LOGINเช้านี้ภคภัทรต้องขับรถไปทำงานเองเพราะอิทธิขอลาไปทำธุระที่บ้าน แม้ว่าเขาเองจะเป็นคนที่จริงจังกับงานชนิดที่เรียกได้ว่าบ้างานเข้าขั้นสุด ใครทำงานกับเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือความไม่รอบคอบและการทำงานพลาด ซึ่งมันค่อนข้างจะกดดันพนักงานหลายๆ คนอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นอิทธิก็ยังคงทำงานกับเขาจนหามรุ่งหามค่ำหลายครั้ง และคนอย่างภคภัทรเองมีหรือจะไม่ตอบแทนพนักงานที่เต็มที่เช่นนี้ ทุกครั้งที่อิทธิขอลางานเขาจึงไม่มีท่าทีอิดออดหรือไม่อนุญาตเลยสักครั้ง
“คุณภัทรจะไม่ให้ลุงแช่มขับรถไปส่งแทนนายอิฐจริงๆ เหรอคะ” ‘ป้าเย็น’ หัวหน้าแม่บ้านที่ทำงานที่นี่มาหลายสิบปี เรียกได้ว่าเป็นแม่นมของชายหนุ่มเลยก็ว่าได้ เอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง
“ป้าเย็นก็รู้ว่าผมขับรถเป็น” ภคภัทรพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับป้าเย็นด้วยสายตาอบอุ่น กล้าเถียงขาดใจเลยหากใครมองว่าเขาเป็นคนยิ้มยาก เพราะเขามักจะยิ้มให้คนสำคัญในบ้านได้อย่างง่ายดายเสมอ
“ป้ารู้ค่ะ แต่ว่าป้าเป็นห่วงคุณภัทรนี่คะ เมื่อคืนออกงานกลับมาก็ดึก” แม่บ้านใหญ่พูดต่อด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ ‘พุทรา’ สาวใช้อีกคนจะยกแก้วกาแฟมาเสิร์ฟให้ชายหนุ่ม
“ผมไหวครับ ขอบคุณมาก ว่าแต่คุณพ่อไปไหนเหรอครับ” ภคภัทรถามถึงผู้เป็นพ่อ หลังจากวางมือเรื่องการบริหารงานท่าอากาศยานสุวรรณเขตแล้ว ‘ติณณภพ’ พ่อของเขาก็หันไปสนใจธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แทน
“เห็นว่าไปทำธุระต่างจังหวัดน่ะค่ะ”
“คุณพ่อไปกับใครครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย เขาสังเกตว่าพักนี้ติณณภพมักออกไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ใช่ว่าเขาจะไม่เปิดใจหากติณณภพอยากหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตแทนมารดาของเขาที่เสียไปตั้งแต่ตอนเขายังอายุได้เพียงเจ็ดขวบ แต่ภคภัทรเองก็อยากจะรู้จักผู้หญิงของพ่อ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าคนในครอบครัว ‘วรวงศ์คุณากร’ ต่างเป็นที่จับตามองของสาวน้อยสาวใหญ่ จนถ้าคิดจะเลือกผู้หญิงทั้งทีก็ต้องเลือกดีๆ ไม่ใช่พวกที่หวังผลประโยชน์หรืออยากชุบฐานะตัวเอง
“ไม่ทราบเลยค่ะ” ป้าเย็นได้แต่คิดในใจว่าขนาดภคภัทรยังไม่รู้เลย นับประสาอะไรกับคนใช้อย่างเธอ
“อืม ผู้หญิงสมัยนี้คิดอยากสบายทางอ้อมเยอะ ผมฝากป้าเตือนๆ คุณพ่อหน่อยละกัน”
“ผู้หญิงดีๆ ก็มีเยอะแยะนะคะคุณภัทร ว่าแต่คุณภัทรเองเมื่อไหร่จะพาแฟนมาที่บ้านบ้างล่ะคะ” ป้าเย็นเอ่ยถามแกมแซว ด้วยเพราะเลี้ยงชายหนุ่มมาตั้งแต่เด็กเลยรู้ว่าสามารถพูดเล่นกับเขาได้มากน้อยแค่ไหน
“หึ ป้าก็รู้ว่าผมทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจใคร” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมา เขาแทบไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนเป็นจริงเป็นจัง งานกับผู้หญิง เขาสนใจมากกว่าอยู่แล้ว
“แล้วคนที่เป็นข่าวกับคุณภัทรล่ะคะ ชื่ออะไรน้า…อ๋อ คุณเมริสา”
