LOGINร้านชุดแห่งนี้ออกแบบเป็นกระจกใสทั้งร้าน แต่ความพิเศษอยู่ที่คนด้านนอกจะไม่สามารถมองเห็นด้านในของร้าน ในขณะที่คนด้านในสามารถมองเห็นบรรยากาศด้านนอกทุกอย่าง ด้วยเพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านดังและไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องง้อลูกค้าจรที่แวะมาเดินเที่ยวเล่นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แต่หากเป็นคนในแวดวงไฮโซหรือนักธุรกิจจะรู้ดีว่าที่ร้านมีชุดที่สวยงาม ดิไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรเจ้าของร้านถึงเลือกออกแบบร้านในลักษณะกระจกใสไม่ให้ผู้คนภายนอกมองเห็นเช่นนี้ หากใครอยากดูชุดจริงๆ เลยจำเป็นต้องเข้ามาด้านในร้านเท่านั้น
ภคภัทรยืนดูอะไรไปเรื่อยๆ เพื่อรอพนักงาน ระหว่างที่เขากำลังมองทอดออกไปด้านนอกกระจก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งสภาพหัวกระเซอะกระเซิง ใบหน้าซีดเซียวเดินมาอย่างเร่งรีบ ในมือเธอถือข้าวของเต็มไปหมดจนชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้ถือของทั้งหมดนี้คนเดียวไหวได้อย่างไร แต่แล้วหญิงสาวก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านชุดจุดเดียวกับที่ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่
เธอยืนส่องกระจกอย่างไม่รู้ตัวว่าการกระทำทั้งหมดนี้ภคภัทรที่อยู่ด้านในร้านเห็นทุกอย่าง เจ้าตัวหันซ้ายหันขวาสำรวจใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะเริ่มจับผมที่กระเซอะกระเซิงให้เข้าที่ และวางข้าวของที่พะรุงพะรังลงที่พื้น ก่อนหยิบลิปสติกออกมาทาอย่างตั้งอกตั้งใจ ภคภัทรมองภาพนั้นพร้อมกับเหยียดยิ้มขึ้นมา อดนึกขบขันในท่าทีของสาวน้อยตรงหน้าไม่ได้ นี่หากเธอรู้ว่ากระจกร้านนี้คนข้างในมองเห็นการกระทำของเธอทั้งหมดจะอายไหม
“ผู้หญิงนี่เป็นอะไรกัน เห็นกระจกกันไม่ได้ เจอกระจกที่ไหนก็ต้องยืนส่อง ไม่มีกาลเทศะเอาซะเลย” ภคภัทรพูดพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวในระยะประชิด ความจริงแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ออกจะดูดีและน่ารักมากเสียด้วยซ้ำ ชายหนุ่มจึงไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่เจ้าตัวจะต้องหยิบลิปสติกมาทากลางห้างสรรพสินค้าแบบนี้
ทันทีที่ทาลิปสติกเสร็จ สาวน้อยตรงหน้าก็ยิ้มใส่กระจกด้วยสีหน้าท่าทางขี้เล่น ราวกับว่าเธอกำลังเช็กความสวยของตัวเองอยู่ หากภคภัทรรู้จักหญิงสาวเป็นการส่วนตัวเขาคงอยากจะบอกออกไปว่า
‘สวยแล้ว’ เพื่อให้เธอหยุดทำเรื่องน่าอายนี้ต่อหน้าเขาเสียที แต่น่าแปลกที่การกระทำดังกล่าวกลับเรียกรอยยิ้มของเขาออกมาแบบไม่รู้ตัว
“เฮ้ย!” ภคภัทรถึงกับตกใจสะดุ้ง ที่จู่ๆ หญิงสาวตรงหน้าก็ยื่นใบหน้าเข้ามาพร้อมกับทำท่าจูบกระจก เหมือนเขาถูกเธอขโมยจูบ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาที่มีเพียงกระจกใสกั้นไว้เท่านั้น…นี่หากไม่มีกระจกกั้นไว้เธอกับเขาคงจะริมฝีปากแตะกันไปแล้ว! และไม่นานเจ้าตัวก็เดินจากไปอย่างสดใสร่าเริง จนชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าคนเรามันจะร่าเริงอะไรขนาดนี้ รอยยิ้มของเธอบวกกับท่าทีตลกขบขันที่น้อยครั้งภคภัทรจะได้พบเจอ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ยัยเด็กบ้า ทำอะไรบ๊องๆ ขโมยจูบกันแบบนี้ได้ไง “
