로그인
“เอ้า! ชนแก้วเว้ย!" หนึ่งกลุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วบรั่นดีตกหน้าขึ้นมารอให้เพื่อน ๆ ยกขึ้นมาชนกับแก้วของตน
“ชนเหี้ยสิวะ! กูเครียดอยู่นะเว้ยไอ้ฝัน”
น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมา แสดงให้รู้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นกำลังอารมณ์ไม่ดี มือใหญ่ยกแก้วบรั่นดีเข้ม ๆ กระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว โดยไม่สนใจจะชนแก้วกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม เมื่อหมดแก้วก็คว้าขวดบรั่นดีตรงหน้าขึ้นมายกขวดให้หนำใจ
"เฮ้ย! พอก่อนไอ้โน มึงจะเครียดทำไมวะ ก็แค่แต่งงานเองเว้ย! คิดว่าเป็นกำไรชีวิตสิวะ”
ลวงร้อยแย่งขวดบรั่นดีในมือเพื่อนรักมาเก็บไว้ ขืนปล่อยให้ดื่มแบบนี้มีหวังเมาเละเหมือนหมาก่อนที่จะคุยกันรู้เรื่องแน่ ๆ เลยวันนี้ คนรึอุตส่าห์เปิดห้องเลี้ยงสละโสดให้ แทนที่จะสนุก แต่นี่อะไร มานั่งหน้าตึงเครียดอยู่ได้
“มึงไม่เข้าใจกูหรอกไอ้ลวง มึงก็รู้ว่ากูยังไม่อยากมีพันธะตอนนี้ แต่แม่ง! พันธะเสือกวิ่งมาหากู” มโนพูดออกมาด้วยความน้อยใจโชคชะตา ใบหน้าคมเข้มประดับหนวดเคราเสริมเสน่ห์จ้องมองบรรดาเพื่อนรักด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
ลวงร้อย เพ้อภพ ฝันดี และรักษ์หันมาสบตากัน ก่อนจะพูดออกมาพร้อมเพียงกัน
“เรื่องนี้พวกกูช่วยมึงไม่ได้จริง ๆ ว่ะ” ทั้งสี่คนประสานเสียงกันพูดออกมา
มโนเอนหลังพิงพนักโชฟาด้วยความอ่อนแรง เมื่อคิดว่าอีกสองวันก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานสายฟ้าแลบในครั้งนี้ แม้แต่หน้าของเจ้าสาวก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าสวยหรือขี้เหร่ จะสวยหรือขี้เหร่เขาก็ไม่มีวันให้หล่อนได้ใช้ชีวิตหลังแต่งงานอย่างมีความสุขหรอก เขาจะโรยหนาม ตะปูและเรือใบให้หล่อนเดินไม่ได้แล้วล่าถอยออกไปจากชีวิตของเขาเอง
"เฮ้อ!"
เพ้อภพถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างมโน แล้วยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนแรง ๆ
“เอาเถอะน่า...ไหน ๆ ก็จะมีเมียก็ฉลองกันเถอะ จะเครียดทำไมกะอีแค่แต่งงานก่อนเพื่อน ๆ เองไอ้โน” เหมือนจะปลอบแต่ทำไมคนฟังถึงรู้สึกว่าเพื่อนรักกำลังเยาะเย้ยอยู่ในที
“มึงเข้าใจกูจริงไหมวะไอ้เพ้อ”
มโนมองเพื่อนข้างตนที่มีสีหน้ายิ้มระรื่นไม่เหมือนกับคำที่พูดออกมาจากปากเลย ท่าทางกับคำพูดช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน แล้วสายตาคมก็เหลือบไปมองเพื่อน ๆ อีกสามคนและทุกคนก็เหมือนกำลังสนุกสนานบนความทุกข์ของเขา
มโนกับทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม จนตอนนี้อายุ 37 ปีแล้ว เป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยวเคล้านารีมาด้วยกันตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม แต่ตกมาปีนี้ปี 2560 เป็นปีที่เขาไม่คาดคิด ไม่คาดคิดว่า นายมโน เหลืองอร่ามทองคำส่องแสงระยิบระยับรุ่งเรืองพราวฟ้า หรือ โน วัย 37 ปี ทายาทรุ่นที่ 47 ของบริษัทเส้นใหญ่โภชนาการ ซึ่งธุรกิจของเขานั้นเป็นบริษัทแม่และมีโรงงานลูกผลิตพวกอาหารแห้ง โดยเฉพาะมาม่าเป็นอาหารยอดฮิตของคนไทยในปัจจุบัน
“ก็พวกกูเข้าใจมึงไงถึงได้เปิดห้องชุดหม้อรวมให้มึงส่งท้ายก่อนที่มึงจะมีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนไงวะเพื่อน”
"ฮ่า ๆ ๆ" เสียงหัวเราะตามมาเป็นพรวน
“เออ! ไอ้เพ้อพูดถูกหูกูดีว่ะวันนี้ เรียกเด็ก ๆ เข้ามาเลยไอ้ฝัน” รักษ์หัวเราะชอบใจพร้อมกับบอกสั่งเพื่อนรักให้โทร.เรียกเด็ก ๆ เข้ามาปลอบใจว่าที่เจ้าบ่าว
“สนุกดีกว่าไอ้โน มึงควรดีใจที่จะมีคนมาร่วมใช้นามสกุลลิเกของมึงนะเว้ย!" เพ้อภพเอ่ยบอก พร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตน
“แล้วมันไปหนักหัวมึงรึไงไอ้เพ้อ นามสกุลนี้ทวดกูเป็นคนไปต่อเติมให้ดูหรูหราขึ้นมาเว้ย! สาวเห็นสาวเป็นมอง สาวเจอเป็นต้องถอดผ้าเข้าหา แต่ตอนนี้กูเครียดเว้ย! กูจะกลับแล้ว เชิญพวกมึงสนุกกับชุดรวมไปเถอะ ระวังเถอะ ระวังพวกมึงจะติดโรค” พูดให้เพื่อนทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่ต่างจากเพื่อนของตนเลย ตอนนี้มโนไม่มีอารมณ์จะเที่ยวจะสนุกกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น เพราะเขาเครียดกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นอีกสองวันข้างหน้านี้
“กูนึกว่าลิเก” ฝันดีเอ่ยลอย ๆ
“เอ้า! ไอ้ห่านี้ พวกกูอุตส่าห์จัดแจ่ม ๆ มาให้มึงเลยนะเว้ย” ลวงร้อยเห็นเพื่อนลุกขึ้นเตรียมท่าจะกลับ
“เอาไปต้มยำกินที่บ้านพวกมึงเถอะ กูเครียดเว้ย!" ว่าแล้วมโนก็เดินตรงไปยังประตูห้องกระชากเปิดออกทันที
ปัง!
เสียงประตูห้องที่มโนกระแทกปิดดังลั่นทำให้สี่หนุ่มที่เหลือมองหน้ากันแล้วหัวเราะเพื่อนรัก
“พวกมึงว่าเจ้าสาวไอ้โนจะเป็นผู้หญิงแบบไหนวะ” รักษ์เอ่ยถามเพื่อน
“แบบไหนกูไม่รู้ กูรู้แต่ว่าตอนนี้กูหิวนมว่ะ!" เพ้อภพเอ่ยพลางมองไปยังประตูที่ตอนนี้มีสาวอกตูมกำลังเรียงรายกันเข้ามาในห้อง
“นั่นสิวะ รอดูวันแต่งงานดีกว่า ตอนนี้ต้มยำน้ำข้นกันดีกว่าว่ะ” ฝันดีเอ่ยขึ้นบ้าง แล้วลูกเดินไปโอบกอดสาว ๆ มานั่งกับตน
