LOGINวาสินีสะบัดหางตาใส่คนช่างว่า ไม่นำพาต่อคำค่อนขอดนั้น ร่างบางหมุนกายเดินมานั่งข้างลูกชาย
“หิวข้าวหรือยังครับน้องเอื้อ เดี๋ยวแม่สินีจะทำกับข้าวให้ทานนะครับ ลูกจะให้แม่สินีทำไข่เจียวปูหรือว่าต้มจืดหมูสับดีครับ หรือจะให้แม่สินีทำให้ทานทั้งสองอย่างเลย”
เจ้าตัวหันมาสนใจลูกชาย โดยไม่หันไปมองพ่อของเด็กน้อย ทำตัวราวกับเขาเป็นแค่อากาศธาตุไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้ สร้างความไม่พอใจให้โอลิเวอร์จนอยากเอาคืนหญิงสาวขึ้นมา เขาเดินมานั่งข้างๆ หญิงสาวจงใจนั่งเบียดร่างนุ่มนิ่มนั้นราวกับพิศวาสนักหนา เจ้าตัวน้อยเป็นใจให้คนเป็นพ่อ ขยับเว้นที่ให้อย่างรู้ใจ
“ผมก็หิวเหมือนนะครับ” เขายื่นหน้ามากระซิบข้างๆ หู มุมปากแย้มกว้างเมื่อเห็นเธอหดคอหนี “น้องเอื้อบอกให้คุณแม่ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้คุณพ่อทานด้วยสิครับ”
คนเป็นพ่อหาแนวร่วมมาช่วยกดดันคนเป็นแม่ ลูกชายตัวน้อยยิ้มแป้นรีบออเซาะแม่ของแกทันที
“แม่สินีทำกับข้าวเผื่อคุณพ่อด้วยสิครับ คุณพ่อชอบทานอะไรครับ เอื้อจะให้แม่สินีทำให้”
เจ้าตัวเล็กบอกแม่ของแก แล้วย้อนมาถามคนเป็นพ่อถึงเมนูสุดโปรด
“คุณจำได้ใช่ไหมว่าผมชอบทานอะไร” โอลิเวอร์เอ่ยถามหญิงสาวอย่างคาดหวัง ก่อนจะทำหน้าตึงแววตาผิดหวังเมื่อเธอตอบกลับมาว่า
“ฉันจำไม่ได้ค่ะ คุณอยากทานอะไรก็บอกมาค่ะ ฉันจะทำให้ทาน”
วาสินีขยับตัวถอยห่างร่างหนาที่เบียดประชิดจนใจสั่น เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาชอบกินอะไร เมื่อเธอไม่เคยทำอาหารให้เขากินสักครั้ง สิตาภาก็ไม่เคยเล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้
คำตอบของเธอทำให้คนฟังรู้สึกผิดหวังแกมน้อยใจ โอลิเวอร์ยิ้มขื่นนึกถึงสถานะของเขากับสิตาภาขึ้นมาอย่างปวดร้าว เธอคงไม่จดจำเรื่องราวเกี่ยวกับเขาไว้ในใจ เพราะเขาไม่เคยมีความสำคัญต่อเธอเลย ตอนคบหากันสิตาภาเห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมือในการเข้ามาใกล้ชิดกับโรสิตา เขายังจะหวังอะไรได้อีกหรือ... เมื่อทุกอย่างระหว่างเขากับเธอมันไม่เคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันเลย แม้แต่ตอนจากกันเมื่อห้าปีก่อน เขาก็สร้างรอยบาปให้เธอส่วนเธอก็สร้างแผลใจให้เขา หัวใจของชายหนุ่มพลันกร้าวกระด้างขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมทานได้ทุกอย่างที่ไม่เผ็ด”
เขาตอบเสียงห้วน ขยับห่างจากร่างนุ่มหอมของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาแต้มรอยเคร่งขรึม ขณะลุกขึ้นยืนก่อนจะชวนลูกชายออกไปเดินเล่น
“ไปเดินเล่นกับพ่อนะครับน้องเอื้อ กลับมาคุณแม่คงจะทำกับข้าวเสร็จพอดี” เขาส่งยิ้มให้ลูกชาย ยื่นมือไปอุ้มร่างน้อยพาเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้หญิงสาวมองตามเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจ
“คนบ้า ทำท่าเหมือนงอนเราเลย”
