LOGINชามิลไม่ได้ใส่ใจนักกับท่าทีพยศของอีกฝ่าย เขาแค่แช่นิ่งค้างในเนื้อนางอ่อนหวานให้เธอปรับตัวเพื่อจะรับเขาอีกหลายชั่วโมง
อญู่ร่าตาโตเมื่อมือแกร่งของคนเอาแต่ใจลูบคลำสะโพกผายกลมกลึง ใช้ชั้นเชิงที่มีมากล้นเล้าโลมให้เธอหลงเพริดไปกับอารมณ์พิศวาสที่ไม่เคยพานพบ ก่อนจะกระทั้นกายถี่ยิบเร่งแรงรักดั่งเครื่องกลประสิทธิภาพสูง กระชากร่างน้อยไปสู่สรวงสวรรค์ติดกันครั้งแล้วครั้งเล่า
หญิงสาวหอบโยนเหนื่อยแทบขาดใจเมื่อมีความสุขเสียวซ่านติดกันหลายครั้งจนเผลอหลับไปในอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดเธอไว้อย่างหวงแหน
คนที่ไม่อยากเจอ
อญู่ร่าลืมตาอย่างเลื่อนลอย เมื่อเธอตื่นมาอีกครั้งก็พบความจริงอันโหดร้าย จู่ๆ เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ให้กับแขกที่เข้าพักของโรงแรม แถมยังเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอีกด้วย!
หญิงสาวยังมึนงงจนทำตัวไม่ถูก เธอได้สอบถามพนักงานเรียบร้อยแล้วว่านาดาเพื่อนสาวได้เข้าพักห้องนี้แต่ทำไมกลายเป็นพี่ชายของเพื่อนไปได้
หรือว่า!!!
อญู่ร่าตาโตเมื่อคิดถึงเพื่อนสาว หรือทั้งสองจะแลกห้องกัน คนอะไรร้ายกาจที่สุด เอาแต่ใจ เผด็จการจะข่มเหงเธอให้ได้
... แต่พอมาคิดดู ยอมรับว่าเขาข่มเหงเธอคราแรก แต่หลังๆ เธอก็ไม่ได้ขัดขืน ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ เมื่อทบทวนทุกอย่างเสร็จสิ้น เธอเคยเห็นภาพถ่ายของเขากับนาดาแต่ตอนนั้นหน้าตาเขาดูอ่อนเยาว์มากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาดูดุดัน ใบหน้ารกครึมไปด้วยหนวดเคราที่คมเข้มคมคายจนเธอนึกไม่ออกตอนที่เห็นครั้งแรก
อญู่ร่าทำท่าจะลูบมือบนใบหน้าของอีกฝ่ายแต่ก็ต้องชะงัก แท้จริงแล้วเธอไม่มีหน้ามานอนให้เขากอดอยู่ได้อีก ความเสียใจและอับอายทำให้หญิงสาวเปลี่ยนเป็นยกแขนหนาของคนร่างสูงใหญ่ออกห่าง เขาอาจจะเหนื่อยมากจนหลับไปเพราะเขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างเธออย่างไม่ออมแรง
คนอะไร ร่างกายแข็งแรงแกร่งกร้าวส่งเธอไปถึงความสุขที่ไม่เคยได้รู้จักนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่เขาจะคำรามลั่นตามติดเธอไปอย่างหมดสิ้นความอดทนเมื่อชั่วโมงที่แล้ว
ร่างเล็กอวบอิ่มของหญิงสาวรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างทะลักทุเล เสื้อผ้าที่สภาพไม่เหมือนเก่าแต่ก็ยังพอปกปิดเรือนกายได้อยู่ ทำให้เธอไม่รอช้าที่ก้าวออกจากห้องพักแห่งนี้ไปด้วยจิตใจที่บอบช้ำ
อญู่ร่าผวาเมื่อย่องมาเปิดประตูออกจากห้องแล้วเจอกับชายหนุ่มหน้าดุสองคนหน้าห้องพัก ทั้งสองตกใจเช่นกันที่เห็นเธอ แต่ยังไม่ทันซักถามอันใด เธอรีบกัดฟันข่มความเจ็บ วิ่งหนีมาอย่างไม่คิดชีวิต การ์ดหนุ่มทั้งสองมองสบตาด้วยความงุนงงสงสัยก่อนจะสรุปว่าคงเป็นหญิงสาวที่บริการนายเหนือหัว
