Share

บทที่ 5

แสงอรุณของวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแตกของประตูไม้เข้ามา ปลุกให้เสี่ยวชุนที่หลับใหลอยู่บนพื้นฟางลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย

ร่างกายของนางยังคงปวดเมื่อย แต่ความหิวโหยที่เคยทรมานได้ทุเลาลงไปมากแล้ว สิ่งแรกที่นางเห็นคือคุณหนูของตนกำลังนั่งขัดสมาธินิ่งสงบอยู่บนแคร่ไม้

แววตาคู่นั้นที่จ้องมองมายังนางไม่มีความสับสนหรือเกรี้ยวกราดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความนิ่งลึกที่ยากจะหยั่งถึง

"ตื่นแล้วหรือ" จื่อเหยาเอ่ยทัก

"เจ้าค่ะคุณหนู" เสี่ยวชุนรีบลุกขึ้นนั่งอย่างเรียบร้อย

"ดี" จื่อเหยาพยักหน้า "กินหมั่นโถวที่เหลือเสีย จะได้มีแรงทำงาน"

หลังจากที่ทั้งสองแบ่งปันอาหารมื้อเช้าอันน้อยนิดกันเรียบร้อยแล้ว จื่อเหยาก็เริ่มเข้าเรื่องทันที

"เสี่ยวชุน ข้ามีเรื่องสำคัญยิ่งยวดต้องการให้เจ้าช่วย"

"ขอเพียงเป็นเรื่องของคุณหนู บ่าวยินดีทำทุกอย่างเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนตอบรับอย่างหนักแน่น

"ขอบใจเจ้า" จื่อเหยากล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

พร้อมกับหยิบเศษถ่านไม้ที่หาได้จากมุมห้องขึ้นมา ก่อนจะเริ่มวาดภาพของพืชสามชนิดลงบนแผ่นกระดานปูพื้นที่ค่อนข้างเรียบ แม้ลายเส้นจะเรียบง่ายแต่กลับเก็บรายละเอียดสำคัญไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงมาดูรูปภาพพวกนี้" นางกล่าวและเมื่อเห็นบ่าวรับใช้ตัวน้อยขยับเข้ามาใกล้แล้ว นางจึงได้อธิบายออกมาเพิ่มเติม

"ท่านแม่ของข้าเคยทิ้งตำรับยาบำรุงไว้ให้ข้าหนึ่งตำรับและสมุนไพรพวกนี้ก็เป็นหนึ่งในตำรานั้น...ซึ่งเป็นยาสำหรับขับพิษร้อนและเสริมกำลัง แต่การจะปรุงยาขนานนี้ได้ จำเป็นต้องใช้สมุนไพรสดสามชนิดนี้เป็นส่วนประกอบ"

กล่าวจบ นางก็ชี้นิ้วไปยังภาพวาดทีละภาพ "นี่คือ...ใบหญ้าลิ้นงู...มันชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ...ส่วนนี่คือดอกสายน้ำผึ้งเป็นไม้เลื้อยมีกลิ่นหอมเย็น...และสมุนไพรสุดท้ายสิ่งนี้เรียกว่ารากชะเอมเทศ...อันนี้อาจจะหายากสักหน่อย"

หลังกล่าวจบนางจึงได้เงยหน้ามองบ่าวรับใช้ของตนที่กำลังตั้งใจมองภาพวาดในกระดานปูพื้นอย่างจดจำ "วันนี้ข้าอยากให้เจ้าลองไปสืบดูว่า ในเรือนเมฆาคล้อยแห่งนี้หรือในหมู่บ้านใกล้เคียง...พอจะหาสมุนไพรสามอย่างนี้ได้หรือไม่"

"เจ้าค่ะคุณหนู!" เสี่ยวชุนรับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น หลังจากทบทวนรูปพรรณของสมุนไพรจนขึ้นใจดีแล้ว นางก็รีบออกไปปฏิบัติภารกิจทันที

