Se connecterธนพลตื่นแต่เช้ามาดักรอลูกสาวคนดีของตน เมื่อคืนวานก็นั่งรอจนถึงเที่ยงคืน จะแต่งงานอีกวันสองวันอยู่แล้วตะปลิงลิงปลิงก็ยังออกไปเที่ยวเล่นแทบทุกวัน ไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาคิดอะไรอยู่ตอนนี้ แต่ที่แน่ ๆ วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง และตอนนี้เจ้าตัวก็เดินมาโน่นแล้ว
“สวัสดีตอนเช้าค่ะพ่อพล” ตะลิงปลิงเดินเข้ามาหาผู้เป็นพ่อที่หนังหน้าตึงอยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมยกมือไหว้สวัสดีเหมือนที่ทำเป็นประจำ
“ไงลูก พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักทีนะหนูแสบ” ธนพลเอ่ยพลางมองหน้าลูกสาวที่เพิ่งหย่อนก้นนั่งโซฟาตรงข้ามกับตน
“เรื่องอะไรดีคะพ่อที่เราต้องคุยกัน” หล่อนเอนกายพิงพนักโซฟา พลางเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์เช้านี้ขึ้นมาอ่านดูข่าว
“เรื่องแต่งงานยังไงล่ะลูก ทำไม...”
“แสบบอกว่าแต่งก็คือแต่งไงคะพ่อพล แต่ไม่รับปากว่าจะเป็นเมียที่ดีของผู้ชายคนนั้นได้หรอกนะคะ” พูดแทรกคำของผู้เป็นพ่อพร้อมวางหนังสือพิมพ์ในมือลงเหมือนเดิม
“หนูแสบลูก ลูกก็รู้ว่าพ่อรักและเป็นห่วงเราที่สุด พ่ออยากให้ลูกมีผู้ชายดี ๆ ดูแล หากว่าวันใดวันหนึ่งไม่มีพ่อพลคนนี้อยู่ด้วยแล้ว”
ธนพลเอ่ยเสียงเศร้า ธนพลเป็นพ่อหม้ายลูกติดภรรยาเสียตั้งแต่คลอดตะลิงปลิงได้ไม่ถึงสิบนาทีแม่ของเธอก็จากเขากับเธอไป และหลังจากนั้นธนพลก็เลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวมาตลอด โดยไม่คิดจะมีภรรยาใหม่มาให้ลูกสาวน้อยใจ
เจ้าของห้างทองคู่แท้ทำไมจะไม่รู้ว่าตะลิงปลิงนั้นไม่เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อเขาอยากให้ลูกสาวมีผู้ชายดี ๆ อย่างมโนดูแล อีกอย่างเป็นสิ่งที่ภรรยาผู้ลาลับโลกไปขอไว้ก่อนจะสิ้นใจไป ฉะนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ธนพลจะทำเพื่อภรรยาและลูกที่รักได้ หากลูกสาวคนเดียวมีคนที่ดูแลเขาจะได้เบาใจ
“พ่อคะ ทำไมพ่อถึงคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะดีกับลูกด้วยคะ อีกอย่างพ่อก็ดูแสบสิคะ จะให้แสบไปเป็นเมียที่ดีของใครไม่ได้หรอกนะคะ แต่ที่แสบยอมแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนแม่ก็เพราะว่าพ่อบอกว่ามันเป็นสิ่งที่แม่ขอร้องก่อนที่แม่จะจากพวกเราไป พ่อก็รู้ว่าผู้หญิงติดเที่ยวอย่างหนูยากที่จะมีผู้ชายมารักและอยากดูแล”
หล่อนเอ่ย เพราะมันคือความจริง ผู้ชายที่ไหนอยากได้คู่ชีวิตแบบหล่อนกันละ ไหนจะแม่ของลูกอีก ผู้ชายทุกคนอยากมีแม่ของลูกน่ารักอ่อนหวานทั้งนั้น แต่สำหรับตะลิงปลิง เชิดศักดิ์ หรือแสบ วัย 24 ปี คนนี้มันไม่ใช่ แม้ว่ารูปร่างภายนอกของหล่อนจะดีเป็นที่ดึงดูดพวกผู้ชายก็ตาม แต่พอได้มารู้จักและสัมผัสถึงตัวตนของเธอแล้วทุกคนก็ขยาดกลัว เพราะแบบนี้ไง หล่อนถึงไม่มีใครกล้ามาจีบ และไม่มีแฟนทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่น้อยหน้าใคร
