Masukเป็นปู่ของพี่ลียา แล้วยังเป็นปู่ของเบลคกับเอ็ดเวิร์ดด้วยอย่างนั้นเหรอ ชนิกานต์ทวนคำ หน้านิ่วคิ้วขมวด เพ่งมองหน้าอาลียาจนเจ้าตัวต้องท้วงขึ้นมา
“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะกี้”
“ก็พี่ลียาหน้าออกไท้ไทย จะมีปู่คนเดียวกันกับเบลคและเอ็ดเวิร์ดได้ยังไงกันคะ”
“ปู่สมิธอุปการะพี่จ้ะ พี่ไม่ได้เป็นหลานแท้ๆหรอก แต่ท่านก็ไม่ได้พูดถึงหรอกนะว่าพ่อแม่ของพี่เป็นใคร ท่านบอกให้พี่เริ่มต้นครอบครัวใหม่ด้วยการเป็นหลานของท่าน ท่านให้พี่ทุกอย่างไม่ต่างจากหลานแท้ๆเลยล่ะ แล้วยังรักและบอกให้คนในบ้านทำตัวเหมือนพี่เป็นครอบครัวเดียวกันตั้งแต่นั้นมาเลยจ้ะ”
“กี้ก็นึกว่าเป็นญาติจริงๆ” ชนิกานต์บ่นงึมงำ มีเรื่องตะหงิดใจอยู่หน่อยแต่ไม่กล้าท้วง ได้แต่พูดทีเล่นทีจริงไป “ว้าว ถ้าอย่างนี้ กี้ก็จะมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ใช่ไหมคะเนี่ย แก นังลิลลี่ แกก็เป็นน้องสะใภ้ ส่วนฉันเป็นพี่สะใภ้ อะไรมันจะเพอร์เฟคขนาดนี้เนี่ย”
“พี่ไม่คิดจะกินญาติตัวเองใช่ไหมพี่ลียา” สุดท้ายชนิกานต์ไม่วายระแวงส่งคำถามที่ตะงิดอยู่เมื่อครู่ในใจออกไป
“นังกี้ แกนี่ลามปามพี่ลียามากไปแล้วนะ พี่ลียาน่ะเค้าไม่มีทางมีใครได้หรอกย่ะ เพราะมีคนนั้นอยู่ในใจแล้วใช่ไหมคะพี่” ลลิลแก้ต่างให้อย่างคนรู้ดี “อีกอย่างนะ ฉันว่าเบลคเองเขาก็คงไม่ชอบของเทียมๆแบบแกหรอกกี้ ให้พี่ลียาช่วยยังไงก็คงดันไม่ขึ้นหรอกย่ะ”
“แอร้ย นังชะนี เกลียดนักเชียว ทำไมยะ ของเทียมแบบฉันก็ทำให้ขึ้นสวรรค์ได้ก็แล้วกัน”
“เหรอยะ” ลลิลขำแล้วหันมาคุยกับ อาลียาต่อ “เออ พี่ลียา วันก่อนลิลไปออกบูทเจอเฮียเล้งด้วย แกว่าแกเห็นคนคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นพี่พลด้วยน่ะค่ะ”
“เหรอ ที่ไหนลิล” คนถามที่กำลังยกเครื่องดื่มขึ้นจรดปาก วางลงแล้วถามท่าทางกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“พี่ถามเหมือนจะไปหาเขาอย่างนั้นแหล่ะ”
“ใช่สิลิล พี่ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาปลอดภัยดี แล้วพี่ก็มีอะไรตั้งหลายเรื่องต้องคุยกับเขา”
“พี่ยังรักพี่พลจริงๆเหรอคะ” ลลิลถามขึ้นอย่างที่นึกสงสัยมานาน
“พี่รักพี่พลเสมอ แม้ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหนพี่ก็รัก” อาลียาบอกด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหนักแน่น ลลิลที่อดใจไม่ไหวอีกต่อไปถามขึ้นว่า “แล้ว...พี่พลเขาไปก่ออะไรไว้คะ ถึงต้องหนีตายขนาดนั้น
อาลียาถอนหายใจทีหนึ่งก่อนเล่า “พี่พลน่ะ...เขาโดนใส่ร้ายว่าแอบเอาข้อมูลลับไปขายให้ Htech แล้วข้อมูลนี้มันก็มีผลต่อยอดขายของไตรมาศสุดท้ายของปีนั้นด้วย ทางผู้ใหญ่ใน S&G รู้เข้าก็เลยใช้ศาลเตี้ยตัดสินกันเสียเลย แต่พี่เชื่อนะว่าพี่พลต้องถูกใส่ร้ายแน่นอน พี่พลไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นแน่” หญิงสาวจงใจใช้คำเรียกคนที่เอาผิดพลด้วยสรรพนามว่า ‘ผู้ใหญ่’ แทนที่จะเป็น ‘เบลค’