วาสินีมองตามร่างสูงไปอย่างครุ่นคิด ก่อนจะปัดความคิดกวนใจทิ้งไป ร่างบางลุกขึ้นเดินไปในครัวเตรียมอาหารเย็นให้สองพ่อลูก เธออยากให้มื้อนี้เป็นมื้อแห่งความทรงจำของลูกชายที่จะได้ร่วมรับประทานอาหารกับคนเป็นพ่อครั้งแรก จึงตั้งอกตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือ เมื่อทำอาหารครบทุกอย่างตามเมนูที่คิดไว้ก็นำไปวางบนโต๊ะรอคอยให้สองพ่อลูกกลับมารับประทาน และเป็นไปตามคาด สองพ่อลูกกลับมาในเวลาที่อาหารพร้อม
เจ้าตัวน้อยเห็นอาหารมื้อพิเศษก็ทำตาโตยิ้มแป้นดีใจ มือน้อยจับมือคนเป็นพ่อเขย่าพร้อมชี้ชวนให้ดูอาหารบนโต๊ะ
“คุณพ่อแม่สินีทำอาหารเยอะแยะเลย น่าทานทั้งนั้นเลย”
โอลิเวอร์อุ้มลูกชายวางบนเก้าอี้ แล้วมองดูจานอาหารที่เรียงรายเต็มโต๊ะ ใบหน้าเคร่งขรึมคลายลงเมื่อเห็นจานกุ้งอบวุ้นเส้นอาหารเมนูโปรดที่สิตาภาเคยทำให้รับประทานบ่อยๆ เขามองหน้าวาสินีด้วยแววตาอ่อนหวาน หัวใจพองโตปลาบปลื้มที่เธอยังจำได้ว่าเขาชอบอาหารชนิดนี้ เธอไม่ได้ลืมเธอยังจำได้ว่าเขาชอบอะไร
“ขอบคุณมากสิตา ขอบคุณที่ยังจำได้ว่าผมชอบอะไร” โอลิเวอร์เอ่ยเสียงนุ่ม มองสบตาหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยน จนคนโดนจ้องหน้าเห่อร้อน
“ถ้าชอบก็ทานเยอะๆ นะคะ” วาสินีหลบสายตาคู่คมนั้น รีบตักข้าวใส่จานส่งให้สองพ่อลูก “น้องเอื้อทานข้าวเยอะนะลูก อย่าทำข้าวหกด้วย”
ครอบครัวสุขสันต์ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจบมื้ออาหารด้วยความสุขใจ วาสินีเก็บจานชามไปไว้ในครัว ขณะที่โอลิเวอร์อาสาอาบน้ำให้ลูกชาย พอเสร็จจากการเก็บกวาดก็พบสองพ่อลูกอยู่ในห้องนอนแล้ว โอลิเวอร์ถือโอกาสอาบน้ำพร้อมลูกชาย เขาไม่มีชุดเปลี่ยนจึงสวมเสื้อคลุมอาบน้ำของวาสินีแทน ด้วยขนาดตัวที่แตกต่าง จึงทำให้เสื้อไม่พอดีตัว ขอบชายเสื้อคลุมร่นมาแค่ขาท่อนบนแทบปกปิดหุ่นล่ำๆ ไม่มิด แขนเสื้อก็สั้นตรงผ่าหน้ามองเห็นแผงอกล่ำสันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นสมบูรณ์ ทำเอาคนเห็นหน้าแดงก่ำไม่กล้ามองร่างของเขาเต็มตา
“แม่สินี คืนนี้คุณพ่อจะนอนกับเราด้วยครับ” ลูกชายบอกคนเป็นแม่เสียงแจ้ว ใบหน้ากลมแป้นระบายรอยยิ้มจนดวงตาสีฟ้าใสทอประกายจ้า
“คืนนี้ผมจะเล่านิทานให้ลูกฟัง” โอลิเวอร์ลูบศีรษะลูกชายอย่างรักใคร่ เขาหันมาสบตาตื่นๆ ของหญิงสาวด้วยแววตาเป็นประกาย “คุณไปอาบน้ำเถอะสิตา เราจะได้รีบเข้านอนไวไว ผมอยากกล่อมลูกนอนจะแย่แล้ว”
ปากบอกว่าจะกล่อมลูก แต่สายตาคนเป็นพ่อกับจ้องแม่ของลูกราวกับอยากกล่อมคนเป็นแม่เสียเอง วาสินีขนลุกเกรียวหลบสายตามีความนัยของชายหนุ่มอย่างขัดเขิน ก่อนจะเลี่ยงหนีเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำใจ
คืนนี้เขาคงไม่คิดบ้าๆ กับเธอหรอกนะ หญิงสาวอยากเชื่อว่าเขาจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ แต่แววตาของเขามันทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวขึ้นมาเสียแล้ว...