“หนูแสบของพ่อน่ารัก พ่อเชื่อว่าโนจะชอบและรักลูกสาวพ่อในสักวัน พี่เขาเป็นคนดี”
“ผู้ชายที่พ่อบอกน่ะเหรอคะดี ดีแตกน่ะสิไม่ว่า ปากร้ายยิ่งกว่าผู้หญิง ผู้ชายแบบนั้นให้ตายยังไงลูกก็ไม่มีวันรักลงได้หรอกค่ะ” ตะลิงปลิงเอ่ยพลางนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็ก ๆ ตอนที่พ่อพาไปทานข้าวบ้านของคุณป้าเพ็ญศรี จำได้ดีไม่มีวันลืมเลยแหละว่าครั้งแรกที่เจอกันผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับตนบ้าง
“นั่นมันตอนหนูแสบของพ่อเด็ก ตอนนี้หนูแสบของพ่อสวยปานนางฟ้าขนาดนี้มีหรือพี่เขาจะรังเกียจเรา”
“ไม่เอา แสบไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดไปงานแต่งงานก็ไม่มีวันถูกยกเลิกอยู่ดี”
“หนูแสบไม่พูดให้พ่อห่วงสิลูก”
“ก็มันจริงไม่ใช่เหรอคะ แสบไม่อยากเอาอิสระทั้งหมดของแสบมาผูกติดกับผู้ชายปากร้ายคนนั้น แต่คุณพ่อกับคุณป้าก็บังคับแสบ”
“ไม่พูดแล้วหนูแสบ ตอนนี้ป้าพิมพ์คงตั้งโต๊ะอาหารเสร็จแล้วแหละ” เอ่ยพลางก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตน แล้วลุกขึ้นยืนยื่นมือส่งให้ลูกสาวจับลุกขึ้น
แล้วสองพ่อลูกก็เดินไปยังห้องรับประทานอาหารด้วยกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ซึ่งแตกต่างจากตอนพูดคุยกันก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
“กูด้วย พรุ่งนี้ก็จะกลับไปแล้วนะเว้ย” เพ้อภพบอก เพราะมาหลายวันแล้วคิดถึงคนรอที่บ้าน“กูก็ด้วย คิดถึงหนูพีร์” ฝันดีก็เช่นกัน คิดถึงยอดยาใจไม่ต่างจากเพ้อภพ“อือ! แล้วแต่พวกมึงเถอะ เข้าใจมีลูกมีเมียต้องดูแล” รักษ์เข้าใจดีว่าเพื่อนๆ นั้นรักภรรยามากแค่ไหน“พอเถอะไอ้รัก หยุดดื่มได้แล้ว เดี๋ยวก็ขับรถกลับบ้านไม่ไหวหรอก” มโนคว้าแก้วเหล้าในมือรักษ์มาถือไว้เอง“กลับกันเถอะ ไอ้ฝัน ไอ้เพ้อจะกลับพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ งั้นก็กลับกันเถอะ” พูดจบรักษ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ก็เซเล็กน้อยทำให้มโนรีบลุกขึ้นยืนพยุงเพื่อน“นี่ไง กูบอกแล้วอย่าดื่มเยอะ วันนี้กูขับรถไปส่งเอง ส่วนมึงไอ้ฝัน ไอ้เพ้อขับรถดีๆ ล่ะ กูไปส่งไอ้เวรนี่ก่อน” ว่าแล้วก็ดึงลากรักษ์เดินออกจากห้องไป แล้วฝันดีกับเพ้อภพก็เดินตามออกไปติดๆ เพื่อไปจ่ายตังค์ เพราะมโนกับรักษ์ได้เดินออกไปจากร้านเรียบร้อยแล้ว หน้าที่จ่ายตังค์วันนี้จึงเป็นหน้าที่ของฝันดีกับเพ้อภพพันแสงมาบ้านของคุณน้าตัวเองแต่เช้า เขาแวะเอาแกง
“ไอ้รัก มึงก็รู้ว่าทำไมพวกกูถึงมาที่นี่และรวมตัวกัน มึงก็รู้ว่าเพราอะไร มึงด้วยไอ้ลวง เพียงแค่เวลาไม่นานพวกมึงตัดขาดความเป็นเพื่อนกันได้ลงคอเหรอวะ คิดถึงตอนที่พวกมึงอยู่ด้วยกัน สนุกด้วยกันสิ มีสุขร่วมเสพมีเซ็กซ์ก็ร่วมกันมัน มึงคิดสิวะ” ฝันดีเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปมองลวงร้อยที่นั่งอีกมุมเอาแต่ดื่มไม่ยอมพูดจาอะไรสักคำ รักษ์กระแทกแก้วบรั่นดีในมือลงบน ก่อนจะมองไปยังลวงร้อยที่นั่งนิ่งเงียบดื่มเงียบๆ อีกมุม ยิ่งมองหน้าของลวงร้อยที่ไร้ความรู้สึกผิดและไร้สำนึก