Masuk“ไอ้โน มึงอย่าใส่อารมณ์สิ เรื่องนี้ถ้าถามหาคนผิดแต่แรกก็เป็นเพื่อนของเราไม่ใช่น้องป๊อบ เธอเป็นเหยื่อที่เพื่อนเราจับมากักขังทำร้ายจิตใจ แล้วถ้ามึงอยู่ในสถานะเดียวกับเธอ มึงคงทำไม่ต่างจากเธอตอนนี้หรอก หรือไม่ก็อาจจะมากกว่าที่เธอทำอยู่ตอนนี้ก็ได้” ฝันดีบอกมโนให้ใจเย็น มโนไม่ควรจะโกรธหรือเกลียดป่านทอ เพราะคนที่ผิดคือเพื่อนของพวกเขา “เออๆ กูรู้ แต่กูเป็นห่วงไอ้รักมัน มึงดูสภาพมันตอนนี้สิ เธอทำกับไอ้รักเกินไปแล้ว สาดน้ำร้อนใส่ แล้วยังเอาไม้ไล่ฟาดตีอีก กู...” มโนสุดคำจะเอ่ยออกมา เพราะทุกครั้งที่รักษ์ไปหาป่านทอมักบาดเจ็บกลับมาเสมอ “ไปพักผ่อนเถอะไอ้รัก พวกกูอยู่ข้างมึงเสมอ จะช่วยมึงทุกเรื่อง” เพ้อภพบอก “ขอบใจพวกมึงนะเว้ย! พรุ่งนี้กูจะเริ่มไปนอนเฝ้าน้องป๊อบที่หน้าบ้าน จะไปอยู่จนเธอจะเห็นใจ ให้อภัย และให้โอกาส หรือไม่ก็จนกูตาย” เขาบอกเสียงเหนื่อยๆ แฝงไปด้วยความเศร้า ก่อนจะลุกเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่
“นั่นสิลูก พ่อทัศเขาพูดถูก” ตวงพรจับหน้าของลูกชายให้นิ่งแล้วจ้องตาของลูกชายอย่างค้นหาคำตอบและสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงตาคมอมเศร้าของรักษ์ รักษ์หลบตาพร้อมจับมือของผู้เป็นแม่มากุมไว้ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเสร้า เขาไม่อยากปิดบังพวกท่าน แต่เขาก็บอกไม่ได้ในตอนนี้ บอกยังไม่ได้ว่าตัวเขานั้นกำลังตรอมใจเพราะความรัก “พ่อกับแม่ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ถ้าให้เดาเป็นเรื่องหัวใจรึเปล่าตารัก พ่อเป็นผู้ชายพ่อมองออก ผู้ชายเรามันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้เปลี่ยนไป และลูกกำลังตรอมใจ สายตาและแววตาของลูกมันฟ้อง” ทัศเทพเอ่ยอย่างคนที่เคยผ่านน้ำร้อนมาก่อน “รักยังไม่พร้อม ขอเวลาก่อนนะครับพ่อทัศ แม่ตวง รักขอจัดการเอง” เขาบอกผู้เป็นแม่ “แล้วนี่ลูกทานข้าวมารึยังลูก” นางถามอย่างเป็นห่วง ยิ่งรักษ์ผอมซูบนางยิ่งทุกข์ใจ
“ใจเย็นๆ คุณตวง คุณก็รู้ลูกเราใช่เล่นที่ไหน”“ก็เพราะรู้ยังไงคะ กลัวว่าจะไม่มีใครรัก ไม่มีใครเอาไปทำพันธุ์” นางตอบสามีเสียงดัง“บ่นอะไรถึงลูกอยู่รึเปล่าครับ”ทัศเทพยังไม่ทันได้ตอบภรรยาก็มีเสียงลูกชายตัวดีแทรกขึ้นมาก่อน พอบ่นถึงก็มาทันที รู้อย่างงี้พูดถึงนานแล้ว พอมาถึงก็เดินมานั่งลงโซฟาตรงข้ามตนและภรรยา ทัศเทพจึงลุกขึ้นจากหนุนตักตวงพรเป็นนั่งพิงพนักโซฟา ภาพของลูกชายที่เคยเห็นสง่างามตอนนี้มันกลับตรงกันข้ามตวงพรยกมือทาบอกปิดปากตัวเองเมื่อเห็นร่างกายที่ซูบผอมของลูกชาย แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น ใบหน้าตอบจนเห็นกระดูกของโหนก ขอบตาหมองคล้ำจนเด่นชัด เคราที่เคยจัดแต่งเป็นทรงก็ยาวไม่เป็นทรง เวลาเดือนกว่าไม่เจอหน้าลูกชายมันทำให้ลูกชายของนางเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้เชียวเหรอ“เป็นอะไรครับ จ้องแบบนี้ลูกก็เขินสิครับ”รักษ์เห็นว่าท่านทั้งสองเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่พูดไม่จา เขามาจากลำปางก็แวะเข้าไปเคลียร์งานสำคัญที่ออฟฟิศ พอเสร็จก็เลยขับรถตรงมาที่บ้านทันที ตั้งแต่ป่านทอไม่อยู่คอนโด ไม่มีหญิงสาว เขาก็ไม่สามารถก
