บังเอิญรักมาเฟีย (Accidental Love)

บังเอิญรักมาเฟีย (Accidental Love)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-28
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
129Bab
5.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

'เหตุบังเอิญทำให้ทั้งคู่ได้มาพบเจอกัน เมื่อวันเวลานำพามาพบกันอีกครั้ง เธอต้องกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง' ป้าของเเสงเหนือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เลยต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง ทว่าการผ่าตัดในครั้งนี้ต้องใช้จำนวนเงินมหาศาลเเละหมอผู้เชี่ยวชาญทำให้เเสงเหนือต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพเพื่อมาดูเเลเเละหาเงินรักษาป้าของเธอจนได้มาเจอกับเขาคนที่สามารถช่วยเธอได้ คนคนนั้นที่เธอบังเอิญเจอเเละเป็นผู้ชายคนเเรกที่เธอพาเข้ามาในบ้าน ฟินน์ ฟรานซิส ฟาเรน หนึ่งในห้ามาเฟียหนุ่มกลุ่ม The Beast ผู้ที่มีอิทธิพลโด่งดังเลื่องลือไปทั่วโลก เเละที่เลื่องลือมากที่สุดคือ ความโหดเหี้ยมของเขา เเละที่สำคัญเขามีใบหน้าที่หล่อคมเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงไหล ผมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสันสวยงามเข้ากับรูปหน้าที่ฟ้าประทานมาให้ เเละที่ไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อได้สบตา เขามีนัยตาสีมรกตคมดั่งเหยี่ยวบนเวหา เเสงเหนือ ธาราลักษณ์ นักจิตกรรมที่ชื่นชอบการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ เธอมีนิสัยเป็นผู้หญิงขี้อ้อน ขี้เล่น ซุ่มซ่าม พูดมากเเต่พูดจาไพเราะเสนาะหู เธอมีใบหน้าที่สวยหวานงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย

Lihat lebih banyak

Bab 1

Ep.1 ฟินน์ ฟาเรน 1/2

บทที่ ๑

เหตุใดรู้สึกราวกับโดนตบหน้า

ณ แคว้นฝูหนึ่งในสี่แคว้นใหญ่อันได้แก่ ฝู เหลียง จิน จู กำลังอยู่ในช่วงที่คึกคักที่สุดแห่งปี

เนื่องจากในวันนี้ของทุกปีจะมีการประกอบพิธีที่สำคัญของเด็กชายหญิงในวัย 8 หนาว

นั่นคือการตรวจสอบพลังธาตุ อันเป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตของเด็ก ๆ ทั้งหลายในอนาคต

ในเมืองหลวงแคว้นฝูยามนี้ ฝูงชนเนืองแน่น เพราะทุกคนมาร่วมส่งกำลังใจให้แก่บุตรหลานตน โรงเตี๊ยมมากมายต่างถูกจับจอง ลูกค้าตบเท้าเข้าออก มาใช้บริการมากมายจนเถ้าแก่ร้านยิ้มหน้าบาน

หากถามว่าเหตุใดปีนี้ถึงได้คึกคักกว่าทุกปี

คำตอบคือปีนี้ต่างจากทุกปีในด้านของ ‘โอกาส’

จากแต่เดิมถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าตรวจพลังธาตุได้เฉพาะเชื้อพระวงศ์ ลูกหลานขุนนางและลูกหลานพ่อค้าอันมีจะกินเท่านั้น ชาวบ้านตาดำ ๆ แม้จะฝันก็ยังอาจเอื้อมเกิน

ด้วยเหตุนี้วีรบุรุษของลูกหลานชาวบ้านอย่างไท่จื่อฝูจินหลงในวัย 11 ชันษาที่ทรงเล็งเห็นถึงความต่างนี้จึงได้ยื่นฎีกาถวายแด่ฝูหวงตี้ให้ทรงพิจารณาถึงผลดีผลได้ของปวงประชา เนื้อความในฎีกาคือ…

“ควรแล้วหรือที่จะสนเพียงฐานันดรจนละเลยความสามารถอันแท้จริง ในหมู่มวลผกาที่เหาะเวหา อยู่ใต้ฟ้าบนดินนี้ อาจจะซ่อนหงษารอวันทยานโผลบินอยู่ก็เป็นได้”

เนื้อความในสารถูกเอ่ยถึงโดยเสียงใสของเด็กสาวคนหนึ่ง กล่าวขึ้นภายในรถม้าที่เงียบสนิท ขัดกับบรรยากาศข้างนอกรถม้าที่วุ่นวาย เสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่

“เพราะฎีกาฉบับนั้นเลยแท้ ๆ ที่ทำให้ชนชั้นต่ำพวกนี้ มีสิทธิ์มาร่วมพื้นที่หายใจเดียวกันกับข้า”

กล่าวประโยคนี้จบไช่ฮั่วฮวาก็ปรายตาไปทางเด็กสาวที่มีใบหน้าน่ารักคนหนึ่งซึ่งนั่งตรงข้ามกับตน

“พี่หญิงใหญ่กล่าวเช่นนี้จะไม่เป็นการหลบหลู่ไท่จื่อผู้บุกเบิกโอกาสนี้ให้กับคนที่ด้อยหรือเจ้าคะ"

ไช่ปิงฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่แววตาที่หลุบลงกลับแข็งกร้าวเกินกว่าที่เด็กวัย 8 หนาวพึงจะมี

พรู~มันเริ่มแล้วสินะ

เด็กสาวอีกหนึ่งคนนามว่าไช่เซียงฮวาซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสงครามน้ำลายที่ได้เริ่มขึ้นแล้วสำหรับวันนี้ กำลังไว้อาลัยให้กับหูของตนเองอยู่