กว่าวาสินีจะเดินออกมาจากห้องน้ำก็ร่วมชั่วโมง หญิงสาวหยิบชุดนอนไปเปลี่ยนด้านในพยายามใช้เวลาในห้องน้ำให้นานที่สุด ก่อนจะเดินหนีบเนื้อหนีบตัวสวมชุดคลุมทับชุดนอนแบบกระโปรงยาวผ้าโปร่งบางที่ชอบสวมทุกคืนออกมา เธอติดนิสัยชอบสวมชุดสบายตัวแบบนี้และไม่ชอบสวมชุดชั้นในนอน ยามนี้จะหาชุดนอนแบบรัดกุมจำพวกกางเกงผ้าเนื้อหน้าก็หาไม่ได้ จำต้องสวมชุดนอนตัวเดิมแล้วใช้เสื้อคลุมสวมทับไว้ คิดในใจหากลูกชายตัวน้อยหลับเธอจะไล่โอลิเวอร์ออกไปนอนอีกห้อง หรือไม่เธอก็จะแอบไปนอนห้องนั้นเอง หญิงสาวได้ยินเสียงทุ้มนุ่มหูของอีกฝ่ายกำลังตั้งอกตั้งใจเล่านิทานให้ลูกชายฟัง ร่างสูงใหญ่เปลี่ยนเป็นชุดนอนแทนชุดคลุมหมิ่นเหม่เรียบร้อยแล้ว เขาคงให้คนที่โรงแรมนำมาให้ วาสินีเดินเรียดเท้าเข้าไปหาสองพ่อลูกช้าๆ เจ้าตัวเล็กนอนอมยิ้มฟังพ่อของแกเล่านิทานอย่างมีความสุข คนเป็นพ่อนอนตะแคงเอกเขนกด้วยท่าทางผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนจนคนเห็นอดมองไม่ได้
ดวงตาคู่คมหันมาสบตากับเธอแววตาของเขาทอประกายพราวพราย ทอดมองร่างงดงามยวนตาที่ซ่อนตัวเองใต้ชุดคลุมยาว โอลิเวอร์แอบยิ้มขบขันเมื่อเห็นท่าทางเหนียมอายของหญิงสาว ขณะเธอพาตัวเองมานั่งบนขอบเตียงฝั่งที่ลูกชายนอนอยู่ ชายหนุ่มแสร้งตั้งอกตั้งใจเล่านิทานให้ลูกฟังต่อ แอบปรายตามองแม่ของลูกที่เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการเอนกายนอนฟังเขาเล่านิทานอย่างเพลิดเพลิน
“ในที่สุด แม่มดร้ายก็ถูกเจ้าชายฆ่าตาย เจ้าหญิงจึงปลอดภัยและได้ครองคู่แต่งงานกับเจ้าชายอย่างมีความสุขตลอดไป” เขาจบเรื่องราวของนิทานเรื่องที่เล่า
“เอาอีกเรื่องนะครับคุณพ่อเอื้อยังไม่ง่วงเลย อยากฟังต่อเยอะๆ” คนเป็นลูกยกศีรษะจากหมอน ส่งเสียงออดอ้อนให้พ่อเล่านิทานต่ออีกสักเรื่อง แต่ถูกห้ามปรามจากแม่เสียก่อน
“นอนได้แล้วนะลูก พรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหว จำไม่ได้เหรอว่าพรุ่งนี้เราจะมีงานเลี้ยงกัน”
พรึบ !!! กรี๊ดดด !!!ไฟดับมืดลงเมื่อเขาก้าวพ้นห้อง มิเชลรีบกระโจนลงจากเตียงวิ่งตามออกมาทันที ก่อนจะกรี๊ดลั่นอีกรอบเมื่อถูกกอดรัดไว้แน่น“ผมเอง เครื่องปั่นไฟมันคงเสีย ไฟเลยดับ เราคงต้องอยู่มืดๆ กันไปก่อน มาผมจะกอดคุณไว้นะ กลัวหรือเปล่าเสียงฟ้าร้องดังเชียว”โจนาธานกอดรัดหญิงสาวไว้แน่น พาเดินกลับเข้ามาในห้องโดยอาศัยแสงจากฟ้าแลบที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาเมื่อมานั่งบนเตียงได้ มิเชลก็ผลักร่างหนาออก “มากอดฉันทำไม ฉันไม่ได้กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่านะแค่ตกใจที่ไฟดับเฉยๆ อย่าฉวยโอกาส” เธอสะบัดค้อนให้เขาในความมืด“เราอุตส่าห์จะปลอบ ดันเป็นผู้หญิงแกร่งเสียได้ ไม่เหมือนกับสินีเลย รายนั้นกลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด ป่านนี้คงให้สามีเขากอดปลอบใจอยู่” โจนาธานขยับเข้ามาใกล้ แล้วกอดเธอไว้อีกหน ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเอ็นดูมิเชลต่างจากวาสีนีราวกับฟ้ากับดิน หากเป็นวาสินีอยู่ตรงนี้คงตกใจกลัวเสียงฟ้าร้องจนร้องไห้ไปแล้ว เขาต้องคอยโทรมาหาตอนที่เกิดฝนตกกำชับให้เธอปิดม่านและหายานอนหลับมากินจะได้ไม่ต้องกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ป่านนี้หญิงสาวคงอยู่ในอ้อมกอดของสามีของเธอ ฟ้าฝนคงเป็นใจให้สองสามีภรรยาได้ผูกสัมพันธ์กันแนบแน่นขึ้น และตัวเข
“โอลิเวอร์... อืม”เสียงเรียกขานชื่อของเขาดังขึ้นแผ่วๆ เมื่อชายหนุ่มระริมฝีปากออก เขายิ้มละมุนเมื่อสบตาปรือปรอยของหญิงสาว เธอไม่ดิ้นรนไม่ขัดขืนเขาแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ มือบางขยุ้มเสื้อตรงอกเขาหอบหายใจแรงเหมือนคนขาดอากาศ ร่างบางสั่นระริกไปทั้งตัววาสินีสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอหัวหมุนไปหมดเมื่อถูกเขารุกเร้าแบบนี้ ร่างกายอ่อนระทวยยอมให้เขาสัมผัสอย่างสิ้นแรงขัดขืน ปฏิกิริยาของเธอไร้ซึ่งการรังเกียจเดียดฉันท์ แต่เปิดรับสัมผัสของเขาราวกับคุ้นเคยกับมันบ้างแล้ว สมองพร่าพรายกับฤทธิ์เสน่หาที่กำลังโหมแรงในกายสาว มือหนาเลื่อนมาจับเอวขอดพลิกร่างเธอให้นอนหงาย ร่างกายใหญ่โตล่ำสันบังร่างบางจนมิด เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวใช้หัวเข่าพยุงร่างไว้กึ่งคร่องกึ่งก่ายเกยให้กลางลำตัวแนบชิดบดเบียดกันจนรู้สึกถึงบางอย่างที่โป่งนูนร้อนผ่าวนั้น กางเกงผ้าฝ้ายเนื้อบางพอๆ กับกระโปรงของเธอที่บางพอกัน ปราการขวางกั้นไร้ประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายตลบชายกระโปรงมากองบนเอวตอนที่พลิกกายเธอลงมาแนบพื้น ใบหน้าคมจ้องมองใบหน้างามในระยะประชิด จนลมหายใจร้อนๆ รินรดกัน ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกขณะถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เสียงครางเบาๆ ดังขึ