“เพิ่งรู้นะคะว่าคุณภัทรสนใจผู้หญิงแบบนั้น” เมริสาพูดขึ้นก่อนจะเดินมาหาชายหนุ่ม เธอมาทันเห็นตอนที่ภคภัทรมองหญิงสาวที่อยู่ด้านนอกร้านและยิ้มออกมา ทั้งที่เขาไม่เคยมองเธอและยิ้มแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ
“ว่าไงนะ” เมื่อเมริสาเอ่ยทักขึ้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังลอบยิ้มให้กับหญิงสาวแปลกหน้า ซึ่งนั่นไม่ใช่นิสัยที่เขาเป็นเลยสักนิด
“เมย์เห็นคุณยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ผู้หญิงคนนั้น รู้จักเหรอคะ” เมริสาพูดด้วยท่าทีแง่งอน
“เปล่า ผู้หญิงท่าทีแปลกๆ มีความจำเป็นอะไรที่ผมต้องรู้จัก”
“หรือว่าเป็นสเป็กคุณภัทรคะ เพราะเมย์เห็นคุณเอาแต่มองเธอแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้น”
“หึ ผมว่าคุณเมย์เข้าใจผิดแล้วละครับ ผมจะไปยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นทำไม” ภคภัทรพูดด้วยสีหน้าเย็นชาเรียบเฉย
“งั้นก็โล่งไปค่ะ เมย์อดน้อยใจไม่ได้ เพราะกับเมย์คุณภัทรไม่เห็นเคยยิ้มให้เลยสักครั้ง” หญิงสาวพูดออกมาด้วยท่าทีออดอ้อน ใครๆ ก็รู้ว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบผู้หญิงขี้อ้อน เธอหวังว่าภคภัทรเองก็จะเป็นเช่นนั้น
“รอยยิ้มของผมมันสำคัญกับคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอ” ภคภัทรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปนเย้ยเหยียด
“คะ? ก็…แหม เวลาคุณภัทรยิ้มน่ารักนี่คะ” เมริสาพูดออกไปตามจริง
“เคยมีคนพูดแบบนี้กับผมบ่อยๆ แต่ผมมองว่ามันดูจะเป็นเรื่องไร้สาระที่คนเราจะมาคาดหวังอะไรกับเรื่องรอยยิ้มคนอื่น” ภคภัทรมองหน้าหญิงสาวอย่างไม่แสดงความรู้สึกอะไร คำพูดของเขาทำเอาเมริสาถึงกับไปไม่เป็น
“เอ่อ…”
ติ๊ดๆ
“ผู้ช่วยผมมาแล้ว ผมขอตัวนะครับ” ชายหนุ่มก้มศีรษะเพื่อบอกลาหญิงสาว ก่อนจะรับบัตรคืนจากพนักงานและเดินออกจากร้านไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เมริสาได้ร่ำลาเลยสักนิด
“คุณภัทรนะคุณภัทร!” เมริสาได้แต่กำหมัดด้วยความอึดอัดใจ ชายหนุ่มช่างเล่นตัวเก่งและมีคำพูดเชือดเฉือนใจเธอแทบทุกครั้งที่พบหน้ากัน แต่ยิ่งเขาเป็นแบบนั้นมากเท่าไรมันก็ยิ่งทำให้เมริสาอยากเอาชนะมากเท่านั้น ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเธอสามารถเอาชนะใจภคภัทรได้ ผู้หญิงหลายคนคงอิจฉาเธอน่าดู
“คุณเมย์จะลองชุดเพิ่มไหมคะ” พนักงานสาวเดินมาหาเมริสาด้วยท่าทีเกรงใจเพราะพอจะเดาอารมณ์หญิงสาวออกว่าคงจะไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
“ไม่! รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ที่ร้านจะดิไซน์โบราณมาก วันนี้ฉันขอบายละกัน” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยอารมณ์พาล ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุดทันที ความจริงแล้วเธอมีชุดออกงานที่เตรียมไว้แล้วต่างหาก แต่สาเหตุที่เธอมาที่นี่เพียงเพราะอยากเจอภคภัทรเท่านั้นเอง
“หึ้ย! คอยดูเถอะคุณภัทร หยิ่งได้หยิ่งไป ให้มันรู้ไปว่าคุณจะจะหนีเมย์ได้ตลอด” เมริสาพูดด้วยความโมโห สักวันหนึ่งเธอจะต้องทำให้ภคภัทรยอมรับเธอให้ได้!