สี่ปีแรกของชีวิตนี้ ก็คิดว่าช่างสงบดีแท้ ๆ ชีวิตเด็กที่นอกจากกินแล้วนอนก็ไม่ต้องทำอะไรอีก ไม่มีเรื่องให้ปวดหัว รำคาญใจเหมือนภพก่อนที่ต้องตายตั้งแต่ยังสาวและยังสวย คิดไม่ถึงเลยว่าสี่ปีให้หลังต่อจากนี้ของนางจะไม่ต่างกันมากเท่าใดนัก

พี่สาวน้องสาวมหาภัยโดยแท้

สิ้นความคิดนี้ไช่เซียงฮวาก็แอบเหลือบตามองซ้ายทีขวาที ดูทิศทางลมเพื่อที่จะได้ตามสถานการณ์ให้ทัน

พูดถึงพี่สาวน้องสาวของไช่เซียงฮวาทั้งในภพที่แล้วและในภพปัจจุบัน…หาได้มีคำว่าพอดีไม่!

คนหนึ่งหยินคนหนึ่งหยาง คนหนึ่งชอบแสดงเป็นนางร้าย อีกคนชอบคงความเป็นนางเอก ภาษาจากภพที่นางจากมาเรียกว่า ‘คีพคาแร็คเตอร์’

ย้อนไปจุดผกผันของชีวิต ไช่เซียงฮวาสิ้นชีพจากยุคสองพัน ชีวิตเป็นเหมือนนิยายออนไลน์ที่เคยอ่าน มาเกิดใหม่ในโลกจีนโบราณเป็นคุณหนูจากตระกูลที่ร่ำรวย

แต่ความร่ำรวยไม่ได้ทำให้นางตื่นเต้นเท่ากับพลังธาตุ วันนี้นางตื่นเต้นมาก เพราะจะได้ทราบว่าตนมีพลังธาตุใด นางอยู่ในโลกของตัวเอง คาดเดาพลังธาตุของตัวเองโดยไม่สนใจการโต้เถียงระหว่างไช่ฮั่วฮวากับไช่ปิงฮวา

จนกระทั่งคนบังคนรถม้าเอ่ยว่า…

“หยุด~”

การโต้เถียงนี้ถึงได้หยุดลง!

“เอาล่ะพี่สาวน้องสาว ถึงที่หมายแล้วก็อย่าได้ชักช้าให้เสียเวลาเลย”

ไช่เซียงฮวากล่าวชวนอย่างร่าเริง เรียกสติของทั้งสองคนให้กลับเข้าที่เข้าทาง

นางร้ายไช่ฮั่วฮวาจะยอมจบการโต้เถียงโดยไม่ทิ้งสิ่งใดไว้ไม่ได้ นางกล่าวว่า “ฝากไว้ก่อนนางคนชั้นต่ำ” แล้วลงจากรถม้าไปอย่างกระฟัดกระเฟียด

ส่วนนางเอกอย่างไช่ปิงฮวาจะโต้ตอบสิ่งใดได้ นอกจากถอนหายใจเบา ๆ แล้วลงรถม้าเป็นคนสุดท้าย

เมื่อสาวน้อยทั้งสามลงจากรถม้าแล้วก็พากันเดินไปยังรถม้าอีกหนึ่งคันที่เป็นของหลินเหม่ยลี่ แม่ใหญ่ของทั้งสามที่นำทัพเด็กบ้านสกุลไช่มาร่วมพิธีในครั้งนี้

ส่วนนายท่านรองของบ้าน ไช่ฝูลี่ผู้เป็นรองเสนาบดีกรมพิธีการก็ไม่สะดวกจะพาลูก ๆ ของเขาเข้างานด้วยตนเอง เนื่องจากมีภาระหน้าที่ในการจัดงานนี้โดยตรงจึงทำได้เพียงส่งตัวแทนไปรับ

“...คนของบิดาพวกเจ้ามารับแล้ว แม่ใหญ่จะรอพวกเจ้าอยู่แถวนี้แหละ ไปเถิด”

หลินเหม่ยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมีเมตตา มาดแม่เลี้ยงใจร้ายถูกเก็บไว้ทันทีเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ ลูกจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” ไช่ฮั่วฮวาพูดกับมารดาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“แม่เชื่อเจ้า ดูแลน้อง ๆ ให้ดี อย่าให้พวกนางกระทำการอันใดให้จวนตระกูลไช่ของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด”

“เจ้าค่ะท่านแม่” รับคำมารดาแล้วไช่ฮั่วฮวาก็มองน้องสาวของตนเองอย่างเหนือกว่า

ใบหน้าเล็กที่แสดงความร้ายกาจออกมาตั้งแต่เยาว์วัยนั้นเรียกความเอ็นดูจากไช่เซียงฮวาได้ไม่น้อย

“ไปเถอะ”

“เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ”

ทั้งสามคารวะหลินเหม่ยลี่แล้วเดินตามคนของบิดาเข้าไปนั่งตามอัฒจันทร์เพื่อรอเวลาเริ่มพิธี

เมื่อทั้งสามนั่งตามที่ของตนแล้วก็มองไปรอบ ๆ อย่างให้ความสนใจ

เพราะฎีกาฉบับที่ไท่จื่อยื่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดก็คือเด็กในวัยเดียวกันแทบจะล้นอัฒจันทร์ที่ทางกรมพิธีการได้จัดเตรียมไว้

ภายในลานพิธีนี้ถือได้ว่ากว้างขวางพอจะบรรจุเด็กวัยแปดหนาวทั้งแคว้นได้ อย่างวันนี้มีราวหมื่นคน ด้วยจำนวนคนที่มากเช่นนี้ ฝูหวงตี้จึงได้เสด็จไปอัญเชิญศิลาตรวจสอบพลังธาตุด้วยองค์เอง