ตลอดทั้งวันนั้น บรรยากาศในเรือนเมฆาคล้อยดูเหมือนจะกลับสู่สภาวะปกติ ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น บ่าวไพร่ต่างทำงานของตนไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะมีสายตาบางคู่ที่ลอบมองมาทางห้องพักของจื่อเหยาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวโดยตรง

จนกระทั่ง...ลำแสงสุดท้ายของวันย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มอมม่วง จื่อเหยาที่นั่งนิ่งอยู่ในห้องมาตลอดทั้งวัน จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินมาหยุดอยู่หน้าประตู

บานประตูไม้เก่าแง้มเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างผอมบางของเสี่ยวชุนก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะรีบปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว สภาพของเด็กสาวในยามนี้ดูอิดโรยอย่างยิ่ง ใบหน้าเล็ก ๆ มีคราบเหงื่อไคลและฝุ่นดินเกาะอยู่ประปราย ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย

แต่ทว่า...ดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายแห่งความสำเร็จและความดีใจอย่างปิดไม่มิด

"คุณหนูเจ้าคะ บ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสดใสแม้ว่าร่างกายจะดูเหนื่อยล้าอย่างเห็น ได้ชัด

จื่อเหยามองสำรวจสภาพของสาวใช้คนสนิทแล้วคลี่ยิ้มบางออกมา ซึ่งนับได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่จริงใจอย่างแท้จริง "เหนื่อยมากหรือไม่? มานั่งพักดื่มน้ำก่อน" นางกล่าวพลางพยักพเยิดไปยังกระบอกไม้ไผ่ที่ยังมีน้ำสะอาดเหลืออยู่

"บ่าวไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนปฏิเสธอย่างกระตือรือร้น ความตื่นเต้นของนางมีมากกว่าความเหนื่อยล้า นางรีบคุกเข่าลงตรงหน้าจื่อเหยา แล้วค่อย ๆ คลี่ห่อผ้าขี้ริ้วในมือออกอย่าง ทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่ามากที่สุดในโลก

ภายในห่อผ้านั้นปรากฏสมุนไพรสามชนิดวางอยู่เคียงกัน...ใบหญ้าลิ้นงูที่ยังมีเศษดินชื้น ๆ ติดอยู่ตามราก ตามมาด้วยดอกสายน้ำผึ้งที่ส่งกลิ่นหอมเย็นจางออกมา และสุดท้ายรากชะเอมเทศท่อนเล็กที่มีกลิ่นหอมของเนื้อไม้

"บ่าวหามาได้ครบแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนรายงานอย่างภาคภูมิใจ "ใบหญ้าลิ้นงูอยู่ที่บ่อน้ำร้างหลังเรือนฟืน ส่วนดอกสายน้ำผึ้งอยู่บนกำแพงทิศตะวันออก...แต่ว่ารากชะเอมเทศหายากมากเจ้าค่ะ บ่าวต้องแอบออกไปหาจนถึงในหมู่บ้านจึงจะได้มา"

จื่อเหยาไม่ได้พูดอะไรในทันที นางหยิบสมุนไพรแต่ละชนิดขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ นางดมกลิ่นของมัน ใช้ปลายนิ้วสัมผัสพื้นผิวของใบและราก...ทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์แบบ

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเสี่ยวชุน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบของนางในยามนี้ฉายแววอ่อนโยนและซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้...ยอมเสี่ยงอันตรายและเหนื่อยยากเพื่อทำภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้ให้สำเร็จ...เพื่อนาง

"ขอบใจเจ้ามาก...เสี่ยวชุน" จื่อเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล "เจ้าทำได้ดีมากจริง ๆ"

เพียงคำชมแสนสั้นนั้น ก็ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเสี่ยวชุนมลายหายไปสิ้น นางยิ้มกว้างอย่างมีความสุข "เพื่อคุณหนู บ่าวยอมทำทุกอย่างเจ้าค่ะ!"