อญู่ร่าทุ่มตัวลงที่นอน ร้องไห้อย่างหนักเมื่อกลับมาถึงห้องพัก เธอรีบเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายอันมีราคีของตัวเอง เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดีหากต้องเจอหน้าพี่ชายของเพื่อนอีกครั้ง หญิงสาวคิดอันใดไม่ออก สมองมันตื้อไปหมดในตอนนี้
ร่างเปียกปอนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนหนาเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กจะดังขึ้น
“ฮัลโหล” เสียงแหบแห้งจากปลายสาวทำให้นาดาขมวดคิ้วมุ่น
“ราร่าเป็นอะไร” นาดารีบถามเพื่อนสาวทันทีด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“นาดาเหรอ” หัวใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อรับรู้ว่าปลายสาวเป็นเพื่อนรัก
“ใช่จ้ะ ราร่าถึงโรงแรมหรือยัง นาดารออยู่นะ” นาดารีบถามเพื่อนสาวด้วยความตื่นเต้น
“ถะ... ถึงแล้วจ้ะ” อญู่ร่าบอกเพื่อนสาว ก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ กล่องของขวัญที่เธอจะให้เพื่อนยังอยู่ในห้องพักที่เธอเพิ่งจากมา คิดขึ้นมาก็ยิ่งเสียดายเพราะเธอคิดว่าเมื่อเจอหน้ากันหรือก่อนเจอหน้าก็อยากทำให้เพื่อนสาวประหลาดใจ
“มาหานาดาหน่อยสิจ๊ะ อยากเจอหน้าราร่าเหลือเกิน คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” นาดาส่งเสียงมาตามสาย
“เอ่อ นาดาอยู่กับใครจ๊ะ” อญู่ร่าถามด้วยน้ำเสียงบังคับไม่ให้สั่น เธอกลัวเหลือเกินว่าจะเจอหน้าเขาอีก คนที่พรากพรหมจรรย์ที่เธอหวงแหนเพื่อเก็บรักษาเอาไว้ให้สามีในคืนแต่งงาน
“อยู่คนเดียวจ้ะ เรานัดเจอกันที่ไหนดีเอ่ย” นาดาเอ่ยถามทายาทเจ้าของโรงแรมของคนสวย
“งั้น...” อญู่ร่าบอกสถานที่นัดพบกับเพื่อนสาว เธอคงไม่โชคร้ายเจอผู้ชายคนนั้นอีกครั้งหรอกนะ อยากเจอเพื่อนสาวก็อยากเจอ กลัวเจอกับพี่ชายของเพื่อนก็กลัว แต่ความคิดถึงเพื่อนก็มาเหนือสิ่งอื่นใด
ส่วนชีคชามิลนั้นเมื่อตื่นขึ้นมา มือหนาก็ควานหาร่างหอมกรุ่นที่เขาได้เชยชม ก่อนจะพบว่าหญิงสาวคนสวยที่เขาเฝ้าคิดถึงหายไปแล้ว
เมื่อสอบถามการ์ดหนุ่มคนสนิททั้งสองก็ได้รับรายงานว่าเธอวิ่งหนีออกไป ทำให้เขาโมโหหนัก อย่าให้เจอตัวเชียว จะจัดการทบต้นทบดอกที่กล้าหนีคนเช่นเขา
สายตาคมดุเหลือบไปที่โต๊ะหัวเตียง เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นกล่องของขวัญกล่องเล็ก ชายหนุ่มถือวิสาสะดึงริบบิ้นสีชมพูออกแล้วเปิดดูของด้านใน
มือหนาหยิบกระดาษแผ่นเล็กสีหวานขึ้นอ่าน แล้วใบหน้าหล่อเข้มคมคายก็ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์เย้ายวน
มอบให้นาดาเพื่อนรักของอญู่ร่า ดีใจที่สำเร็จการศึกษา และดีใจที่เราได้เป็นเพื่อนกัน
ราร่า
ที่แท้ยัยลูกขนุนแสนหวานก็เอาของขวัญกล่องนี้มาให้น้องสาวเขานั่นเอง นี่เธอคงคิดว่าเขาเป็นคนใจชั่วที่ข่มเหงเธออย่างแน่นอน
