Masukเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเลิกงาน แต่ถึงกระนั้นพลอยชมพูก็ยังไม่เห็นชายหนุ่มออกมาจากห้อง ครั้นจะไปเคาะประตูเธอก็เบื่อที่จะถูกชายหนุ่มต่อว่าหาว่าเธอรบกวนเวลาส่วนตัวอีก หญิงสาวจึงตัดสินใจว่าจะนั่งอยู่ที่โต๊ะจนกว่าภคภัทรจะออกจากห้องทำงาน
พลอยชมพูไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เธอนั่งเคลียร์เอกสารสัญญาต่างๆ ที่จำต้องเตรียมไว้สำหรับสัปดาห์หน้าให้เรียบร้อย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของชายหนุ่มจะมากมายขนาดนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาทั้งสิ้นแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่แปลกใจเลยที่สนามบินสุวรรณเขตจะเฟื่องฟูได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กับสนามบินภูมิทรรศที่บริหารจัดการโดยมารดาของเธอเลย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองสนามบินก็ไม่ใช่คู่แข่งกัน เพราะทั้งคู่ต่างลอยตัวเคียงคู่กันมานานแสนนานแล้วต่างหาก
“นี่คุณยังไม่กลับอีกเหรอ” พลอยชมพูที่กำลังนั่งเคลียร์งานอย่างเพลินๆ รีบเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เธอรออยู่ทันที
“ค่ะ ก็เจ้านายยังไม่กลับจะให้ชมพูกลับก่อนได้ไงล่ะคะ” หญิงสาวพูดออกไปตามจริง พร้อมกับมองนาฬิกาบ่งบอกว่าตอนนี้สามทุ่มเข้าแล้ว
“คุณปัทไม่ได้บอกเหรอว่าปกติผมทำงานดึก ให้กลับบ้านก่อนได้เลย” ภคภัทรมองหญิงสาวอย่างอดเอ็นดูไม่ได้ สีหน้าของเธอดูเหนื่อยล้าและดูหมดแรงต่างจากตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ได้บอกค่ะ แต่ถึงบอกพิงค์ก็ไม่อยากกลับก่อนคุณภัทรอยู่ดี”
“หึ นี่คุณร้อนเงินมาจากไหน อยากทำงานเอาโอทีจนรวยเลยหรือไง ระวังจะหมดแรงเอาเสียก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขำในลำคอ
“ก็รู้นี่คะว่าทำงานดึกดื่นมันเหนื่อยแค่ไหน แล้วทำไมคุณภัทรถึงยังทำงานหนักไม่พักแบบนี้ล่ะคะ” พลอยชมพูสวนขึ้นในทันที แค่เธอมาทำงานได้ไม่กี่วันก็รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก แล้วกับเขาที่ทำงานหนักมาหลายปีจะเหนื่อยขนาดไหน
“เข้าใจยอกย้อนนะ เอาเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมก็กลับแล้ว…”
“แต่ว่า…”
“บอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบเด็กดื้อ” ภคภัทรมองพลอยชมพูด้วยสายตาดุอีกครั้ง จนเธอถอนหายใจอย่างไร้หนทางจะต่อกรกับเขา
“เอางั้นก็ได้ค่ะ ที่พิงค์ยอมเพราะไม่อยากนั่งแท็กซี่กลับคอนโดฯ ตอนดึกดื่นหรอกนะคะ” พลอยชมพูรู้ตัวว่าการนั่งรถสาธารณะตอนกลางคืนดึกๆ ดื่นๆ นั้นไม่ปลอดภัยเท่าไรสำหรับผู้หญิง และเธอเองก็ไม่ได้อยากจะเสี่ยง
“แล้วสามทุ่มนี่ไม่ดึกหรือไง” ภคภัทรขมวดคิ้วในทันทีที่รู้ว่าหญิงสาวจะนั่งรถแท็กซี่กลับลำพัง
“ก็คงดีกว่าเที่ยงคืนมั้งคะ” พลอยชมพูพูดพร้อมกับเก็บของทันที
“เฮ้อ…ยอกย้อนเก่ง งั้นคุณรอผมแป๊บหนึ่ง” ภคภัทรพูดพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง ท่ามกลางความงุนงงของหญิงสาว และไม่นานชายหนุ่มก็ออกมาพร้อมกับกระเป๋าส่วนตัวของตัวเอง
“เดี๋ยวผมไปส่ง…” ชายหนุ่มพูดเสียงนิ่งเรียบ แต่นั่นกลับเรียกรอยยิ้มของหญิงสาวที่ตอนแรกดูหม่นหมองให้กลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง
