Home / รักโบราณ / ซือซือฮองเฮาพันโฉม / บทที่ 6 เจ้าเป็นน้องชายข้าแล้ว

Share

บทที่ 6 เจ้าเป็นน้องชายข้าแล้ว

last update Last Updated: 2026-01-26 16:49:43

         พลันมือใหญ่นั้นคว้าข้อมือน้อยเอาไว้ “เจ้าจะทิ้งข้าไปแบบนี้เลยหรือ จอมยุทธ์หงกว่าข้าจะได้ออกจากเรือนอันยุ่งเหยิงมาหาที่เมาแสนสงบได้ช่างยากเย็น ซ้ำยังคุยกับผู้รู้ใจ ช่างหากได้ยากยิ่งนัก”

         หงซือซือทำหน้าเลิ่กลั่ก นางกลายเป็นผู้รู้ใจเจ้ามังกรขาวตัวนี้ไปเมื่อใดกัน มีแต่เขาที่พูดๆ ส่วนนางทำเพียงรินสุราให้และนั่งจิบเป็นเพื่อน

“เอ่อ...แต่ข้าเริ่มเหนื่อยแล้ว ท่านดูสิพี่สามข้างนอกน้ำค้างแรงนัก”

         “เอ้า! เช่นนั้นข้าจะตามไปดื่มกับเจ้าที่ห้องก็แล้วกัน”

เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้ปฏิเสธหันไปสั่งให้เสี่ยวเอ้อยกกาสุราขึ้นไปส่งที่ห้องนอนของนาง ส่วนตนเองกอดคอจอมยุทธ์หนุ่มน้อยบังคับให้พาไปยังห้องนอนโดยไว

“เจ้าอย่าปฏิเสธข้าเลยน่า ข้าหามานานแล้วเพื่อนดื่มที่คอแข็งเช่นเจ้านี่ หากเจ้าเก้าไม่ทิ้งข้าไปดูแลเมียเสียก่อนก็ยังจะพอมีน้องชายคอยดื่มเป็นเพื่อน เจ้าคิดดูสิว่าเป็นข้า น่าสงสารแค่ไหน ทั้งใต้หล้านี่จะขอดื่มสุรากับผู้ใดล้วนยากเย็น”

         จอมยุทธ์หงไม่อาจบอกปัดเขาได้ ร่างใหญ่ที่กอดคอนางอยู่คล้ายก้าวเท้านำนางเสียด้วยซ้ำ

‘ดีที่ไม่รู้ว่าข้าเป็นสตรี นี่หากลวนลามข้าเช่นนี้พี่อี้เทียนเห็นเข้า เจ้าคงได้เป็นศพเฝ้ากาสุราแน่พี่สาม’

         “ห้องข้าอยู่ทางโน้น ข้างในสุดโน่น”

         ชายหนุ่มพานางไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องได้ก็ไปเปิดหน้าต่างออกกว้าง “คืนนี้แสงจันทร์สวยงาม เรามาดื่มสุราชมจันทร์และทะเลสามงามๆ กันดีกว่า”

         เมื่อเสี่ยวเอ้อนำสุรามาส่งอีกสองกา เขากลับบอกให้เสี่ยวเอ้อไปนำเหล้าที่แพงที่สุดมาอีกหนึ่งไห

“เจ้าไม่ต้องเดินไปเดินมาหลายรอบ เอาเหล้าแพงที่สุดมาให้ข้าอีกหนึ่งไห ประเดี๋ยวข้าจะได้เงินข้าออกแรงเดินเจ้าสักหนึ่งตำลึงดีหรือไม่”

         “ดีขอรับ!” เสี่ยวเอ้อยิ้มกว้าง รายได้ที่นี่แพงกว่าที่อื่นอยู่แล้ว อีกทั้งเงินพิเศษที่บรรดาแขกให้เพิ่มก็ล้วนจ่ายกันหนักทั้งสิ้น

         “พี่สาม ข้าว่าแค่นี้ก็พอแล้วกระมัง ข้าเกรงว่าพรุ่งนี้ท่านจะลุกไม่ไหวเอาน่ะสิ”

