LOGINคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยกว่ากางเกงในอย่างเขาแค่สนใจร่างกายของเธอเท่านั้น ได้แล้วค่อยทิ้ง “ฉันอยากได้เธอ” “ท่านรองเขาดีลงานกันแบบนี้เหรอคะ” “ถ้าชอบมาก ๆ ก็ใช้ทางลัด”
View Moreแนะนำเรื่อง
ลุ่มหลงท่านรอง
“แค่สนใจร่างกาย ได้แล้วก็ทิ้ง”
ซีรีส์นิยายเซต ลุ่มหลงคนเลว
ลุ่มหลงท่านรอง
ลุ่มหลงเสือร้าย
ลุ่มหลงเด็กปีศาจ
ลุ่มหลงอาจารย์เถื่อน
เข็มทิศ ธนพิพัฒน์ เจริญเกียรติปรีชา
26 Y 79/189 เลขมงคล 62
รองประธานเจริญเกียรติ จำกัด (มหาชน)
หล่อคมเข้ม คิ้วหนาเด่นผมสีน้ำตาลแดง
วางมาดผู้บริหาร นอกบริษัทเป็นหนุ่มเพลย์บอยเจ้าสำราญ
เจ้าเล่ห์ สนใจใครเข้าหาโดยตรง ไม่กินซ้ำ เสร็จจ่ายจบ
เจนิส ปภาวรินทร์ อัครวัชร
21 Y 55/168 Cub E
สาวการโรงแรมปี 4 หลานสาวคนโตของตระกูล
สวยคม นมโต ตูดใหญ่ หุ่นนาฬิกาทราย ชอบแต่งตัว
เป็นคนตรง ๆ แรงแต่จริงใจ
.
“ปากดีแบบนี้ ครางบนเตียงฉันหลายคนแล้ว”
“หนูไม่กินหมาค่ะ”
“อยากลองท่าหมาไหมล่ะคนสวย”
หน้าโรงแรมระดับเจ็ดดาวใจกลางกรุงเทพ รถยนต์มินิคูเปอร์สีแดงจอดรออย่างใจเย็น หญิงสาวแสนสวยในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังรับหน้าที่เป็นคนขับ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มสีสันเน้นที่ปากกระจับสีแดงฉ่ำแสดงออกถึงความมั่นใจเหลือล้นของเธอ
เจนิส ปภาวรินทร์ อัครวัชร หญิงสาวผู้สง่างามหลานสาวคนโตของบริษัทวศิณา กรุป ถึงแม้ครอบครัวจะทำเกี่ยวกับอสังหาและโรงแรม แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ทำงานในเครือ เพราะอยากได้ประสบการณ์จากการทำงานจริง ๆ
“เฮ้ย ! เชี่ยอะไรแต่เช้าวะเนี่ย”
แต่เหมือนว่าก่อนออกจากห้องเธอก้าวเท้าผิดข้าง หรือไม่ก็ใส่ชุดชั้นในสีกาลกินีเป็นแน่ถึงได้ซวยแต่เช้าขนาดนี้
ช่องจอดรถที่เธอรอนานหลายนาที อยู่ดี ๆ ก็มีรถสปอร์ตจากที่ไหนก็ไม่รู้มาเสียบเข้าจอดแทนอย่างหน้าไม่อาย ทำเอาวันดี ๆ ของเธอหล่นหายไปแต่เช้า
เสียงด่าทอเกิดขึ้นภายในเก๋งคันเล็กอยู่เนิ่นนานกว่าจะสงบ เจ้าของรถสูดหายใจเข้าปอดอย่างเดือดดาล เบื่อหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับสะบัดผมเหมือนสลัดอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ออกไปด้วย
แต่คนที่ไม่เคยแพ้ใครอย่างเจนิสหรือจะยอมให้อีกฝ่ายได้ทำตามใจ เจ้าหล่อนเคลื่อนรถจอดขวางทางพร้อมกับใส่เบรกมือเรียบร้อยก่อนลงจากรถ
เพียะ ! “ชิ !”
