LOGINภายในห้องกว้างทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ กอปรด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม่น้อยไม่มากชิ้นแต่ดูล้ำลึกซ้ำยังตระการตามากจนดูสมกับเป็นบริษัทชื่อดังก้องโลกอย่าง ซอฟต์แอนด์แกรม อิเล็คโทรนิค (S&G)
ใบหน้าชายหนุ่มที่ถูกแบ่งออกมามากกว่าสองสัญชาติ หยิบส่วนดีจากต้นสายมาอย่างละนิดละหน่อยผสมลงในตัวเขา ออกมาดูดีสมดุลได้สัดส่วนจนคนมองต้องเผลอหยุดหายใจในความหล่อเหลานั้น ตัดกลับสายตาที่ดูคมเฉียบลึกล้ำ จนวัตถุภายในห้องดูอ่อนนุ่มลงไปทันทีเมื่อเทียบกัน
นิ้วยาวเรียวดูแข็งแกร่งของชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย ไต้หวัน อเมริกัน ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิครายใหญ่ติดหนึ่งในสามของโลก วางโทรศัพท์สมารท์โฟนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นลงบนโต๊ะเบื้องหน้าก่อนจะแค่นยิ้มออกมาพร้อมเสียงฮึ เมื่อนึกถึงข้อความที่ส่งไปในแอปพลิเคชั่นสนทนายอดนิยมกับนางแบบสาวชื่อดังที่เขาคั่วมาเพื่อฆ่าเวลาเมื่อคืนก่อน
‘มาหาผมภายในสามสิบนาที’
แค่ประโยคสั้นๆ คล้ายเด็กเอาแต่ใจ แต่รับรองได้ว่าใครได้รับข้อความแบบนี้จากเบลค ก็แทบวิ่งแจ้นมาหาเขาทุกรายไป จะมีก็คงแค่คนเดียวเท่านั้นที่ขัดใจเขาได้ทุกเรื่อง เดี๋ยวก่อนเถอะ เดี๋ยวได้รู้กัน
ผมสีน้ำตาลเข้มถูกมือของเจ้าตัวเสยขึ้นก่อนจะพาดแขนลงบนพนักพิง เอนลำตัวที่เผยผิวขาวจัดในชุดเสื้อเชิร์ตสีฟ้าครามลงกับพนักเก้าอี้ สายตานิ่งเรียบคล้ายกำลังใช้ความคิดอยู่ และเมื่อเวลาผ่านไปได้เพียงอึดใจ เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่าหกฟุต ผละไปที่บาร์เครื่องดื่มแล้วลงมือรินบรั่นดีมาถือเอาไว้ กวัดแกว่งของเหลวในแก้ววนไปมา พร้อมกับความคิดวนเวียนในหัวนึกครึ้มอยากทำอะไรเล่นๆแก้เครียดสักหน่อยเมื่อผ่านงานใหญ่มาได้ เบลคอยากเล่นงานใครบางคน คนที่หลบหน้าไม่ยอมสบตาเขาตั้งแต่เห็นว่าเขาพานางแบบสาวสวยเข้ามาในห้อง ตาคมวาวเหลือบมองเวลาอีกครั้งเมื่อกะเอาไว้แล้วว่าเหมาะเจาะกับเวลาที่คาดไว้ แล้วลุกไปหาคอรีนที่นั่งยิ้มหวานมองเขาอยู่
“เดี๋ยวก่อนค่ะ เข้าไปไม่ได้นะคะ”
นั่นล่ะเสียงของเธอ หวานละมุนลื่นหูนัก ถ้าเบลคเดาไม่พลาดคงกำลังห้ามเมลานีที่พยายามจะเข้ามาในห้องนี้อยู่เป็นแน่ ห้องที่เปรียบเสมือนสถานที่บัญชาการของ S&G บริษัทชื่อดังมูลค่าหลายพันล้านยูเอสดอลล่าในขณะนี้
“ทำไมฉันจะเข้าไปไม่ได้”
สิ้นเสียงโต้เถียงเพียงเสี้ยววินาที ประตูห้องสีเงินด้านถูกเปิดผลัวะออกมาตามด้วยร่างระหงสมอาชีพนางแบบ เมลานีเดินกระแทกเท้าเข้ามาทันที เมื่อตาสีฟ้าของเจ้าหล่อนมองเห็นเจ้าของสถานที่ เธอส่งยิ้มหวานหยอดให้ทันที แต่กลับต้องหยุดลงเมื่อสบสายตากับหญิงสาวอีกคนที่เอียงตัวออกมาจากทางด้านหลังของเบลค