“ข่าวก็เขียนไปเรื่อยไร้สาระ” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่สนใจ ยิ่งกับเมริสาด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ จริงอยู่ว่าเธอแสดงท่าทีสนใจเขาอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างก็เพราะฝ่ายนั้นเพิ่งเริ่มเข้าวงการนางแบบ เลยอาจอยากสร้างข่าวให้ตัวเอง และแน่นอนว่ายิ่งเธอทำเหมือนสนใจและเอาอกเอาใจเขามากเท่าไรเขาก็ยิ่งไม่ไยดีเธอมากเท่านั้น
“ค่า ป้าน่ะอยากเห็นคุณภัทรเป็นฝั่งเป็นฝาไวๆ”
ภคภัทรหันไปยิ้มจางๆ เขารู้ดีว่าแกคงจะห่วงเขาตามประสาคนโบราณที่มองว่าการแต่งงานมีครอบครัวคือองค์ประกอบหลักของการประสบความสำเร็จ และเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต แต่สำหรับภคภัทรแล้วเขาไม่คิดเช่นนั้น ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถให้กำเนิดทารกหรือทายาทสืบสมบัติให้เขาได้อย่างง่ายดาย โดยที่เขาไม่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ภคภัทรคิดว่าเขาคงจะเลือกทางนี้เสียมากกว่าการที่ต้องสละเวลาและชีวิตของตัวเองให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ แถมยังสุ่มเสี่ยงกับความประสาทที่ต้องเอาใจพวกเธออีก เขาขออยู่เป็นโสดและทำงานแบบนี้ไปทั้งชีวิตยังจะดีกว่า
แม้จะไม่สนใจคบหาใครจริงจัง แต่เรื่องสัญชาตญาณทางร่างกายของผู้ชายก็เป็นสิ่งที่เขาเองก็ห้ามไม่ได้ ภคภัทรยังมีความต้องการแบบผู้ชายทั่วไป และด้วยฐานะเงินทองก็สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เขาไม่เคยขาดเรื่องบนเตียงและจะต้องได้รับการปลดปล่อยไม่น้อยไปกว่าอาทิตย์ละสองครั้ง โดยมีอิทธิที่เป็นคนจัดการหาผู้หญิงมาให้เขา ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่างเป็นเพียงการใช้บริการทั่วไป ซื้อขายจบก็แยกทาง แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่ซื้อบริการภคภัทรก็ป้องกันตัวเองเสมอ
ชายหนุ่มนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบโดยไม่ทันระวังจนกาแฟหกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นวงรอบอย่างเห็นได้ชัด
“ตายจริง” แม่บ้านใหญ่ตกใจและรีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มทันที ขณะที่ภคภัทรเองก็ตกใจไปไม่น้อยกว่ากัน เขาหยิบกระดาษทิชชูที่อยู่ในกล่องตรงหน้าออกมา เพื่อตั้งใจจะเช็ดเสื้อตามสัญชาตญาณ แต่แล้วก็พบว่ากระดาษที่เขาหยิบออกมาเหลือเพียงแผ่นสุดท้ายเท่านั้น
“พุทรารีบไปเอากล่องทิชชูใหม่มาให้คุณภัทรที” ป้าเย็นหันไปสั่งสาวใช้ทันที
“ไม่เป็นไร ผมว่าเดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อเลยดีกว่า” ภคภัทรพูดขึ้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย
“งั้นเดี๋ยวป้าให้พุทรามันไปหยิบเสื้อมาให้ใหม่นะคะ คุณภัทรจะได้ไม่เหนื่อย” ป้าเย็นหันไปสั่งพุทราในทันที ก่อนจะหันมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนภคภัทรสงสัย
“ทางนิตินัย ใช่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ทางพฤตินัย เราเป็นอะไรกันเรื่องนี้คุณรู้อยู่แก่ใจ” ภคภัทรมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตามาดร้าย ราวกับต้องการจะกินเหยื่อชิ้นโอชะ“ชมพูลืมมันหมดแล้วละค่ะ”“งั้นเดี๋ยวผมช่วยย้ำเตือนให้เป็นไง” ภคภัทรเหยียดยิ้มออกมาอย่างท้าทาย“อย่าเลยค่ะ ชมพูไม่อยากใช้ผู้ชายร่วมกับใคร อื้อ…” ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ ริมฝีปากร้อนของเขาก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากเธออย่างจาบจ้วงและรุนแรงไร้ซึ่งความปรานีภคภัทรกระแทกริมฝีปากใส่หญิงสาวด้วยความโมโห ยิ่งเธอแสดงท่าทีเหมือนไม่แคร์เขาก็ยิ่งอยากสั่งสอนให้เธอรู้ว่าเขามีสิทธิ์ในตัวเธอมากแค่ไหน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากหญิงสาวอย่างรุนแรงพร้อมกับกอดรัดร่างบางที่ตอนนี้สวมใส่เพียงชุดนอนเนื้อผ้าบางเบา ทำให้เขาได้สัมผัสร่างกายอวบอิ่มอย่างเต็มที่ กลิ่นกายหอมๆ ของเธอทำให้เขาหวนนึกถึงค่ำคืนที่แสนโรแมนติกและร้อนแรงระหว่างเขาและเธอ คืนที่เขาได้ ‘รัก’ เธออย่างเต็มอิ่ม แต่เพียงแค่คิดว่าพลอยชมพูกำลังทำเหมือนมองหาชายคนอื่นมาแทนที่เขา ภคภัทรก็ยิ่งโมโหดูดดึงริ
หลังจากงานเลี้ยงเสร็จสิ้นพลอยชมพูก็บอกลาพิชญะและกลับมาที่บ้านวรวงศ์คุณากร ในขณะที่ฝั่งของวิมลวรรณและติณณภพก็ได้เข้าห้องหอกันตามประเพณีที่บ้านวรวงศ์คุณากรเช่นกัน แม้ที่ผ่านมาพลอยชมพูจะมีความทรงจำอันเลวร้ายเนื่องจากพ่อทิ้งเธอกับแม่ไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสามเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความเชื่อว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่คนต่างหากที่ทำให้ความรักกลายเป็นเรื่องทุกข์ใจ ในวันนี้ที่ผู้เป็นแม่มีความรักอีกครั้ง ลูกสาวอย่างเธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย แต่ความรักของตนกลับดูจะสมหวังยากเสียเหลือเกิน“ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับอีกหรือไงนะ” หญิงสาวนอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วงภคภัทรจึงลงมาหาอะไรดื่มในห้องครัว หลังจากที่เขาออกไปกับเมริสา ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบตีสี่แล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่กลับมาที่บ้าน หรือว่าคืนนี้เขากับเมริสาอาจจะ… อะไรก็เป็นไปได้หมดสินะ…เมริสาเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงกระจอกงอกง่อย แถมยังเป็นคนสวยมากด้วยซ้ำ ไม่แปลกหากภคภัทรจะหวั่นไหว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็
“ครับ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณเป็นคนสนิทของคุณภัทรใช่ไหมครับ” พิชญะพูดขึ้นเป็นนัยว่าอิทธิกับเขาอยู่คนละระดับกัน“ใช่ครับ” อิทธิตอบพร้อมมองพิชญะอย่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร“ผมขอตัวคุณชมพูสักครู่นะครับ” พิชญะพูดออกไปตามตรง ก่อนจะมองอิทธิหัวจดเท้า“เอ่อ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนละกันครับ” อิทธิบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพเมื่อเห็นว่าพลอยชมพูส่งสัญญาณมาที่เขาว่าเธอไม่เป็นไร ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทันที“ผมก็คิดอยู่ก่อนแล้วว่าคุณพิงค์ ไม่สิ ต้องเรียกคุณชมพู คุณชมพูหน้าตาคุ้นๆ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นลูกสาวของคุณวิมลวรรณนะครับ” พิชญะพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มหว่านเสน่ห์ให้หญิงสาว“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ” พลอยชมพูไม่มีข้ออ้างอะไรกับพิชญะ เธอจึงเอ่ยขอโทษเขาแต่เพียงเท่านั้น“ไม่เป็นไรเลยครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะถือว่านี่เป็นครั้งแรกที่เรารู้จักกันมากขึ้น หวังว่าคุณชมพูจะไม่รังเกียจนะครับ”“คะ?” พลอยชมพูเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เข