สะโพกผายยกขึ้นก่อนจะฟาดมือน้อยลงเต็มแรงใส่ก้นงอนของเธอ ลิ้นเรียวแลบออกล้อเลียนคนที่อยู่ในรถ ตอนนี้เธอแค่นึกอยากระบายอารมณ์ก็เท่านั้น ไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะเป็นใคร
เข็มทิศ ธนพิพัฒน์ เจริญเกียรติปรีชา ผู้บริหารเจริญเกียรติ กรุป นั่งตำแหน่งรองประธานบริษัท แต่ทว่าเขาก็มีอำนาจสูงสุดเพราะผู้เป็นพ่อเสมือนหัวเรือใหญ่แค่ในนามเท่านั้น
“อะไรของยัยเด็กบ้านั่นวะ ! เดี๋ยวโดนกูจับกระแทกตูดแม่ง !”
เขาไม่เข้าใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกระทำของเธอตอนนี้คืออะไร เพราะเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็โดนเธอตบก้นเชิดใส่แล้ว อย่างกับว่าเขาทำอะไรผิดอย่างไรอย่างนั้น
“แต่แม่ง ! สวยใช้ได้เลยว่ะ ตูดน่าเน้ดฉิบหาย”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับคิ้วหนายกขึ้น เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเป็นนักท่องเที่ยวหรือแขกที่จะมาพักที่นี่ แต่เรียกได้ว่าดึงดูดความสนใจเขาได้มากเลยทีเดียว
ครืด ครืด~
ในระหว่างที่สายตายังคงจ้องมองที่เรือนร่างขาวสะอาดตาอยู่นั้น เครื่องมือสื่อสารก็มีสายโทร. เข้ามา จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเลขาที่เขาไว้วางใจ
(ครับ)
“บอสคะ ทางนั้นโทร. มาเลื่อนประชุมออกไปก่อนค่ะ”
(เพราะ ?)
จากที่อารมณ์ดีอยู่กลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมาในทันที เพราะเขาอุตส่าห์รีบจนต้องมาจอดโซนที่ใกล้ที่สุด แต่กลับโดนเทงานเสียได้ และผู้บริหารอย่างเขาที่ตารางงานแน่นกว่าเมล็ดข้าวโพดในฝักนั้นจัดว่าเป็นการเสียเวลาอย่างยิ่งเลยทีเดียว
“คือ... แจ้งแค่ว่าติดธุระค่ะ”
(อืม ดีนี่ เฮอะ)
ชายหนุ่มกดตัดสายเลขาวัยกลางคนก่อนจะสูดหายใจอย่างหนักเข้าปอดดับอารมณ์ แต่ไฟร้อนที่ติดแล้วมีหรือจะดับลงง่าย ๆ เขาแทบอยากฉีกเนื้อคนที่ผิดนัดออกเป็นชิ้น ๆ หากไม่มีประโยชน์ร่วมกันนึกไม่ออกเลยว่า เขาจะจัดการกับคนพวกนั้นอย่างไร
“หืม ?”
เมื่อเดินเข้าโรงแรมมา สายตาก็พลันกระทบกับเรือนร่างสะโอดสะองที่ตนจ้องมองไม่ละสายตาเมื่อครู่ ในมือยังถือแฟ้มเอกสารคล้ายกับว่ามาสมัครงาน แต่การแต่งกายเหมือนจะยังเป็นนักศึกษาอยู่
“เรารับสมัครงานเหรอ”
“น่าจะเป็นนักศึกษาฝึกงานที่มาสัมภาษณ์ค่ะ”
“อ๋อ...”
ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มแววตาเขาบ่งบอกว่ามีความคิดบางอย่างอยู่ในใจ ซึ่งไม่น่าจะดีเท่าไรนัก จนเลขาที่ยืนคุยด้วยต้องเลิกคิ้วมอง
“ผมจะสัมภาษณ์เอง”
“เอ่อ แผนกต้อนรับนะคะ ไม่ใช่เลขา...”