ใครบอกว่าทำแล้วจะไม่รับผิดชอบล่ะ นาดาเองเป็นคนเล่าให้เขาฟังว่าเพื่อนสาวมีหนุ่มๆ มาชอบเยอะแยะ เขาอยากจับจองเธอ เขาทำแบบนี้ไม่ผิด เธอเป็นของเขาแล้ว และจะเป็นของเขาตลอดไป
“ราร่า”
“นาดา”
สองสาวโผเข้ากอดกันแน่น ก่อนจะทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ในคอฟฟี่ชอปของโรงแรม
“คุณพ่อของราร่าเป็นยังไงบ้าง นาดาเป็นห่วงมากนะจ๊ะ” นาดาบีบมือเพื่อนสาวอย่างให้กำลังใจ
“คุณพ่อออกจากโรงพยาบาลแล้วจ้ะ เดี๋ยวจะพานาดาไปหาคุณพ่อ แล้วนาดาล่ะ เอ่อ... พักห้องไหน” อญู่ร่าเอ่ยถามเพื่อนถึงสิ่งที่สงสัยทันที
“อ๋อ... ก็ห้องที่ราร่าจัดให้ไง แต่พอดีนาดาเปลี่ยนห้องพักกับพี่ชาย อย่าบอกนะว่าราร่าแอบไปหานาดามาที่ห้องแล้ว”
ดวงตากลมโตของเพื่อนสาวทำให้อญู่ร่าหลบสายตาวูบ ก่อนจะแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก
“ไม่จ้ะ แค่ถามดู” อญู่ร่ารีบปฏิเสธหลบสายตาเพื่อน
“นาดาชวนพี่ชามิลมาเที่ยวด้วยนะจ้ะ เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักพี่ชายของนาดา... อย่างเป็นทางการ” นาดายิ้มด้วยดวงตาเป็นประกาย
“เอ่อ...” อญู่ร่าอ้ำอึ้ง นาดาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นความอึดอัดของเพื่อน
“สีหน้าราร่าไม่ค่อยดีเลย มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า มีอะไรก็เล่าให้นาดาฟังได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”
“น้อยใจแล้วนะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” นาดากุมมือเพื่อนรัก เธอคบกับอญู่ร่ามาหลายปี รู้ว่าอาการเช่นนี้แปลว่าเพื่อนมีเรื่องไม่สบายใจอย่างแน่นอน
“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวของราร่าน่ะ” อญู่ร่ายอมเอ่ยปากเล่าให้เพื่อนรักฟัง ความจริงเธอก็ไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าไม่เผอิญได้ยินบิดาคุยกับคนสนิท
เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดจากเพื่อนรักทำให้นาดาเริ่มคิดตาม เธออยากหาทางช่วยเพื่อนเหลือเกิน
“ราร่า เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวนาดาจะยืมเงินพี่ชามิลให้”
“โอ้... พระเจ้า ไม่นะนาดา ราร่าไม่อยากรบกวนใครทั้งนั้น”
“ไม่เป็นการรบกวนสักนิด เราก็มิใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย”
แต่เสียงที่ตอบกลับมามิใช่เสียงของเพื่อนสาวคนสนิท กลับเป็นซาตานร้ายที่พรากพรหมจรรย์ไปจากเธอ อญู่ร่าเบิกตากว้างเมื่อต้องเจอกับชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจากเขามาเพียงไม่นาน