ไช่เซียงฮวาจับจ้องไปยังศิลาตรวจสอบพลังธาตุ ศิลาก้อนนี้ไม่เพียงทำให้รู้พลังธาตุในกายเท่านั้น แต่ยังสามารถปลุกพลังธาตุในตัวให้เกิดขึ้นด้วย

พูดถึงเด็กสาวจวนตระกูลไช่อย่างละเอียด

แม้จะมีการแบ่งเรียกพี่ใหญ่ พี่รองและน้องสามก็จริง แต่ทั้งหมดล้วนเกิดในปีเดียวกันทั้งสิ้น จะต่างกันก็เพียงแค่คลอดก่อนคลอดทีหลัง

ไช่ฝูลี่ บิดาของพวกนางเป็นบุรุษที่ฉลาดและพราวเสน่ห์ สอบเข้ารับราชการได้ในอันดับที่ดี ใช้เวลาไม่กี่ปีก็สามารถขึ้นเป็นรองเสนาบดีตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่นได้

ท่านปู่ไช่ซิ๋งชานที่ได้ทาบทามบุตรสาวกับฝั่งเสนาบดีกรมกลาโหมเอาไว้แล้วจึงให้ไช่ฝูลี่แต่งหลินเหม่ยลี่ที่เป็นบุตรของฮูหยินใหญ่เจ้ากรมกลาโหมเข้าจวน

ทว่าแต่งฮูหยินใหญ่เข้าจวนได้ไม่กี่ปี ท่านย่าของพวกนางที่สิ้นไปแล้วเมื่อสามปีก่อนก็ได้ทักท้วงเรื่องทายาท เนื่องจากหลินเหม่ยลี่ไม่ตั้งครรภ์เสียทีจึงอยากให้บุตรชายรับฮูหยินเพิ่ม

เท่ากับว่าฮูหยินใหญ่เป็นสะใภ้คนโปรดของปู่ ฮูหยินรองจากจวนเจ้ากรมพระคลังเป็นสะใภ้คนโปรดของย่า

แต่แล้วอย่างไร หากคนโปรดของตนยังไม่มี!

ไม่กี่ปีต่อจากนั้นไช่ฝูลี่ก็ได้แต่งบุตรสาวพ่อค้าเกลือผู้ร่ำรวยเข้าจวน

เรื่องนี้เรียกว่าสวรรค์ลิขิตได้เต็มปาก ฮูหยินทั้งสามของเขาตั้งครรภ์ตอนที่ไช่ฝูลี่อายุ 28 หนาว

คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง คุณหนูสามจึงอายุเท่ากัน ต่างเพียงเดือนเกิดเท่านั้น!

ภายในลานกว้างเริ่มเข้าสู่ความเงียบสงบเมื่อเห็นองครักษ์ผ้าแพรเดินเข้ามาภายใน เป็นสัญญาณบอกว่าผู้สูงศักดิ์กำลังเสด็จมาเยือนที่นี่

เวลาไม่กี่ลำหายใจเข้าออก ขันทีที่สวมหมวกทรงสูงก็ขานการมาของผู้เป็นใหญ่ทั้งสาม

“หวงตี้/หวงโฮ่ว/ไท่จื่อเสด็จ~”

ทุกคนถวายพระพรทั้งสามโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงเล็กใสของเด็ก ๆ เมื่อผสานรวมกันเป็นหนึ่งก็สามารถสร้างความอึกทึกให้กับที่นี่ เกิดเป็นความขลังที่แม้แต่ฝูหวงตี้ยังอดใจสั่นไม่ได้

มือหนาใต้แขนฉลองพระองค์มังกรปักดิ้นทองสะบัดหนึ่งครั้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ฟังดูน่าเกรงขาม

“ไม่ต้องมากพิธี…เริ่มงานได้!”

กฎของราชวงศ์คือห้ามมองพระพักตร์ ไช่เซียงฮวาวางสายตาไปที่ศิลาไม่ว่อกแว่ก ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด

พิธีการในการตรวจสอบพลังธาตุมิมีอันใดยุ่งยากเนื่องจากมีคนค่อนข้างเยอะ ฝูหวงตี้จึงอยากให้รวบรัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ทำตามวิธีเดิมที่เรียกขานทีละชื่อแล้วหยดเลือดบนศิลา แต่ให้ทำการตรวจสอบเป็นรอบ หยดเลือดรอบละหนึ่งร้อยคน เว้นการขานชื่อ

เมื่อผลออกมาว่าเป็นพลังธาตุใด ก็จะปรากฏอยู่ตรงข้อมือเหนือชีพจรของคนนั้น ๆ

ในความคิดของไช่เซียงฮวา…

ต่อให้ประกาศว่าเด็ก 8 หนาวทุกคนของแคว้นฝูสามารถเข้าทดสอบพลังธาตุได้ทุกคน เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้น้อยลง

แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทำอย่างนั้นได้ทั้งหมด เพราะแต่ละรอบที่ต้องเข้ารับการตรวจสอบนั้นถูกจัดให้นั่งแยกไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

ไช่เซียงฮวาและพี่สาวน้องสาวที่อยู่ในรอบแรกล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานขุนนางคนสำคัญรวมไว้ในรอบเดียวกัน

“นั่น ๆ เจ้าเห็นฝั่งตรงข้ามพวกเราหรือไม่ ที่ทรงสวมฉลองพระองค์สีดำสนิท เขาคือองค์ชายรองฝูเฮยหลง”