         “เจ้าอย่าขัดคอข้าเลย ข้าตั้งใจหนีมาพักผ่อนโดยเฉพาะ ไปที่ใดก็ไม่เหมือนที่นี่” เขาพูดพลางรินสุราให้นางและตนเองอีกคนละหนึ่งจอก “ดื่มฉลองมิตรภาพของเราน้องหง ข้าพี่สามยินดีจะช่วยเหลือเจ้าทุกเมื่อหากเจ้ามีภัย” เมื่อเริ่มเมาจากเคยเรียกจอมยุทธ์หงก็เริ่มเปลี่ยนไป

         หงซือซือที่เมาเช่นกันได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยเย้า “พี่สาม ยามข้าต้องการความช่วยเหลือจะให้ข้าไปเรียกหาท่านที่ใดกันเล่า  ในเมื่อท่านบอกเองว่าที่บ้านท่านคนมากมายยุ่งเหยิงยิ่งนัก”

         หมิงเฟยหลงตบโต๊ะดังปัง! ลุกขึ้นยืนก่อนจะล้วงเอาหยกที่พกไว้ออกมา

“นี่คือหยกประจำตัวของข้า หากเจ้าเดือดร้อนถือมันไปพร้อมจดหมายบอกข้าว่าเจ้าต้องการสิ่งใด บ้านหมายเลขแปด ตรอกข้างบ่อนร่ำรวยจะมีคนของข้าเฝ้าอยู่”

         เมื่อเขายื่นมาต่อหน้าหงซือซือก็รับเอาไว้ “ดีๆ ข้าจะจำคำพูดท่านไว้ หากข้าไปขอความช่วยเหลือแล้วท่านไม่ออกมา ข้าจะถือว่าท่านเป็นลูกเต่าหลังไม่มีลวดลาย”

         คุณชายสามนั่งลงอีกครั้ง ยกสุราขึ้นกระดกอีกจอก “ทำไมต้องเป็นลูกเต่าหลังไม่มีลวดลายเล่า”

         นางเอานิ้วมือชี้จนแทบจะทิ่มหน้าเขาเพราะเริ่มทรงกายไม่อยู่ “ก็เพราะทั้งหัวหดและลื่นไหล ไม่มีความกล้าหาญที่จะเป็นตนเองน่ะสิ ลวดลายของเต่าน่ะมันไม่เหมือนกันหรอกนะรู้ไหม  นั่นคือเอกลักษณ์ของตัวมันเอง”

         “อ้อ!” เขาเอานิ้วชี้มาจิ้มกับนิ้วชี้ของนางที่ค้างอยู่กลางอากาศ “แล้วเจ้าเล่าน้องหง  หากข้าต้องการความช่วยเหลือจะไปตามหาเจ้าได้ที่ใด”

         หงซือซือได้ยินเช่นนั้นก็ตบโต๊ะดังปัง! เช่นกัน แต่นางไม่สามารถยืนขึ้นได้ไหว นางล้วงเอาป้ายไม้สีดำอันเล็กขนาดยามสามชุ่นออกมา

“หากท่านต้องการความช่วยเหลือจากข้าก็จงไปที่สำนักคุ้มภัยหงส์ไฟ เอาจดหมายและป้ายประจำตัวข้าไปแจ้งไว้ได้”

“ดีๆ หากเจ้าไม่ออกมาช่วยข้า ข้าจะถือว่าเจ้าเป็น...เป็น...เป็นอะไรดี ”

จอมยุทธ์หนุ่มน้อยแหงนหน้าขึ้นหัวเราะร่วน “ฮ่าๆ ข้ายินดีเป็นหมูโง่ให้ท่านด่าทอ ดีหรือไม่”

         “ได้! เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าเป็นหมูโง่ หากเจ้าผิดสัญญา”

         เมื่อฤทธิ์สุรามากพอที่จะทำให้คนทั้งคู่หลงลืมตน ฮ่องเต้หมิงก็เริ่มรำพึงรำพันความทุกข์ใจในเรือนหลังใหญ่ของตนให้น้องหงได้ฟัง นางได้แต่ตบบ่าปลอบใจเมื่อได้รับรู้ว่าเขารู้สึกอ้างว้างเดียวดายเพียงใด