"ข้ารู้" จื่อเหยาพยักหน้า "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งชื่นชมกัน เราต้องรีบปรุงยาก่อนที่ใครจะผิดสังเกต" นางกล่าวพลางมองไปรอบ ๆ ห้องที่คับแคบและอับชื้นก่อนจะพูดต่อ "กลิ่นยาจะรุนแรงเกินไปหากปรุงในนี้...ที่บ่อน้ำร้างตรงนั้นเปลี่ยวคนหรือไม่?"

"เปลี่ยวมากเจ้าค่ะ ไม่มีใครอยากเข้าไปแถวนั้น"

"ดี...ถ้าเช่นนั้นเราจะไปปรุงยากันที่นั่น"

ทั้งสองรอจนกระทั่งความมืดโรยตัวลงมาพร้อมกับสรรพสำเนียงรอบด้านเริ่มเงียบลง จึงแอบลอบออกจากห้องพัก โดยนำเตาอั้งโล่เก่าขนาดเล็กและหม้อดินใบที่แอบไปหยิบยืมมาได้ก่อนหน้านี้ติดมือไปด้วย

บรรยากาศรอบเรือนเก็บฟืนยามค่ำคืนนั้นเงียบสงัดและวังเวง มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรและแสงจันทร์สีเงินที่ส่องลอดลงมาตามกิ่งไม้ จื่อเหยาและเสี่ยวชุนช่วยกันก่อไฟในเตาอั้งโล่อย่างเงียบเชียบอย่างที่สุด แสงไฟสีส้มที่ลุกโชนขึ้นมาขับไล่ความมืดและความหนาวเย็นออกไป เผยให้เห็นใบหน้าที่มุ่งมั่นของเด็กสาวทั้งสอง

จื่อเหยาเริ่มขั้นตอนการเตรียมยาอย่างคล่องแคล่ว นางล้างสมุนไพรด้วยน้ำสะอาดที่เหลืออยู่ แล้วใช้ก้อนหินแบนสองก้อนที่เตรียมไว้เป็นครกและสากชั่วคราว ค่อย ๆ บดรากชะเอมเทศและใบหญ้าลิ้นงูอย่างใจเย็น เสียงทุบหินดังเป็นจังหวะเบา ๆ กลมกลืนไปกับเสียงแมลงกลางคืน

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว นางจึงบรรจงใส่สมุนไพรลงในหม้อดินตามลำดับความแข็งของตัวยา เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วม แล้วยกขึ้นตั้งบนเตาไฟที่ลุกโชนพอดี

ไม่นานนัก กลิ่นหอมขมอันเป็นเอกลักษณ์ของยาจีนก็เริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณนั้น ทั้งสองนั่งเฝ้าหม้อยาอยู่ข้างกันในความเงียบ มีเพียงแสงไฟจากเตาที่ส่องกระทบใบหน้าของพวกนางให้เห็นเป็นเงาวูบวาบ

ในยามนี้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างคุณหนูและบ่าวรับใช้อีกต่อไป มีเพียงสตรีสองคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเคียงข้างกัน

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนยาในหม้องวดลงเหลือเพียงหนึ่งถ้วยเข้มข้น จื่อเหยาจึงยกหม้อลงจากเตาแล้วดับไฟอย่างรวดเร็ว ทั้งสองรีบเก็บข้าวของแล้วลอบกลับมายังห้องพักโดยไม่ให้ใครเห็น

หลังจากดื่มยาถอนพิษสีดำสนิทรสขมปร่าเข้าไปจนหมดถ้วย จื่อเหยาก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายขับไล่ความเฉื่อยชาที่เกาะกุมนางมาหลายวันให้ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์

ความอ่อนเพลียที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ประกอบกับฤทธิ์ยาที่เพิ่งดื่มเข้าไป ทำให้เปลือกตาของนางหนักอึ้งเกินกว่าจะต้านทานไหว เด็กหญิงเอนกายลงบนแคร่ไม้แข็ง ๆ แล้วผล็อยหลับไปในภวังค์ที่ไม่สนิทนัก...

วูบ!

นางสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงขึ้นมากลางความมืด!