“ครับ แค่เธอคนนั้น”
เขาผงกหัวไปทางผู้หญิงที่นั่งทำสมาธิอยู่หน้าห้อง ความแตกต่างของเธอดึงดูดสายตาชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์ตอนที่อยู่ลานจอดรถก็ได้
ธนพิพัฒน์รอในห้องประชุมเล็กอย่างใจจดใจจ่อ แฟ้มประวัติย่อที่ส่งมาหลายเล่มมีเพียงเล่มเดียวที่เขาเปิดดู
“หึ นามสกุลคุ้นเคยซะด้วย น่าสนใจ”
ราวกับว่าได้เจอเพื่อนเก่าที่พลัดพราก รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นเล็ก ๆ ก่อนที่จะมีเสียงเคาะเรียกสติ พร้อมกับหญิงสาวที่ตนรอคอยเดินเข้ามา
ส้นเข็มสีดำยิ่งทำให้ขาเรียวยาวขึ้นไปอีก กระโปรงที่สั้นเหนือเข่ารวมกับเสื้อนักศึกษาสีขาวรัดหน้าอกหน้าใจตูมเด่นทำเอาผู้บริหารหนุ่มต้องคลายเนกไทเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
“เชิญนั่งครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
สาวการโรงแรมเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม เธอใช้หางตาสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เพราะจากที่ได้ข่าวคนก่อนหน้าบอกว่าผู้สัมภาษณ์มีถึงสามคน แต่กับเธอมีแค่เขาคนเดียว แถมได้เข้าคนละห้องกับคนอื่นอีก
“สวัสดีค่ะ ดิฉันปภาวรินทร์ อัครวัชรค่ะ กำลังศึกษาอยู่ที่คณะการจัดการโรงแรมมหาวิทยาลัยเดอะนอลเลจด์ค่ะ”
“ครับ ถ้าพร้อมแล้วผมเริ่มเลยนะครับ”
เขายิ้มให้เธอไปหนึ่งที ก่อนจะก้มมองเอกสารอีกครั้งแล้วเงยขึ้นสบตากับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ สายตาของเขาทำเอาเจ้าหล่อนรู้สึกประหม่าได้เลย
“ถ้าคุณรีบ แต่มีรถมาจอดตัดหน้าคุณ คุณจะทำอย่างไรครับ”
คำถามประหลาดที่เขาส่งมาพร้อมรอยยิ้มนั้นทำเอาเธอต้องขมวดคิ้วมองกลับไป แต่นั่นก็เหมือนทำให้เธอกระจ่างเช่นกันว่าคนที่จอดรถตัดหน้าเธอเป็นคนเดียวกับที่กำลังนั่งสัมภาษณ์เธออยู่ในตอนนี้
“จอดขวางใส่เบรกมือค่ะ พึ่งทำมาเมื่อกี้นี้เอง พอดีเจอคนไร้มารยาท”
ปากแดงฉ่ำเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ได้น่าฟังเท่าไรนัก พร้อมสายตาเฉี่ยวไม่ได้หวาดกลัวเขาเลยสักนิด ออกไปทางท้าทายอำนาจเสียด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้ผู้ชายฝั่งตรงข้ามเธอหัวเราะพอใจในลำคอพร้อมกับพยักหน้ารัว ๆ เป็นการรับทราบคำตอบ
“ครับ แค่นี้ครับ”
เขาผายมือไปทางประตูเชิงบอกว่า การสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้จบลงแล้ว เจนิสยืนขึ้นเคารพอีกฝ่ายด้วยความงงงัน แต่ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เธอเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่ว่าต้องเตรียมหาที่ฝึกงานใหม่แน่นอน
แต่จะยังไงในเมื่อเธอไม่ผิดต้องยอมรับสภาพที่โดนเขาจอดตัดหน้าเพียงเพราะเขามีตำแหน่งในบริษัทอย่างนั้นเหรอ เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเสียด้วยสิ
“ฮึ !”