“บอสคะ คือ ฉันพยายามห้ามเธอแล้วค่ะ แต่...”อาลียารีบตามเข้ามาทันทีร้องบอกเสียงรนราน หน้าตาที่ซีดเซียวอยู่แล้วบดนี้ ยิ่งจางสีลงเมื่อสถานการณ์ในห้องดูท่าจะย่ำแย่จนตึงมือของตนเองแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“นี่มันอะไรกันเบลค ทำไมยัยหมวยมันมาอยู่ในห้องคุณคะ” เมลานีตวาดเสียงถามถึงนางแบบลูกครึ่งไต้หวันที่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าริกๆ สบตายท้าทายอีกฝ่ายในห้องทำงานของชายที่ชื่อ ‘เบลค’
“ก็แล้วทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ในเมื่อเบลคชวนฉันมา” นางแบบหน้าหมวยอินเตอร์ลุกขึ้นยืนพูดคล้ายดังว่าตนเองมีภาษีดีกว่า แต่ดูเหมือนว่าเบลคจะไม่ได้สนใจสองนางแบบสาวที่ตั้งท่าจะกระโจนใส่กันเลยสักนิด เขาตวัดตามองอีกคนที่ยืนตัวลีบอยู่หน้าประตู เธอดูตัวเล็กบอบบางกว่าสองสาวในห้องนี้พอควร แต่เล็กๆแบบนี้ก็แสบนัก ทำให้เขาคลั่งจนแทบจะแย่อยู่แล้ว ออกปากถามสีหน้าเครียดจนเห็นได้ชัด
“เอมิลี่ไม่ได้บอกเธอเหรอลียา ว่าเธอมีหน้าที่อะไรบ้าง”
อาลียากลืนน้ำลายลงคอ เม้มปากแน่น “บอกแล้วค่ะ”
“นี่เธอจะทำงานชุ่ยๆแบบนี้อีกนานไหม กว่าเอมีลี่จะกลับมา ห๊ะ” เบลคเค้นเสียงถาม ท้ายประโยคตวาดจนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที
“เอ่อ คือฉันขอโทษค่ะบอส” อาลียาเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เธอมีหน้าที่ทุกอย่างตามที่เลขานุการพึงกระทำ รวมไปถึงจัดคิวสาวๆของเจ้านายหนุ่มขี้วีนไม่ให้ชนกันด้วย
“ผิดพลาดครั้งนี้เธอจะไม่ถูกไล่ออกหรอกนะลียา แต่เอมิลี่จะต้องออกแทนเธอ”
เบลคบอกด้วยเสียงทรงอำนาจโทนเสียงราบเรียบกดดันจนจบประโยค ก่อนส่งสายตาให้ลูกน้องทั้งสองคนให้เข้ามาจัดการกับสองสาวที่เขาใช้เป็นตัวประกอบฉาก เพื่อใช้หาเรื่องคนตัวเล็กที่ยืนให้เขาสาดคำพูดร้ายๆใส่ แต่แล้วเจ้าตัวกลับเหมือนจะไม่สะทกสะท้านเสียอย่างนั้น คนที่คอยหาเรื่องพาลหงุดหงิดขึ้นมาในทันที
“ไม่นะเบลค บอกไอ้มืดพวกนี้ให้ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
นางแบบคนมาก่อนอาละวาดขึ้น เมื่อชายผิวสีร่างสูงใหญ่เข้ามาคว้าต้นแขน แล้วพาออกไปจากห้อง ตามด้วยเสียงด่าทอเป็นภาษาอังกฤษของสองสาวสวยชื่อดังบนแคตวอร์ค เมื่อ ร็อบและโทนี่พาออกไปจนเหลือหญิงสาวเพียงคนเดียว อาลียาที่ยืนนิ่งอยู่ก็ทำท่าหันหลังคล้ายจะออกจากห้องไปบ้าง แต่เสียงเรียกทรงอำนาจแบบเดิมก็ดักเอาไว้ทันที
“รอก่อน ลียา”
เมื่อเหลือแค่เขาและคนตัวเล็กในห้อง เบลควางแก้วลง เดินเข้ามาหาประหนึ่งเสือร้ายจ้องเขมือบเหยื่อ และเบลคเองก็แทบจะยับยั้งไม่ไหวอีกต่อไป “ฉันจะทำยังไงกับเธอดีฮึลียา เมื่อวานส่งแฟ้มรายงานผิดตอนประชุมบอร์ด...”
