ログイン“ยิ้มอะไรของป้าเย็น” ภคภัทรเอ่ยถาม
“คุณภัทรรู้ไหมคะว่าเมื่อกี้เป็นลางบอกเหตุ”
“ลางบอกเหตุอะไรครับ หน้าตาผมดูเชื่อเรื่องพวกนี้เหรอครับ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมา แต่ไหนแต่ไรเขาไม่สนใจเรื่องงมงายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดลบหลู่อะไร
“เขาบอกกันว่า ถ้าเราบังเอิญหยิบทิชชูแผ่นสุดท้ายออกจากกล่องหมายความว่าอีกไม่นานความรักจะก่อตัวขึ้น คุณภัทรกำลังจะมีความรักกับใครสักคนนะคะในเร็วๆ นี้” ป้าเย็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวา
“งั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าคนโบราณนี่ก็ช่างสรรหาเรื่องมาคิดเป็นตุเป็นตะเสียจริงๆ
“ใช่ค่ะ ไม่เชื่อก็ตามใจ เดี๋ยวป้าไปช่วยนังพุทราเตรียมชุดใหม่ให้คุณภัทรดีกว่า” ป้าเย็นพูดก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป
“หึ ความรักก่อตัวขึ้นงั้นเหรอ ไร้สาระสิ้นดี” ชายหนุ่มมองกระดาษทิชชูแผ่นสุดท้ายในมือ ก่อนจะตัดสินใจเอามาเช็ดรองเท้าของตนเองและโยนทิชชูแผ่นสุดท้ายในกล่องใส่ถังขยะอย่างไม่ไยดี
‘ความรัก’ อย่างนั้นเหรอ คนอย่างภคภัทรไม่มีทางมีความรักอย่างแน่นอน ชีวิตเขามีค่าและสำคัญเกินกว่าจะมาเสียเวลากับเรื่องความรักไร้สาระนั่น ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเด็กๆ ที่ไม่รู้จักโตเสียดีกว่า!
‘พลอยชมพู รัตนาอาทิตย์’ ไม่สามารถอธิบายได้ว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกตื่นเต้นขนาดไหน เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอ ‘เขา’ คนนั้นตัวเป็นๆ ครั้งแรก หลังจากที่เฝ้ามองมาหลายปี เช้าวันนี้หญิงสาวรีบมาตามนัดก่อนจะถึงเวลาด้วยซ้ำ เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจก่อนที่ตัวเองจะเผลอทำอะไรน่าอายให้เขาได้เห็น
ครั้งแรกที่เจอกันเธอต้องทำให้เขาประทับใจให้ได้สิ! พลอยชมพูคิดเอาไว้แบบนั้น พร้อมกับบีบมือให้กำลังใจตนเองขณะที่รอ ‘ปฐมา’ เลขาฯ ส่วนตัวของชายหนุ่มมาทำงาน
“คุณชมพู…น้าขอโทษนะคะที่ให้รอนาน” ปฐมารีบวิ่งเข้ามาหาพลอยชมพูด้วยความร้อนใจ หลังจากให้หญิงสาวรอเธอที่ร้านกาแฟของบริษัทอยู่นานนับชั่วโมง
“สวัสดีค่ะน้าปัท หูย ไม่เจอกันตั้งหลายปีน้าปัทสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย” ทันทีที่เจอปฐมา พลอยชมพูก็หยอดคำหวานด้วยความจริงใจแบบที่เธอชอบทำ
“คุณชมพูนี่ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะคะ น้าขอโทษจริงๆ ที่ปล่อยให้รอนาน”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ชมพูมาก่อนเวลาต่างหาก ทำไงได้ก็ตื่นเต้นนี่คะ ไม่รู้ว่าคุณภัทรตัวจริงจะเป็นไง…” หญิงสาวพูดถึง ‘ภคภัทร’ ชายหนุ่มที่เธอกำลังตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกที่จะได้เจอเขา
“ถ้าอย่างนั้นน้าว่าเรารีบขึ้นไปข้างบนดีกว่าค่ะ อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคุณภัทรก็จะมาแล้ว” ปฐมาพูดพร้อมกับจูงมือหญิงสาวให้เดินตามไป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ…น้าปัทเลิกเรียกชมพูว่า ‘คุณ’ ได้แล้ว อย่าลืมสิคะว่าเราเป็นน้าหลานกันนะ” พลอยชมพูเอ่ยขึ้น ด้วยกลัวว่าแผนที่เธอเตรียมมาจะแตกเสียก่อน
“แหม ก็มันไม่ชินนี่คะ” ปฐมายิ้มแห้ง ก่อนจะรีบพาหญิงสาวขึ้นไปด้านบนตึกชั้นยี่สิบสาม ซึ่งเป็นชั้นสำหรับกรรมการบริหารทันที
ภคภัทรมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติ เพราะว่าวันนี้เขารู้ดีว่าตัวเองมีงานหลายอย่างต้องจัดการ ด้วยความที่เขาเป็นถึงกรรมการผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณเขต ก็เป็นธรรมดาที่จะกังวลเรื่องความเรียบร้อยของงาน และเมื่อขาดผู้ช่วยอย่างอิทธิไปเขาก็จำเป็นต้องดูแลหลายอย่างให้ได้