ระหว่างที่กำลังจะเดินเข้ามาในลานพิธี ไช่เซียงฮวาที่สายตามองตรงไปข้างหน้า แต่หูทำงานอยู่ตลอดเวลาก็แอบได้ยินประโยคซุบซิบเมื่อครู่ พลันคิดขึ้นมาได้ว่า…

เราลืมไปได้อย่างไรว่าเจ้าคนหน้านิ่งก็ต้องเข้ารับการทดสอบพลังด้วย

องค์ชายรองฝูเฮยหลง สหายสูงศักดิ์เพียงคนเดียวของไช่เซียงฮวาที่ชอบทำตัวเป็นพี่ชายของผู้อื่นจนเซียงฮวาหลงคิดไปแล้วว่าตนเป็นน้องสาวของเขาจริง ๆ

ไช่เซียงฮวามองหาเจ้าของหัวข้อสนทนา เสียเวลาในการมองหาไม่นานก็พบเข้ากับใบหน้านิ่งเย็นชาเกินอายุของเด็กคนหนึ่งซึ่งกำลังมองมาที่นางพอดี

นางลอบยักคิ้วใส่เขา คิดเอาเองว่าไม่มีใครมองเห็น แต่ก็ไม่พ้นสายพระเนตรของเจ้าครองแคว้นซึ่งจดจ่อไปที่พระโอรสของตนพอดี

“กงกง คุณหนูน้อยคนนั้นจากจวนใดกัน” ฝูหวงตี้ตรัสกับกงกงเบา ๆ

ขันทีประจำพระองค์ที่สายตาจับจ้องไปยังจุดนั้นอยู่แล้วก็ตอบคำถามได้ทันที

“ทูลฝ่าบาท เป็นคุณหนูรองจวนรองเสนาบดีกรมพิธีการพ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ ที่แท้ก็หลานสาวของอาจารย์เจ้ารอง”

ฝูหวงตี้พยักหน้าเชิงเข้าใจ พระเนตรแพรวพราวอย่างคนนึกสนุก แต่เมื่อพิธีตรงหน้ากำลังจะเริ่มจึงหยุดความคิดที่กำลังโลดแล่น สนใจเพียงเหตุการณ์กลางตรงหน้า

ที่กลางลานพิธี เมื่อรอบแรกมีคนครบหนึ่งร้อยคนตามที่กำหนดไว้แล้ว นางกำนัลจำนวนสิบคนก็เดินเข้ามาจัดแถวให้สิบคนแรกยืนล้อมศิลาตรวจพลังธาตุไว้ โดยยืนล้อมอย่างนี้อีกจำนวนเก้าวงก็ครบหนึ่งร้อยคนของรอบแรกพอดี

แน่นอนว่าฝูเฮยหลงอยู่ในรอบแรก!

เมื่อเสนาบดีกรมพิธีการหรือท่านปู่ของตระกูลไช่ให้สัญญาณ เด็กทั้งหลายก็หยิบของมีคมตรงหน้าตนขึ้นมาแล้วกรีดไปที่ตำแหน่งชีพจรตรงข้อมือ ยื่นมือไปที่ศิลาให้เลือดและแผลแนบไปกับเนื้อสัมผัสนั้น

เวลาผ่านไปห้าลมหายใจแสงนานาสีก็เกิดกับศิลาที่ได้ดื่มกินเลือด

ไม่นานหลังจากนั้นก็ปรากฏปานสัญลักษณ์ประจำธาตุของผู้ที่เพิ่งเสียเลือดบนข้อมือ

รอยปานนี้จะหายไปก็ต่อเมื่อฝึกปรือพลังธาตุได้ในระดับสามขึ้นไปแล้วเท่านั้น

เมื่อปรากฏปานสัญลักษณ์ประจำธาตุขึ้นแล้ว ทั้งสิบคนก็เดินออกมาเพื่อให้สิบคนหลังก้าวไปที่เดิมของตน เด็กสาวตระกูลไช่ทั้งสามที่อยู่ในสิบคนนี้ก็เดินเข้ามาแทนที่

ความตื่นเต้นที่อีกนิดจะได้ใช้พลังธาตุทำให้ไช่เซียงฮวาตื่นเต้นจนควบคุมจังหวะหัวใจไม่ได้ ในใจนางคิด…

สาบานด้วยเกียรติของนักกีฬาเลยว่าตอนแข่งกีฑาชิงแชมป์โลกยังไม่เกร็งขนาดนี้

เสียงพ่นลมหายใจไม่หนักไม่เบาของไช่เซียงฮวาทำให้ไช่ฮั่วฮวาที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มเยาะ

“ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอกน้องรอง ถึงอย่างไรผลที่ออกมามันก็คงไม่เกินที่พี่ใหญ่คาดไว้นักหรอก”

ปากพูดเหน็บแนมไช่เซียงฮวา แต่สายตาเลื่อนไปจิกกัดไช่ปิงฮวา

คนที่โดนจิกกัดทางสายตาก็ได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์อันคุกรุนของตัวเองไว้ มิได้โต้ตอบกลับไป

ไม่นานจากนั้นก็มีสัญญาณให้ลงมือทดสอบเลือด

ไช่เซียงฮวาลงมือหยิบกริชเงินที่อยู่ตรงหน้า กลั้นใจปาดตรงชีพจรแล้วแนบไปกับศิลา

ไม่เกินห้าลมหายใจเข้าออกนางก็รู้สึกร้อนตรงตำแหน่งแผล พอแสงจากศิลาในตำแหน่งที่นางแนบเลือดดับไปแล้วก็เอาแขนออกมาแล้วกลับไปนั่งยังตำแหน่งเดิมบนอัฒจันทร์เพื่อที่จะได้ให้คนอื่นทดสอบต่อ