“คือว่า ฉันตรวจดูแล้วนะคะ แต่ไม่ทราบว่าทำไมถึงผิดเล่มได้” อาลียาแย้งขึ้นมาทันที เพราะเธอมั่นใจว่าตนเองไม่เคยทำงานพลาด แต่เหตุใดถึงได้เกิดเรื่องแบบนั้นได้ก็สุดจะคาดเดา
“มีคนคิดแกล้งเธออย่างนั้นเหรอลียา” เบลคถามทั้งที่ยังยืนหันหลังให้ ยิ้มเยาะเพราะเขาเองที่เป็นคนสลับแฟ้ม
“ฉันไม่...ไม่ทราบค่ะ แต่ฉันมั่นใจนะคะ ว่าตรวจทานแล้วจริงๆ” ร่างเล็กยืนก้มหน้างึมงำคล้ายพูดกับตนเองแต่ก็คล้ายจะบอกเขาด้วย มือน้อยๆบีบกันแน่นเมื่อนึกถึงความผิดพลาดที่เบลคบอก มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยนี่นา
“วันก่อนก็ยังนัดวันให้ลูกค้าพลาดอีก” เบลคหมายถึงวันก่อนที่เขาต้องคลาดกับลูกค้าดีที่ไม่ได้สลักสำคัญเท่าใดนัก ทำท่าทางคล้ายว่าเป็นเพราะคนตรงหน้าบอกเวลาผิดพลาดแต่แท้จริงเป็นเขาเองที่ขาดการติดต่อ
“อันนั้นฉันก็ไม่ได้...” คนที่มั่นใจว่าตนเองไม่ได้นัดพลาด แต่เพราะเบลคที่จำเวลาผิดเอง แถมยังปิดโทรศัพท์หนีหลังจากจบปาร์ตี้กับสาวๆ ทำให้ตามตัวไม่ได้ จนทำให้คลาดนัดกับลูกค้าจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา
“แก้ตัวเก่งนะ งานที่นี่รู้ไหม มูลค่ามันเท่าไร เงินเดือนเธอกี่เดือนถึงจะชดใช้มันได้ลียา”
“ฉันขอรับผิดชอบทั้งหมดเองค่ะ”
“รับผิดชอบทั้งหมดเหรอ ยังไงดีล่ะ”
“ฉันขอลาออกค่ะ”
“ง่ายเกินไปหรือเปล่า”
“แล้วบอสจะให้ฉันทำยังไงคะ”
“เข้าไปรอในห้องนั้น ทำหน้าที่แทนแม่นางแบบที่เธอจับสับลางให้ฉันไม่ทัน” เบลคชี้มือไปที่ประตูห้องพักผ่อนที่สร้างขึ้นไว้ด้านหลังห้องทำงานของเขา
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้มาทำงานที่นี่เพื่อทำอะไรทุเรศๆแบบนั้น” เบลคเข้ามาประชิด เมื่อเธอทำท่าจะเดินหนี ก่อนจะตวัดแขนที่ยาวกว่ารัดรอบเรือนร่างบอบบางให้เข้ามาแนบกาย กดจมูกสูดดมแก้มนวลนุ่มฟอดใหญ่ คนโดนกระทำร้องห้ามเสียงสั่น ด้วยรู้ดีว่าเขาจะทำอะไร “ปล่อยฉันนะเบลค”
“ไม่เรียกบอสแล้วเหรอ”
เบลคไล้นิ้วไต่จากต้นแขนกลมกลึงขึ้นไปถึงไหล่กลมมน กอบกุมอย่างกระชับแล้วดึงเข้าหาตัวเอง กระซิบข้างหูแผ่วเบา “อย่าให้ฉันเห็นเธออยู่ใกล้เอ็ดเวิร์ดเกินครึ่งเมตร ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” จบแล้ว เบลคทำจมูกสูดดมใกล้ๆใบหน้าของเธอ จนอาลียาต้องผงะหนี “อ้อ...เมื่อกี้เธอสั่งน้ำอะไรมาน่ะ สีสดน่ากินจริงๆ ไหนขอชิม..