“ผมคงโดนน้ำร้อนสาดเหมือนเดิมแน่ครับ” เขาบอกพลางยกแขนข้างที่โดนน้ำร้อนลวกจากมือของป่านทอให้นางดู ในชีวิตนี้รักษ์เคยยอมให้ใครทำร้ายที่ไหน แต่ที่ยอมตอนนี้เพราะเขารัก รักเธอ รักแม่สัตว์เลี้ยงของเขาไปเสียแล้วตอนนี้“อีกอย่างผมจะกลับกรุงเทพครับ ผมมีธุระต้องไปทำ ผมฝากป้าดูแลน้องป๊อบด้วยนะครับ”“ไม่ต้องห่วง แล้วพ่อหนุ่มจะกลับมาอีกไหม อย่าเพิ่งท้อนะ หนูป๊อบรักพ่อหนุ่ม ป้าดูออก เพียงแต่อะไรที่ทำให้เธอโกรธจนไม่ยอมให้อภัยเรา ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ป้าเชื่อว่าสักวันหนูป๊อบจะให้อภัยเรา” นางรับกล่องสีแดงกำมะหยี่เล็กๆ มาถือไว้ในมือแล้วมองรักษ์เดินจากไป ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งตาลอยอยู่ที่ม้าหินอ่อนในบ้านเฮ้อ!นางถอนหายใจ ก่อนจะกำกล่องกำมะหยี่สีแดงเดินเข้าไปในบ้าน แล้วก็ไปนั่งม้าหินอ่อนตัวที่ว่างแล้วส่งยื่นกล่องกำมะหยี่ในมือของตนให้ป่านทอเปิดดู“พ่อหนุ่มคนนั้นฝากมาให้”“เอาไปทิ้งเถอะค่ะป้าอนงค์” เธอปัดออกจากสายตาของตนแล้วหันไปมองทางหน้าบ้านเพื่อมองหาเขา แต่ก็ไร้เงา“เ
“แล้วคุณล่ะ กล้าดียังไงมาขายขนมจีบเมียผม” รักษ์กระแทกเสียงตอบกลับคำตอบของรักษ์ทำให้หัวใจปลัดหนุ่มเย็นวูบ เขาเสียใจ และนี่เขาอกหักอีกแล้วใช่ไหม“ถ้างั้นพ่อหนุ่มก็เป็นพ่อของลูกหนูป๊อบใช่ไหมจ๊ะ” ป้าอนงค์ลุกขึ้นเดินมาถามชายหนุ่ม“ลูก...น้องป๊อบท้อง?” รักษ์เลิกคิ้วถามหญิงวัยกลางคนอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“ใช่จ้ะ หนูป๊อบท้อง แต่ว่าตอนนี้...”“ไม่! ลูกผมกับป๊อบต้องไม่เป็นอะไร” เขาบอกปฏิเสธแล้วเดินไปปล่อยร่างอ่อนแรงของตนนั่งลงกับเก้าอี้ใกล้ๆ แล้วยกมือกุมขมับด้วยความเครียด“ป้าไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณกับหนูป๊อบถึงมีปัญหากัน เพราะตั้งแต่หนูป๊อบมาอยู่กับป้า เธอก็แอบร้องไห้บ่อยๆ ถึงเธอบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ป้าก็เห็นตลอดว่าหนูป๊อบร้องไห้” นางบอกแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมของตน ส่วนปลัดหนุ่มไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขาได้แต่บอกตัวเองให้ทำใจและเป็นห่วงป่านทอได้เพียงแค่น้องสาวเท่านั้นรักษ์นั่งเงียบกุมขมับร้องไห้ออกมาเงียบๆ แล้วภาพวันวานของเขาและป่านทอตอนอยู่ด้วยกันก็แทรกทับเข้ามาในหัว
“ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก พี่ยินดี พี่ไปทำงานก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับแกงไตปลานะครับ” “ขอบคุณเช่นกันค่ะ” หล่อนส่งยิ้มหวานให้ปลัดหนุ่มแล้วเดินเข้าไปในร้าน เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว พอจะนั่งลงก็ต้องลุกขึ้นมาอีก เมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้าน “สวัสดีค่ะ ต้องการเสื้อผ้าแบบไหนเลือกได้ตามสบายเลยนะคะ หรือจะให้แนะนำให้ก็ได้นะคะ” เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังของลูกค้าแล้วพูดคุยทักทายกับลูกค้าที่กำลังยืนมองเสื้อผ้าในร้าน “ผมต้องการเสื้อให้เมียน่ะครับ” น้ำเสียงห้วนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนาโดยไม่หันหน้ามาหาคนตัวเล็ก ป่านทอส่ายหน้าแรงๆ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มห้วนที่คุ้นเคย แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง คงไม่ใช่รักษ์หรอก เสียงอาจจะคล้ายกันก็ได้ และที่สำคัญนี่ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว เขาคงไม่ตามหาเธอหรอก “ไม่ทราบว่าภรรยาลูกค้าใส
เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งสองที่เดินจากไปแล้ว ตะลิงปลิงก็รีบลุกขึ้นกระโดดนอนบนเตียงทันที ความอึดอัดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว ตอนนี้หล่อนเหนื่อยอยากนอนพักสักหน่อย“อ่า! เมื่อยชะมัดเลย” ตะลิงปลิงไม่สนใจเลยว่าเจ้าบ่าวป้ายแดงของตนจะมองตนยังไง เพราะยังไงอีกไม่นา
“เออ ๆ กูก็พูดไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ ขอโทษด้วยก็แล้วกัน ส่วนเรื่องลูก กูไม่มีทางมีกับยัยเด็กนั่นเด็ดขาด ถ้าจะเอากัน กูจะป้องกันไม่ก็ให้ยัยนั่นกินยาคุม แต่ก็ดีเหมือนกันถือว่ามีที่ปล่อยน้ำแบบไม่ต้องจ่ายเงิน”มโนกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับสะบัดลวงร้อยให้ปล่อยตน ส่วนฝันดีก็เป็นอิสระแล้วเช่นกัน แต่ใบหน้าของฝ
“ยิ้มสิ ทุกคนรอเราอยู่นะ ถ่าย ๆ ไปเถอะ สร้างภาพน่ะเป็นไหม” มโนเอ่ย ก่อนจะหันไปยิ้มให้กล้อง และมันเป็นยิ้มที่เขายิ้มเต็มปาก เป็นยิ้มที่ไม่เสแสร้งและยิ้มของมโนก็ทำให้เพื่อนรักทั้งสี่ของเขาต้องหันมาสบตากันด้วยคำถาม“ดีมากจ้า...น่ารักมาก ๆ เลยลูก ๆ เพื่อนเจ้าบ่าวมาถ่ายกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้แล้วจ้ะ”เพ็ญ
วันแต่งงานเป็นวันที่หนุ่มสาวใฝ่ฝัน แต่งานแต่งงานใหญ่โตที่ถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงในตอนนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ได้มีความยินดีปรีดากับงานวิวาห์ครั้งนี้เลย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอรับแขกหน้างานระหว่างรอเจ้าสาวแต่งตัวเสร็จก็ได้แต่หน้าบึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวต้องเดินม