เมื่อกลับมานั่งที่เดิมแล้วไช่เซียงฮวาก็พิศมองไปที่ข้อมือของตนที่มีสีน้ำตาลไหม้ปรากฏอยู่พร้อมกับดอกไม้สีฟ้าที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ

ในใจนางคิด…ดอกไม้นี่คืออันใดกัน หรือจะเป็นพลังธาตุพิเศษ

“ไม่ต้องเสียใจไปหรอกน้องรอง ถึงจะเป็นเพียงธาตุดินธรรมดา ๆ แต่หากตั้งใจฝึกสักหน่อยก็สามารถเป็นผู้ที่แข็งแกร่งได้”

ไช่ฮั่วฮวากล่าวปลอบใจน้องสาวแต่กลับยกข้อมือให้ทุกคนเห็นสัญลักษณ์บนข้อมือตนที่มีสายฟ้าและสีแดงชัดเจน สองพลังธาตุในคนเดียวกันเช่นนี้นับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์

ทว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เซียงฮวาแปลกใจเท่ากับ…

ธาตุดินธรรมดา ๆ เช่นนั้นหรือ อย่าบอกว่าพี่หญิงใหญ่ไม่เห็นดอกไม้บนข้อมือข้า

คนที่ไช่ฮั่วฮวาอยากเยาะเย้ยที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน

นางหันไปมองน้องสามปิงฮวาก็เห็นอีกฝ่ายก้มหน้าพร้อมกับลูบที่ข้อมือของตนซึ่งแผลสมานแล้วหลังจากพลังธาตุได้ถูกปลุกขึ้นมา

“หึ! สีฟ้าธาตุน้ำ!!”

“ธาตุน้ำแล้วอย่างไรเจ้าคะ” ไช่ปิงฮวาถามเสียงเบา

“ก็ไม่แล้วอย่างไร แต่เห็นชัดแล้วใช่หรือไม่ บุตรสาวฮูหยินใหญ่อย่างไรก็เหนือกว่าบุตรสาวอนุ”

ไช่ฮั่วฮวาเชิดหน้าพร้อมใช้สายตามองด้วยความเหนือกว่า เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ปิงฮวาก็ทำได้เพียงแค่…

“เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ มิอาจหาญตีตนเสมอพี่หญิงใหญ่ได้” น้ำตาคลอเบ้า ตีหน้าเศร้าแล้วก้มหน้าลงต่ำ

ไช่เซียงฮวาดึงตัวเองมาจากโลกส่วนตัว นางไม่อยากให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้จึงรีบแก้ไขสถานการณ์

“พี่หญิงใหญ่มีพรสวรรค์เช่นนี้ เป็นเกียรติให้แก่ตระกูลเรายิ่งนัก”

ไช่เซียงฮวาหันไปทางซ้ายมองด้วยความเคารพเทิดทูน จากนั้นก็หันไปมองทางขวา ชูกำปั้นให้กำลังใจและปลุกอารมณ์ไปในคราวเดียวกัน

“น้องสามอย่าเศร้าไป เรามาตั้งใจฝึกซ้อมด้วยกัน”