หน่อยสิว่าหวานขนาดไหน” เบลคก้มลงหาปากคนในอ้อมกอด ทันทีที่พูดจบประโยค คนที่ซุกซ่อนอยู่ด้านบนของบันไดหนีไฟ บีบมือกันแน่นด้วยความผิดหวังและรังเกียจ เธอรังเกียจยัยเด็กสาวคนนั้นในอ้อมกอดของเบลค ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆด้วย เบลคกับยัยเด็กนั่นมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ความสัมพันธ์ที่เธอต้องตามสืบให้รู้ให้จงได้ กัญญานุชเร้นกายออกมาอย่างไว ก่อนที่คนทั้งคู่จะรู้ตัว แล้วเดินเข้าห้องอาหารไปก่อน อาลียาตามเข้ามาหลังจากนั้น เบลคตามเข้ามาติดๆทันที จนคนที่บอกให้เขาทิ้งช่วงก่อนตามเข้ามา ตาขวางใส่ จะแสดงตัวให้คนอื่นรู้ให้ได้เลยใช่ไหม หลังจากนั้น อาลียาก็พยายามไม่พูดคุยกับเอ็ดเวิร์ดนัก เป็น
ตอนที่สิบ :: สัญชาตญาณผู้หญิง ขบวนบุคคลที่นำโดยสมิธ มีเบลคและเอ็ดเวิร์ดเดินขนาบซ้ายขวา ปิดท้ายด้วยอาลียาเข้ามาเยี่ยมพันธมิตร นักธุรกิจใหญ่จากจีน ที่เข้าผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจอย่างกะทันหันใน Bangkok Health Care ขณะที่ทั้งหมดกำลังเดินเข้าลิฟต์ พลันบังเอิญสวนเข้ากับหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์ตัวยาวสีขาวสะอาด ดูดีจนอาลียาสะดุดตา รอยยิ้มเย็นเยือนคล้ายเป็นมิตรแต่ดูเหมือนปิดกั้นในตัวได้อยู่ในที เธอคนนั้นส่งเสียงทักสมิธขึ้นมาก่อน “สวัสดีค่ะปู่สมิธ” “อ้าว หมอนุช” สมิธเรียกชื่ออีกฝ่าย สายตาสูงวัยมองเลยมาทางหลานชายคนโต อาลียาที่เพ่งดูอยู่ก่อนแล้วเลยมองตามด้วย รู้สึกขึ้นมาได้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเบลคแน่ๆ เบลคทักทายด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แบบที่อาลียาไม่ค่อยได้เห็น เพราะปกติต่อหน้าสาวสวยๆของเขาเบลคจะใช้รอยยิ้มอีกแบบ“สวัสดีครับหมอนุช” คุณหมอสาวจบการทักทายผู้สูงวัยกว่าด้วยการพนมมือไหว้อย่างสวยงามแล้ว จึงยิ้มทักทายเบลคขึ้นมาบ้าง “สวัสดีค่ะเบลค” คุณหมอ
ลลิลหรี่ตาจับผิดว่าส้มซ่าคิดอะไรกันแน่ พักนี้ลลิลคิดว่าตนเองพอจะฉลาดขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมตามนั้น เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย วิทย์ยิ้มแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวเล็กน้อย ลอบมอง เวลาเธอเงียบทีไร ลลิลมักจะซึมทุกทีไป