เขายิ่งเจ็บใจและแค้นเคือง เขารักลวงร้อย รักเพื่อนทุกคน เพราะรักมากและไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะทำกับน้องสาวของตนได้ ไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ โดนยิงแค่นั้นมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เพื่อนทำกับน้องสาวของเขาเลย “สำหรับกู ไอ้รักยังคงเป็นเพื่อนเสมอ” ลวงร้อยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เขาวางแก้วเหล้าเข้มๆ ในมือลงแล้วลุกขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกจากห้องไป “แล้วมึงล่ะไอ้รัก มึงคิดยังไง&rdq
จากอาทิตย์เป็นเดือน จากหนึ่งเดือนเป็นสองเดือน ตอนนี้หล่อนมาอยู่ที่นี่จนเริ่มรู้สึกชินกับทุกๆ วันแล้ว รักษ์ทำงานกลับมาแล้วก็มอบบทรักหนักหน่วงให้เธอ ข้อมือเล็กก็มีโซ่รัดไว้เหมือนเดิมเหมือนเช่นวันแรก ความสัมพันธ์เหมือนจะไปได้ดี แต่เขามักย้ำให้เธอรู้ตัวเสมอว่าเธออยู่ในสถานะอะไร วันนี้หล่อนไม่รู้ว่ารักษ์ไปไหน ไม่กล้าถาม จะโทรหาก็ไม่กล้า และตอนนี้เลขาส่วนตัวของเขาก็มาอยู่เฝ้าและดูแลเธอ ป่านทออยากรู้ว่าเขาไปไหน แต่ก็ได้แต่เจียมตัว เหนือน่านมองคนตัวเล็กที่นั่งชันเข่าหน้าเศร้าบนเตียงนอนก็อดถอนหายใจแรงๆ ออกมาด้วยความสงสารไม่ได้ ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! เสียงโทรศัพท์ของเหนือน่านสั่นเตือนขึ้น เขาก็รีบล้วงจากกระเป๋ากางเกงออกมาดูว่าใครโทรมา พอเห็นว่าเป็นเจ้านายก็รีบกดรับสาย “ครับคุณรัก” ด้านป่านทอเมื่อได้ยินเหนื
หลังจากทานข้าวอิ่มเขาก็มานั่งเหยียดขายาวบนโซฟาเอนหลังพิงขอบโซฟาด้วยท่าทางสบายและแน่นหน้าท้อง ก็วันนี้เขาทานข้าวเยอะกว่าทุกวันเลยก็ว่าได้ อาหารทุกอย่างเขากวาดเรียบไม่เหลือแม้แต่คราบ ก็ของมันอร่อยจนเสียดายหากต้องทิ้ง มือใหญ่เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหน้ามาเปิดดู เพื่อฆ่าเวลารอป่านทอเก็บโต๊ะอาหารล้างถ้วยชามเก็บกวาดห้อง วันทั้งวันเขาตัดขาดจากโลกออนไลน์ ตัดขาดจากโลกโซเชียล พอเปิดเน็ตโทรศัพท์ก็เห็นข้อความไลน์ที่เด้งติดต่อกันไม่หยุดจนเครื่องเขาแทบค้าง ไม่รู้เพื่อนๆ คุยอะไรกันนักกันหนาถึงได้เยอะขนาดนี้ พอเปิดเข้าไปดูและไล่อ่านจากล่างขึ้นบนก็เห็นรูปต้นเรื่องทันที “ไอ้ลวง! ไอ้เพื่อนชั่ว!” ว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก แล้วก็กดพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์กลุ่ม พอเพื่อนๆ ตอบกลับมาเขาก็ยิ้มขำ ภาพของเขาขณะเล่นโทรศัพท์ที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหน้าตึงนั้นทำให้ป่านทอที่แอบมองบ่อยๆ อดยิ้มตามไม่ได้ นั่นแหละคือภาพที่หล่อนชอบ ชอบที่ได