“ไม่ต้องร้องแล้ว…พี่เข้าใจแล้วครับ ไว้ชมพูพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยวางแผนเรื่องลูกใหม่ก็ได้ หรือถ้าชมพูไม่อยากมีลูกเราก็อยู่เป็นสองตายายแล้วก็พากันเที่ยวรอบโลกไปเลยเป็นไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความสุข “ฮึก ถึงตอนนั้นจะมีแรงหรือเปล่าคะ” พลอยชมพูอดยิ้มตามกับคำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ “อยากพิสูจน์แรงตอนนี้ก่อนไหมล่ะ” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มผลักร่างบางให้นอนแนบไปกับเตียงนอน ในขณะที่เขาก็ขึ้นทาบทับเธออย่างรวดเร็ว “พี่รักชมพูนะครับ ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะอยู่ข้างๆ ชมพูแบบนี้ตลอดไป” “ชมพูก็รักพี่ภัทรค่ะ” พลอยชมพูดึงใบหน้าหล่อเหลาของสามีลงมาจูบด้วย
“ชมพูครับ…เรามีลูกด้วยกันได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาตั้งใจว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เขากับเธอเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง และชายหนุ่มอยากปลดปล่อยความรักที่เขามีต่อเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น “คือว่า…” พลอยชมพูเกิดความรู้สึกหูอื้อตาลาย ใช่ว่าเธอไม่รักเขา แต่ว่าเรื่องลูก… “พี่รักชมพู และพี่อยากให้เราสองคนมีครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกัน” ภคภัทรถอดเสื้อหญิงสาวออกจนร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป เขาหยัดกายขึ้นเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง และปลดปล่อยความเป็นชายของเขาออกมา “ชมพูก็รักพี่ภัทรค
สุดท้ายภคภัทรก็ต้องอดทนจนถึงเวลาเข้าหอ…แม้ว่าใจอยากจะไล่แขกให้กลับบ้านไวๆ แต่ชายหนุ่มก็สามารถเก็บงำส่วนลึกของตนเองภายใต้ใบหน้าเย็นชาได้เป็นอย่างดี ถึงจะแอบแทะโลมหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจระหว่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของเขาแล้ว ความอดทนที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนทำให้คืนนี้ชายหนุ่มไม่มีทางปล่อยให้พลอยชมพูได้นอนหลับทั้งคืนแน่ๆ “เมียพี่สวยจัง” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากข้างหลัง พร้อมกับหอมที่ซอกคออย่างโหยหา กลิ่นกายสาวช่างหอมหวนและกระตุ้นอารมณ์อยากใคร่ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี “พี่ภัทรก็หล่อมากค่ะ” พลอยชมพูหมุนตัวกลับไปมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความหลงใหล เธอหลงและปลื้มเขามานาน และการได้แต่งงานแนบชิดกันมันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกน้อ
“ผมยอมรับว่าคืนนั้นผมอาจทำให้คุณเข้าใจผิดไปบ้าง มันเป็นเพราะผมคิดน้อยไปหน่อย แต่ผมขอยืนยันว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าเพื่อน” “แล้วกับนังเด็กนั่นมันมากกว่าหรือยังไง เมย์ไม่เข้าใจว่าเด็กนั่นดีกว่าเมย์ตรงไหน” เมริสาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอไม่เคยแพ้ใคร แต่ต้องมาแพ้เด็กอย่างพลอยชมพูเนี่ยนะ “ผมรักชมพู และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอธิบายความรักของผมให้คุณเข้าใจ ที่ผมอยากให้คุณเข้าใจคือผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณมากกว่าคำว่าเพื่อน” ภคภัทรพยายามพูดอย่างใจเย็น ลึกๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมานั่งอธิบายให้เมริสาเข้าใจทั้งนั้น แต่อีกใจก็สงสารหญิงสาวและไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกต่อไป “แต่คุณก็รู้ว่าเมย์ไม่เคยคิดกับคุณแค่เพื่อน ทำไมคะ
