LOGINเขาเล่าอย่างเผลอตัวเมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองมาเยี่ยมตาและยายที่เมืองไทย
อญู่ร่าหน้าแดงก่ำเมื่อเขาเรียกเธอว่าลูกขนุน ก็รู้ดีว่าตัวเองตัวเตี้ยแต่มาตรฐานหญิงไทยแค่สูงร้อยหกสิบ เธอก็คิดว่าสูงมากแล้ว ไม่ใช่เขาเสียหน่อย สูงเหมือนยักษ์
“น่ากินเหมือนกันเลย”
ชามิลพูดด้วยดวงตาแพรวพราวเมื่อเห็นคนใต้ร่างใบหน้าแดงก่ำ
อญู่ร่าส่ายหน้าไปมา พยายามดิ้นรนต่อสู้แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ เธอคิดว่าต้องพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจเพราะอีกฝ่ายพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ค่อยชัดนักก็ตามที
“ฉันไม่ใช่ลูกขนุนนะคะ อย่ามากินฉันเลย”
อญู่ร่าส่ายหน้าดิก
ชามิลแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่กับคำพูดไร้เดียงสาของคนใต้ร่าง แต่เขาหรือจะปล่อย ตอนนี้เธอจะใช่หรือไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็ช่าง แต่เขาอยากครอบครองเธอซะแล้วสิ
“อยากกินน่ะ” เขาซุกใบหน้าคมเข้มรกไปด้วยตอหนวดที่ซอกคอขาวผ่อง อญู่ร่าผวารู้สึกจั๊กจี้และเสียวซ่านไปหมดทั้งตัว
“อื้อ... ไม่เอา ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ”
“เหรอ” ชามิลลากเสียงยาวยียวนเหมือนไม่เชื่อ ดวงตาคมดุมองเธอด้วยสายตาร้อนแรงแทบจะกลืนกิน
อญู่ร่าเกลียดสายตายียวนนี้นัก หญิงสาวดิ้นรนหอบเหนื่อย แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงกำลังเขาได้
“ปล่อยนะ อื้อ...”
ชามิลกดทับริมฝีปากอิ่มแล้วสลัดอาภรณ์ที่ห่อหุ้มออกจากกายอย่างชำนิชำนาญ เพียงไม่นาน เขาก็สามารถลอกคราบยัยลูกขนุนอวบอิ่มน่าฟัดได้สำเร็จ
อญู่ร่าใจหายวาบเมื่อตัวเองเหลือเพียงบราเซียร์และแพนตี้ตัวน้อยสองชิ้นติดกาย
“อวบดีจัง” เขาลากมือสัมผัส อญู่ร่าสะบัดออก แต่มีหรือคนเอาแต่ใจจะสน
“ว้าย! คนลามก” เธอร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาเลื่อนไปกอบกุมสะโพกผายก่อนวกขึ้นมาเคล้นคลึงอกอวบอิ่ม
ชามิลครางกระหึ่มเมื่อความนุ่มหยุ่นที่สัมผัสทำให้เขาร้อนไปหมดทั้งกาย อญู่ร่าคิดว่าตนเองต้องสู้ยิบตา ไม่เช่นนั้นคงโดนข่มเหงรังแกเป็นแน่ หญิงสาวหยุดดิ้นให้เขาฟอนเฟ้นทรวงสาวอย่างย่ามใจ ให้เขาได้ใจไปก่อนแล้วค่อยหาทางหนี เวลาผู้ชายมีอารมณ์ก็มักจะหน้ามืดและเผลอตัว
เสียแรงที่เคยหลงปลื้มกับพี่ชายของเพื่อนคนนี้ ไม่คิดว่าจะหื่นและรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้!
อญู่ร่าวางมือบนหลังมือหนา ชามิลขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เห็นหญิงสาวโอนอ่อน อญู่ร่าเห็นอีกฝ่ายชะงักมือเธอคว้าหมับเข้าให้แล้วกัดแหลก
“โอ๊ยยยยย!!!!!”
เสียงที่ต้องการดังขึ้นดั่งใจหมาย ร่างเล็กรีบผลักไสร่างสูงแล้วถลาลงจากเตียง
“กรี๊ดดดด ว้าย!!!!”