“ข้าไม่อยากเป็นเช่นนี้ แต่เพราะโชคชะตาผลักดันทำให้ต้องรักษาชีวิต หากไม่ยอมทำ ข้าก็ต้องให้ผู้อื่นเอาชีวิตข้าไปเสีย เจ้ารู้หรือไม่  ยิ่งอยู่สูงยิ่งต้องโดดเดี่ยว หากไม่มีน้องห้าข้าก็คงไม่อาจดำรงสติต่อไปได้”

         หงซือซือคาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้มีความปวดร้าวใจในอีกมุมหนึ่ง “ข้าต้องทุ่มเทบริหารบ้านเมือง ยามดึกดื่นหลายคราที่นอนไม่หลับเพราะกลุ้มกังวล ข้าไม่อาจจะทำอย่างที่ใจคิดได้ทุกสิ่งเพราะหลายอย่างต้องฟังขุนนางน้อยใหญ่ หากพวกเขามากกว่าก็ยับยั้งเรื่องที่ข้าต้องการจะทำได้เช่นกัน แม้แต่เรื่องเหล่าภรรยา ข้ายังไม่อาจจะเลือกได้อย่างที่ตนเองต้องการ สตรีทั้งหลายในวังหลังพวกนั้นล้วนแต่กระหายอำนาจและเงินตรา พวกนางส่วนหนึ่งมาเพื่อความสบาย หลายคนบอกว่ารักข้า แต่ข้ากลับมิได้คิดเช่นนั้นเพราะเมื่อลองทดสอบคราใดก็ล้วนต้องผิดหวังที่พวกนางเลือกสิ่งอื่นแทนข้าทุกคราไป”

         ยิ่งเมามากขึ้นความในใจจากเขาแม้จะมาพร้อมน้ำเสียงอ้อแอ้ แต่ความจริงกลับกระจ่างใจนางมากขึ้นทุกที

“พี่สาม ไม่มีสตรีนางใดอยู่ในใจท่านเลยหรือ”

         เขาได้ยินคำถามนั้น ใบหน้าที่คว่ำค้างอยู่ก็เงยขึ้นมองน้องชายจอมยุทธ์ตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำของเขาทอประกายดุร้าย

“ฮ่าๆ ข้าหรือ  จะมีได้อย่างไรกัน  แค่ทดสอบเบื้องต้นพวกนางแล้วข้าก็ผิดหวังจะกล้าเอาสตรีใดมาวางไว้ในใจได้ เจ้าไม่รู้อะไร แม้แต่สตรีที่มีลูกกับข้าก็ยังคิดจะฆ่าข้า ทุกวันนี้ขอแค่เพียงพวกนางหลังร่วมเตียงแล้วไม่คิดจะดื่มเลือดข้าก็นับว่าดีถมเถแล้ว”

         หงซือซือที่นั่งเอียงศีรษะไปข้างหนึ่งใช้ข้อศอกดันโต๊ะไว้ไม่ให้ร่างเอนล้มได้ยินเช่นนั้นก็เอียงตัวมาทางเขา

"ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้ที่ท่านรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะไม่มีคนรักที่แท้จริงนี่เอง”

         เขายกมือขึ้นตบบ่านาง แม้เขาคิดว่าเบาแล้วแต่น้ำหนักมือบุรุษที่เมามายย่อมกะไม่ถูก ทำเอานางแทบทรุด

“ข้าจึงหวังว่าน้องหง เจ้าจะเป็นสหายที่ข้าไว้ใจได้ นอกเหนือจากน้องชายของข้า”

         “ข้าสัญญา” นางยื่นนิ้วก้อยออกไป

หมิงเฟยหลงหัวเราะชอบใจ ยื่นนิ้วก้อยออกมาเกี่ยวนิ้วของนาง แล้วออกแรงดึงจนร่างนางเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ฮ่องเต้โอบกอดนางไว้ด้วยความสนิทใจ

         “ไม่มีใครมาเกี่ยวก้อยสัญญากับข้าเกือบสามสิบปีแล้ว น้องหงต่อไปนี้เจ้าจะถือเป็นน้องชายของข้าอีกคน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 170 คนสนิทของฮ่องเต้