“คนโง่! พายุเข้ายังจะมาอยู่ตรงนี้อีก ทำไมไม่กลับบ้าน ทำไมต้องมาทรมานตัวเองตรงนี้ด้วยคะ” เธอต่อว่าชายหนุ่มทั้งน้ำตาแล้วย่อตัวลงโอบกอดคนตัวโตจนร่มในมือปลิวไปกับลมพายุฮือๆๆ เสียงสะอื้นไห้ของป่านทอดังแข่งกับเสียงฝนเสียงฟ้า รักษ์โอบกอดร่างเล็กตอบแล้วรัดดึงเข้ามาซุกอกตัวเองแนบแน่น เขาพรมจูบกระหม่อมบางแล้วผลักออกมาพรมจูบใบหน้าสวยเปื้อนน้ำตาและน้ำฝนของเธอ ตอนนี้ทั้งสองคงลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางพายุเปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!เสียงฟ้ายังคงร้องลั่นก้องฟ้า และฝนก็ยังคงกระหน่ำตก แต่สองคนที่โอบกอดกันท่ามกลางสายฝนกระหน่ำหาได้แคร์ไม่ ทั้งสองโอบกอดแลกจูบกันดูดดื่มจนแทบจะกลืนกินเป็นร่างเดียวกัน“ให้พี่ได้รักป๊อบนะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าแล้วก็รั้งใบหน้าสวยของคนตรงหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับจูบอ่อนโยนตรงปลายจมูกสวย“อือ! อึก!” หล่อนตอบได้เพียงแค่พยักหน้า แล้วรักษ์ก็ช้อนอุ้มร่างน้อยของยอดรักเดินเข้าไปในบ้านด้วยร่างที่เปียกโชกของตนและหญิงสาว พอเดินเข้ามาในบ้านป่านทอก็ชี้มองไปยังชั้นสองห้องพักของตน
“ครับ แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมขอพูดสักประโยคเถอะ” พันแสงอยากพูดให้ป่านทอได้ขบคิดก่อนที่เขาจะกลับ“ว่ามาสิคะ” เธอหยุดรอฟัง“คุณรักน้องชายผมบ้างไหม ถ้าไม่รักก็บอกเขาไปตรงๆ ไม่ใช่ทำเฉยเมยเย็นชาใส่มันแบบนี้ บอกให้มันตัดใจจากคุณซะ บอกมันไปเลยว่าคุณไม่ต้องการมัน ไม่ใช่ทำแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถ้าคิดว่าน้องชายของผมมันเลวไม่คู่ควรกับโอกาสและคำว่าให้อภัยของคุณก็ควรทำอะไรให้ชัดเจนและเคลียร์ไปเลย ต่างคนจะได้เจ็บน้อยลงและจะได้ไปใช้ชีวิตตามที่ตนเองวางไว้ ไม่ใช่มากอดความหวังลมๆ แล้งๆ เหมือนตอนนี้ คุณรู้ไหมว่าน้องชายผมมันรักคุณมากแค่ไหน ถ้าคุณคิดว่าการที่ผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างรักยอมทำอะไรแบบนี้เพียงเพื่อจะเอาชนะ คุณคิดผิดแล้วคุณป๊อบ น้องชายผมมันรักคุณ” พูดจบก็เดินจากไปทิ้งให้ป่านทอน้ำตาคลอแล้วปล่อยเสียงสะอื้นไห้น้อยๆ ออกมาเมื่อพันแสงเดินไปไกลแล้ว ป้าอนงค์เดินออกมาจากร้านมาโอบกอดปลอบประโลมหล่อนและประคองเข้าไปในร้าน“พ่อหนุ่มคนนั้นพูดถูกนะหนูป๊อบ หากเขาไม่รัก เขาคงไม่มาให้เราสาดน้ำร้อนใส่ ไม่ให้เราไล่เอาไม้ฟาดตีจนหัวร้างข้างแตกแบบน