เหตุใดจึงรู้สึกราวกับโดนตบหน้า ด่าปิงฮวาแต่กระทบถึงข้าเต็ม ๆ ฮั่วฮวายายเด็กแสบ
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
129 Bab
Ep.1 ฟินน์ ฟาเรน 2/2
Ep.1 ฟินน์ ฟาเรน 2/2ปัง! ปัง! ปัง! ปังง! ปังงง!"จัดการเก็บซากมันให้เรียบร้อย" มือหนาลั่นไกปืนที่สืบทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานใสร่างชายคนนั้นไปหลายนัดเเบบไม่ยั้ง จนร่างของผู้ชายคนนั้นล้มลงกับพื้นเลือดสาด เเละไหลอาบไปทั่วร่างกาย เเต่ฟินน์กลับมองร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณด้วยเเววตาเเละสีหน้าที่ว่างเปล่า จากนั้นเขาก็เก็บปืนไว้ที่เอวสอบเช่นเดิม"ครับนาย" เคย์รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย เเล้วให้ลูกน้องคนอื่นที่มียศน้อยกว่าจัดการต่อ"พวกมึงจัดการซะ" เคย์หันไปสั่งลูกน้องที่เหลือจบ ก็รีบตวัดเท้าเดินตามว่าที่นายใหญ่คนใหม่ไป เพื่อไปเป็นพลขับรถให้ณ คฤหาสน์ฟาเรนงานเลี้ยงขึ้นรับตำเเหน่งนายใหญ่คนใหม่เเห่งตระกูลฟาเรนในงานจะเชิญเเต่เเขกคนสำคัญมาเท่านั้น เพราะว่าที่นายใหญ่คนใหม่ไม่ชอบความวุ่นวาย เขาปรารถนาเเค่ความสงบเท่านั้น ในงานจึงมีเเค่ผู้เป็นมารดา เพื่อนๆของเขาอีกสี่คน คือ สก๊อต คลาร์ก ออซซี่ เเละคอลิน เเละนักธุรกิจที่ร่วมลงทุนใหญ่กับเขาประมาณสิบคน เเละก็ลูกน้องของตระกูลนับหลายร้อยชีวิตมาเป็นพยานในวันนี้"ทุกคนทำความเคารพนายใหญ่คนใหม่เเห่งตระกูลฟาเรน" เมื่อพิธีทุกอย่างได้ดำเนินผ่านไปด้วยดี เเละฟินน์ก็ได้เข้
Baca selengkapnya
Ep.2 เเสงเหนือ ธาราลักษณ์
Ep.2 เเสงเหนือ ธาราลักษณ์"เเม่จ๋า เหนือหิวจังงง!" เสียงหวานของคนเพิ่งตื่นนอนร้องงัวเงียเหมือนเด็ก เอาเเขนทั้งสองข้างมาโอบกอดผู้เป็นเเม่จากทางด้านหลัง พอลุกขึ้นจากเตียงมาได้ ก็รีบเก็บที่นอนเดินลงมายังชั้นล่างเมื่อได้กลิ่นอาหารอันโอชะที่หอมกรุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านหลังเล็กๆ เธอจึงรีบลงมาอย่างไวเพื่อมากินอาหารฝีมือของเเม่ผู้อันเป็นที่รักของเธอเเสงเหนือ ธาราลักษณ์ เธอคือ นักจิตกรรมที่ชื่นชอบการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ เธอมีนิสัยเธอเป็นผู้หญิงขี้อ้อนเเต่จะอ้อนเเค่กับคนที่รักเท่านั้น ขี้เล่นนิดๆตามสไตล์ของเธอ เธอซุ่มซ่าม เธอพูดมาก เเต่ก็พูดจาไพเราะเสนาะหู ภายนอกอาจจะดูเหมือนคนอ่อนเเอ เเต่ภายในจิตใจของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มเเข็ง ไม่ยอมให้ใครมารังเเกอยู่ฝ่ายเดียวเพราะเธอได้รับวิชาหญิงเเกร่งมาจากทานตะวันเพื่อนรักของเธอที่ฝึกให้เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ถูกใครเอาเปรียบ เเละยิ่งไปกว่านั้นเธอมีใบหน้าที่สวยหวานงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ผู้ชายคนไหนที่ได้สบใบหน้าหวานของเธอ เป็นต้องอยากจะเป็นเจ้าชายของเธอกันทั้งนั้น"อ้อนเก่งเเต่เช้าเลยนะ ลูกสาวสุดสวยของเเม่" คนเป็นเเม่อย่
Baca selengkapnya
Ep.3 ครอบครัวไม่มีวันทิ้งกัน 1/2
Ep.3 ครอบครัวไม่มีวันทิ้งกัน 1/2 "เกิดอะไรขึ้นนะลูก!?" ผู้เป็นเเม่เอ่ยถามลูกสาวที่นิ่งเงียบไปไม่พูดไม่จาเหมือนโดนสาปว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเพียงรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพี่สาวของเธอ เเต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเป็นมายังไง "พ่อ เเม่ พี่ทิศ!!" เมื่อเเสงเหนือพยายามตั้งสติให้กลับคืนมาได้ เธอจึงเอ่ยเรียกพ่อเเม่เเละพี่ชายของเธอด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี เพราะเธอยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับป้าสุดที่รักของเธอ ส่วนทั้งสามมองมายังเเสงเหนือเพื่อรอฟังคำตอบด้วยสีหน้าที่เครียดๆ "เกิดอะไรขึ้น!!?" เมื่อเเสงเหนือไม่ยอมพูดออกมาสักที ผู้เป็นเเม่อย่างนภาจึงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าที่กังวลใจ ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน "ป้าดาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ค่ะ ฮึก ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน อึก" เเสงเหนือสะอื้นไห้เพราะไม่สามารถกลั่นน้ำตาเเห่งความเสียใจนี้ไว้ได้ เเสงเหนือหันไปกอดพี่ชายของเธอที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันด้วยความเสียใจ เเละเป็นห่วงป้าของเธอ ทิศเหนือได้เเต่ลูบศีรษะทุยของน้องสาวเพื่อเป็นการปลอบใจ เขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อยเช่นกันเมื่อได้รู้ข่าว เเสงเหนือรู้สึกกลัว กลัวว่าป้ารดาที่เธอรักมากเหมือนเเม่อีกคนหนึ่
