึง ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเห็นฉัน ก็รีบทักทายเหมือนกับคนที่รู้จักสนิทสนมกันมานานทันที ดูเหมือนมันพยายามจะแสดงให้คนที่เดินตามหลังฉันมา เห็นว่ามันกับฉันรู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี“แกมารอชั้นทำไม ไปให้พ้นเลยนะ” ไม่มีทางที่ฉันจะไว้หน้าคนอย่างมัน ฉันรีบไล่ทันที ไม่ยอมญาติดีด้วยหรอก“โถ่นิต้า ทำไมพูดกับเราแบบนี้ เราขอโทษ หายโกรธได้มั้ย” เมื่อฉันไม่ยอมแสดงความสนิทสนมด้วย มันยิ่งพยายามแสดงตัวให้เห็นว่า มันต้องการมาง้อฉัน“ชั้นไม่ได้โกรธ แต่ชั้นไม่แคร์อะไรแล้วต่างหาก ต่างคนต่างอยู่เถอะ” เรื่องของฉันกับมัน จบไปตั้งแต่ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ฉันไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้แล้ว และก็ไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมาอีกด้วยใช่แล้ว มันคือไอ้ผู้ชายเฮงซวย แฟนคนแรกของฉันเอง ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้มัน
ครืด ครืดผมเปิดดูข้อความในมือถือ เป็นไอ้ภีมส่งเข้ามา เมื่ออ่านแล้วก็ต้องมองบน มันหาเรื่องให้ผมทำอีกแล้ว แต่..ก็ใช่ว่าจะไม่เต็มใจจะทำให้หรอกนะ เพียงแต่ผมต้องใช้ความคิดเพิ่มอีกซักหน่อยDr.Peem : ไอ้วัต มึงอยู่กับนิต้าใช่มั้ย ทำยังไงก็ได้ คืนนี้ไม่ต้องให้เธอกลับมาที่โรงพยาบาลนะเว้ย“ตกลง คุณกับไอ้ผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน เค้าเป็นแฟนเก่าคุณแล้วเชอร์รี่แย่งไปเหรอ” เมื่อเรานั่งเงียบกันมาพักนึงแล้ว ผมคิดอะไรไม่ออกเลยต้องรื้อเรื่องที่เพิ่งจะคุยจบไปขึ้นมาคุยใหม่“เฮ้อ คุณอยากจะรู้ไปทำไม ชั้นไม่อยากจะคิดถึงมันอีก” ถึงฉันจะไม่ได้เสียใจเรื่องไอ้พี่แมนกับเชอร์รี่ แต่ฉันไม่อยากเล่าให้คุณวัตฟัง เพราะฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ ฉันเสียหน้ามากกว่าเสียใจ ที่ฉันโดนไอ้พี่แมนมันหลอกอยู่ได้ตั้งนาน จนเกือบจะหลวมตัวซะด้วย“ผมก็แค่อยากถามให้แน่ใจว่า คุณกับมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแล้ว” ถึงจะเป็นเพียงแค่ข้ออ้างในการเปิดหัวข้อสนทนาก็เถอะ แต่ผมก็อยากจะรู้จริงๆ ด้วยเหมือนกัน“ถ้าอยากรู้นักชั้นจะบอกให้ ชั้นกับไอ้พี่แมนไม่เกี
“นี่ ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ก็ชั้นเห็นคุณนั่งเงียบมาตลอด มันผิดวิสัยคุณนี่ ชั้นไม่ชิน” เขานี้ยังไงกันนะ เอาเรื่องของฉันไปเปรียบเทียบได้ตลอดเลย นี่ฉันไม่น่าเข้าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย“นี่คุณเป็นห่วงผมเหรอ” ผมไม่ได้บอกเธอหรอกว่าที่ผมนั่งเงียบมาตลอดทาง เพราะผมกำลังพยายามคิดอยู่ว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับไอ้ผู้ชายคนนั้นที่เธอเรียกว่า พี่แมน มันจะเป็นยังไงได้บ้าง“ใครเป็นห่วงคุณกัน” ตาหมอวัตนี่ เป็นโรคหลงตัวเองหรือยังไงนะ ทำไมฉันจะต้องเป็นห่วงเขาด้วยล่ะ“แล้วตกลงคุณกับผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน” ในเมื่อคิดเองไม่ได้คำตอบ ก็ลองถามเจ้าตัวไปเลยแล้วกัน จะได้รู้เรื่องกันไปเลย“ชั้น กับ ไอ้พี่แมน น่ะนะ” ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องสนใจว่าฉันกับไอ้พี่แมนเป็นอะไรกัน ใช่ยัยเชอร์รี่หรอกเหรอที่เขาควรจะอยากรู้ ทำไมเขาถึงไม่ถามเรื่องไอ้พี่แมนกับยัยนั่นล่ะ“อืม” เมื่อเธอถามกลับมาด้วยสีหน้าแปลกใจ ผมเลยแค่ตอบอืมกลับไปเพียงสั้นๆ แบบพยายามให้น้ำเสียงไร้อารมณ์ร่วมมากที่สุด ผมก็ไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าผมกำลังสนใ
‘เธอหน้าแดง ติดไข้เพื่อนเธอมาเหรอ แต่ไม่สิ คุณอัยย์หายแล้วนี่ กำลังจะได้ออกจากโรงบาลแล้ว นี่แสดงว่าเธอ เขินเหรอ’ ผู้หญิงที่ดูมั่นใจในตัวเอง ทำงานเก่ง ดูแลตัวเองได้เก่ง ดูเหมือนเวลาที่เขินจนหน้าแดงแบบนี้ โคตรน่ารักถ้าจะพูดกันตามตรง สิ่งที่ผมเพิ่งบอกเธอไปเมื่อครู่ ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาอะไรสำหรับผม เพราะพูดเรื่องจริงเลยคือ ผมสามารถเลี้ยงข้าวเธอได้ทุกมื้อตามที่พูดนั่นแหละ กับเงินแค่นี้ไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อนอะไรเลย“นี่ พวกคุณจะยืนขวางทางกันอีกนานมั้ย ถ้าจะพอดรักกันก็ไปที่อื่น อย่ามาขวางทางคนอื่นเค้า พี่แมนเร็วสิคะ เชอร์รี่หิวจะแย่แล้วเนี่ย” เสียงผู้หญิงโวยวายอยู่ที่ด้านหลังผม เสียงนี้เหมือนผมจะไม่ได้ยินมันมาระยะหนึ่งแล้วเมื่อหันกลับไปมอง ‘เป็นเธอจริงๆ แหะ แล้วผู้หญิงคนข้างหลังนี้จะเอายังไงดีวะเนี่ย เจอกันจะปะทะกันอีกมั้ยวะ’“คุณ...จะไปมั้ย” ผมก้มลงไปถามผู้หญิงคนที่เดินตามหลังผมมา แต่เธอกำลังยืนเหม่อลอยเหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเธอได้สติกลับมาถึงได้มอ