ปลัดภิวัฒน์ขอตัวกลับบ้าน เพราะนี่ก็บ่ายโมงแล้ว เขามาที่นี่ตั้งแต่เช้า มาเป็นเพื่อนคุย มาอยู่ช่วยงานที่ร้านของป้าอนงค์ตั้งแต่เช้า ตอนนี้คงถึงเวลาต้องกลับบ้านไปเคลียร์งานเอกสารที่รออยู่ที่บ้าน แม้วันนี้เป็นวันเสาร์วันหยุด เขาก็ยังมีงานที่ยังค้างมาจากวันศุกร์อยู่จึงเอามาทำที่บ้านด้วย “พี่กลับก่อนนะน้องป๊อบ” “ขอบคุณนะคะคุณปลัดที่มาคุยเป็นเพื่อนป๊อบ”หล่อนบอกยิ้มๆ ทั้งๆ ที่ข้างในไม่ได้ยิ้มอย่างที่แสดงออกมา สายตาของเธอสอดส่องมองหาใครบางคนตลอดเวลา แม้ว่าจะพูดคุยหัวเราะกับปลัดหนุ่ม แต่สามวันแล้วที่รักษ์หายเงียบไป เหมือนครั้งก่อนที่เขาหายไปเป็นอาทิตย์ หายไปจนเธอคิดว่าเขาท้อใจไม่กลับมาแล้ว พอเขากลับมาเธอก็ดีใจ ดีใจจริงๆ แต่ก็ยังให้อภัยไม่ได้ เพราะเขา...เขาเป็นคนทำให้ลูกของเธอต้องจากไป“พี่ยินดีครับ”“ขับรถดีๆ นะคะ”“ขอบคุณครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มาใหม่นะครับ”“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ พร
“ไอ้โน มึงอย่าใส่อารมณ์สิ เรื่องนี้ถ้าถามหาคนผิดแต่แรกก็เป็นเพื่อนของเราไม่ใช่น้องป๊อบ เธอเป็นเหยื่อที่เพื่อนเราจับมากักขังทำร้ายจิตใจ แล้วถ้ามึงอยู่ในสถานะเดียวกับเธอ มึงคงทำไม่ต่างจากเธอตอนนี้หรอก หรือไม่ก็อาจจะมากกว่าที่เธอทำอยู่ตอนนี้ก็ได้” ฝันดีบอกมโนให้ใจเย็น มโนไม่ควรจะโกรธหรือเกลียดป่านทอ เพราะคนที่ผิดคือเพื่อนของพวกเขา “เออๆ กูรู้ แต่กูเป็นห่วงไอ้รักมัน มึงดูสภาพมันตอนนี้สิ เธอทำกับไอ้รักเกินไปแล้ว สาดน้ำร้อนใส่ แล้วยังเอาไม้ไล่ฟาดตีอีก กู...” มโนสุดคำจะเอ่ยออกมา เพราะทุกครั้งที่รักษ์ไปหาป่านทอมักบาดเจ็บกลับมาเสมอ “ไปพักผ่อนเถอะไอ้รัก พวกกูอยู่ข้างมึงเสมอ จะช่วยมึงทุกเรื่อง” เพ้อภพบอก “ขอบใจพวกมึงนะเว้ย! พรุ่งนี้กูจะเริ่มไปนอนเฝ้าน้องป๊อบที่หน้าบ้าน จะไปอยู่จนเธอจะเห็นใจ ให้อภัย และให้โอกาส หรือไม่ก็จนกูตาย” เขาบอกเสียงเหนื่อยๆ แฝงไปด้วยความเศร้า ก่อนจะลุกเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่
“นั่นสิลูก พ่อทัศเขาพูดถูก” ตวงพรจับหน้าของลูกชายให้นิ่งแล้วจ้องตาของลูกชายอย่างค้นหาคำตอบและสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงตาคมอมเศร้าของรักษ์ รักษ์หลบตาพร้อมจับมือของผู้เป็นแม่มากุมไว้ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเสร้า เขาไม่อยากปิดบังพวกท่าน แต่เขาก็บอกไม่ได้ในตอนนี้ บอกยังไม่ได้ว่าตัวเขานั้นกำลังตรอมใจเพราะความรัก “พ่อกับแม่ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ถ้าให้เดาเป็นเรื่องหัวใจรึเปล่าตารัก พ่อเป็นผู้ชายพ่อมองออก ผู้ชายเรามันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้เปลี่ยนไป และลูกกำลังตรอมใจ สายตาและแววตาของลูกมันฟ้อง” ทัศเทพเอ่ยอย่างคนที่เคยผ่านน้ำร้อนมาก่อน “รักยังไม่พร้อม ขอเวลาก่อนนะครับพ่อทัศ แม่ตวง รักขอจัดการเอง” เขาบอกผู้เป็นแม่ “แล้วนี่ลูกทานข้าวมารึยังลูก” นางถามอย่างเป็นห่วง ยิ่งรักษ์ผอมซูบนางยิ่งทุกข์ใจ