คนในห้องดุนกระพุ้งแก้มพร้อมกับติ๊กให้ผ่านทุกช่องอย่างไม่อ่านรายงานแบบประเมิน เธอที่เขาไม่รู้จัก แถมยังเป็นคนที่มาสัมภาษณ์ขอเข้าทำงาน แต่กลับกล้าด่าเขาซึ่ง ๆ หน้าไม่ได้หวาดกลัวอำนาจในมือเขาเลยสักนิด ดูแล้วผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ธรรมดา ยิ่งทำให้เขาสนใจจะค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอมากขึ้น
โดยเฉพาะในร่มผ้า...
“ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์เข้ารับการฝึกประสบการณ์จำนวนสองท่านได้แก่นายชาคริสต์ พงษ์สุข และนางสาวปภาวรินทร์ อัครวัชร รายละเอียดฝ่ายบุคคลจะแจ้งให้ทราบอีกทีทางอีเมลนะคะ”
“มึง ! เริ่ดมากค่ะชะนี กรี๊ด !”
หลังจากที่ผู้ช่วยเอชอาร์ประกาศผลการสัมภาษณ์ เพื่อนสาวในร่างชายก็กระโดดโลดเต้นดีใจโผเข้ากอดหญิงสาวที่กำลังงงงวย เพราะคำตอบของเธอไม่น่าจะเป็นที่พอใจสักเท่าไรเลย
เมื่อทำงานหนักหน่วงมาทั้งวันแล้ว เจ้าของกิจการโรงแรมชื่อดังก็สลัดคราบความเป็นผู้บริหาร เหลือเพียงกายเนื้อของหนุ่มเพลย์บอยเจ้าสำราญเท่านั้น
“อะไรทำให้ท่านรองอารมณ์ดีขนาดนี้ครับ”
ความปลาบปลื้มที่ปกปิดไว้ไม่มิดพวยพุ่งออกทางใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ส่งผลให้เพื่อนจับพิรุธได้ จนต้องเอ่ยถามออกมาอย่างรู้ใจ
“ก็แค่รับเด็ก”
“เชี่ย ! หน้าอย่างมึงเนี่ยนะจะเลี้ยงเด็ก !”
เติร์กอุทานอย่างไม่เชื่อหูที่ได้ยินเมื่อครู่ขัดกับจรรยาบรรณเสือผู้หญิงอย่างเพื่อนสนิทของตนมากเกินควร เรียกได้ว่าไปคนละทิศคนละทางเลยก็ว่าได้ เพราะท่านรองผู้นี้เคยลั่นวาจาไว้ว่า ‘จะครองโสดไปจนตาย’
“กูหมายถึง รับเด็กฝึกงานไอ้เหี้ย ! ความคิดมึงนี่ไปถึงไหนแล้ว”
“มึงไม่พูดให้เคลียร์แต่แรกวะ”
หมอนอิงขว้างครึ่งแรกออกจากมือเจ้าของกิจการค้าเหล้าพุ่งตรงใส่รองประธานโรงแรมชื่อดัง ก่อนที่มันจะหันเหพุ่งกลับมาหาตนอีกครั้ง
“แล้ว ? ได้แล้วหรือยังไง”
“ยัง คิดว่ากูเป็นคนยังไงวะ”
“คนเงี่ย_x !”
“อืม อันนี้ก็ไม่เถียง”
เขายอมรับแต่โดยดีไม่มีอะไรโต้เถียง เพราะตั้งแต่คบกันมาจนป่านนี้ เพื่อนก็รับรู้ด้านนั้นของเขามาโดยตลอด เข้าใจเป็นอย่างดีกับการใช้ผู้หญิงสิ้นเปลืองของตน
“กูแค่เจอของดี”
“อู้ว”
เพื่อนทั้งสามต่างเข้าใจว่าสีหน้าอิ่มเอิบโดยที่ไม่ได้งาบเหยื่อเช่นนี้เหตุมาจากอะไร แต่ในความเข้าใจก็มีความแปลกใจบางอย่างแวบขึ้นในหัว
“แล้วไม่จัดการเลยวะ”
“ฮึ คนนี้รอก่อน”
“เชี่ย ! กูหูฝาดไหมวะเนี่ย !”