การคบหากันจึงไม่คืบหน้าไปไกลเท่าที่ควร เขาแทบไม่รู้จักตัวตนของเธอจนเกิดเรื่องขึ้นและได้รับรู้ว่าเธอไม่ได้จริงใจกับเขาเลย เธอคบเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเข้าชิดใกล้โรสิตาและทำร้ายเอริก ทว่า.. สองสามวันนี้ตั้งแต่ได้พบเธออีกครั้งสิตาภาเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนจนเขาเผลอคิดว่าเธอไม่ใช่คนเดิม จากการสัมผัสร่างกายเธอในตอนนั้นช่างต่างกับยามนี้ราวกับคนละคน ร่างกายของสิตาภาในยามนั้นงดงามไม่ผิดเพี้ยนกับสิตาภาตอนนี้ แต่ต่างกันที่ความนุ่มหยุ่นของผิวเนื้อ สิตาภาคนนั้นผิวเนื้อแน่นตึงอย่างคนชอบออกกำลังกายรูปร่างเพรียวกว่าไม่อวบนิ่มนุ่มละมุนไปทั้งตัวแบบสิตาภาคนนี้ โอลิเวอร์มองใบหน้างามของหญิงสาวอย่างสงสัย ก่อนจะปัดความกังขาในใจออกไปเมื่อคิดว่าเธอผ่านการมีลูกมาแล้ว ร่างกายคงจะอวบนิ่มตามกาลเวลา เธอจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไร เขาช่างคิดอะไรเลอะเทอะแท้เชียว...ชายหนุ่มยิ้มขำความคิดของตัวเอง จับมือนุ่มมาแตะริมฝีปากอย่างแสนรัก “ขอเวลาให้สินีได้ปรับตัวสักพักนะคะ สินียังไม่เคยชินกับการอยู่ใกล้ๆ เอ่อ... ผู้ชาย” เธอบอกเขาเสียงเบา ไม่ใช่แค่ไม่เคยชิน แต่วาสินีไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่าเขาเลย กับโจนาธานก็รู้จักสน
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณสวยมาก” เขาเชยคางมน งอปลายนิ้วล็อกปลายคางให้มองสบตา“แต่คุณนิสัยแย่ วันๆ คิดแต่จะหาทางแย่งชิงผู้ชายที่เขามีเมียแล้วมาเป็นของตัวเอง ลองคิดดูสิว่าถ้าโอลิเวอร์เขาคิดอะไรกับคุณ เขาไม่ปล่อยเวลามาเนิ่นนานถึงป่านนี้หรอก เขาไม่เคยสนใจคุณไม่เคยคิดอยากได้คุณสักนิด อะ อ๊ะ อย่าเถียง ถ้าคุณไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปคุณคงจะมองเห็นความจริงข้อนี้” คำพูดของเขาราวกับปลายมีดคมกรีดลงมาบนหัวใจคนฟัง มิเชลอ้าปากจะเถียงก็เถียงไม่ออก ในส่วนลึกหญิงสาวยอมรับว่าทุกสิ่งที่โจนาธานพูดคือความจริง เธอพยายามทุกทางให้โอลิเวอร์หันมามอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจยิ่งเธอเข้าใกล้เขายิ่งถอยห่าง เธอได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเห็นเธอในสายตาบ้าง แต่พอเขาเจอสิตาภาเขาก็กระโจนกลับเข้าหาขุมนรกขุมเดิมที่เคยทำให้เขาทุกข์ทรมานมาห้าปีอย่างไม่เข็ดหลาบ หากเขาไปรักคนอื่นหรือแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่สิตาภาเธอคงร่วมยินดีด้วย แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้คนที่เคยทำร้ายโอลิเวอร์ เธอไม่มีวันยอมให้เขาต้องถูกผู้หญิงกลับกรอกคนนั้นหลอกลวงซ้ำอีกแน่ แม้จะถูกมองว่าเป็นนางร้ายขี้อิจฉาก็ตาม“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้ หากคุณรักใค
