Masuk‘จะสู้ก็ไม่สู้จะถอยก็ไม่ถอยจะเอายังไงแน่เนี่ย’ ณิชาคิดอย่างหัวเสียในใจ ไม่ใช่เธอคนเดียวที่คิดแบบนั้น น้องชายและลูกน้องของเขาก็คิดเช่นเดียวกับณิชาไม่มีผิดเพี้ยน การต่อสู้ครั้งนี้ไม่เหมือนการต่อสู้เอาเสียเลยคล้ายเด็กวิ่งเล่นไล่จับ
“พี่ใหญ่เขาทำอะไรของเขาพี่แดน จะสู้ก็ไม่สู้วิ่งเล่นเป็นเด็กไปได้” รัฐศาสตร์พูดกับดินแดนที่ยืนมองทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ดินแดนอยู่กับรัฐกฤตญ์มานานย่อมรู้ดีว่าเจ้านายกำลังทำอะไรอยู่ รัฐกฤตญ์กำลังหลอกล่อให้ณิชาหลงกลต่างหาก
“ทำไมไม่สู้ซักทีล่ะ เอาแต่วิ่งไปวิ่งมาอยู่ได้” ณิชาพูดอย่างหัวเสีย
“ก็สู้อยู่นี่ไง” รัฐกฤตญ์ตอบหน้าตาย ก่อนจะวิ่งไปรอบๆ ตัวของเธอ
“สู้บ้าสู้บออะไรแบบนี้” ณิชาพูดพร้อมกับหมุนตัวตามร่างของเขา ที่วิ่งวนรอบตัวเธอ จนณิชาเริ่มรู้สึกเวียนหัวและตาลาย
“ก็สู้แบบนี้ไง” ไม่ทันที่ณิชาตั้งตัวร่างของรัฐกฤตญ์เข้ามาทางด้านหลังร่างสาว ลำแขนหนากำยำโอบรัดร่างของณิชาทางด้านหลัง ออกแรงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับเขา จนแผ่นหลังของสตรีร่างสวยแนบสนิทกับอกแกร่งแข็งแรงด้วยมัดกล้ามของฝ่ายชาย ณิชาพยายามดิ้นรนออกจากลำแขนอันทรงพลังนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จและยิ่งสิ่งที่เขาทำต่อไปนี้ มันยิ่งทำให้คนในอ้อมแขนถึงกับตกใจมากขึ้นไปอีก รัฐกฤตญ์ก้มใบหน้าฝังจมูกลงที่แก้มนวลของณิชาทั้งซ้ายขวาข้างละสองครั้ง
“ปล่อยนะไอ้บ้า ขี้โกงนี่หว่า ปล่อยสิวะ” ณิชาร้องตะโกนออกมาด้วยความโกรธระคนเขินอายที่โดนผู้ชายแปลกหน้าสวมกอดและหอมแก้ม
“ไม่ปล่อย มีอะไรไหม” รัฐกฤตญ์ตอบกระซิบที่ข้างหูของณิชา มองดูใบหน้าที่เนียนใสกลับแดงระเรื่อไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือว่าความเขินอาย แต่นั่นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกใจเต้น พอใจกับภาพที่เห็น
“มีแน่...นี่ไง” ณิชาเอนศีรษะไปข้างหน้าแล้วโยกกลับไปทางด้านหลังทำให้ศีรษะทางด้านหลังของเธอกระแทกโดนกึ่งจมูกกึ่งปากของเขาเต็มแรง
“โอ๊ย!!!” เสียงร้องเจ็บของรัฐกฤตญ์ดังพอที่จะให้ทุกคนในที่นั้นได้ยินต่างจะวิ่งเข้ามาช่วยเจ้านายของตน ทว่าดินแดนห้ามไว้เสียก่อน เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้รัฐกฤตญ์ไม่ประสงค์ให้ใครมาเกี่ยวข้อง รัฐกฤตญ์คลายลำแขนข้างหนึ่งออกจากเอวบาง แต่อีกข้างหนึ่งยังทำหน้าที่ของมันอย่างดี ดีจนณิชาไม่สามารถขยับหนีออกจากพันธนาการที่รัดแน่น
นี้ได้ มือหนาข้างที่คลายจากเอวเล็กยกขึ้นสูงมาลูบคลำปลายจมูกของตน แล้วดันร่างสาวไปที่ฝาผนังห้องจัดเลี้ยง จากนั้นก็หมุนร่างของณิชาให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ด้วยความห่างที่ไม่มากนักทำให้คนทั้งสองได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ดวงตาสองคู่สบตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ณิชาหัวใจเต้นรัวและเร็วเพราะไม่เคยใกล้ชิดกับชายแปลกหน้าคนไหนระยะใกล้เท่านี้มาก่อน ความรู้สึกตอนนี้แตกต่างกับความรู้สึกยามที่ได้ใกล้ชิดธนาพลคู่รักของเธอ อ้อมแขนของธนาพลอบอุ่น แต่อ้อมกอดของเขาคนนี้มันร้อนเหมือนมีไฟมาแผดเผา ร้อนจนเธออยากจะผลักไสไปให้ไกลๆ
รัฐกฤตญ์มีความรู้สึกบางอย่างวิ่งเข้ามาภายในจิตใจเมื่อได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้ เหมือนมีพลังดึงดูดให้เขาตกอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม หลุบสายตามองมาที่จมูกเรียวเล็กเลื่อนต่ำลงไปอีกนิดก็ถึงริมฝีปากบางสีชมพูอวบอิ่ม ดูเย้ายวน
และเชิญชวนจนเขาอยากจะสัมผัส
“ปล่อยนะ บอกให้ปล่อย” เสียงของณิชาดังขึ้น ทำให้เขาตื่นจากภวังค์ที่จมดิ่งลงไปลึกเพียงแค่ได้ใกล้ชิด ได้มองริมฝีปากน่าจูบของเธอ
“เลิกพูดซะที รำคาญ”
“จะให้เลิกพูดก็ได้ ปล่อย...” ยังไม่ทันที่ณิชาจะพูดจบประโยค เสียงที่จะถูกเปล่งออกมาก็ถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากหนาของชายร่างโต ที่บดเบียดเรียวปากบางอย่างเร่าร้อนดุดัน ณิชาพยายามส่ายหน้าหนีริมฝีปากร้อนที่กำลังแผดเผาเรียวปากของตนเองอยู่ ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากมือหนาข้างหนึ่งของเขาละจากเอวบางมาจับที่ท้ายทอยของเธอ เพื่อไม่ให้คนที่ไร้ซึ่งอิสรภาพขยับหรือส่ายหน้าหนีเรียวปากของเขา ณิชาจึงจำยอมรับจูบของคนแปลกหน้าด้วยความไม่เต็มใจ
รัฐกฤตญ์ยังคงหาความหวานนุ่มละมุนลิ้นจากเรียวปากสวยของเธอต่อไป โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างว่าในห้องนี้จะมีใครอยู่หรือไม่ ต่างจากณิชาที่บัดนี้ใบหน้าแดงระเรื่อ สมองของเธอทำงานน้อยลงอาการมึนงงเข้ามาแทนที่ จนนึกไม่ออกว่าเธอมาที่นี่ทำไม เขากัดริมฝีปากล่างของสาวร่างสวยค่อนข้างแรง ทำให้เธออ้าปากโดยอัตโนมัติ รัฐกฤตญ์ได้โอกาสพุ่งลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดดูดดึงเรียวลิ้นนุ่ม แลกรัดอย่างเจนจัดจนร่างสาวอ่อนล้า ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงราวกับว่ากำลังจะหยัดยืนอยู่ที่พื้นไม่ได้ เป็นเวลานานหลายนาทีกว่าเขาจะถอนจุมพิตออกอย่างแสนเสียดาย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองใบหน้าสวยหวานของณิชา ไล่ตั้งแต่ดวงตาหยาดเยิ้มเหมือนคนเคลิ้มฝัน ใบหน้าแดงระเรื่อจนถึงลำคอ เรียวปากสีชมพู
บวมขึ้นเพราะสัมผัสการจูบของเขา รัฐกฤตญ์อาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว จับร่างสาวให้นอนราบไปที่พื้นพรมของโรงแรม แล้วเอาตัวเขาเกยทับ โดยหันหลังให้น้องชายและลูกน้องของเขา
“เธอแพ้แล้ว” รัฐกฤตญ์พูดกระซิบอยู่ที่ริมหูของณิชา ก่อนจะไล้ปากหนาไปตามผิวแก้มนวลระเรื่อ ฝังจมูกสูดดมความหอมเข้าไปเต็มปอดหนึ่งครั้งเหมือนณิชาจะตั้งสติได้ สะบัดศีรษะเพื่อไล่ความงุนงง มองใบหน้าคมหล่อด้วยสายตาที่ไม่พอใจและแค้นเคือง
“ขี้โกง...คุณขี้โกงอย่างนี้เขาไม่เรียกว่าสู้ เขาเรียกว่าฉวยโอกาส” คนเสียเปรียบพูดพร้อมกับจ้องหน้า ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ นึกขำกับคำพูดของเธอ
“ใครขี้โกง ฉันบอกกับเธอว่าถ้าใครคนใดคนหนึ่งล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้นก่อนถือว่าแพ้ แต่ฉันไม่ได้บอกนี่นาว่าด้วยวิธีไหนนี่” รัฐกฤตญ์ตอบอย่างคนเจ้าเล่ห์ ณิชามองหน้าชายหนุ่มอย่างนึกโมโหตัวเองที่หลงกลเขาอย่างไม่น่าให้อภัย
“ไม่...ฉันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้” ณิชาพูดพร้อมกับสบตารัฐกฤตญ์อย่างไม่เกรงกลัว
“แต่ฉันว่าเธอต้องยอม เพราะอะไรรู้ไหม” รัฐกฤตญ์ยิ้มที่มุมปากเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่า ณิชาเกลียดเวลาที่เขายิ้มแบบนี้ที่สุด แล้วก็เกลียดผู้ชายตรงหน้านี้ที่สุดเช่นกัน
“บอกแล้วไงว่าไม่ยอม...ปล่อยนะปล่อย” ณิชาพูดพร้อมกับดิ้นรนหนีอ้อมแขนที่รัดเธอแน่น และยิ่งร่างกายที่
ใหญ่โตของเขาทาบทับร่างของเธอครึ่งหนึ่ง ทำให้เธอไม่สามารถหลุดพ้นจากอ้อมแขนของเขาได้
“อ้อ...ฉันลืมบอกเธอไป ตอนนี้พ่อและน้องสาวรวมทั้งลูกน้องของเธออยู่ในกำมือของฉันเรียบร้อยแล้ว” ณิชามองหน้าผู้พูดอย่างตกใจ เป็นไปไม่ได้มันไม่จริง ป่านนี้เรียวคงพาน้องสาวของเธอไปอยู่ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
“โกหก...คุณโกหก”
“ฉันจะโกหกเธอไปทำไม เธอคิดเหรอว่าฉันจะยอมให้คนที่เข้ามาหยามฉันถึงที่เดินออกไปจากโรงแรมของฉันได้อย่างสบายใจ”