เจ้าของคลับเบิกตากว้างพลางยกนิ้วขึ้นปั่นหู การที่เพื่อนถูกใจใครแต่ยังไม่ได้ครอบครองภายในวันนั้นเลยเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเสือผู้หญิงของเขามากที่สุด
“ก็แค่อยากเลี้ยงให้อ้วนก่อน ของอร่อยต้องเก็บไว้กินทีหลัง”
รอยยิ้มเสือร้ายมากเล่ห์เผยอขึ้น ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากล่างคล้ายจะสื่อว่ามีแผนในใจเรียบร้อย และมั่นใจเอามาก ๆ กับแผนการนั้น
“แต่แม่ง วันนี้นะ กูโดนยัยเด็กนั่นตบก้นใส่แถมด่ากูด้วย”
“ฮะ ! ทำไมวะ”
“ก็กูรีบเลยจอดรถหน้าโรงแรม แต่กูไม่เห็นยัยเด็กนั่นมันจอดคนละทางกัน แล้วแม่งตอนกูถามว่าถ้าเจอคนจอดรถตัดหน้าจะทำไง พวกมึงรู้ปะว่ายัยนั่นตอบว่าไง...”
เขาเว้นระยะห่างให้เพื่อนได้คิดตามในใจ และแน่นอนว่าเรื่องผู้หญิงมีหรือที่ทั้งสามเสือจะไม่สนใจ ยิ่งเป็นคนที่ทำเพื่อนตนทั้งอารมณ์ดีและหัวร้อนได้ในเวลาเดียวกันนั้นต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
“ยัยเด็กนั่นตอบกูว่า... จอดขวางใส่เบรกมือค่ะ พึ่งทำมาเลยพอดีเจอคนไร้มารยาท แม่ง ! หลอกด่ากูเฉยเลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านรองเจอดีเข้าแล้ว”
เสียงหัวเราะขำขันของเพื่อนเล่นเอาคิ้วเข้มทรงเสน่ห์ขมวดม้วนเข้าหากัน การที่เพื่อนกล่าวเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการเย้ยหยันเขาเลยสักนิด
“มึงรับเข้าทำงานเหรอวะ”
“เออ !”
“ฮะ ! ไอ้เหี้ยรอง !”
ทั้งสามคู่สายตามองจ้องไปที่คนคนเดียวอย่างจับผิด ถ้าบอกว่าสนใจจึงรับทำงานก็อาจจะใช่ แต่ถ้าด่ากันขนาดนั้นจะยังสามารถญาติดีกันได้อีกอยู่หรือ
“เกรดดีหรือสวยวะ”
“ตูดใหญ่”
พอเหตุผลหลุดออกจากปากท่านผู้บริหารเพื่อนพ้องคนสนิทก็เข้าใจทันทีว่า เหตุใดเด็กคนนั้นถึงได้งานได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
“งานนี้น้องน่าจะรอดยากว่ะ”
“ฮึ กูไม่ปล่อยให้รอดไปอยู่แล้ว”
เขาพูดกลาย ๆ แต่มาดมั่นและทรงพลัง เป็นเหมือนคำมั่นกับเพื่อนว่าจะช่วงชิงร่างกายนักศึกษาฝึกประสบการณ์คนนั้นมาให้ได้
18.30 น. Charoen - Kiat Hotel – ภูเก็ต ความครึกครื้นของโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะวันนี้เป็นวันที่ท่านรองประธานบริหารโรงแรมกับประธานคนใหม่เข้าพิธีมงคลสมรสกันห้องโถงพิธีติดริมทะเลอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีการ์ดเชิญเข้าเท่านั้น โดยส่วนใหญ่มาจากแวดวงธุรกิจของทั้งสองครอบครัว