“อ้อ...ถ้าเป็นอย่างนั้น พี่ลียาก็ลองไปตามที่เฮียเล้งบอกก็แล้วกันค่ะ ว่าเห็นอยู่ในบ่อนแถวชายแดนนู่น”
“ลิล เฮียเล้งแน่ใจใช่ไหมว่าพี่พลอยู่นั่นจริงๆ”
“แน่ใจสิคะพี่ ระดับเฮียเล้งบอกข่าวแล้วไม่มีทางมั่วซั่วแน่นอน ว่าแต่พี่จะไปจริงๆเหรอ”
“พี่ต้องไปลิล แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าพี่พลเขาอยู่ตรงไหน”
“เฮียเล้งบอกว่า พี่พลจะออกจากห้องพัก 101b ในบ่อนชื่อเดอะริชชี่ ตอนสิบเอ็ดโมง มานั่งตรงห้องอาหาร หลังจากนั้น จะลงที่โต๊ะวีไอพี ถึงบ่ายสามค่ะพี่ โต๊ะเดียวกับเฮียเล้งเลยค่ะ แต่เฮียว่าแกไม่เคยทักพี่พลนะคะ พี่พลเองก็ไม่ทักเฮียด้วยเหมือนกัน”
“ขอบใจมากนะลิล พี่ฝากขอบคุณเฮียเล้งด้วย”
“ค่ะพี่ ว่าแต่... พี่จะไปวันไหนคะ”
“พี่คงต้องเคลียร์งานก่อน ปิดงบปลายปี แล้วว่าจะลาพักร้อนอีกห้าวัน ถึงไป”
“โชคดีค่ะพี่”
ลลิลลอบมองหน้ารุ่นพี่คนสนิทด้วยสายตาเป็นห่วงแบบที่เคยมีมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยว่าตนเองไม่รู้เรื่องราวของทั้งคู่มากนัก เพราะอาลียาค่อนข้างเก็บงำเรื่องส่วนตัวไม่เอามาพร่ำบ่นเหมือนเพื่อนสาวคนอื่นๆ รู้แต่ว่าพลหายไปจะด้วยเรื่องอะไรเธอก็สุดจะคาดเดาได้ ก่อนถอนหายใจแล้วหันหลังไปจัดการอาหารบนเตาอีกครั้ง
เบลคไล้นิ้วไต่จากต้นแขนกลมกลึงขึ้นไปถึงไหล่กลมมน กอบกุมอย่างกระชับแล้วดึงเข้าหาตัวเอง กระซิบข้างหูแผ่วเบา “อย่าให้ฉันเห็นเธออยู่ใกล้เอ็ดเวิร์ดเกินครึ่งเมตร ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” จบแล้ว เบลคทำจมูกสูดดมใกล้ๆใบหน้าของเธอ จนอาลียาต้องผงะหนี “อ้อ...เมื่อกี้เธอสั่งน้ำอะไรมาน่ะ สีสดน่ากินจริงๆ ไหนขอชิม..หน่อยสิว่าหวานขนาดไหน” เบลคก้มลงหาปากคนในอ้อมกอด ทันทีที่พูดจบประโยค คนที่ซุกซ่อนอยู่ด้านบนของบันไดหนีไฟ บีบมือกันแน่นด้วยความผิดหวังและรังเกียจ เธอรังเกียจยัยเด็กสาวคนนั้นในอ้อมกอดของเบลค ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆด้วย เบลคกับยัยเด็กนั่นมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ความสัมพันธ์ที่เธอต้องตามสืบให้รู้ให้จงได้ กัญญานุชเร้นกายออกมาอย่างไว ก่อนที่คนทั้งคู่จะรู้ตัว แล้วเดินเข้าห้องอาหารไปก่อน อาลียาตามเข้ามาหลังจากนั้น เบลคตามเข้ามาติดๆทันที จนคนที่บอกให้เขาทิ้งช่วงก่อนตามเข้ามา ตาขวางใส่ จะแสดงตัวให้คนอื่นรู้ให้ได้เลยใช่ไหม หลังจากนั้น อาลียาก็พยายามไม่พูดคุยกับเอ็ดเวิร์ดนัก เป็น