“ขอบคุณนะคะ จุ๊บ!” เธอขอบคุณแล้วยื่นจมูกน้อยไปหอมคางสากอย่างเคอะเขิน ‘ไอ้รัก มึงตายแน่...ใจบางหมดแล้วเว้ย! ทำไมต้องอ้อนกันขนาดนี้ด้วยป๊อบจ๋า...’ เขาโอดครวญในใจแล้วยกมือขึ้นทาบอกซ้ายของตนเพื่อไม่ให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ แต่มันไม่ทันแล้ว มันเต้นดังจนหญิงสาวที่เกาะแขนได้ยินแล้วอมยิ้มน้อยๆ ตาม ใบหน้าสวยของเธอซับสีแดงระเรื่อจนน่ามันเขี้ยว “รางวัลด้วยนะคืนนี้” เขาบอกคนตัวเล็ก “รางวัลยังไงคะ” หล่อนถามตาซื่อ ทั้งๆ ที่รู้ความหมายของบุรุษดี หึหึ “ไปกันเถอะ หิวไม่ใช่เหรอ ไปซื้อของมาทำกินกันดีกว่า พี่อยากกินข้าวฝีมือน้องป๊อบ”เขาบอกแต่ก็ยังทำท่าทางนิ่งขรึมแกะมือเล็กที่เกาะแขนตัวเองออก หากยังเกาะแบบนี้เต้าของหล่อนก็เบียดสีไม่หยุด เพราะเวลาป่านทอขยับตัว
“ยังไงคะพี่รัก ป๊อบไม่เข้าใจ ทำไมต้องยิ้มให้ แล้ว...” “ยิ้มเถอะน่า...ยิ้มให้แบบที่ยิ้มให้พี่พัน แล้วก็ห้ามยิ้มแบบนั้นให้ผู้ชายหน้าไหนอีก ยิ้มของป๊อบเป็นของพี่ และป๊อบก็เป็นของพี่ ป๊อบเป็นลูกแมวน้อยที่พี่เลี้ยงไว้ อย่าคิดไปยิ้มหวานทอดสะพานให้ผู้ชายหน้าไหนอีก แม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็นญาติพี่น้องพี่ก็ตาม” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วคลายแรงกอดที่รัดเอวเล็กออกให้หลวม เพื่อที่หญิงสาวจะได้ขยับเคลื่อนตัวได้สะดวก ‘สัตว์เลี้ยง’ คำคำนี้มันช่างกระแทกหัวใจของหล่อนเสียจริง ป่านทอกัดเม้มปากตัวเองแน่นกลืนความเจ็บปวดไว้ในใจ ก่อนจะฝืนยิ้มให้คนตัวโตตามที่เขาต้องการ แต่ยิ้มที่ส่งไปให้รักษ์มันเป็นยิ้มที่ฝืนทน เป็นยิ้มแข็งๆ หาได้ยิ้มจากหัวใจจริงๆ ของหล่อนเหมือนตอนที่ยิ้มให้ทุกคนที่เธอเจอไม่ “ยิ้มให้พี่มันลำบากมากนักเหรอถึงยิ้มให้ไม่ได้ ถ้ามันฝืนนักก็ไม่ต้องยิ้ม” เขาบอกอย่างตัดพ้อ แล้วก็คลายกอดที
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ อะ! อุ๊บ!" ปากหนาฉกลงมาอีกครั้งเมื่อเจ้าหล่อนร้องให้ตนปล่อย เรื่องอะไรจะปล่อย ชนิดาเป็นของเขาแล้วก็ต้องเป็น หากเขาไม่ปล่อยอย่าคิดมาขอร้องในสิ่งที่เขาให้ไม่ได้มือเล็กดุนดันคนฉวยโอกาสออกห่างแต่ก็พ่ายแพ้เมื่อมือท่อนแขนแข็งแรงโอบกอดรวบรัดหล่อนไว้แน่น บังคับใบหน้าหล่อนให้แหงนเงยขึ้นรั
“โอว์! เสียวแรงเหลือเกินดา อูว์! มันมากที่รัก ผมเพิ่งเคยมีอะไรกับผู้หญิงพรหมจรรย์ครั้งแรก เพิ่งรู้ว่ามันวิเศษและตอดรัดเสียวแบบนี้นี่เอง อ่า! ผมชอบคุณเหลือเกินที่รัก ซี้ดด โอว์! เย้!"ยิ่งได้ฟังคำพูดน่ารังเกียจของชายหนุ่มหล่อนก็ยิ่งแค้น ตอนนี้น้ำตาของหล่อนแห้งเหือดไปเอง สองมือเล็กกำแน่นข้างลำตัวค่อย
“ต่ำ!" หล่อนต่อว่าคนตัวโตหยาบกระด้างด้วยความแค้นชัง แม้ว่าในใจลึก ๆ จะไม่ได้คิดอย่างที่แสดงออกมาก็ตามที“หึ ต่ำไม่ต่ำหนูแสบไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพี่ เพราะพี่รู้ตัวพี่ดีว่าตัวเองนั้นวิเศษแค่ไหน อย่าบังอาจใช้คำพูดต่ำทรามเหยียดหยามพี่แบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”“อ๊ะ! เจ็บ
“ไม่ใช่ของพี่ ของหนูแสบเหรอ” มโนถามพลางสำรวจสายตามองหา แต่ก็ไม่เห็น จนเลื่อนต่ำมายังเอวเล็กถึงเห็นแสงไฟของเครื่องมือสื่อสารกระพริบ“อ่า! อยู่นี่เอง” มโนถือวิสาสะดึงเอาโทรศัพท์ของตะลิงปลิงออกจากหัวกางเกงซับในมากดรับแทน พร้อมจะกรอกเสียงทุ้มไปตามสาย ทันทีที่นำมาแนบหู ป