แต่กระนั้นเขายังไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่า เป็นส่วนเกินในบทสนทนาเลยสักครั้ง“งานแต่งยิ่งใหญ่มากเลยครับท่าน”“แหม ก็สองตระกูลเป็นดองกันทั้งทีก็ต้องให้สมเกียรติหน่อย”นักธุรกิจมากวัยคุยหยอกเล่นกันอย่างไม่จริงจังนัก แต่ความหมายเหมือนว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องธุรกิจไม่ได้มีความรู้สึกใดเกี่ยวเนื่องด้วยเลย“ก็จัดให้ใหญ่สมกับความรักที่ผมมีต่อภรรยานั่นแหละครับ”เข็มทิศโอบเอวศรีภรรยาข้าง ๆ ให้เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น รอยยิ้มอันอบอุ่นแผ่ซ่านปกป้องหญิงสาวไม่ให้รู้สึกหนาวเหน็บ จนเจ้าหล่อนอดยิ้มอย่างขอบคุณไม่ได้คู่บ่าวสาวเดินวนไปทั่วงานต้อนรับแขกผู้มาเยือน บ้างก็แสดงความยินดี บ้างก็ชื่นชมความหล่อสวย แต่สุดท้ายก็มักจะจบลงเรื่องธุรกิจจนได้“หนูเบื่อไหมคะ”“ไม่ค่ะ เข้าใจได้ แค่ลุ้นว่าจะมีเมียน้อยจากที่ไหนโผล่มาหรือเปล่า”“หยอ
สัปดาห์สุดท้ายของการฝึกประสบการณ์ เจนิสดีใจแทบเนื้อเต้นอยากให้ถึงวันที่เธอสำเร็จการศึกษาไว ๆ ทว่าต่างจากเจ้าของบริษัทยิ่งนัก เพราะเขายังอยากให้เธออยู่ที่นี่ด้วยในทุกวัน อยากเจอหน้าเธอเวลาเหนื่อย อยากดื่มกาแฟฝีมือเธอในทุกบ่าย อยากกอดอยากหอมเจ้าหล่อนได้ทุกเวลาที่อยากเหมือนเช่นตอนนี้“ท่านรองขา เซ็นเอกสารให้หนูได้แล้วค่ะ”“ไม่จบได้ไหม ฝึกต่ออีกหน่อย”“พี่ทิศ~”เจนิสมองไปยังบานประตูที่ทึบแล้วก่อนจะนั่งลงบนตักคนพี่พร้อมทั้งโอบแขนเรียวรอบคอ สายตาหวานเชื่อมออดอ้อนแฟนหนุ่มให้ยินยอมเซ็นเอกสารผ่านงานให้เธอสักที“พี่ทิศอยากให้คนอื่นนินทาว่า ท่านรองมีเมียเรียนไม่จบเหรอคะ”“ใครว่าพี่จะฉีกปากมัน !”“ฮึ ไม่เอาน่า เรียนจบแล้วหนูจะได้เป็นคุณนายเจริญเกียรติเต็มตัวไงคะ”เหมือนว่าข้อตกลงของเธอจะน่าสนใจจนเขาต้องหยุดครุ่นคิดสักพักแล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มถือเอกสารไว้ในมือพร้อมทั้งอุ้มคนตัวเล็กขึ้นตรงเข้ามาห้องนอนส่วนตัวรองประธานบริษัท“เซ็นท่าไหนคะ ถึงต้องเข้าห้อง”“ท่าหมาค่ะ”“เวลางาน เดี๋ยวหนูก็โดนไล่ออก”เธอผลักอกแกร่งของคนพี่เบา ๆ อย่างหยอกล้อ เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่