ตอนที่สิบ :: สัญชาตญาณผู้หญิง ขบวนบุคคลที่นำโดยสมิธ มีเบลคและเอ็ดเวิร์ดเดินขนาบซ้ายขวา ปิดท้ายด้วยอาลียาเข้ามาเยี่ยมพันธมิตร นักธุรกิจใหญ่จากจีน ที่เข้าผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจอย่างกะทันหันใน Bangkok Health Care ขณะที่ทั้งหมดกำลังเดินเข้าลิฟต์ พลันบังเอิญสวนเข้ากับหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์ตัวยาวสีขาวสะอาด ดูดีจนอาลียาสะดุดตา รอยยิ้มเย็นเยือนคล้ายเป็นมิตรแต่ดูเหมือนปิดกั้นในตัวได้อยู่ในที เธอคนนั้นส่งเสียงทักสมิธขึ้นมาก่อน “สวัสดีค่ะปู่สมิธ” “อ้าว หมอนุช” สมิธเรียกชื่ออีกฝ่าย สายตาสูงวัยมองเลยมาทางหลานชายคนโต อาลียาที่เพ่งดูอยู่ก่อนแล้วเลยมองตามด้วย รู้สึกขึ้นมาได้ทันทีว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเบลคแน่ๆ เบลคทักทายด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แบบที่อาลียาไม่ค่อยได้เห็น เพราะปกติต่อหน้าสาวสวยๆของเขาเบลคจะใช้รอยยิ้มอีกแบบ“สวัสดีครับหมอนุช” คุณหมอสาวจบการทักทายผู้สูงวัยกว่าด้วยการพนมมือไหว้อย่างสวยงามแล้ว จึงยิ้มทักทายเบลคขึ้นมาบ้าง “สวัสดีค่ะเบลค” คุณหมอ
ลลิลหรี่ตาจับผิดว่าส้มซ่าคิดอะไรกันแน่ พักนี้ลลิลคิดว่าตนเองพอจะฉลาดขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว แต่ก็ยอมตามนั้น เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีอะไรเสียหาย วิทย์ยิ้มแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวเล็กน้อย ลอบมอง เวลาเธอเงียบทีไร ลลิลมักจะซึมทุกทีไป จึงอดไม่ได้ที่จะชวนคุย คุยอะไรดีที่จะไม่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเศร้ามากไปกว่าเดิม “เอ่อ คุณลิลทำงานมากี่ปีแล้วฮะ” ทำงานมากี่ปีแล้วเหรอ จำได้ว่าเธอเริ่มอาชีพก็ได้เจอกับเอ็ดเวิร์ดแล้ว นึกแล้วลลิลก็หน้าหมองลงทันที เธอคิดถึงเขาอีกแล้ว วิทย์เห็นแล้ว เผลอกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ สบถด่าตัวเองอยู่ในใจ คำถามมีเป็นร้อยเป็นพัน อดีตเหรียญทองโอลิมปิกฟิสิกส์อย่างเขาทำไมถึงโง่แบบนี้วะ นึกขึ้นมาสักข้อที่มันดีดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง จีบสาวแต่ถามเรื่องงานเขาเนี่ยนะ “แล้ว ทำไมคุณลิลถึงไม่ทำงานนี้แล้วล่ะฮะ” ลลิลตารื้นขึ้นมาทันที เธองดรับทุกงานแล้วก็เพราะเอ็ดเวิร์ดขอร้องแกมบังคับ และที่ไม่คิดจะกลับไปทำอีกแล้วก็เพราะไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก วิทย์อยากกระโดดเตะตัวเองนัก ทำไมวะ เขาเปลี่ยนเรื่องคุยก็
ตอนที่เก้า :: ขอแค่เป็นเธอ อาลียาถอนหายใจอีกรอบ ก่อนเดินหันหลังจากห้องครัวมายังด้านหน้าของคฤหาสน์หรู บทสนทนาในครัวเมื่อครู่ จะว่าไปแล้วเธอควรจะชิน แต่ทำไมป่านนี้แล้วถึงยังทำใจไม่ได้สักที ‘เกลียดนักเชียว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขาอม’ ‘บ่นอะไรป้าจัน’ ‘จะอะไรอีกล่ะ ก็คุณท่านน่ะสิ’ ‘ทำไมเหรอป้า’ ‘ฉันไม่อยากพูดมาก กลัวแต่ยัยเด็กเมื่อวานซืนมันจะมาปีนเกลียว รวบกินทีเดียวทั้งพี่ทั้งน้อง’ ‘ป้ารู้อะไรมาเหรอป้า บอกฉันหน่อย’ แม่จันหันซ้ายขวา ก่อนป้องปากเล่าให้เด็กรับใช้ในครัวฟัง ‘วันก่อนฉันเห็นยัยลียายั่วคุณเบลคแล้วตีหัวลากเข้าห้องไปเฉยเลย’ ‘เอ้ย จริงเหรอป้า’ ‘ก็ใช่น่ะสิ หน้าไม่อายผู้หญิงอะไร ฉันล่ะเกลียดนักเชียว’ ‘ป้าบอกคุณท่านหรือยังล่ะป้า’ ‘เฮอะ คุณท่านรักยัยนั่นจะตาย ลำพังพูดปากป่าวจะมาเชื่ออะไรฉันเล่าแม่พวกนี้นี่’ ‘ไม่น่าเชื่อเนอะป้าว่าหน้าตาใสๆ ทำไมถึงได้ร่านขนาดนั้น’ ‘ก็นั่นไง ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดนัก’ช่างเถอะ ปากแม่จันหาเรื่องจับผิดตั้งแต่เธอจ