จึงอดไม่ได้ที่จะชวนคุย คุยอะไรดีที่จะไม่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเศร้ามากไปกว่าเดิม “เอ่อ คุณลิลทำงานมากี่ปีแล้วฮะ” ทำงานมากี่ปีแล้วเหรอ จำได้ว่าเธอเริ่มอาชีพก็ได้เจอกับเอ็ดเวิร์ดแล้ว นึกแล้วลลิลก็หน้าหมองลงทันที เธอคิดถึงเขาอีกแล้ว วิทย์เห็นแล้ว เผลอกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ สบถด่าตัวเองอยู่ในใจ คำถามมีเป็นร้อยเป็นพัน อดีตเหรียญทองโอลิมปิกฟิสิกส์อย่างเขาทำไมถึงโง่แบบนี้วะ นึกขึ้นมาสักข้อที่มันดีดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง จีบสาวแต่ถามเรื่องงานเขาเนี่ยนะ “แล้ว ทำไมคุณลิลถึงไม่ทำงานนี้แล้วล่ะฮะ” ลลิลตารื้นขึ้นมาทันที เธองดรับทุกงานแล้วก็เพราะเอ็ดเวิร์ดขอร้องแกมบังคับ และที่ไม่คิดจะกลับไปทำอีกแล้วก็เพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก วิทย์อยากกระโดดเตะตัวเองนัก ทำไมวะ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยก็
ตอนที่เก้า :: ขอแค่เป็นเธอ อาลียาถอนหายใจอีกรอบ ก่อนเดินหันหลังจากห้องครัวมายังด้านหน้าของคฤหาสน์หรู บทสนทนาในครัวเมื่อครู่ จะว่าไปแล้วเธอควรจะชิน แต่ทำไมป่านนี้แล้วถึงยังทำใจไม่ได้สักที ‘เกลียดนักเชียว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขาอม’ ‘บ่นอะไรป้าจัน’ ‘จะอะไรอีกล่ะ ก็คุณท่านน่ะสิ’ ‘ทำไมเหรอป้า’ ‘ฉันไม่อยากพูดมาก กลัวแต่ยัยเด็กเมื่อวานซืนมันจะมาปีนเกลียว รวบกินทีเดียวทั้งพี่ทั้งน้อง’ ‘ป้ารู้อะไรมาเหรอป้า บอกฉันหน่อย’ แม่จันหันซ้ายขวา ก่อนป้องปากเล่าให้เด็กรับใช้ในครัวฟัง ‘วันก่อนฉันเห็นยัยลียายั่วคุณเบลคแล้วตีหัวลากเข้าห้องไปเฉยเลย’ ‘เอ้ย จริงเหรอป้า’ ‘ก็ใช่น่ะสิ หน้าไม่อายผู้หญิงอะไร ฉันล่ะเกลียดนักเชียว’ ‘ป้าบอกคุณท่านหรือยังล่ะป้า’ ‘เฮอะ คุณท่านรักยัยนั่นจะตาย ลำพังพูดปากป่าวจะมาเชื่ออะไรฉันเล่าแม่พวกนี้นี่’ ‘ไม่น่าเชื่อเนอะป้าว่าหน้าตาใสๆ ทำไมถึงได้ร่านขนาดนั้น’ ‘ก็นั่นไง ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดนัก’ช่างเถอะ ปากแม่จันหาเรื่องจับผิดตั้งแต่เธอจ