อญู่ร่ากรีดร้องเสียงดังเมื่อมือหนากระชากเรียวขาจนเธอหน้าคะมำไปข้างเตียง ดีที่ใช้มือยันพื้นเอาไว้ได้ทัน
“เจ้ากล้าดียังไงมากัดข้า” ใบหน้าเปื้อนยิ้มหยอกเย้าคราแรกหายไปเมื่อเขากระชากเธอกลับไปอีกครั้งกดลงบนเตียงหนานุ่ม แล้วใช้มือบีบท้ายทอยให้เธอสงบนิ่งไม่ให้ดิ้นหนีขยับเขยื้อนไปไหน
“คุณรังแกฉันก่อน”
“เจ้ากล้ามากนะที่กัดข้า” น้ำเสียงดุดันที่กระทบโสตประสาทหูทำให้อญู่ร่ายะเยือกไปทั้งร่าง
“กะ... ก็ คะ... คุณ อื้อ”
ชามิลบอกตัวเองว่าเขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้ว กล้าดียังไงมาทำร้ายร่างกายเขาขนาดนี้
อญู่ร่ากรีดร้องได้เพียงนิดก็กลับกลายเป็นเสียงอู้อี้ในลำคอ เขาใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่ารุกต้อนแม่กวางเนื้อหวานให้ติดบ่วงเสน่หา
“ยอมดีๆ จะได้ไม่เจ็บตัว” คนวางอำนาจข่มขู่ อญู่ร่าเพียงแค่สงบลงเพราะสู้แรงเขาไม่ไหว แต่คนเช่นเธอไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ
“อื้อ...” เสียงหวานครางเครือเมื่อมือกระด้างบีบเคล้นทรวงอิ่มล้น
ริมฝีปากรุ่มร้อนก้มลงดูดกลืนจะงอยถันสีหวานหยดที่เบ่งบานรับความกระหายจากบุรุษเพศผ่านบราเซียร์สีสวย ปลายนิ้วแข็งแกร่งสอดเสียบเข้าแทรกลึกในถ้ำน้อยคับแคบที่มิเคยต้อนรับสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก
“อื้อ...” อญู่ร่าบิดกายครางกระเส่า จิกมือบนไหล่หนาอย่างต่อต้าน
ชามิลครางกระหึ่มเมื่อได้ล่วงล้ำความฉ่ำชื้นกลางกายสาว เขาเลียริมฝีปากแห้งผากเหมือนร่างกายขาดน้ำรอนแรมอยู่ในทะเลทรายอันแห้งแล้ง เมื่อค้นพบความชุ่มฉ่ำหวานหอมมาประทังความหิวโหยแสนทรมานก็แทบจะถลาเข้าใส่อย่างหิวโซ
“ไม่” อญู่ร่าผลักใบหน้าหล่อคมที่ซุกซบทรวงสาว เขาปลดตะขอบราอย่างคล่องแคล่ว กระชากมันอย่างไร้ความปรานีและโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี
“อ๊า” เสียงหวานสั่นสะท้านเมื่อปลายลิ้นตวัดไล้ละเลียดเลียรัวเร็วบนยอดถันเต็มตึงที่ตื่นตัวจนแข็งเป็นไต
“ยัยลูกขนุน หวานอะไรขนาดนี้” ชามิลโจนจ้วงนิ้วสอดแทรกเข้าสู่กายสาวอย่างล้ำลึก อญู่ร่าที่พยายามต่อต้านบิดสะท้านเยือกเส้นประสาทตึงแน่นด้วยความกระสันซ่าน
อญู่ร่าเกร็งซอกทางรักคับแคบแต่ยิ่งเกร็งก็ยิ่งเสียวซ่านเพราะนิ้วแกร่งกระด้างที่เสียดสีกับผนังอ่อนละมุน โพรงเนื้อฟิตแน่นตอดรัดรุนแรงเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย ยิ่งเสียดสียิ่งซ่านสยิว ขนในกายลุกชันทุกเส้น ริมฝีปากอิ่มเผยออ้าค้างก่อนถูกปากหนาร้อนระอุบดขยี้จุมพิตดูดดื่มล้ำลึก
มือหนาจับเรียวขาเพรียวให้แยกออกจากกัน ท่วงท่าน่าหวาดเสียวและเสียเปรียบทำให้เธอแทบทำอันใดไม่ถูก
“ไม่นะ กรี๊ดดดด!!!”