ตั้งแต่เรื่องวันนั้นเกิดขึ้นดูเหมือนว่าปภาวรินทร์จะใช้ชีวิตได้สงบมากขึ้น เสียงที่เคยจอแจข้างหูก็ไม่ดังให้รำคาญ จนบางครั้งเธอเองรู้สึกว่าขาดอะไรไปเอริส : เจ้ ว่างไหม ป๊ากับม้ามาเจนิส : ได้อยู่ เลิกงานเดี๋ยวไปหาเอริส : โอเคจ้าเมื่อตอบข้อความน้องสาวแสนซนเสร็จความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นบนหัวจนเผลอเหลือบมองท่านรองประธานบริษัทผ่านกระจกหน้าห้อง‘พาไปเจอป๊ากับม้าจะไวไปไหมนะ’เจนิสพิเคราะห์ซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ คิดไม่ตกกลัวว่าการพาแฟนที่พึ่งคบกันได้เพียงเดือนกว่าไปเจอพ่อแม่นั้นจะเร็วเกินไปสำหรับเขา แต่เธอก็ไม่อยากปิดบังเช่นกันเจนิสเดินขึ้นรถสปอร์ตของรองประธานตามปกติอย่างทุกวันตอนเลิกงาน แต่ที่ไม่ปกติก็คือความร่าเริงสดใสหล่นหายมีแค่อาการเหม่อลอยเท่านั้น ทำเอาแฟนหนุ่มหวนคิดว่าเขาใช้งานเธอหนักเกินไปหรือเปล่า“เป็นอะไรหรือเปล่า เหนื่อยเหรอคะ”“เปล่าค่ะ...”“อ๋อเออ... ช่วงเย็นพี่ไม่ว่างนะ มีนัด”เจนิสกำลังจะเอ่ยปากชวนก็ต้องเก็บความคิดของตนเอาไว้ เพราะตารางแน่นเอี๊ยดของผู้บริหารนั้นเธอรู้ดีว่ายากแค่ไหนที่จะเจียดเวลาไปกับเธอ ยิ่งไม่ได้บอกล่วงหน้ายิ่งแล้วใหญ่“เดี๋ยวหนูไปกับพี่หน่อยนะ แป๊บเดียว”“
“หายหัวเลยน้า... คุณนายท่านรอง”สาวประเภทสองอย่างชาคริสต์เอ่ยทักทายหญิงสาวที่พึ่งหลุดออกจากวงแขนท่านรองประธานมาหมาด ๆ อย่างรู้ทัน รอยยิ้มแฝงไปด้วยการเย้าหยอกนั้นส่งผลให้เจนิสได้แต่อมยิ้มไม่โต้ตอบ เพราะทุกอย่างมันชัดเจนบนใบหน้า จนเธอไม่สามารถปกปิดได้แล้วการคบกันอย่างเปิดเผยของรองประธานและเด็กฝึกงานเป็นที่เลื่องลือในโรงแรม บ้างก็เข้ามายินดี บ้างก็ใส่ร้ายป้ายสีต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายด้วยอำนาจของรองประธานคำพูดเสียหายนั้นก็เงียบลง“เอาเต้าไต่จนได้ดีเลยนะมึง”“ก็ว่าแล้วทำไมมั่นนัก”ลมหายใจร้อนฉ่าพ่นออกจากจมูกโด่งของเด็กสาวฝึกประสบการณ์ถึงแม้ว่าพนักงานคนก่อนจะโดนไล่ออกไปแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่คอยพูดจาเหน็บแนมเธออยู่ดี“มึง เอาไง จัดการเลยไหม”“หึ ไม่อะ มึงก็รู้ว่าอีเจนไม่ได้สนใจหมาเห่าอยู่แล้ว”เธอบอกปัดเพื่อนอีกครั้งก้มหน้าทำงานของตนเองต่อแม้ว่าเสียงของพนักงานพวกนั้นจะยังไม่สงบลงก็ตาม เจนิสรู้ดีว่าถ้ายิ่งใส่ใจมากเท่าไรพวกเขาก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น เธอจึงเลือกมองข้ามให้คนที่คิดไม่ดีต่อเธออกแตกตายแทนปภาวรินทร์นั่งโต๊ะหน้าห้องรองประธานทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาอย่างเต็มความสามารถ งานเอกสาร ตารางเวลา