“ดะเดี๋ยวค่ะ พิงค์ช่วยถือกระเป๋า” พลอยชมพูพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับที่กระเป๋าของชายหนุ่ม แต่เขากลับดึงออกเสียก่อน
“ไม่ต้อง ตัวเล็กๆ อย่างคุณไม่มีแรงถือของหนักแบบนี้หรอก” ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินนำหน้าไปในทันที จนไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเขินอายของหญิงสาวที่มองไล่หลังเขา…
พลอยชมพูไม่ชินเอาเสียเลยที่ต้องอยู่กับภคภัทรสองต่อสองบนรถเช่นนี้ เธออดจะเกร็งไม่ได้เมื่อต้องใกล้ชิดกันจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงแสดงท่าทีนิ่งเฉยเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ตื่นเต้นและอยากใกล้ชิดเขาเพียงแค่เห็นว่าเขาหน้าตาดีและมีฐานะ
“คอนโดฯ คุณอยู่ที่ไหน” ภคภัทรเอ่ยถามทันทีที่สตาร์ตรถ
“แถวสุขุมวิทค่ะ” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงเกร็ง
“ก็ไม่ไกลเท่าไร รู้งี้ผมให้คุณนั่งแท็กซี่ไปก็ดี” ภคภัทรพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา อดโกรธตัวเองที่ใจอ่อนให้กับหญิงสาวไม่ได้ ปกติเขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนขึ้นมาบนรถส่วนตัว แถมครั้งนี้เป็นเขาที่ต้องคอยขับรถให้เองอีกด้วย นี่ถ้าไม่เห็นว่าพลอยชมพูเป็นหลานของปฐมาก็คงไม่ใจดีกับเธอเช่นนี้
“แหม คุณภัทรจะปล่อยให้สาวสวยน่ารักแบบชมพูขึ้นแท็กซี่กลับคนเดียวจริงๆ เหรอคะ” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ชายหนุ่ม
“ผู้หญิงอะไร หลงตัวเอง” ถึงว่าชอบส่องกระจก เห็นกระจกไม่ได้
“ว่าแต่…ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าคุณภัทรจะขับรถเองด้วย” พลอยชมพูคิดว่ากรรมการผู้อำนวยการสนามบินที่แสนจะรวยค้ำฟ้าอย่างชายหนุ่ม ไม่จำเป็นต้องขับรถเองเลยสักนิด แต่เขากลับทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติเสียอย่างนั้น
“ผมไม่ได้พิการ ถ้าเรื่องแค่นี้ทำเองไม่ได้ก็คงบริหารคนเป็นพันเป็นหมื่นไม่ได้หรอก” ภคภัทรมองหญิงสาวด้วยหางตา
“พิงค์ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย ก็เห็นปกติผู้บริหารคนอื่นๆ จะมีคนขับรถให้ตลอดนี่คะ”
“ผู้ช่วยผมลาพักร้อน และผมก็ไม่ชอบจ้างคนอื่นมาแทน” ภคภัทรตอบตามจริง เพราะเขาไม่ได้ชอบให้ใครมายุ่งหรือก้าวก่ายกับชีวิตส่วนตัวมากนัก
“หรือคุณภัทรจะให้พิงค์ขับให้ก็ได้นะคะ เพราะพิงค์ไม่ใช่คนอื่น แต่ก็เป็นผู้ช่วยคนหนึ่งของคุณเหมือนกัน” พลอยชมพูเสนอขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ผมไม่ใช่พวกใช้ใครนอกเวลางาน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอมองว่าเขาเป็นผู้ชายที่ทำอะไรเองไม่ได้หรืออย่างไร อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชาย จะปล่อยให้ผู้หญิงมาขับรถแล้วตัวเองนั่งสบายๆ แบบนี้มันออกจะดูไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย
“งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ใจดีกับพิงค์” พลอยชมพูพูดพร้อมกับก้มหน้ายิ้มอย่างปลื้มปีติ