อญู่ร่าสะดุ้งสุดตัวเมื่อแก่นกายร้อนระอุสัมผัสยอดเกสรสวาทแนบชิด เขายังไม่ล่วงล้ำแต่เธอก็รู้ดีว่ามิอาจหนีเขาไปได้อีกแล้ว นอกจากจะมีมนตร์วิเศษหายตัวได้เท่านั้น
ชามิลบดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนริมฝีปากสาวแดงเรื่อ เขาโย้ขาเจ้าหล่อนไปด้านหลังจนสะโพกผายยกสูงเกือบแนบไปกับอกอิ่ม
“กรี๊ดดดด!!!!”
อญู่ร่ากรีดร้องอีกครั้งเมื่อแก่นกายแข็งกร้าวที่สวมเครื่องป้องกันเรียบร้อยสอดแทรกเข้ามาในกลีบเนื้ออ่อนหวาน ชามิลชะงักกึกก่อนนิ่วหน้าจนลำคอเกร็ง
“อ๊า ฟิตแน่นเหลือเกิน” ชามิลครางด้วยน้ำเสียงแหบห้าว เขาหยุดชะงักเมื่อคนใต้ร่างดิ้นรนต่อต้าน จิกข่วนแต่โดนกดมือเอาไว้กับพื้นเตียงหนานุ่ม
“คนเลว” อญู่ร่าพูดเสียงสั่นน้ำตาปริ่มไหลด้วยความเสียใจ
“เจ็บนะยัยลูกขนุน” ชามิลพูดตาวาวแก่นกายยังค้างคาในช่อดอกรักคับแคบ
“ดีแล้วจะได้รู้ว่าคนอื่นเจ็บเป็นยังไง” อญู่ร่าเถียงปากสั่น ดวงตาแดงก่ำ
“เจ้าเสียใจมากหรือไง ใครๆ ก็อยากนอนกับข้า” เขากระซิบถาม
เธอเบือนหน้าหนี อยากตะโกนใส่หน้าเขาว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอ
“เรากำลังถามเจ้าอยู่” ชามิลเริ่มหงุดหงิดที่เห็นหญิงสาวเอาแต่ต่อต้าน
อญู่ร่าหลับตาหนี ชามิลครางกระหึ่มอย่างขัดใจมากขึ้น ได้... ในเมื่อไม่ยอม เขาจะทำให้ยอมเอง
“นึกว่าจะหนีรอดหรือไงยัยขนุนหวาน” เขาพูดอย่างเป็นต่อแล้วถอนสะโพกสอบออกห่าง อญู่ร่าลืมตาเพราะคิดว่ามันคงจบสิ้น เธอทำท่าจะถอยหนี
แต่!!!
“กรี๊ดดด!!!”