    หงซือซือได้แต่ถอนหายใจที่บุรุษข้างกายนางทั้งสองดูระมัดระวังนางมากจนจินวั่งซูเริ่มสงสัย “จอมยุทธ์หง เหตุใดสองคนนั้นถึงได้จับตามองเจ้าตลอดเวลา ” “ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด” นางเอียงคอถาม “หงซือ เจ้าไม่เองก็ไม่รู้หรือ” จินวั่งซูเลิกคิ้วคล้ายไม่เชื่อ เขาเห็นจอมยุทธ์หลงคล้ายประคองหนุ่มน้อยผู้นี้อยู่บ่อยๆ‘เอาเถอะ! ข้าจะจับผิดพวกเจ้าให้ได้คาหนังคาเขาเอง แล้วพวกเจ้าจะพูดไม่ออก’ เมื่อรถม้าเดินทางถึงเมืองหลวงแคว้นผิง หงอี้เทียนพาเข้าไปพักเรือนด้านหลังของสำนักกู้ภัยหงส์ไฟสาขาแคว้นผิง“ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ข้าวางกำลังคุ้มกันแน่นหนา”หมิงเฟยหลงยิ้มน้อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหลังคาเรือน เงาวูบผ่านไปสองสาย เหล่าแมวดำมาถึงแล้ว เท่านี้ก็วางใจได้! ข้อมูลจากอ๋องเก้าบอกไว้ว่าตรากระเรียนทองคำถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงของแคว้นผิงการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้อาศัยตรานี้เป็นเครื่องรับรอง ครั้งนั้นท่านตาของฝู่กั๋วกงของท่านอ๋องเก้าได้เป็นผู้ว่าจ้างให้ขโมยตราทองคำกลับมาจากตำหนักเสียนเหลียงของอดีตฮองเฮาหงซือซือร่วมมือกับนินจาหานซู่ลี่เข้าไปบุกตำหนักเถียนฮองเฮาแต่นางกลั

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 169 ยาปลอมของท่านพี่

    หงซือซือบังคับพี่ชายให้เฝ้าดูแลหมิงเฟยหลงที่นอนหลับอยู่ในห้องพัก ส่วนตนเองแอบออกไปข้างนอก แปลงโฉมเป็นสตรีชาวบ้านเขาไปตรวจในโรงหมอ “ยินดีด้วยนะแม่นาง เจ้าตั้งครรภ์แล้ว” “ไอ้หยา!” หงซือซือตาโต “ท่านหมอแน่ใจหรือ” “ข้าเป็นหมอมาตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่มจนแก่ปูนนี้คนครึ่งเมืองนี้ ข้าเคยตรวจชีพจรพวกเขาตั้งแต่อยู่ในท้อง เจ้ายังจะคิดว่าข้าเข้าใจผิดได้อีกหรือ เจ้าตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว เดี๋ยวข้าจัดเทียบยาบำรุงให้” พลันนางคิดขึ้นได้ “ท่านหมอ ท่านตรวจยาลูกกลอนนี้ให้ข้าที” หมอวัยกลางคนรับขวดยากระเบื้องเคลือบสีขาวแล้วเทเม็ดยาลงในอุ้งมือ ก่อนจะยกขึ้นดมกลิ่น“อ้อ! เจ้าก็กินยาบำรุงครรภ์อย่างดีอยู่แล้วนี่ เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องเขียนเทียบยาให้เจ้าแล้ว กินให้หมดนี่ล่ะ ส่วนผสมแพงเสียด้วยที่บ้านเจ้าคงฐานะดี” “มิได้ๆ” หงซือซือรู้สึกคล้ายวิงเวียนขึ้นมาทันทียาห้ามครรภ์ที่นางกินอยู่ทุกคืนก่อนนอนกลับกลายเป็นยาบำรุงครรภ์ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน นางรับขวดยาจากท่านหมอพร้อมฟังคำแนะนำในการดูแลตนเองระยะแรกในการตั้งท้องอยู่พักใหญ่ เมื่อแวะแปลงโฉมกลับเป็น