ลับนัก เธอคนนั้นคิดอะไรก็เผยออกมาทางสีหน้าแววตาทันที หน้าตาของคนตรงหน้าเขาก็ดูสวยเฉี่ยวทีเดียวในขณะที่แม่ตุ๊กตาตัวน้อยของเขานั่นดูอ่อนหวานน่ารักน่าทะนุถนอมมากกว่า แล้วทำไมเขาถึงเผลอเทียบกับผู้หญิงอีกคนโดยที่ตนเองไม่ทันตั้งตัวแบบนี้นะ ว่าแล้วก็ยื่นมือออกไปพร้อมทักทายขึ้นก่อน “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” “นุช พาพี่เขาไปนั่งรอตาที่ระเบียงน้ำก่อนสิลูก ตาขอพาสมิธไปดูของโบราณข้างในก่อน” กัญญานุชพอรู้มาบ้างจากปากของคุณตา ว่าสมิธชื่นชอบของสะสมโบราณที่บ่งบอกความเป็นไทยแทบทุกแบบ รวมถึงวัฒนธรรม การแต่งตัวแบบไทยๆด้วย หญิงสาวยิ้มรับอีกครั้ง พาร่างที่ตอนแรกแทบจะหมดแรง แต่ตอนนี้คล้ายกับว่ามีการตื่นตัวจนฮอร์โมนคงหลั่งออกมาหมดต่อมเดินนำเบลคไปยังระเบียงน้ำ ไม่นึกไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอหลงใหลกำลังยืนอยู่ที่นี่แล้ว “บรรยากาศดีจังเลยนะครับ” “ค่ะ” หมอสาวพยายามสงวนคำพูดให้มากที่สุด “ช่วงเช้าน้ำจะขึ้นมาถึงตรงรอยนั้นเลยค่ะ” คนพูดชี้มือบอก ใจเต้นตูมตาม แต่ท่าทีกลับปรับให้ดูนิ่งจนคนมองนึกชื่นชมอยู่ในใจ
ตอนที่แปด :: คู่หมาย “หมดแล้วค่ะหมอนุชขา” เสียงพยาบาลบอกนำมาก่อนตัว กัญญานุชเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือเรือนงามสีเงินด้านยี่ห้อหรูด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ว่าเจ้าตัวรู้สึกเช่นไร ก่อนเงยหน้าที่ประดับรอยยิ้มอบอุ่นส่งให้พยาบาลที่เดินเข้ามาพอดี “คนไข้เยอะเลยวันนี้ หมอนุชเลยต้องลงตรวจยาวถึงบ่ายสอง หิวแย่เลยไหมคะ พี่นาสั่งข้าวมาให้หมอแล้วค่ะ อยู่ในห้องพักหมอนะคะ” “ขอบคุณมากค่ะพี่แพร ทานด้วยกันนะคะพี่” “อุ้ย จะดีเหรอคะหมอ พี่แพรเกรงใจจังเลย” พยาบาลสาววัยสี่สิบปลายๆ ปากบอกเกรงใจแต่อากัปกิริยาดี๊ด๊าตรงกันข้ามขึ้นมาทันที เมื่อคุณหมอคนเก่ง แสนดีงามประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยปากชวน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอาชีพแพทย์ที่เธอได้พักทานข้าวเลยเวลามาแบบนี้ ย้ำกับตัวเองอีกครั้งพร้อมกดความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด ว่าเธอเพิ่งได้พัก กัญญานุชถอนหายใจยาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในห้องพัก บิดคอซ้ายทีขวาทีไล่ความเมื่อยขบ ก่อนคว้าแทปเลตมาไล่เปิดอะไรดูไปเรื่อยเปื่อย พลันสายตาเรียวรีสองชั้นที่ตกแต่งอย่างเร