แม้จะมีเงินทองมากมายสามชาติก็ใช้ไม่หมด แต่ก็ใช่ว่าภคภัทรจะอยากจ้างผู้ช่วยคนอื่น เพราะคนทำงานหาง่าย แต่คนทำงานที่รู้ใจนั้นหายากยิ่งกว่าอะไร อย่างน้อยเขาก็ยังมีปฐมา เลขาฯ ประจำตัวที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่คุณแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ คอยดูแลเรื่องงานให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนอย่างภคภัทรที่ช่างเลือกสรรคนทำงานข้างกาย ถึงยอมให้ปฐมาพาหลานสาวมาทำงานในฐานะ ‘ผู้ช่วยเลขาฯ’ ได้ และวันนี้เองปฐมาก็บอกว่าจะพาหลานสาวมาแนะนำตัวให้เขาได้รู้จัก
เสียงเคาะห้องสามครั้งเป็นการขออนุญาต ชายหนุ่มเงยหน้าจากหน้าจอไอแพดเรียบหรูดูแพง เขาพอจะเดาได้ว่าเวลาเช้าแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากปฐมา
“เชิญครับ” และทันทีที่ภคภัทรเอ่ยอนุญาต ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับปฐมาที่เดินยิ้มแย้มเข้ามาเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้เธอไม่ได้มาเพียงคนเดียว ข้างกายของเธอยังมีสาวน้อยร่างเล็กเดินตามมาติดๆ ภคภัทรพอจะเดาได้ทันทีว่าสาวน้อยแปลกหน้าคนนี้คงจะเป็นหลานสาวที่ปฐมาว่าเอาไว้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็น
‘ผู้หญิงที่โขมยจูบเขา’
“สวัสดีค่ะคุณภัทร ปัทไม่ทราบจริงๆ ว่าวันนี้คุณภัทรจะมาถึงเช้ากว่าปกติ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” ปฐมาพูดอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรครับ พอดีว่าผมมีงานต้องเคลียร์เยอะเลยอยากรีบมาหน่อย” ภคภัทรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะมองสบตากับหญิงสาวแปลกหน้าที่มองมาทางเขาด้วยสายตาเปล่งประกายอย่างไม่ปิดบัง ภคภัทรอึ้งไป เขาจำหน้าเธอได้ดีไม่มีวันลืม
‘ยัยผู้หญิงช่างส่อง เห็นกระจกไม่ได้คนนั้นเอง’
ภคภัทรเก็บอาการไม่แสดงออกว่าเคยเจอเธอมาก่อน สีหน้าของเขากลับมาเป็นราบเรียบเย็นชาเช่นเคย
เหอะ! แค่ได้สบตาชายหนุ่มก็รู้สึกแปลกๆ ผู้หญิงอะไร ยืนจ้องผู้ชายตาแป๋ว แถมไม่ยอมหลบตาเขาอีกด้วย ถ้าไม่เรียกว่าไม่มีมารยาทภคภัทรก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนแล้ว ถ้าแรงหน่อยคงเป็น…
‘เธอจงใจอ่อยเขา’
วันรุ่งขึ้นภคภัทรตื่นขึ้นด้วยความกังวลใจเมื่อไม่เห็นพลอยชมพูติดต่อกลับมา แต่แล้วเมื่อโทร.ไปหาเธอกลับพบว่าเจ้าตัวปิดโทรศัพท์มือถือไปเสียแล้ว ความรู้สึกของชายหนุ่มตอนนี้ไม่ต่างจากการ ‘โดนฟันแล้วทิ้ง’ เลยก็ว่าได้ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกเมียเทไม่สนใจ ทั้งที่ปกติเขามักจะเป็นฝ่ายเมินผู้หญิงเสียมากกว่า แม้จะไม่อยากไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมวิมลวรรณ แต่เมื่อผู้เป็นพ่อได้ขอร้องเอาไว้ภคภัทรจึงไม่อยากขัดใจ ระหว่างการเดินทางชายหนุ่มจิตใจว้าวุ่นเรื่องพลอยชมพูไปหมดจนไม่ได้สนใจว่าปลายทางที่คนขับรถพามาคือที่เดียวกับโรงพยาบาลที่เขาขับรถมาส่งพลอยชมพูเมื่อวันก่อน มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อติณณภพเรียกเขา “จะลงจากรถได้หรือยังตาภัทร” ติณณภพเรียกลูกชายที่เอาแต่เหม่อลอยให้ลงจาก