เธอพูดอย่างมีแง่งอนจริงๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น“เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไป ไม่เช่นนั้น เราก็คงไม่ได้วางแผนจับตัวคนร้ายน่ะสิ ที่เราปลอมเป็นนายไกรตอนนั้นเพื่อซ่อนตัวจากคนที่ตามฆ่าเรา เจ้ากับนาดามาพักบ้านท่านตากับท่านยายพอดี เราก็แค่อยากลองใจเจ้า”“ลองใจราร่าเหรอเพคะ”“เรารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องที่ริมตลิ่งนั่น ตอนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยินยอมหากเป็นชายอื่น แต่เพราะเราอดใจไม่ไหว ใช้กำลังหักหาญน้ำใจเจ้า และใช้ชั้นเชิงหลอกล่อให้เจ้าเพริดตามเรา” ชามิลไล้หัวแม่มือไปกับหลังมือนิ่มของชายาคนสวย ตอนนั้นเขาไม่ได้อยากรังแกเธอจริงๆ แต่อดใจไม่ไหวจริงๆ“เสียใจสิเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหญิงสองชาย” เธอก้มหน้างุด ชามิลเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ประทับจุมพิตหวานล้ำจนร่างสาวสะท้าน“เจ้าไม่ใช่หญิงสองชาย แต่เจ้ามีเราเพียงคนเดียว เราเชื่อใจเจ้าราร่า” เขายืนยันคำพูดนั้นด้วยจุมพิตหวานล้ำอีกครั้ง อญู่ร่าหอบสะท้านใบหน้าแดงเรื่อชวนมองทันทีที่ร่างสูงผละริมฝีปากออกห่าง“แล้วพระองค์ทรงไปตกลงกับคุณพ่อตอนไหนเพคะ เรื่องโรงแรมและเรื่องราร่าด้วย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอค้างคาใจเอามากๆชามิลกำ
“ราร่า น้าขอโทษนะ ที่คิดไม่ดีกับหนูเรื่อยมา” อารตีกล่าวขอโทษอย่างไม่คิดอายอีกต่อไป“หนูไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ อย่าคิดมากสิคะ ถึงยังไง คุณน้าก็ดูแลคุณพ่ออย่างดี ไม่ว่าตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจะทุกข์จะสุข คุณน้าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคนหนึ่ง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามารดาเลี้ยงรักบิดาของเธอมาก ถ้าหากอารตีดูแลบิดาไม่ดีตั้งแต่แรก เธอคงเอาเรื่องที่อีกฝ่ายทำตัวไม่ดีกับเธอมาบอกบิดาไปแล้ว แต่นี่เธอคิดถึงความสุขของบิดา สละความสุขของตัวเองอันน้อยนิดโดยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารตีเพียงแค่นี้ เธอรู้สึกพอใจที่ทำให้บิดาไม่ต้องทุกข์ร้อนใจกับเรื่องของเธออญู่ร่าคิดเสมอว่าคนเราดีบ้างไม่ดีบ้าง จงมองข้อดีของเขา อันไหนที่มองข้ามได้ก็มองข้ามมันไป อารตีเองก็เช่นกัน นางไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย นางก็มีข้อดีหลายอย่าง เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะแย่งทุกอย่างจากลูกสาวอันเป็นที่รักจึงกางปีกปกป้องตามประสาแม่ที่รักลูกมาก แม้มันจะผิดก็ตามทีฟาฮัสเองมองภรรยาและลูกสลับกันไปมา ทั้งหมดเงยหน้าอ้อนวอนเขา ทำให้เขาใจอ่อนยวบ“ขอพ่อคิดดูก่อน เพราะพ่อยังรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้” ฟาฮัสตอบคำขอของบุตรสาวในที่สุด เท่านี้ฟาตีมาและอญู่ร่ารับรู้แล้วว่าไม่ย