ไม่ใช่เพราะเสียง...แต่เป็นเพราะความรู้สึกเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องอย่างรวดเร็วราวกับถูกโยนลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ลมหายใจของนางกลายเป็นไอสีขาวจาง ๆ ในอากาศที่หนาวเหน็บผิดปกติ

และที่ปลายเตียงของนางได้มีร่างของใครบางคนยืนอยู่!...ซึ่งเป็นร่างโปร่งแสงของสตรีร่างท้วมที่จื่อเหยาจำได้ทันทีว่าคือ "ป้าจาง"! นางพึมพำเสียงเบาราวคนละเมอ

สภาพของหญิงวัยกลางคนในยามนี้ช่างน่าสังเวชระคนน่าสยดสยองอย่างยิ่ง ทั่วทั้งร่างของนางเปียกโชกราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ น้ำหยดจากปลายผมและชายเสื้อของนางลงสู่พื้น

แต่ทว่าพื้นไม้เก่า ๆ กลับไม่เปียกเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของนางเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีความเกรี้ยวกราดหรือร้ายกาจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสับสนและไม่เชื่อในชะตากรรมของตนเอง

ปากของวิญญาณนางจางพะงาบ ๆ พยายามจะกรีดร้องหรือพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับมีเพียงเสียงฟองอากาศดัง "บุ๋ง...บุ๋ง..." หลุดออกมาจากลำคอ

มือโปร่งแสงข้างหนึ่งของนางสั่นเทา...ค่อย ๆ ยกขึ้นชี้มาที่ลำคอของตัวเอง ขยุ้มทึ้งอากาศราวกับกำลังทุกข์ทรมานจากการขาดลมหายใจ...ส่วนมืออีกข้างก็ชี้ไปทางทิศของบ่อน้ำเก่าท้ายเรือนอย่างลนลาน...

ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายหายไปในความมืดพร้อมกับความหนาวเย็นที่ผิดปกติ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 17

    ไม่ว่าหรงจื่อเหยาอยากจะประวิงเวลามากสักเท่าไหร่ก็ตาม และยังรวมถึงสิ่งที่นางได้ให้คนเตรียมพร้อมไว้มากสักแค่ไหน กระนั้น...มันก็ยังมีทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อซึ่งเรื่องเหล่านี้ย่อมเกินการควบคุม และในที่สุดคืนที่สาม...คืนสุดท้ายของเส้นตายก็ได้มาถึง จื่อเหยามองออกไปนอกหน้าต่าง...ใบหน้างามของนา

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 15

    หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผย และร่างของลุงเฉินถูกนำไปจัดการฝังตามพิธีแล้ว กลุ่มชาวบ้านก็ค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจ พวกเขาทิ้งอาซิงให้นั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้นดินที่ เปียกชื้นแต่เพียงผู้เดียว แววตาของชายหนุ่มยังคงเลื่อนลอยและหวาดกลัวต่อโลกที่ไม่เคยใจดีกับเขา ไม่

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 14

    "หัวหน้าหมู่บ้าน รีบนำทาง" นายอำเภอหวังหันไปทางชายชรา หลังจากนั้นขบวนเล็ก ๆ ของเจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนตัวออกจากศาลากลางหมู่บ้านที่ผู้คนพลุกพล่านมุ่งหน้ากลับไปยังชายป่าท้ายหมู่บ้านที่เงียบสงบและวังเวงอีกครั้ง โดยมีร่างของลุงเฉินถูกหามตามมาด้วย ส่วนอาซิงหรือเจ้าบ้าก็ถูกลากตามมาอย่างทุลักท

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 13

    เมื่อเสี่ยวชุนที่ได้ยินคนด้านนอกพูดกัน นางจึงได้นำข่าวที่น่าตกใจนี้มารายงานให้จื่อเหยาฟัง และหลังจากที่นางได้ยินคำพูดของสาวใช้ คิ้วของหรงจื่อเหยาก็ขมวดเข้าหากันทันที "เจ้าบ้าคนนั้น...เขาเคยทำร้ายใครมาก่อนหรือไม่?" นางถามเชิงสืบสวนหาข้อมูล "ไม่เคยเลยเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนรีบตอบ "เ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status