Baca selengkapnya
Ep.3 ครอบครัวไม่มีวันทิ้งกัน 2/2
Ep.3 ครอบครัวไม่มีวันทิ้งกัน 2/2สองวันต่อมาณ กรุงเทพมหานคร"พี่ลม!" เเสงเหนือเอ่ยเรียกลมที่นั่งอยู่เเถวบริเวรสำหรับญาตคนไข้ ลมจึงหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย"เหนือ!" ลมรู้สึกดีใจเเละซาบซึ้งใจมากที่เห็นเเสงเหนือ ตามด้วยนภา เหมันต์เเละทิศเหนือที่เดินตามๆกันมา"สวัสดีครับน้านภา อาเหมันต์" ลมยกมือขึ้นไหว้สวัสดีผู้ใหญ่ที่เขาเคารพด้วยความนอบน้อม"สวัสดีจ๊ะ/สวัสดี" นภาเเละเหมันต์กล่าวตอบกลับยังผู้เป็นหลาน"ขอบคุณทุกๆคนมากๆนะครับที่มา" ลมกล่าวขอบคุณทั้งสี่ด้วยความซาบซึ้งใจที่อุตส่าห์ลางาน ยกเลิกงานเพื่อมาเยี่ยมเเม่ของเขา"น้าต้องมาเเน่นอนอยู่เเล้วจ๊ะ" นภาเอ่ยบอกหลาน ชายของเธอ จะไม่มาได้ยังไงในเมื่อคนที่นอนหลับไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องICU คือพี่สาวของเธอ"เเล้วหมอว่าไงบ้างคะ!?" เเสงเหนือกล่าว"หมอบอกว่า...จะต้องผ่าตัดสมอง ถ้าไม่ผ่าเกรงว่าเเม่จะไม่รอด" ลมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเเละสีหน้าที่คล้ายเหมือนคนจะร้องไห้"มึงใจเย็นๆก่อนนะไอ้ลม ยังไงป้าดาก็ต้องไม่เป็นอะไร เชื่อกูสิ" ทิศเหนือทนเห็นเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งเเต่ยังเด็กคล้ายจะร้องไห้จึงเดินเข้าไปปลอบใจ เขาตบไหล่ลมเบาๆเพื่อให้กำลังใจลมกับทิศเหนือเป็นเพ
Baca selengkapnya
Ep.4 จะไปหาสมัครงาน
Ep.4 จะไปหาสมัครงานเช้าวันต่อมา ณ คลังเก็บสินค้าเเห่งหนึ่งปัง! ปัง! ปัง! ปังง!"หึ ถือว่าไม่เลว" ฟินน์หยิบปืนกระบอกหนึ่งจากสินค้าที่จะส่งออกในไม่กี่วันข้างหน้ามาทดลองยิงดูเพื่อเชคความเรียบร้อยว่าสินค้ามีคุณภาพตามที่เขาต้องการหรือไม่"ถ้าเรียบร้อยเเล้ว งั้นผมให้ลูกน้องจัดการเตรียมส่งเลยนะครับนาย" มือซ้ายอย่างเจคกล่าวกับผู้เป็นนาย"อือ เเละอย่าให้พลาดละ เพราะมึงก็รู้ว่ากูเกลียดความผิดพลาดขนาดไหน" คนอย่างฟินน์ไม่เคยมีคำว่าผิดพลาด เพราะถ้าพลาดเมื่อไหร่นั่นหมายถึงชีวิต เพราะฉันนั้นเจคจะต้องทำงานนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี"ครับนาย ผมจะจัดการให้เรียบร้อยที่สุด" เจคก้มน้อมรับคำบัญชาจากนายใหญ่เเห่งตระกูลฟาเรนด้วยความเคารพเเล้วก็เดินออกไปเพื่อไปสั่งลูกน้องให้เตรียมอาวุธที่จะส่งออกให้ลูกค้ารายใหญ่ให้พร้อมครืด! ครืด!เวลาผ่านไปไม่นานที่เจคเดินออกไป ก็มีเสียงสายเข้าจากใครบางคน ฟินน์จึงล้วงมือหนาเอาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงชั้นดีขึ้นมารับ"ว่า?" เเต่พอเห็นว่าคนในสายคือใคร เพราะนามที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ราคาเเพงทำให้ฟินน์ถึงกับต้องทำหน้าตาด้วยความเบื่อหน่าย จากนั้นนิ้วเรียวยาวสวย
Baca selengkapnya
Ep.5 ใครนะ!!!?
Ep.5 ใครนะ!!!?ณ คลับออซซี่"เห้ยย! พวกมึงไอ้ดาร์กมาเเล้วเว้ยยย!" คอลินตะโกนบอกเพื่อนๆเมื่อเห็นฟินน์เพื่อนรักเดินอย่างสง่าเข้ามาในห้องVVIP ทั้งที่ก็นั่งอยู่ใกล้ๆกัน"....." ฟินน์ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรเพราะเขารำคาญ เเต่สายตากลับกวาดมองดูเพื่อนๆ เเต่เห็นเเค่เพียง คอลิน, คลาร์ก เเละเจ้าของคลับหรือออซซี่ ขาดเเค่อีกคนที่ยังไม่เห็น"ไม่ต้องมองหาไอ้สก๊อตเพื่อนที่พูดน้อยเหมือนมึง...ให้เสียเวลาหรอกคร๊าบ มันติดหญิงอยู่ต่างจังหวัดโน่น!" ออซซี่กล่าวด้วยมุมปากที่ยกยิ้มให้ฟินน์ทราบว่าเพื่อนอีกคนทำไมไม่มา เพราะมันมัวเเต่ติดผู้หญิงอยู่ต่างจังหวัดนี่เอง นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฟินน์คิดว่ามันฟังดูโง่มากๆ ติดอะไรไม่ติดเเต่ดันมาติดผู้หญิง ไร้สาระวะ!"เห้ย! ไอ้ออซซี่มึงเรียกเด็กในคลับมึงมาหน่อยดิ" คอลินออกคำสั่งให้ออซซี่หาผู้หญิงมาช่วยปรนนิบัติเพื่อให้เขามีความสุขทางกาย"ให้กูด้วย" คลาร์กก็เป็นอีกคนที่มีความต้องการในเรื่องเเบบนี้สูง"เเล้..." ออซซี่พยักหน้ารับคำขอจากเพื่อน เเต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงความต้องการของใครอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาในตอนนี้ จึงหันขวับไปถามว่าเจ้าพระคุณต้องการจะปลดปล่อยเหมือนเพื่อนคนอื่นๆหรือเปล