ทั้งสองฟาดฟันกันไปมา ชามิลโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ถอยไป เขาจะสู้กับรอยฮานเอง ร่างสูงใหญ่ของพี่น้องต่างมารดาฟาดฟันคลุกกันบนผืนทรายอันร้อนระอุอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือการต่อสู้ดูจะกินกันไม่ลงจนทั้งคู่บาดเจ็บสะบักสะบอมการต่อสู้ต้องมีการเพลี่ยงพล้ำ ชามิลถูกมีดจ้วงโดนที่แขนเลือดไหลนอง รอยฮานทำท่าจะซ้ำ ชามิลรีบพลิกกายหลบ มีดสั้นจึงปักลงบนผืนทรายแทน“โอ๊ย!” รอยฮานร้องด้วยความเจ็บจุกเมื่อเขาพลาดพลั้งโดนเตะเข้าชายโครงจนกระเด็น ชามิลดึงมีดสั้นออกจากผืนทรายที่ถูกปักเอาไว้ รอยฮานไม่มีท่าทีกวาดกลัว เขาพลิกหลบเมื่ออีกฝ่ายขว้างมีดเข้าใส่ ก่อนที่มีดด้ามนั้นจะปักลงบนผืนทรายอีกครั้งชามิลกระโดดเข้าคร่อมทับร่างของรอยฮานเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าใส่จนอีกฝ่ายหน้าแตกยับ เลือดเป็นลิ่มไหลออกมาตามจมูกและปาก“ลากตัวมันไปขังเอาไว้” ชามิลหันไปสั่งคนสนิทที่รอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล รอยฮานจึงถูกรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด“เดี๋ยวก่อน” รอยฮานหันไปพูดกับชามิลเมื่อทำท่าจะโดนลากออกไป“มีอะไร” ชามิลหยุดเพ่งมองใบหน้าที่ยับเยินของอดีตลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขา“
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าซีดเชียว” ชามิลถามอย่างห่วงใย“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ พระองค์ออกไปคุยธุระกับรอยฮานเถิดเพคะ”“ไม่ต้องรีบก็ได้ รอยฮานไม่ไปไหนหรอก เราเป็นห่วงเจ้า” ชามิลนั่งลงเคียงข้างหญิงสาวอันเป็นที่รัก แล้วแตะหลังมือที่หน้าผากสวยเบาๆ ก่อนจะกดร่างอญู่ร่านอนลงบนเตียงกว้าง“พักผ่อน เดี๋ยวเรากลับมา”“เพคะฝ่าบาท เดี๋ยวก่อนเพคะ” เธอจับมือเขาเอาไว้เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชามิลนิ่งฟังเธอ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยกับรอยฮานเช่นเดิม“รอนานหรือเปล่ารอยฮาน”“ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่ดูแลคุณอญู่ร่าต่อ ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้ข้ามาวันหลังก็ไม่เป็นไร”“คุยกันต่อเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายอย่าง” ชามิลพูดอย่างเป็นกันเองยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันในเรื่องสำคัญมากมายจนกระทั่ง“ฝ่าบาทเป็นอะไร ทำไมเงียบไป” รอยฮานแกล้งเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นชามิลเกร็งตัวเพราะโดนพิษเข้าไปเต็มๆ จากน้ำชาที่เขาลอบใส่ยาพิษลงไป ความจริง มันมียาพิษตั้งแต่กาแรก แต่เพราะชากานั้นถูกทำแตกด้วยฝีมือของอญู่ร่าชามิลเกร็งร่าง ชี้หน้าคนสนิทที่ไว้ใจอย่างผิดหวัง“ในที่สุดวันน