อญู่ร่ากรีดร้องอย่างตกใจเมื่อความเป็นชายของเขาฝังล้ำเข้ามาในเรือนกายสาวมากกว่าเดิม แต่เพราะความคับแคบเขาจึงยังไม่สามารถผ่านเยื่อสวรรค์ของบุปผชาติไปได้
“เธอไม่มีวันชนะฉันหรอกแม่ขนุนหวาน” ชามิลกระซิบบอกเสียงพร่า กดจมูกโด่งเป็นสันบนพวงแก้มหอมกรุ่น
“ไม่ คนสารเลว” อญู่ร่าเริ่มดิ้นอีกครั้ง
“โอ๊ย! เจ็บนะ” เขากดมือเธอไว้เมื่อเล็บแหลมๆ ข่วนไปตามแขนล่ำ
“โอ๊ะ! อื้อ...” อญู่ร่าหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อเธอดิ้นเขาก็ยกกายสวนแทรกเข้ามาในความฉ่ำชื้นคับแคบจนสุดเส้นทาง
น้ำตาเม็ดใสรินไหลจากหางตา มองใบหน้าเขาพร่าพรายไปหมด
“ไม่ร้องนะคนดี” ชามิลอดใจอ่อนไม่ได้เมื่อเห็นหยาดน้ำตาของคนใต้ร่าง เธอร้องไห้เหมือนเด็กๆ ยัยลูกขนุนแสนหวานของเขา
“ฮึกๆ ฮือ คุณก็พูดได้สิ คุณไม่มาเป็นฉันนี่นา ถ้าพอใจแล้วก็กรุณาปล่อย” อญู่ร่าแข็งใจปัดมือเขาออกห่าง
เธอพูดอย่างมีแง่งอนจริงๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น“เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไป ไม่เช่นนั้น เราก็คงไม่ได้วางแผนจับตัวคนร้ายน่ะสิ ที่เราปลอมเป็นนายไกรตอนนั้นเพื่อซ่อนตัวจากคนที่ตามฆ่าเรา เจ้ากับนาดามาพักบ้านท่านตากับท่านยายพอดี เราก็แค่อยากลองใจเจ้า”“ลองใจราร่าเหรอเพคะ”“เรารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องที่ริมตลิ่งนั่น ตอนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยินยอมหากเป็นชายอื่น แต่เพราะเราอดใจไม่ไหว ใช้กำลังหักหาญน้ำใจเจ้า และใช้ชั้นเชิงหลอกล่อให้เจ้าเพริดตามเรา” ชามิลไล้หัวแม่มือไปกับหลังมือนิ่มของชายาคนสวย ตอนนั้นเขาไม่ได้อยากรังแกเธอจริงๆ แต่อดใจไม่ไหวจริงๆ“เสียใจสิเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหญิงสองชาย” เธอก้มหน้างุด ชามิลเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ประทับจุมพิตหวานล้ำจนร่างสาวสะท้าน“เจ้าไม่ใช่หญิงสองชาย แต่เจ้ามีเราเพียงคนเดียว เราเชื่อใจเจ้าราร่า” เขายืนยันคำพูดนั้นด้วยจุมพิตหวานล้ำอีกครั้ง อญู่ร่าหอบสะท้านใบหน้าแดงเรื่อชวนมองทันทีที่ร่างสูงผละริมฝีปากออกห่าง“แล้วพระองค์ทรงไปตกลงกับคุณพ่อตอนไหนเพคะ เรื่องโรงแรมและเรื่องราร่าด้วย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอค้างคาใจเอามากๆชามิลกำ
“ราร่า น้าขอโทษนะ ที่คิดไม่ดีกับหนูเรื่อยมา” อารตีกล่าวขอโทษอย่างไม่คิดอายอีกต่อไป“หนูไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ อย่าคิดมากสิคะ ถึงยังไง คุณน้าก็ดูแลคุณพ่ออย่างดี ไม่ว่าตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจะทุกข์จะสุข คุณน้าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคนหนึ่ง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามารดาเลี้ยงรักบิดาของเธอมาก ถ้าหากอารตีดูแลบิดาไม่ดีตั้งแต่แรก เธอคงเอาเรื่องที่อีกฝ่ายทำตัวไม่ดีกับเธอมาบอกบิดาไปแล้ว แต่นี่เธอคิดถึงความสุขของบิดา สละความสุขของตัวเองอันน้อยนิดโดยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารตีเพียงแค่นี้ เธอรู้สึกพอใจที่ทำให้บิดาไม่ต้องทุกข์ร้อนใจกับเรื่องของเธออญู่ร่าคิดเสมอว่าคนเราดีบ้างไม่ดีบ้าง จงมองข้อดีของเขา อันไหนที่มองข้ามได้ก็มองข้ามมันไป อารตีเองก็เช่นกัน นางไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย นางก็มีข้อดีหลายอย่าง เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะแย่งทุกอย่างจากลูกสาวอันเป็นที่รักจึงกางปีกปกป้องตามประสาแม่ที่รักลูกมาก แม้มันจะผิดก็ตามทีฟาฮัสเองมองภรรยาและลูกสลับกันไปมา ทั้งหมดเงยหน้าอ้อนวอนเขา ทำให้เขาใจอ่อนยวบ“ขอพ่อคิดดูก่อน เพราะพ่อยังรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้” ฟาฮัสตอบคำขอของบุตรสาวในที่สุด เท่านี้ฟาตีมาและอญู่ร่ารับรู้แล้วว่าไม่ย
ทั้งสองฟาดฟันกันไปมา ชามิลโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ถอยไป เขาจะสู้กับรอยฮานเอง ร่างสูงใหญ่ของพี่น้องต่างมารดาฟาดฟันคลุกกันบนผืนทรายอันร้อนระอุอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือการต่อสู้ดูจะกินกันไม่ลงจนทั้งคู่บาดเจ็บสะบักสะบอมการต่อสู้ต้องมีการเพลี่ยงพล้ำ ชามิลถูกมีดจ้วงโดนที่แขนเลือดไหลนอง รอยฮานทำท่าจะซ้ำ ชามิลรีบพลิกกายหลบ มีดสั้นจึงปักลงบนผืนทรายแทน“โอ๊ย!” รอยฮานร้องด้วยความเจ็บจุกเมื่อเขาพลาดพลั้งโดนเตะเข้าชายโครงจนกระเด็น ชามิลดึงมีดสั้นออกจากผืนทรายที่ถูกปักเอาไว้ รอยฮานไม่มีท่าทีกวาดกลัว เขาพลิกหลบเมื่ออีกฝ่ายขว้างมีดเข้าใส่ ก่อนที่มีดด้ามนั้นจะปักลงบนผืนทรายอีกครั้งชามิลกระโดดเข้าคร่อมทับร่างของรอยฮานเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าใส่จนอีกฝ่ายหน้าแตกยับ เลือดเป็นลิ่มไหลออกมาตามจมูกและปาก“ลากตัวมันไปขังเอาไว้” ชามิลหันไปสั่งคนสนิทที่รอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล รอยฮานจึงถูกรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด“เดี๋ยวก่อน” รอยฮานหันไปพูดกับชามิลเมื่อทำท่าจะโดนลากออกไป“มีอะไร” ชามิลหยุดเพ่งมองใบหน้าที่ยับเยินของอดีตลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขา“
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าซีดเชียว” ชามิลถามอย่างห่วงใย“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ พระองค์ออกไปคุยธุระกับรอยฮานเถิดเพคะ”“ไม่ต้องรีบก็ได้ รอยฮานไม่ไปไหนหรอก เราเป็นห่วงเจ้า” ชามิลนั่งลงเคียงข้างหญิงสาวอันเป็นที่รัก แล้วแตะหลังมือที่หน้าผากสวยเบาๆ ก่อนจะกดร่างอญู่ร่านอนลงบนเตียงกว้าง“พักผ่อน เดี๋ยวเรากลับมา”“เพคะฝ่าบาท เดี๋ยวก่อนเพคะ” เธอจับมือเขาเอาไว้เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชามิลนิ่งฟังเธอ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยกับรอยฮานเช่นเดิม“รอนานหรือเปล่ารอยฮาน”“ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่ดูแลคุณอญู่ร่าต่อ ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้ข้ามาวันหลังก็ไม่เป็นไร”“คุยกันต่อเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายอย่าง” ชามิลพูดอย่างเป็นกันเองยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันในเรื่องสำคัญมากมายจนกระทั่ง“ฝ่าบาทเป็นอะไร ทำไมเงียบไป” รอยฮานแกล้งเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นชามิลเกร็งตัวเพราะโดนพิษเข้าไปเต็มๆ จากน้ำชาที่เขาลอบใส่ยาพิษลงไป ความจริง มันมียาพิษตั้งแต่กาแรก แต่เพราะชากานั้นถูกทำแตกด้วยฝีมือของอญู่ร่าชามิลเกร็งร่าง ชี้หน้าคนสนิทที่ไว้ใจอย่างผิดหวัง“ในที่สุดวันน
