로그인“ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว
“เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค
“ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ
“เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั
ซูจี๋ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม ประโยคเมื่อครู่ของจั๋วเหมียวฟังผิวเผินคล้ายว่าเป็นเพียงคำพูดทั่วไปไม่มีอะไร ทว่าแท้จริงแล้วพุ่งเป้ามาที่เขากับเซี่ยจื่ออวี้อย่างเห็นได้ชัดแค่ประโยคเดียวที่อีกฝ่ายกล่าวมา ก็สรุปรวบรัดไปได้แล้วสองความหมายกลายๆ นั่นคือ หนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เป็นฝ่ายพูดโกหก สองเพราะเขาเห็นแ
เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู
ชื่อที่ถูกเปล่งออกมายังไม่ทันจะกล่าวจนจบดี เจ้าของเงาร่างผอมที่เมื่อครู่ยังเอียงคอส่งยิ้มเยือกเย็นให้แก่เยว่หลิน ก็พุ่งทะยานเข้าจู่โจมเขาเสียแล้วพลั่ก!เสียงหนักๆ ดังขึ้นเมื่อเยว่หลินยกแขนขวาของตนขึ้นป้องกันฝ่าเท้าของอีกฝ่าย ก่อนจะผงะถอยหลังไปอย่างไม่อาจควบคุม หากจะบอกว่าเมื่อครู่เขาสามารถป้องกันกา
พอฟ้าสางเริ่มมีแสงสว่างทาบทับขอบฟ้า ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบเมฆ สององครักษ์ก็จับกลุ่มคนที่ถูกมัดทั้งหมดโยนขึ้นเกวียนเทียมวัวที่ยืมมาจากเซี่ยต้าจวงทันที โดยมีเจ้าของเกวียนย้ายไปทำหน้าที่ขับรถม้าพาหลีจวินกับเด็กๆ ตามไปอีกทีถนนเส้นทางขรุขระ ปกติเกวียนเทียมวัวก็นั่งได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกหวังฉี
เป็นหนี้ต้องใช้คืน หอโคมเขียวของพวกเขาทำการค้าขายเนื้อหนัง อีกทั้งเซี่ยหว่านหรูก็งดงามดูดีกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไป หากไม่มีเงินชดใช้ก็นำคนมาแทน นี่แป็นกฎที่ไม่อาจปฏิเสธ ทว่าเซี่ยหว่านหรูมีหรือจะยินยอม นางจึงอาศัยช่วงเวลาที่มารดาเป็นลม จ้างคนไปส่งข่าวแก่เถ้าแก่ฉีให้มาช่วยตัวเองก่อนแล้วในความคิดของเซี่ย
“อย่าเสียใจไปเลย”เซี่ยฉงอวิ๋นทนเห็นท่าทางเสียใจของภรรยาไม่ได้เป็นที่สุด ชายหนุ่มลังเลอยู่ไม่นานก็เปิดปากเอ่ยขึ้น“เจ้าอาจไม่ได้เล่นงานเขาโดยตรง แต่ว่าความตั้งใจนั้นข้าได้สานต่อให้แล้ว” เซี่ยฉงอวิ๋นตบแผ่นหลังผอมบางเบาๆแม้รู้ว่าเหออ๋องทรยศเยว่อวิ๋น แต่ด้วยนิสัยรักพวกพ้องปกป้องคนของตัวเอง ทำให้เซี่ยฉ