“ใช่พ่ะย่ะค่ะท่านชีค ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องรวบท่านรอยาซเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงคิดแผนการที่จะฆ่าท่านอีก”“เจ้าไปได้แล้ว ขอบใจมาก หลังจบเรื่องนี้แล้ว ข้าจะให้เจ้าพักยาว” ชามิลพยักหน้าให้คนสนิทที่เขาแอบมาหา โดยไม่ให้สงสัย รอยฮานมีความสามารถในการหลบหลีก และเป็นข้อดีที่ไม่มีใครรู้จักเขา“อุ๊ย!” อญู่ร่าอุทานเมื่อเดินชนกับร่างสูงของรอยฮาน“ขอโทษขอรับ” รอยฮานเงยหน้าขึ้นสบตา อญู่ร่าขมวดคิ้วหรี่ตามองอีกฝ่าย แต่เธอมองเห็นหน้าไม่ชัดเพียงแค่ได้สบตาเพราะอีกฝ่ายคลุมใบหน้ามิดชิด“ใครเหรอเพคะ” อญู่ร่าเดินมาหาชีคชามิลที่เดินรอรับเธออยู่“ช่างตีเหล็กน่ะ เราจะให้เขาทำดาบให้”“หม่อมฉันเคยเห็นเขาหรือเปล่าคะ” อญู่ร่าถามชีคหนุ่ม“ไม่เคยหรอก จะเคยเห็นได้ยังไงกัน เราเพิ่งเจอเขาครั้งแรก ราชิดเป็นคนหาช่างเหล็กคนนี้ให้เอง เห็นว่าเก่งในเรื่องการตีดาบ มีด เราเลยจะจ้างให้ตีดาบให้เราหน่อย” ชามิลเฉไฉไปเรื่อย“เหรอเพคะ หม่อมฉันคงจำคนผิด” อญู่ร่าไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเธอคงจำคนผิด คนในไบซา บางทีมองๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด คลุมหน้าคลุมตาคลุมผ้าโพกหัวกันแทบทั้งสิ้น...ชีคชามิลเข้ารวบตัวรอยาซได้ในบ้านของเขา พร้อมกับหลักฐานแ
“แล้วฝ่าบาทจะไปพบกับท่านฟารุกเลยหรือเปล่า”“ทำไม” ชามิลหันมาถามหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย“ฟาตีมาเองก็อยากคุยกับฝ่าบาทเหมือนกันเพคะ” เธอเองไปเยี่ยมน้องสาวมา น้องสาวยืนยันหนักแน่น ฟารุกเองแม้ไม่ได้พูดอย่างร้อนใจเหมือนฟาตีมาแต่สีหน้าและแววตานั้นทำให้เธอฉงน ทั้งสองดูไม่มีเรื่องราวจริงๆ ถ้าทั้งสองเสแสร้งก็คงแนบเนียนนัก ความมั่นใจของเธอตั้งแต่ตอนแรกถูกสั่นคลอนไปมาก หรือในเงามืด เธอจะตาฝาดไปเองชีคชามิลเดินทางมาพบลูกพี่ลูกน้องที่คุก โดยขอพูดกับอีกฝ่ายเพียงสองคน ส่วนฟาตีมามีสิทธิ์ได้พูดแค่เพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกันตัวออกไปไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่หลังจากนั้น ฟารุกก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิตในทันที!!!“ท่านรอยาซขอรับ คุณชายฟารุกโดนประหารแล้ว” ฮาริมคนสนิทของรอยาซกล่าวรายงานผู้เป็นนายเสียงหม่น ถึงแม้จะรับรู้มาโดยตลอดว่าฟารุกไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของผู้เป็นนายก็ตามที“มันอยากโง่เองช่วยไม่ได้” รอยาซพูดเสียงเหี้ยม“ท่านไม่สงสารคุณชายฟารุกเลยเหรอขอรับ” ฮาริมอดที่จะถามไม่ได้“ข้าสงสารมันเลยให้โอกาสมัน ตั้งแต่มันเกิดมาแล้ว”รอยาซพูดเสียงเข้ม เขาเก็บเด็กชายตัวน้อยวัยแบเบาะมาเลี้ยงเพราะตัวเองเป็นหมันไม่สา