ลับนัก เธอคนนั้นคิดอะไรก็เผยออกมาทางสีหน้าแววตาทันที หน้าตาของคนตรงหน้าเขาก็ดูสวยเฉี่ยวทีเดียวในขณะที่แม่ตุ๊กตาตัวน้อยของเขานั่นดูอ่อนหวานน่ารักน่าทะนุถนอมมากกว่า แล้วทำไมเขาถึงเผลอเทียบกับผู้หญิงอีกคนโดยที่ตนเองไม่ทันตั้งตัวแบบนี้นะ ว่าแล้วก็ยื่นมือออกไปพร้อมทักทายขึ้นก่อน “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” “นุช พาพี่เขาไปนั่งรอตาที่ระเบียงน้ำก่อนสิลูก ตาขอพาสมิธไปดูของโบราณข้างในก่อน” กัญญานุชพอรู้มาบ้างจากปากของคุณตา ว่าสมิธชื่นชอบของสะสมโบราณที่บ่งบอกความเป็นไทยแทบทุกแบบ รวมถึงวัฒนธรรม การแต่งตัวแบบไทยๆด้วย หญิงสาวยิ้มรับอีกครั้ง พาร่างที่ตอนแรกแทบจะหมดแรง แต่ตอนนี้คล้ายกับว่ามีการตื่นตัวจนฮอร์โมนคงหลั่งออกมาหมดต่อมเดินนำเบลคไปยังระเบียงน้ำ ไม่นึกไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอหลงใหลกำลังยืนอยู่ที่นี่แล้ว “บรรยากาศดีจังเลยนะครับ” “ค่ะ” หมอสาวพยายามสงวนคำพูดให้มากที่สุด “ช่วงเช้าน้ำจะขึ้นมาถึงตรงรอยนั้นเลยค่ะ” คนพูดชี้มือบอก ใจเต้นตูมตาม แต่ท่าทีกลับปรับให้ดูนิ่งจนคนมองนึกชื่นชมอยู่ในใจ
ตอนที่แปด :: คู่หมาย “หมดแล้วค่ะหมอนุชขา” เสียงพยาบาลบอกนำมาก่อนตัว กัญญานุชเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือเรือนงามสีเงินด้านยี่ห้อหรูด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ว่าเจ้าตัวรู้สึกเช่นไร ก่อนเงยหน้าที่ประดับรอยยิ้มอบอุ่นส่งให้พยาบาลที่เดินเข้ามาพอดี “คนไข้เยอะเลยวันนี้ หมอนุชเลยต้องลงตรวจยาวถึงบ่ายสอง หิวแย่เลยไหมคะ พี่นาสั่งข้าวมาให้หมอแล้วค่ะ อยู่ในห้องพักหมอนะคะ” “ขอบคุณมากค่ะพี่แพร ทานด้วยกันนะคะพี่” “อุ้ย จะดีเหรอคะหมอ พี่แพรเกรงใจจังเลย” พยาบาลสาววัยสี่สิบปลายๆ ปากบอกเกรงใจแต่อากัปกิริยาดี๊ด๊าตรงกันข้ามขึ้นมาทันที เมื่อคุณหมอคนเก่ง แสนดีงามประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยปากชวน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอาชีพแพทย์ที่เธอได้พักทานข้าวเลยเวลามาแบบนี้ ย้ำกับตัวเองอีกครั้งพร้อมกดความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด ว่าเธอเพิ่งได้พัก กัญญานุชถอนหายใจยาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในห้องพัก บิดคอซ้ายทีขวาทีไล่ความเมื่อยขบ ก่อนคว้าแทปเลตมาไล่เปิดอะไรดูไปเรื่อยเปื่อย พลันสายตาเรียวรีสองชั้นที่ตกแต่งอย่างเร







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)