“เราจะไปรู้อะไร เพราะพี่เห็นเราอยู่คนเดียว” ภคภัทรยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง ในวันแรกที่เจอกันเธอดูสดใสและร่าเริงไม่ต่างจากวันนี้ และเธอก็สามารถทำให้เขายิ้มได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรกันสักคำ จากวันนั้นถึงวันนี้ภคภัทรเองก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าบางทีเขาอาจจะหลงรักเด็กน้อยตรงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอกัน วันที่เธอเกือบจะจูบเขาผ่านกระจกกั้นนั้นแล้วก็เป็นได้ “แหะๆ น่าอายจังเลยนะคะ เผลอทำอะไรตลกๆ ต่อหน้าพี่ภัทร” ทันทีที่ฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องทั้งหมด แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่างน่าอายเหลือเกินสำหรับหญิงสาว “ตลกที่ไหน น่ารักจะตาย” “พี่ภัทรนี่กลายเป็นคนคลั่งรักไปแล้วหรือไง” หญิงสาวพูดด้วยความเขินอาย บทผู้ชายเย็นชาอย่างภคภ
ภคภัทรรีบตามพลอยชมพูมาจนถึงบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอก เธอนั่งอยู่ที่ริมสระพร้อมกับห้อยขาเหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่าชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังคิดเรื่องแต่งงาน แต่ที่เขาไม่สามารถเดาได้เลยคือ เธออยากแต่งงานกับเขาหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย “ขอพี่นั่งด้วยคนสิ” ภคภัทรไม่รอให้หญิงสาวอนุญาต เขานั่งลงข้างกายเธอพร้อมกับหย่อนขาลงในสระน้ำเช่นเดียวกัน “ทานอะไรอิ่มแล้วเหรอคะ ถึงตามชมพูออกมา” พลอยชมพูถามในขณะที่สายตากำลังมองทอดไปที่ท้องฟ้าเช่นเคย “ใครจะมีอารมณ์กินข้าวล่ะ เพิ่งขอแต่งงานสาวไปแต่ดูเหมือนว่าจะแห้วซะแล้ว”
ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งเพราะทันทีที่มาถึงบ้านทั้งคู่ก็ต้องพบกับพิชญะ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอย่างไรถึงถ่อมาหาหญิงสาวถึงที่โดยไม่ได้นัดหมายเช่นนี้ และก็บังเอิญเสียจริงที่ภคภัทรกับพลอยชมพูกลับมาพอดี จะเลี่ยงหรือหาข้ออ้างไม่ยอมเจอก็ไม่ได้เสียแล้ว&nb
“อ๋อ ดิฉันเพิ่งเรียนจบได้ไม่นานค่ะ ทำงานกับคุณภัทรน่าจะเดือนหนึ่งได้แล้ว” พลอยชมพูยิ้มด้วยความดีใจ เพราะนี่เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เธอได้รับคำชื่นชมว่าทำงานเก่ง “ถึงว่าคุณพลอยชมพูดูห
“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ น้ารู้จักคุณภัทรดี ถ้านึกสนุกอย่างที่ว่าจริงๆ คุณภัทรไม่มีทางยุ่งกับพนักงานของตัวเองหรอกค่ะ” ปฐมาพูดด้วยความมั่นใจ&nbs
“เห็นคุณภัทรบอกว่าร้านนี้เป็นร้านประจำ คุณภัทรชอบทานอาหารญี่ปุ่นเหรอคะ” ความจริงแล้วเรื่องนี้พลอยชมพูพอจะทราบมาบ้างจากการติดตามเรื่องราวของเขามาหลายปี แต่เธอเพียงแค่อยากหาเรื่องคุยกับเขาเท่านั้น“เปล่า จริงๆ ผมชอบอาหารไทยมากกว่า” ภคภัทรตอบด้วยท่าทีนิ่งเฉย แต