“ไม่ต้องร้องแล้ว…พี่เข้าใจแล้วครับ ไว้ชมพูพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยวางแผนเรื่องลูกใหม่ก็ได้ หรือถ้าชมพูไม่อยากมีลูกเราก็อยู่เป็นสองตายายแล้วก็พากันเที่ยวรอบโลกไปเลยเป็นไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความสุข “ฮึก ถึงตอนนั้นจะมีแรงหรือเปล่าคะ” พลอยชมพูอดยิ้มตามกับคำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ “อยากพิสูจน์แรงตอนนี้ก่อนไหมล่ะ” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มผลักร่างบางให้นอนแนบไปกับเตียงนอน ในขณะที่เขาก็ขึ้นทาบทับเธออย่างรวดเร็ว “พี่รักชมพูนะครับ ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะอยู่ข้างๆ ชมพูแบบนี้ตลอดไป” “ชมพูก็รักพี่ภัทรค่ะ” พลอยชมพูดึงใบหน้าหล่อเหลาของสามีลงมาจูบด้วย
“ชมพูครับ…เรามีลูกด้วยกันได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาตั้งใจว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เขากับเธอเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง และชายหนุ่มอยากปลดปล่อยความรักที่เขามีต่อเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น “คือว่า…” พลอยชมพูเกิดความรู้สึกหูอื้อตาลาย ใช่ว่าเธอไม่รักเขา แต่ว่าเรื่องลูก… “พี่รักชมพู และพี่อยากให้เราสองคนมีครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกัน” ภคภัทรถอดเสื้อหญิงสาวออกจนร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป เขาหยัดกายขึ้นเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง และปลดปล่อยความเป็นชายของเขาออกมา “ชมพูก็รักพี่ภัทรค
สุดท้ายภคภัทรก็ต้องอดทนจนถึงเวลาเข้าหอ…แม้ว่าใจอยากจะไล่แขกให้กลับบ้านไวๆ แต่ชายหนุ่มก็สามารถเก็บงำส่วนลึกของตนเองภายใต้ใบหน้าเย็นชาได้เป็นอย่างดี ถึงจะแอบแทะโลมหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจระหว่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของเขาแล้ว ความอดทนที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนทำให้คืนนี้ชายหนุ่มไม่มีทางปล่อยให้พลอยชมพูได้นอนหลับทั้งคืนแน่ๆ “เมียพี่สวยจัง” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากข้างหลัง พร้อมกับหอมที่ซอกคออย่างโหยหา กลิ่นกายสาวช่างหอมหวนและกระตุ้นอารมณ์อยากใคร่ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี “พี่ภัทรก็หล่อมากค่ะ” พลอยชมพูหมุนตัวกลับไปมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความหลงใหล เธอหลงและปลื้มเขามานาน และการได้แต่งงานแนบชิดกันมันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกน้อ
“ผมยอมรับว่าคืนนั้นผมอาจทำให้คุณเข้าใจผิดไปบ้าง มันเป็นเพราะผมคิดน้อยไปหน่อย แต่ผมขอยืนยันว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าเพื่อน” “แล้วกับนังเด็กนั่นมันมากกว่าหรือยังไง เมย์ไม่เข้าใจว่าเด็กนั่นดีกว่าเมย์ตรงไหน” เมริสาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอไม่เคยแพ้ใคร แต่ต้องมาแพ้เด็กอย่างพลอยชมพูเนี่ยนะ “ผมรักชมพู และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอธิบายความรักของผมให้คุณเข้าใจ ที่ผมอยากให้คุณเข้าใจคือผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณมากกว่าคำว่าเพื่อน” ภคภัทรพยายามพูดอย่างใจเย็น ลึกๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมานั่งอธิบายให้เมริสาเข้าใจทั้งนั้น แต่อีกใจก็สงสารหญิงสาวและไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกต่อไป “แต่คุณก็รู้ว่าเมย์ไม่เคยคิดกับคุณแค่เพื่อน ทำไมคะ