“ใช่พ่ะย่ะค่ะท่านชีค ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องรวบท่านรอยาซเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงคิดแผนการที่จะฆ่าท่านอีก”“เจ้าไปได้แล้ว ขอบใจมาก หลังจบเรื่องนี้แล้ว ข้าจะให้เจ้าพักยาว” ชามิลพยักหน้าให้คนสนิทที่เขาแอบมาหา โดยไม่ให้สงสัย รอยฮานมีความสามารถในการหลบหลีก และเป็นข้อดีที่ไม่มีใครรู้จักเขา“อุ๊ย!” อญู่ร่าอุทานเมื่อเดินชนกับร่างสูงของรอยฮาน“ขอโทษขอรับ” รอยฮานเงยหน้าขึ้นสบตา อญู่ร่าขมวดคิ้วหรี่ตามองอีกฝ่าย แต่เธอมองเห็นหน้าไม่ชัดเพียงแค่ได้สบตาเพราะอีกฝ่ายคลุมใบหน้ามิดชิด“ใครเหรอเพคะ” อญู่ร่าเดินมาหาชีคชามิลที่เดินรอรับเธออยู่“ช่างตีเหล็กน่ะ เราจะให้เขาทำดาบให้”“หม่อมฉันเคยเห็นเขาหรือเปล่าคะ” อญู่ร่าถามชีคหนุ่ม“ไม่เคยหรอก จะเคยเห็นได้ยังไงกัน เราเพิ่งเจอเขาครั้งแรก ราชิดเป็นคนหาช่างเหล็กคนนี้ให้เอง เห็นว่าเก่งในเรื่องการตีดาบ มีด เราเลยจะจ้างให้ตีดาบให้เราหน่อย” ชามิลเฉไฉไปเรื่อย“เหรอเพคะ หม่อมฉันคงจำคนผิด” อญู่ร่าไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเธอคงจำคนผิด คนในไบซา บางทีมองๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด คลุมหน้าคลุมตาคลุมผ้าโพกหัวกันแทบทั้งสิ้น...ชีคชามิลเข้ารวบตัวรอยาซได้ในบ้านของเขา พร้อมกับหลักฐานแ
“แล้วฝ่าบาทจะไปพบกับท่านฟารุกเลยหรือเปล่า”“ทำไม” ชามิลหันมาถามหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย“ฟาตีมาเองก็อยากคุยกับฝ่าบาทเหมือนกันเพคะ” เธอเองไปเยี่ยมน้องสาวมา น้องสาวยืนยันหนักแน่น ฟารุกเองแม้ไม่ได้พูดอย่างร้อนใจเหมือนฟาตีมาแต่สีหน้าและแววตานั้นทำให้เธอฉงน ทั้งสองดูไม่มีเรื่องราวจริงๆ ถ้าทั้งสองเสแสร้งก็คงแนบเนียนนัก ความมั่นใจของเธอตั้งแต่ตอนแรกถูกสั่นคลอนไปมาก หรือในเงามืด เธอจะตาฝาดไปเองชีคชามิลเดินทางมาพบลูกพี่ลูกน้องที่คุก โดยขอพูดกับอีกฝ่ายเพียงสองคน ส่วนฟาตีมามีสิทธิ์ได้พูดแค่เพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกันตัวออกไปไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่หลังจากนั้น ฟารุกก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิตในทันที!!!“ท่านรอยาซขอรับ คุณชายฟารุกโดนประหารแล้ว” ฮาริมคนสนิทของรอยาซกล่าวรายงานผู้เป็นนายเสียงหม่น ถึงแม้จะรับรู้มาโดยตลอดว่าฟารุกไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของผู้เป็นนายก็ตามที“มันอยากโง่เองช่วยไม่ได้” รอยาซพูดเสียงเหี้ยม“ท่านไม่สงสารคุณชายฟารุกเลยเหรอขอรับ” ฮาริมอดที่จะถามไม่ได้“ข้าสงสารมันเลยให้โอกาสมัน ตั้งแต่มันเกิดมาแล้ว”รอยาซพูดเสียงเข้ม เขาเก็บเด็กชายตัวน้อยวัยแบเบาะมาเลี้ยงเพราะตัวเองเป็นหมันไม่สา