“คุณภัทร เรามีเรื่องต้องคุยกันนะคะ” พลอยชมพูเดินตามภคภัทรไปที่สวนหลังบ้าน “มีอะไร” ภคภัทรหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับว่าเธอและเขาไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริงๆ “ชมพูรู้ว่าชมพูทำผิด แต่ชมพูไม่สบายใจถ้าเกิดไม่ได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณเข้าใจ” พลอยชมพูหายใจเข้าลึกๆ เพื่อขอโอกาสในการพูดคุยกับชายหนุ่ม “ผมคิดว่าเราพูดเรื่องนี้กันจบไปนานแล้วนะ คุณจะตามมาเอาอะไร หรือว่าอยากให้ผมรับผิดชอบเรื่องของเรา” ภคภัทรเหยียดยิ้ม พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ประชิดตัวหญิงสาว “มันจบไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อคุณยังเข้าใจชมพูผิดอยู่” หญิงสาวพยายามสบตากับชา
และแล้ววันที่ต้องเผชิญหน้ากับภคภัทรก็มาถึง ข่าวที่ครอบครัวของวิมลวรรณและท่าอากาศยานภูมิทรรศล้มละลายจนต้องปิดตัวลงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับข่าวดีที่ติณณภพผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท่าอากาศยานสุวรรณเขตได้ประกาศขอวิมลวรรณแต่งงาน ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ล่วงเลยไปได้สามวันแล้ว สามวันที่พลอยชมพูไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับภคภัทรเลย เพราะเขาไม่รับโทรศัพท์เธอแม้แต่สายเดียว ขณะที่ปฐมาเองก็คอยส่งข่าวด้วยความเป็นห่วงว่าภคภัทรยังคงไปทำงานตามปกติ แต่ที่น่าแปลกใจคือภคภัทรไม่เรียกปฐมาไปต่อว่าหรือสอบถามเรื่องของพลอยชมพูแม้แต่น้อย เขาทำราวกับต้องการให้เธอไม่มีตัวตนและไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาทั้งสิ้น จนมาในวันนี้ สุดท้ายพลอยชมพูกับภคภัทรก็ต้องมาประจันหน้ากันอีกครั้งที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา และนี่ก็เป็นวันแรกที่เธอกับวิมลวรรณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของติณณภพ “บ้านวรวงศ์คุณากรของเรายิ
“ชมพูขอตัวก่อนนะคะ” พลอยชมพูไม่รอให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านพูดอะไร เธอรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อตามชายหนุ่มไปทันที “คุณภัทรคะ รอชมพูก่อน” พลอยชมพูตะโกนเรียกชายหนุ่มเสียงดัง จนเขายอมหยุดเดินและหันไปมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับว่าระหว่างเธอกับเขาไม่เคยรู้จักกัน “ครับ? คุณชมพูมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า” ภคภัทรมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย “คือว่า…ชมพูอธิบายเรื่องทั้งหมดได้นะคะ” “ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะผมเข้าใจหมดแล้ว” ภคภัทรเหยียดยิ้มด้วยความดูถูกพร้อมกับมองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน ไม่เหมือนกับภคภัทรคนเดิมที่เธอเคยรู้จักมาก่อน&n