Baca selengkapnya
Ep.6 ค่ำคืนที่โชคยังเข้าข้าง
Ep.6 ค่ำคืนที่โชคยังเข้าข้าง ย้อนไปเมื่อสามสิบนาทีที่เเล้ว ฟินน์มองดูเพื่อนๆนัวเนียกับผู้หญิงอย่างเนื้อเเนบเนื้อ ทำเอาเขารู้สึกเอือมระอา จึงปลีกตัวออกมาจากสมรภูมิสวาทอย่างเงียบๆ วันนี้เขาไม่ได้พาลูกน้องคนไหนติดตามมาด้วย เเม้เเต่มือซ้ายมือขวาของเขาก็ไม่ได้มาด้วย เพราะคืนนี้เขาเเค่รู้สึกอยากออกมาข้างนอกคนเดียวบ้าง ฟินน์เดินออกไปที่ระเบียงห้องVVIP ที่อยู่อีกฝากหนึ่งที่ติดกับห้องเมื่อกี่เพราะมีประตูทะลุเชื่อมต่อกัน ทำให้เป็นสองห้องใหญ่รวมกันเพื่อไปสูดอากาศในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดเป็นอะไรที่เขาชื่นชอบมากๆ ถ้าได้ดื่มด่ำกับความสงบเเบบนี้ เวลาผ่านไปสิบนาทีจากนั้นเขาจึงตวับเท้าหนาเดินไปเปิดประตูเพื่อที่จะกลับคฤหาสน์ฟาเรน ฟินน์เดินออกมาในทางที่เป็นทางลับส่วนตัวของคลับเพื่อมายังที่จอดรถส่วนตัวสำหรับกลุ่ม The Beast ของพวกเขา เพราะเขาไม่ประสงค์ที่จะเดินผ่านกลุ่มคนมากมายพวกนั้นที่เอาเเต่ดื่มเหล้าเมามาย เดินโซซัดโซเซอยู่ชั้นล่าง ฟินน์รีบขับรถสปอร์ตหรูออกมาจากคลับของออซซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ เเต่เขากลับรู้สึกว่าเหมือนมีรถประมาณสองคันที่ขับอยู่ข้างหลังรถของเขากำลังตามเขามา เมื่อมองจากกระจกของ
Baca selengkapnya
Ep.7 เเอบพาผู้ชายเข้าบ้าน 1/2
Ep.7 เเอบพาผู้ชายเข้าบ้าน 1/2 ดวงตาคู่สวยของทั้งสองสบประสานกันโดยที่ไม่รู้สึกตัวนานนับนาที เหมือนสมองสั่งการให้ดวงตายังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าราวกับมีสิ่งเหนือธรรมชาติสะกดเอาไว้ เเต่พอเวลาผ่านไปได้สักพักราวกับมนต์สะกดเริ่มหมดฤทธิ์ของมันทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกตัว สติสัมปชัญญะเริ่มกลับเข้าร่างอีกครั้ง เเสงเหนือจึงสะบัดใบหน้าสวยหวานไปมาสองสามครั้งเพื่อเรียกสติให้ตัวเองอยู่กับปัจจุบัน จากนั้นจึงเอ่ยพูดกับคนตรงหน้า ส่วนเขาคนนั้นกลับทำสีหน้าที่เรียบนิ่งยากเกินที่จะคาดเดา เเต่ทำไมเธอกลับรู้สึกว่าภายในดวงตาสีมรกตคู่สวยมันทำให้เธอรู้สึกอะไรบางอย่างที่เเม้เเต่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถบรรยายมันออกมาเป็นคำพูดได้เเต่มันซึมอยู่ในความรู้สึกที่เเปลกประหลาดของเธอ "เห้ยย!! คะ คุณคะ ละ...เลือดคุณไหลไม่หยุดเลย!" เสียงหวานเอ่ยพร้อมเบิกตากว้างกล่าวบอกคนตรงหน้าที่มีใบหน้าหล่อคมคายด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดสีเเดงสดยังคงไหลซึมออกมาเรื่อยๆ ทั้งที่เเผลเเค่โดนยิงเเบบเฉียดๆเท่านั้น เเต่สวนทางกับเลือดที่มันยังไหลออกมาไม่หยุด "ห้ามเลือด อ๊ากก!" ฟินน์เอ่ยกล่าวบอกคนที่เพิ่งพบกันเป็นครั้งเเรกให้ห้ามเลือดให้ โดยล
Baca selengkapnya
Ep.7 เเอบพาผู้ชายเข้าบ้าน 2/2
Ep.7 เเอบพาผู้ชายเข้าบ้าน 2/2"รีบไปโรงพยาบาลเถอะคุณ เดี๋ยวถ้าคุณเป็นอะไรไป ครอบครัวคุณจะเสียใจมากๆนะคะ" ใบหน้าสวยหวานยังไม่ลดละความพยายามเกลี่ยกล่อมให้คนตรงหน้าไปโรงพยาบาลกับเธอ เธอรู้สึกว่าการเกลี่ยกล่อมเขามันยากกว่ากล่อมให้เด็กนอนหลับเสียอีก"....." 'เป็นคนที่ประหยัดคำพูดซะจริงๆ ทั้งที่คนอื่นบนโลกใบนี้เขามักจะประหยัดตังค์กัน เขานี่เเปลกคนเเหะ' เเสงเหนือได้เเต่คิดในใจ"ไปเถอะค่ะ" คนที่มีน้ำเสียงที่หวานราวกับน้ำผลไม้เอ่ยต่อ เเล้วเผลอเอามือบางของเธอไปคว้าข้อมือหนาของเขาให้ลุกขึ้น"ฉันไม่ไป" คำพูดที่ราบเรียบเอ่ยด้วยใบหน้าที่ราบเรียบเช่นกัน เขารู้ดีว่า ขืนเขาไปโรงพยาบาลตอนนี้ต้องโดนพวกไอ้คนที่จะมาเอาวิญญาณเขาฆ่าทิ้งเเน่ ตอนนี้เขามีตัวคนเดียวเเละผู้หญิงที่ค่อนข้างจะพูดไม่หยุดคนนี้กำลังจะพาเขาไปหาหมอ ซึ่งยังไงเขาก็ไม่มีทางไปโรงพยาบาลกับเธอเเน่นอน"เเล้วคุณจะอยู่ตรงนี้รอความตายหรือไงกัน?""....." ทำไมผู้หญิงคนนี้พูดมากชะมัด เขาบอกไม่ไปก็ไม่ไปสิ เลือดไหลออกเเค่นี้เขาไม่ตายหรอก เพราะเขารู้ลิมิตของตัวเองดี"เดี๋ยวฉันช่วยพยุงนะคะ" เสียงหวานฉ่ำกล่าว"ฉันบอก..." ใบหน้าคมคายกล่าวไม่ทันจบประโยคใบห
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status