“แม่พูดอะไรคะ ชมพูไม่เข้าใจ” พลอยชมพูมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยสายตาตั้งคำถาม เธอไม่ได้เด็กเสียจนไม่เข้าใจในความหมายที่ผู้เป็นแม่พูด แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรต่างหาก “มันผิดที่แม่เอง หลายปีมานี้แม่บริหารผิดพลาดจนสร้างหนี้ให้กับสนามบินหลายหมื่นล้าน ตอนนี้แม่กำลังโดนฟ้องศาลสั่งยึดสนามบินและฟ้องล้มละลายเรา แม่ขอโทษนะชมพู” วิมลวรรณร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถอดทนได้ ที่ผ่านมาเธอพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยตนเอง โดยไม่บอกสถานะของครอบครัวให้กับพลอยชมพูรู้เพราะไม่อยากให้พลอยชมพูมีเรื่องเครียด และอยากให้ลูกของเธอได้มีความสุขในช่วงชีวิตวัยรุ่นให้มากที่สุด แต่สุดท้ายวิมลวรรณก็ไม่สามารถจัดการปัญหาทั้งหมดได้จริงๆ หนี้สินมากมายเริ่มก่อตัวเข้ามาจนเธอไม่สามารถยื้อไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามดูแลพลอยชมพูให้ดีที่สุด ทุกเดือนพลอยชมพูยังคงได้รับเงินดูแลอย่าง
“คือว่าจริงๆ แล้วชมพู….” ติ๊ดๆ ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดประโยคถัดไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครกันโทร.มาหาเธอในยามเช้าเช่นนี้ และเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทร.เข้ามาเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านของตนเอง ลางสังหรณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นทันที เพราะร้อยวันพันปีแม่ของเธอไม่เคยใช้เบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านติดต่อมาเช่นนี้ “ฮัลโหล” “คุณชมพูคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ รถคุณวิประสบอุบัติเหตุตอนนี้อยู่ที่ห้องไอซียู” เสียงสาวใช้ที่พลอยชมพูคุ้นเคยพูดเสียงดังจนออกม
“อื้อ คุณภัทรขา…” พลอยชมพูจับใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ก่อนจะเป็นฝ่ายบดขยี้ริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากร้อนแรงของภคภัทร หญิงสาวใช้ประสบการณ์ที่ชายหนุ่มเป็นคนสอนเธอสอดแทรกเรียวลิ้นเล็กเข้าไปเกี่ยวตวัดกับเรียวลิ้นสากหนาของชายหนุ่ม พร้อมกับดูดเม้มริมฝีปากของเขาอย่างร้อนแรงและหิวกระหายไม่แพ้กัน “อา…คุณรู้ตัวไหมว่าคุณโคตรน่าเอา” ชายหนุ่มถอนริมฝีปากก่อนจะเป็นฝ่ายรุกรานริมฝีปากระเรื่อของหญิงสาวด้วยตนเอง ในขณะที่สะโพกสอบก็ทำหน้าที่กระแทกแก่นกายเข้าหาหญิงสาวอย่างไม่หยุดหย่อน “คุณภัทร ชมพูไม่ไหวแล้วจริงๆ ช่วยชมพูด้วยนะคะ” เมื่อความเสียวซ่านมาถึงขัดจำกัด พลอยชมพูเอ่ยปากอ้อนวอนชายหนุ่มอีกครั้ง “ไม่ไหวแล้วเหรอครับ ฮึ” ภคภัทรสบตาหญิงสาวด้วยสายต
“โอ๊ย” แม้จะเป็นฝ่ายบอกให้ชายหนุ่มผลักดันตัวตนเข้ามาในร่างกายของเธอในครั้งเดียว แต่พลอยชมพูก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้ “คุณโอเคไหม” ชายหนุ่มก้มลงไปกระซิบหูหญิงสาว พร้อมกับพรมจูบทั่วใบหน้างามเพื่อปลอบประโลม “คุณภัทร…ชมพูเจ็บ” พลอยชมพูปล่อยน้ำตาของตนเองให้ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ เพียงแค่ได้เห็นน้ำตาของหญิงสาวชายหนุ่มก็รู้สึกใจอ่อนยวบในทันที “ผมขอโทษ ถ้าคุณไม่ไหวผมหยุดได้นะ” ความเป็นห่วงหญิงสาวเข้าครอบงำความรู้สึกทันที แม้ว่าเขาจะต้องทรมานกับความอยากใคร่นี้แค่ไหน แต่หากมันเป็นความเจ็บปวดของหญิงสาวภคภัทรก็พร้อมที่จะหยุดมันทันที&
ภคภัทรตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นจากโซฟา ด้วยความที่เธอเป็นหญิงสาวตัวเล็กและส่วนสูงต่างกันมากเลยทำให้ชายหนุ่มสามารถอุ้มพลอยชมพูมาไว้ในอ้อมกอดได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เธอเองก็รีบเอามือเกี่ยวคล้องต้นคอชายหนุ่มด้วยความตกใจ “คุณภัทรจะพาชมพูไปไหนคะ” พลอยชมพูมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ “ก็นี่เป็นครั้งแรกของคุณ ไว้คุณเก่งเมื่อไหร่เราค่อยมาลองที่โซฟากันนะ” ภคภัทรพูดอย่างอารมณ์ดี แต่คำพูดน่าหมั่นไส้ของชายหนุ่มอดทำให้หญิงสาวหมั่นไส้ไม่ได้จนต้องตีเขาที่หน้าอกหนาของเขาอย่างแรง “โอ๊ย!” “นี่แน่ะ! อยากแกล้งกันดีนัก” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ก่อนจะซบลงที่หน้าอกชายหนุ