“อลัน เราลงไปข้างล่างกันไหมครับ น้ามิเชลว่าบนนี้มันสูงอันตรายออก” มิเชลชักชวนเด็กชายให้ลงไป แต่ใบหน้าเล็กส่ายปฏิเสธ“ไม่เอา ผมอยากดูวิวอยากเล่นบนนี้นานๆ ลุงโจผมอยากได้บ้านต้นไม้นี้บ้าง”เด็กชายไม่สนใจจะลงไปง่ายๆ เขาติดใจบรรยากาศข้างบนที่คล้ายกับบ้านต้นไม้ของทาร์ซานการ์ตูนเรื่องโปรด ติดใจจนยอมขอให้คนที่แกไม่ชอบหน้าสร้างบ้านแบบนี้ให้ ปกติเด็กชายแทบไม่ยอมสนิทสนมกับโจนาธานเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งมารดา ตอนนี้เมื่อบิดากลับมาแล้ว แกเลยวางใจไม่กลัวเรื่องนี้อีก บวกกับโจนาธานยอมตามใจพาแกขึ้นมาบนนี้ ยิ่งทำให้เด็กชายรู้สึกดีด้วยกว่าเดิมลดความเป็นอริลง“ไว้ลุงจะสร้างให้ที่เกาะล้อมรักสักหลังนะ เอาแถวๆ บ้านตาการ์ซูดีไหม” โจนาธานลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดูยอมตามใจเด็กชาย ทำเอาเจ้าตัวน้อยยิ้มแป้นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้มาก่อน“จริงๆ นะครับลุงโจ”“จริงสิ แต่มีข้อแม้นะ” โจนาธานย่อตัวนั่งลง แล้วดึงร่างเล็กมาใกล้ ก่อนจะกระซิบบอกข้อตกลงบางอย่าง น้องเอื้อพยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวลงไปข้างล่าง มิเชลร้องห้ามเสียงหลงกลัวแกจะตกบันได“ว้าย ค่อยๆ เดิน อย่าวิ่งเดี๋ยวตกบันได” หญิงสาวขยับจะวิ่งตาม แต่ถูกคว้าข้อมือไว
“ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้สิตา”เธอฝืนยิ้มทั้งที่รู้สึกรวดร้าว หัวใจทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้ มันเร็วไปไหมกับการรู้สึกแบบนี้กับเขา หรือที่เคยได้ยินว่ารักไม่ต้องการเวลามันคือเรื่องจริง “ผมขอโทษ ขอโทษที่เคยทำร้ายคุณ” เขากล่าวคำที่อยากบอกเธอมานานหลายปีออกมาวาสินีพยักหน้าช้าๆ “มันผ่านไปแล้วค่ะ สิตาก็ทำผิดไว้กับคุณและครอบครัวของคุณมากมาย ถือว่าชดใช้ให้กันนะคะ” เธอยิ้มให้เขาโอลิเวอร์นิ่งงันกับคำตอบของเธอ ดวงตาคมมองใบหน้างามของเธอนิ่ง ในหัวนึกถึงเรื่องของสิตาภาในอดีต หญิงสาวเคยทำร้ายเขาและพี่ชายไว้ร้ายแรงนัก หลอกลวง ปั้นหน้า สร้างเรื่องโกหกสารพัด จนถึงขั้นยิงเอริกจนปางตายเธอก็ทำมาแล้ว หัวใจของเขาเจ็บปวดกับการกระทำของเธอจนแทบขาดใจตาย และกลั่นความรู้สึกเจ็บแค้นมาทำร้ายเธอในภายหลัง วูบแรกที่เจอเธอมันทั้งดีใจและปวดใจในคราเดียวกัน ทั้งรักทั้งแค้นแต่ก็ไม่อาจปล่อยเธอไป“เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะ ให้โอกาสผมนะสินี”โอลิเวอร์ยิ้มให้เธอ ก่อนจะก้มลงมาประทับจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบแล้วแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานฉ่ำอย่างโหยหา เมื่อคืนเขาทนทรมานตัวเองนอนหันหลังให้เธอตลอดทั้งคืนไม่ใช่เพราะเขาโกร