“ใจเย็นๆ คุณตวง คุณก็รู้ลูกเราใช่เล่นที่ไหน”“ก็เพราะรู้ยังไงคะ กลัวว่าจะไม่มีใครรัก ไม่มีใครเอาไปทำพันธุ์” นางตอบสามีเสียงดัง“บ่นอะไรถึงลูกอยู่รึเปล่าครับ”ทัศเทพยังไม่ทันได้ตอบภรรยาก็มีเสียงลูกชายตัวดีแทรกขึ้นมาก่อน พอบ่นถึงก็มาทันที รู้อย่างงี้พูดถึงนานแล้ว พอมาถึงก็เดินมานั่งลงโซฟาตรงข้ามตนและภรรยา ทัศเทพจึงลุกขึ้นจากหนุนตักตวงพรเป็นนั่งพิงพนักโซฟา ภาพของลูกชายที่เคยเห็นสง่างามตอนนี้มันกลับตรงกันข้ามตวงพรยกมือทาบอกปิดปากตัวเองเมื่อเห็นร่างกายที่ซูบผอมของลูกชาย แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น ใบหน้าตอบจนเห็นกระดูกของโหนก ขอบตาหมองคล้ำจนเด่นชัด เคราที่เคยจัดแต่งเป็นทรงก็ยาวไม่เป็นทรง เวลาเดือนกว่าไม่เจอหน้าลูกชายมันทำให้ลูกชายของนางเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้เชียวเหรอ“เป็นอะไรครับ จ้องแบบนี้ลูกก็เขินสิครับ”รักษ์เห็นว่าท่านทั้งสองเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่พูดไม่จา เขามาจากลำปางก็แวะเข้าไปเคลียร์งานสำคัญที่ออฟฟิศ พอเสร็จก็เลยขับรถตรงมาที่บ้านทันที ตั้งแต่ป่านทอไม่อยู่คอนโด ไม่มีหญิงสาว เขาก็ไม่สามารถก
เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งสองที่เดินจากไปแล้ว ตะลิงปลิงก็รีบลุกขึ้นกระโดดนอนบนเตียงทันที ความอึดอัดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว ตอนนี้หล่อนเหนื่อยอยากนอนพักสักหน่อย“อ่า! เมื่อยชะมัดเลย” ตะลิงปลิงไม่สนใจเลยว่าเจ้าบ่าวป้ายแดงของตนจะมองตนยังไง เพราะยังไงอีกไม่นา
“ต่ำ!" หล่อนต่อว่าคนตัวโตหยาบกระด้างด้วยความแค้นชัง แม้ว่าในใจลึก ๆ จะไม่ได้คิดอย่างที่แสดงออกมาก็ตามที“หึ ต่ำไม่ต่ำหนูแสบไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพี่ เพราะพี่รู้ตัวพี่ดีว่าตัวเองนั้นวิเศษแค่ไหน อย่าบังอาจใช้คำพูดต่ำทรามเหยียดหยามพี่แบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”“อ๊ะ! เจ็บ
“ไม่ใช่ของพี่ ของหนูแสบเหรอ” มโนถามพลางสำรวจสายตามองหา แต่ก็ไม่เห็น จนเลื่อนต่ำมายังเอวเล็กถึงเห็นแสงไฟของเครื่องมือสื่อสารกระพริบ“อ่า! อยู่นี่เอง” มโนถือวิสาสะดึงเอาโทรศัพท์ของตะลิงปลิงออกจากหัวกางเกงซับในมากดรับแทน พร้อมจะกรอกเสียงทุ้มไปตามสาย ทันทีที่นำมาแนบหู ป
“ฮึ! ตอนแรกก็คิดว่าจะอาบน้ำแล้วไปเอากับอีหนูข้างนอก แต่คิดไปคิดมาแล้วนอนเอาเมียที่ห้องดีกว่าว่าไหม เงินก็ไม่เสีย ถุงยางก็ไม่ต้องเปลือง” มือใหญ่ขยำเต้าอวบอวบกระชากบรากาวออก"ว้าย!" มือเล็กรีบยกขึ้นมาปกปิดหน้าอกหน้าใจของตนเองทันที “แกไอ้เลว!"“เลวก็แต่งมาเป็นผั