“เราจะไปรู้อะไร เพราะพี่เห็นเราอยู่คนเดียว” ภคภัทรยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง ในวันแรกที่เจอกันเธอดูสดใสและร่าเริงไม่ต่างจากวันนี้ และเธอก็สามารถทำให้เขายิ้มได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรกันสักคำ จากวันนั้นถึงวันนี้ภคภัทรเองก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าบางทีเขาอาจจะหลงรักเด็กน้อยตรงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอกัน วันที่เธอเกือบจะจูบเขาผ่านกระจกกั้นนั้นแล้วก็เป็นได้ “แหะๆ น่าอายจังเลยนะคะ เผลอทำอะไรตลกๆ ต่อหน้าพี่ภัทร” ทันทีที่ฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องทั้งหมด แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่างน่าอายเหลือเกินสำหรับหญิงสาว “ตลกที่ไหน น่ารักจะตาย” “พี่ภัทรนี่กลายเป็นคนคลั่งรักไปแล้วหรือไง” หญิงสาวพูดด้วยความเขินอาย บทผู้ชายเย็นชาอย่างภคภ
ภคภัทรรีบตามพลอยชมพูมาจนถึงบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอก เธอนั่งอยู่ที่ริมสระพร้อมกับห้อยขาเหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่าชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังคิดเรื่องแต่งงาน แต่ที่เขาไม่สามารถเดาได้เลยคือ เธออยากแต่งงานกับเขาหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย “ขอพี่นั่งด้วยคนสิ” ภคภัทรไม่รอให้หญิงสาวอนุญาต เขานั่งลงข้างกายเธอพร้อมกับหย่อนขาลงในสระน้ำเช่นเดียวกัน “ทานอะไรอิ่มแล้วเหรอคะ ถึงตามชมพูออกมา” พลอยชมพูถามในขณะที่สายตากำลังมองทอดไปที่ท้องฟ้าเช่นเคย “ใครจะมีอารมณ์กินข้าวล่ะ เพิ่งขอแต่งงานสาวไปแต่ดูเหมือนว่าจะแห้วซะแล้ว”
ครั้งก่อนที่เจอกันโดยบังเอิญก็โขมยจูบเขา แค่มีกระจกกั้น นี่ยังต้องมาเจอในที่ทำงานอีก เพราะบังเอิญยัยเด็กบ๊องชอบส่องเป็นหลานสาวปฐมา “เอ่อ แฮ่ม! นี่หนูพลอยชมพูค่ะ หลานสาวของปัทเอง” ปฐมากระแอมออกมาเมื่อเห็นว่าพลอยชมพูเอาแต่จ้องเจ้านายสุดหล่อของเธออย่างลืมตัว พร้อมกับสะกิดให้หญิ
“ยิ้มอะไรของป้าเย็น” ภคภัทรเอ่ยถาม “คุณภัทรรู้ไหมคะว่าเมื่อกี้เป็นลางบอกเหตุ” “ลางบอกเหตุอะไรครับ หน้าตาผมดูเชื่อเรื่องพวกนี้เหรอครับ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมา แต่ไหนแต่ไรเขาไม่สนใจเรื่องงมงายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดลบหลู่อะไร “เขาบอกกันว่า ถ้าเราบังเอิญหยิบทิชชูแผ
เช้านี้ภคภัทรต้องขับรถไปทำงานเองเพราะอิทธิขอลาไปทำธุระที่บ้าน แม้ว่าเขาเองจะเป็นคนที่จริงจังกับงานชนิดที่เรียกได้ว่าบ้างานเข้าขั้นสุด ใครทำงานกับเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือความไม่รอบคอบและการทำงานพลาด ซึ่งมันค่อนข้างจะกดดันพนักงานหลายๆ คนอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นอิทธิก็ยังคงทำงานกับเขาจน
ร้านชุดแห่งนี้ออกแบบเป็นกระจกใสทั้งร้าน แต่ความพิเศษอยู่ที่คนด้านนอกจะไม่สามารถมองเห็นด้านในของร้าน ในขณะที่คนด้านในสามารถมองเห็นบรรยากาศด้านนอกทุกอย่าง ด้วยเพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านดังและไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องง้อลูกค้าจรที่แวะมาเดินเที่ยวเล่นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แต่หากเป็นคนในแวดวงไฮโซหรือน