ใช่...ณิชาลืมคิดถึงข้อนี้ไป เพราะเธอมากับเรียวเพียงแค่สองคนเท่านั้นเพราะไม่อยากให้บิดาเลี้ยงและมารดารู้เรื่อง และยิ่งโรงแรมนี้เป็นของเขาด้วยแล้ว ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทำไมเธอลืมคิดไป เธอไม่เคยหละหลวมเลยแม้สักครั้งเดียวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คิดไม่รอบคอบ อาจเป็นเพราะเธอพะวงเรื่องที่จะมาช่วยน้องสาว จึงลืมคิดบางเรื่องบางอย่างไป
Chapter12“คุ...คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มตรงมุมปากแต่ดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายด้วยความโกรธ“จะกลัวทำไม เก่งนักไม่ใช่เหรอ เก่งให้ตลอดสิ” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก“ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง“โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆ ก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ที่เกิดขึ้นตรงจุดนั้น ลดมือที่คลำตรงหางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆ ที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก“เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วห้อง“คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป ถ้าฉันฆ่าคุ
Chapter11รัฐกฤตญ์นั่งอยู่ที่โซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินหรูราคาแพงในมือถือแก้ววิสกี้สายตาจับจ้องอยู่ที่บานประตูห้องชุดตลอดเวลา เหมือนกับรอคอยการกลับมาของใครบางคนโดยมีดินแดนและวิทยายืนอยู่ไม่ไกลนัก บนโต๊ะขนาดเตี้ยที่ทำด้วยกระจกใสหน้าโซฟามีขวดวิสกี้เปล่าหนึ่งขวด ส่วนอีกหนึ่งขวดพร่องไปเกือบครึ่งวันนี้เขากับอารยาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน ไปดูหนัง เล่นโบว์ลิ่ง เดินเลือกซื้อสินค้าที่ห้างหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตบท้ายด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาชื่นชมความสวยงามพร้อมกับรับประทานอาหาร ชมพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติก ความโรแมนติกแทบจะมลายหายไป เมื่อเขาได้รับรายงานจากอุดมว่า พยายามทุกทางแล้วแต่ไม่สามารถตามหาณิชาได้ เรืองเดชและพิชานันท์ก็ไม่อยู่บ้าน เขาจึงสั่งสอนลูกน้องโทษฐานดูแลคนของเขาไม่ดีในที่สุดการรอคอยของเจ้าของห้องก็สิ้นสุดลง บานประตูห้องชุดถูกเปิดออก ยังไม่ทันที่คนเปิดประตูจะเดินเข้ามาในห้องดี เสียงกังวานและดูมีพลังแผดเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับแก้ววิสกี้ลอยมาปะทะกับกำแพง ผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร“ไปไหนมา” รัฐกฤตญ์ไม่พูดเปล่าสาวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยสายตาและใบหน้าที่ดุ
Chapter10“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก” “ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร” “ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร “คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง “ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด “คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด “ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้ “เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตน
Chapter9 พิชานันท์พูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม สงสารพี่สาวที่ต้องมาพบกับเจ้าหนี้อย่างรัฐกฤตญ์ “มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา” เรืองเดชพูดพร้อมกับนึกถึงปัญหาของบริษัทที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองเดือนธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นบริษัทที่ก่อเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มากในสายตาของพวกมหาเศรษฐี แต่ก็สามารถทำกำไรต่อปีเกือบห้าสิบล้าน เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่การจัดฉากของรัฐกฤตญ์ โกดังสินค้าของเขาถูกปล้น เรือขนส่งสินค้าที่เขาว่าจ้างเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เขาไม่สามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ทันเวลา เรือที่คิดว่าจะจ้างมาทดแทนโก่งราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า เขาต้องเสียเงินค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่ค้าที่ผิดสัญญาการส่งสินค้ารายละเกือบสิบล้านบาท เขาจะไม่ทุกข์ใจเลย หากมีบริษัทคู่ค้าเพียงรายเดียว แต่นี่เขามีถึงสามสิบกว่าบริษัทเรืองเดชต้องหาเงินร่วมสามร้อยล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยไม่เช่นนั้นเขาจะเสียลูกค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน รวมทั้
Chapter8“เธอกล้าชกหน้าฉันงั้นเหรอ คดีเก่ายังไม่สะสางก่อคดีใหม่อีกแล้วนะ” รัฐกฤตญ์กัดฟันพูด ใบหน้าตึง “อะไรคดีกงคดีเก่าอะไร” ณิชาเถียงออกไปอย่างไม่เกรงกลัว “ก็ที่เธอพูดโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่นเมื่อกี้ไงเล่า” “พี่พลไม่ใช่คนอื่น...คุณต่างหากล่ะที่เป็นคนอื่น” “ฉันนะเหรอเป็นคนอื่น เธอให้คนอื่นทุกคนที่เพิ่งเจอหน้ากันวันแรกทำแบบที่ฉันทำกับเธอเมื่อกี้หรือเปล่าล่ะ” “คุณมันทุเรศสิ้นดี” ณิชาพูดใส่หน้าเขา “ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่ากับคนที่เธอเรียกว่าคนอื่น เธอยังให้เขาทำถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ใช่คนอื่นอย่างไอ้พลเธอมิพรุนไปถึงไหนๆ แล้วหรือ” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยดูแคลน โดยเฉพาะสายตาที่โลมเลียจนร่างของเธอแทบจะมอดไหม้ “มัน-เรื่อง-ของ-ฉัน” ณิชาเน้นทุกคำชัดเจน “เมื่อก่อนนะใช่ แต่หลังจากคืนนี้ไปเธอไม่มีสิทธิ์คุยกับมันหรือคุยกับผู้ชายคนไหนโดยที่ฉันไม่อนุญาตเข้าใจมั้ย” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่ากลัว “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ณิชาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ทำไ
Chapter7 “พี่พลอยู่ไหนคะ” เสียงหวานใสเอ่ยถามเสมือนอยู่คนเดียว ทำให้คนที่อยู่ด้านข้างเริ่มหน้าตึง เธอสนทนากับธนาพลตามปกติราวกับว่าไม่มีร่างของรัฐกฤตญ์นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย น้ำเสียงของณิชายามที่โทรศัพท์หวานหยดจนคนที่นั่งข้างๆ เริ่มหมั่นไส้และไม่พอใจ หัวใจมันคันๆ ยุบยิบเหมือนมดไต่ “คิดถึงสิคะ” ประโยคนี้เองที่ทำให้รัฐกฤตญ์ทนไม่ไหว คว้าโทรศัพท์จากมือของณิชา ก่อนจะกดให้เสียงออกมาทางลำโพง เพราะเขาต้องการได้ยินการสนทนาของผู้ชายคนนั้นด้วย ณิชาอยากจะกรีดร้องให้ลั่นรถกับการกระทำเอาแต่ใจของเขา “ณิชาทำอะไรอยู่คะ ดึกแล้วนะทำไมยังไม่นอน” ปลายสายที่อยู่ที่ประเทศสวีเดนดังมาตามสาย ถามไถ่คนที่ตัวเองรักด้วยความห่วงใย “ณิชาอยู่กับเพื่อนค่ะ พอดีออกมาสังสรรค์กัน” ณิชาโกหกคำโต “คิดถึงณิชาจังเลย อยากกลับไปกอดณิชามากเลยรู้ไหม” ธนาพลทำเสียงออดอ้อนผ่านทางโทรศัพท์ คนฟังสองคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน ณิชารู้สึกอิ่มเอมกับคำพูดของเขา แต่อีกคนหนึ่งกำลังโกรธจนแทบอยากจะฆ่าผู้ชายที่เธอกำลังสนทนาด้วย “ณิชาก็คิดถึงพี่พล