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 168 จอมยุทธ์หลงแพ้ท้อง

    การเดินทางไปยังแคว้นผิงต้องผ่านเมืองเทียนคง จินวั่งซูที่เคยมาเยือนเมืองนี้เมื่อครั้งมาช่วยเสนาบดีฟ่าน หลี่เจี๋ย[1]กับท่านหญิงจีปราบกบฏเจ้าเมืองเทียนคงจึงแนะนำให้ทุกคนเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมเมืองนี้สักคืนก่อน จินวั่งซูรู้สึกแปลกใจที่จอมยุทธ์หลงมักจะขอพักห้องเดียวกับจอมยุทธ์หง แม้เขาจะยืนยันว่าค่าที่พักที่เขาได้รับจากชินอ๋องมามากพอที่แต่ละคนจะพักแยกกันได้ แต่จอมยุทธ์หลงผู้นั้นก็ไม่ยอมแยกห้อง “ข้าสนิทกับน้องหงมาก ที่ผ่านมาพวกเราเดินทางไปที่ใดก็มักจะนอนห้องเดียวกันตลอดเพื่อระวังความปลอดภัย” “อ้อ!” ทีแรกจินวั่งซูก็รับรู้แบบผ่านๆ แต่พอเห็นจอมยุทธ์หลงดูใส่ใจกับหงซือมากจนเกินปกติเขาจึงคอยลอบสังเกต “จอมยุทธ์หง ปกติเจ้าก็ทำงานกับหัวหน้าหงมิใช่หรือ” จินวั่งซูปรายตาไปทางหงอี้เทียนจอมยุทธ์หงผู้นี้ มีชื่อแซ่ว่า หงซือ จินวั่งซูนึกแปลกใจที่หงซือเป็นหนุ่มน้อยรูปร่างผอมบางกลับได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้คุ้มภัยของสำนักหงส์ไฟ “ใช่! ข้าก็เป็นหนึ่งในผู้คุ้มภัยเช่นกัน” “เจ้ารูปร่างผอมบางหากข้าไม่รู้จักมาก่อนคงคิดว่าเจ้าเป็นผู้ว่าจ้าง เจ้าทำงานกั

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 167 จินวั่งซูเป็นหัวหน้า

    ท่านอ๋องเก้าทรงฟังสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงเล่าด้วยความตื่นเต้น เรือนน้อยของอนุถานช่างน่าสนใจนัก! หากพาพระชายาไปพักผ่อนแล้วได้อ๋องน้อยติดท้องมาอีกสักคนสองคนคงจะดี “เห็นหรือไม่ เจ้าได้ยินแล้วก็ยังสนใจเหมือนข้า” “อืม....” อ๋องเก้าเพียงอมยิ้มและผงกศีรษะเบาๆ อู๋กงกงที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าตำหนักเป่าฉีพร้อมด้วยชินอ๋อง ครั้นเห็นหู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งยืนเฝ้าประตูอย่างแข็งขันรีบเดินมาทักทาย “ฝ่าบาทให้พวกเจ้าไปอารักขาท่านอ๋องเก้ากับพระชายาด้วยเหตุใด ” “อู๋กงกงท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้พวกเราบอกไม่ได้” องครักษ์หู่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าระยะหลังๆ อู๋กงกงดูจะร้อนรนที่มิได้เป็นคนสำคัญของฮ่องเต้เช่นแต่ก่อน อู๋กงกงหน้าม้าน “อ้อ! ข้าลืมไป ขออภัยพวกเจ้าด้วยก็แล้วกัน”ในเมื่อตนมิได้เป็นคนสำคัญแล้ว อู๋กงกงก็มิกล้าข่มขวัญองครักษ์ทั้งสองอีก ยามนี้ดูเหมือนฮองเฮาจะทรงถือหางคนทั้งสอง และฝ่าบาทก็ทรงเกรงพระทัยฮองเฮายิ่งนักสนมทั่วทั้งวังหลังต่างซุบซิบกันว่าไม่รู้เมื่อใดฮ่องเต้จะทรงให้ฮองเฮาเสด็จกลับไปประทับตำหนักเสียนเหลียงเพราะหากพระนางยังอ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 166 ว่าที่รัชทายาท

    สองวันหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่กล่าวกันว่าช่วงใดที่เรามีความสุขเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ หมิงเฟยหลงก็ทรงรู้สึกเช่นนั้น การได้ใช้ชีวิตเยี่ยงชาวบ้านทั่วไปกันสองสามีภรรยาในเรือนหลังน้อยริมแม่น้ำฉางเจียงของอนุถานช่างเป็นภาพที่พระองค์มิเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ หากสวรรค์มิได้ส่งให้หงซือซือเข้ามาในเส้นทางชีวิตอันโดดเดี่ยวนี้ เกรงว่าชั่วชีวิตพระองค์คงมิอาจจะได้ลิ้มรสความสุขที่มุ่งหวัง “ซือซือข้าไม่อยากกลับวังหลวงเลย น่าเสียดายนัก” “พี่สาม คราวหน้าเราก็มากันใหม่ก็ได้เจ้าค่ะ” ฮ่องเต้ทรงถอนพระปัสสาสะ “ข้ามีลางสังหรณ์ว่ากว่าเราจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งคงอีกนาน” “ทำไมหรือเจ้าคะ” หมิงเฟยหลงรวบภรรยาเข้ามาแนบอก “เราคงต้องเร่งมือตามหาตรากระเรียนทองคำมาเพื่อเปิดขุมทรัพย์ให้สำเร็จ ก่อนที่ฤดูฝนคราวหน้าจะมาถึง หากสร้างเขื่อนไม่ทันอาจจะเกิดอุทกภัยอีกครา เจ้าคงไม่อยากเห็นผู้คนล้มตายไร้ที่อยู่อาศัยเหมือนที่เมืองชิงหลิวอีกกระมัง ” “เจ้าค่ะ ราษฎรล้วนทุกข์ยาก ผู้คนพลัดพรากจากครอบครัว บ้านเรือน ไร้ที่อยู่ หากน้ำท่วมหรือฝนแล้ง พวกเขาล้วนต้อ

  • ซือซือฮองเฮาพันโฉม    บทที่ 165 ลานรักกลางแจ้ง

    ฮ่องเต้ทรงส่งหูซิ่นสือไปขอเช่าเรือนน้อยริมน้ำของอนุถานสักสองวัน โดยให้หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งแต่งกายเลียนแบบชาวบ้านลงไปสำรวจความปลอดภัยโดยรอบล่วงหน้าห้าวัน “ตรวจสอบให้เรียบร้อย หากเจิ้นกับฮองเฮาออกไปพักที่นั่น สิ่งสำคัญคือความปลอดภัย” หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรจัดการทุกอย่างเรียบร้อยกว่าฮ่องเต้ทรงคาดหวัง เขาส่งสาวใช้ที่จวนออกไปเปลี่ยนผ้าห่ม ผ้าปู และหมอนมุ้งใหม่ให้เรียบร้อย รวมจัดหาข้าวสารอาหารแห้งและเสื้อผ้าของใช้ให้พร้อมสำหรับการถูกปล่อยให้อยู่กันสองต่อสองเป็นเวลาสองวัน “พื้นที่โดยรอบสิบลี้กระหม่อมตรวจสอบความปลอดภัยและวางกำลังคนคอยดูแลไว้เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ดี! ระยะนี้มีข่าวว่านักฆ่าสำนักมืออสูรถูกปล่อยออกมาแล้ว แม้ข้าจะห่วงความปลอดภัย แต่หากยังไม่สามารถทำให้ฮองเฮาตั้งครรภ์ได้เสียทีก็ย่อมเป็นความสูญเสียความมั่นคงในบัลลังก์เช่นกัน” การออกจากวังหลวงถูกดำเนินการอย่างเงียบเชียบ อู๋กงกงที่พยายามเงี่ยหูฟังกลับมิได้ยินสิ่งใด ฮ่องเต้ทรงระมัดระวังพระองค์ยิ่งนักตกค่ำคืนนั้นทรงเล่าแผนการให้กับหงซือซือฟัง นางหัวเราะคิกคัก “พี่สาม ท่านจะทำเช่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status